ธรรมะเพื่อประชาชน

โสฬสญาณ

โสฬสญาณ      ความสุขและความบริสุทธิ์เกิดขึ้นจากการทำทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา แต่มีวิธีลัดคือ ใจของเราต้องหยุดนิ่งอยู่ภายในศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งถาวรของใจ ตรงนี้เป็นต้นแหล่งแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย หากสามารถวางใจ ของเราให้ได้ตลอดเวลา กระแสบุญและความบริสุทธิ์จะหล่อเลี้ยงใจของเราตลอดเวลา และเมื่อความบริสุทธิ์กลั่นตัวกันมากเข้า ความสุขที่แท้จริงก็จะบังเกิดขึ้นตามมา ความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งนี้ เป็นสิ่งเดียวที่จะนำไปสู่ความรู้แจ้งเห็นจริงภายใน และเป็นพลวปัจจัยที่จะส่งผลให้เราได้บรรลุธรรมาภิสมัย คือได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ชฏาสูตร ว่า “สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ โส อิมํ วิชฏเย ชฏํ      นรชนผู้มีปัญญา ตั้งมั่นแล้วในศีล อบรมจิตและปัญญาให้เจริญอยู่ เป็นผู้มีความเพียร มีปัญญารักษาตนรอด ภิกษุนั้นพึงถางชัฏนี้”      การจะถางชัฏคือตัณหาได้ ต้องอาศัยศีลที่บริสุทธิ์ หมั่นอบรมจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส อีกทั้งต้องใช้สติปัญญาพิจารณาข้อบกพร่อง และต้องมีความเพียรพยายามไม่หยุดยั้ง ทำใจหยุดในหยุดเรื่อยไป จนกว่าจะบรรลุมรรคผลนิพพาน การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะมีโอกาสบรรลุถึงโลกุตตรภูมินี้ มิใช่ว่าอยู่ๆ และจะทึกทักเอาว่า ได้บรรลุขั้นนั้นขั้นนี้แล้ว โดยไม่ต้องอาศัยการปฏิบัติอะไรเลย …

โสฬสญาณ Read More »

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้      ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในวัฏสงสาร และเป็นทางมาแห่งบุญกุศลอันไม่มีประมาณ ภัยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นภัยในชีวิต ภัยในอบาย และภัยที่ชาวโลกทั้งหลายมองว่าน่ากลัวที่สุด คือ มรณภัย ภัยจากความตาย และความทุกข์ทรมานหลังความตาย แต่เมื่อเข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งสิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แล้ว ภัยทั้งหลายเหล่านั้นจะไม่มีทางทำอันตรายใดๆ ได้เลย และเราจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับภัยเหล่านั้นได้อย่างองอาจกล้าหาญ โดยไม่หวั่นไหวเกรงกลัวแต่อย่างใด      เมื่อเราเข้าถึงพระรัตนตรัย ท่านจะช่วยเราขจัดทุกข์โศกโรคภัยได้ และที่สำคัญยังเป็นแหล่งกำเนิดแห่งบุญกุศลอันยิ่งใหญ่อีกด้วย เพราะพระรัตนตรัยเป็นศูนย์รวมของความดี ของอานุภาพที่ไม่มีประมาณ เป็นทางไหลผ่านของสายธารแห่งบุญที่มาสู่กายมนุษย์ได้อย่างเต็มที่      ฉะนั้น เราควรให้ความสำคัญให้มากกับศูนย์กลางกาย และพระรัตนตรัยในตัว โดยหมั่นเจริญสมาธิภาวนาให้มากๆ แล้วเราจะได้ที่พึ่งอันเกษม ที่เป็นทางมาแห่งบุญใหญ่อีกด้วย มีวาระแห่งพุทธพจน์ที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปทาน ความว่า    “อตีตํ นานฺวาคเมยฺย         นปฺปฏิกงฺเข อนาคตํ      ยทตีตมฺปหีนนฺตํ             อปฺปตฺตญฺจ อนาคตํ …

ถึงพระรัตนตรัยอยู่ไกลก็เหมือนใกล้ Read More »

หลุดพ้นจากสังสารวัฏ

หลุดพ้นจากสังสารวัฏ      สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ เป็นเพียงเครื่องอาศัยสำหรับไว้สร้างบารมี ไม่ใช่มีไว้สำหรับให้ยึดมั่นถือมั่น เพราะเราเกิดมาในโลกนี้ ก็เพียงอาศัยสิ่งเหล่านี้สร้างบารมีเท่านั้น อย่าไปคิดว่ามันเป็นจริงเป็นจังอะไร สมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของโลก ที่จะช่วยให้เราสร้างบารมีได้สะดวกสบาย เราจะได้มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระของชีวิต ที่เป็นความจริงของพระอริยเจ้า ที่เรียกว่า อริยสัจ มีใจมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน ชีวิตเราจะได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน สุมนาเถรีกถา ว่า “ธาตุโย ทุกฺขโต ทิสฺวา      มา ชาติ ปุนราคมิ    ภเว ฉนฺทํ วิราเชตฺวา        อุปสนฺตา จริสฺสสิ        ท่านพิจารณาเห็นธาตุทั้งหลายว่าเป็นทุกข์แล้ว อย่าเกิดอีก ท่านสำรอกความพอใจในภพแล้ว จงเป็นผู้สงบระงับเที่ยวไปเถิด”      ธาตุ แปลว่า ธรรมชาติที่ทรงตัวเอาไว้ หมายถึงสิ่งที่รวมกันเข้าเป็นรูปร่าง ประกอบด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ เมื่อธาตุต่างๆ คุมกันเข้าเองโดยธรรมชาติหรือมนุษย์ปรุงแต่งขึ้น ก็เรียกว่าสังขาร สังขารที่มีวิญญาณเข้าครอบครอง ท่านสมมติเรียกว่าคน สัตว์ …

หลุดพ้นจากสังสารวัฏ Read More »

พรรณนาพุทธคุณหนุนส่งถึงนิพพาน

พรรณนาพุทธคุณหนุนส่งถึงนิพพาน      ในชีวิตประจำวัน เราต้องมีการสื่อสาร พบพูดคุยกัน เพราะสังคมมนุษย์จะต้องอยู่ร่วมกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน บางครั้งในการพูดคุยสนทนา เราจะได้ข้อคิด มุมมองต่างๆ ที่เป็นทางออกที่ดี ข้อคิดบางอย่างเพียงไม่กี่คำ อาจพลิกผันชีวิตที่ตกต่ำให้กลับฟื้นขึ้นมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ เพราะวาจาที่ดีสามารถนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญ ยิ่งถ้ามีวาจาสุภาษิต รู้จักกลั่นกรองถ้อยคำให้ดีก่อนพูด และพูดในสิ่งที่เป็นความจริง มีประโยชน์ ประกอบด้วยจิตเมตตา วาจาไพเราะและถูกกาลเทศะ ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้โดยไม่ยาก ซึ่งวาจาที่ดีงามล้วนออกมาจากใจที่งดงาม ดังนั้นเราควรจะฝึกฝนอบรมใจควบคู่ไปกับวาจา ชีวิตเราจะได้เจริญก้าวหน้ากันทุกคน พระสุคันธเถระท่านได้กล่าวอานิสงส์ของการสรรเสริญพระพุทธคุณไว้ว่า      “เรากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า ว่ามีทั้งส่วนพระองค์ และที่เป็นประโยชน์แก่คนอื่น จึงเป็นผู้ประกอบด้วยปีติในพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความงดงาม เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณ ชื่อว่าชมเชยพระผู้นำ ผู้ทรงชนะมาร ล่วงเสียซึ่งเดียรถีย์ ครอบงำเดียรถีย์ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้มีความรุ่งเรือง เมื่อเรากล่าวสรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อว่าทำพระองค์ให้เป็นที่รักของหมู่ชน เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นผู้น่ารักน่าชื่นชม เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ฉะนั้น”      การยกย่องชื่นชมบุคคลผู้ประเสริฐ บุคคลที่ควรบูชา เป็นทางมาแห่งมหากุศลใหญ่ กระทั่งสามารถอำนวยผลให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ เหมือนดังพระสุคันธเถระ ที่ท่านได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้า จึงก่อให้เกิดบุญกุศลส่งเสริมสนับสนุนให้ท่านได้บรรลุพระอรหันต์ และในระหว่างที่เวียนว่ายตายเกิดเพื่อสั่งสมบุญบารมีนั้น ท่านประสบแต่ความสุขความสำเร็จในชีวิต …

พรรณนาพุทธคุณหนุนส่งถึงนิพพาน Read More »

ถึงพระรัตนตรัยได้ไปสวรรค์

ถึงพระรัตนตรัยได้ไปสวรรค์      การกระทำต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายล้วนเป็นผลมาจากความคิดทั้งสิ้น การกระทำที่ถูกต้องมาจากความคิดที่ดีเป็นกุศล การกระทำที่ไม่ถูกต้องมาจากความคิดที่ไม่ดี ดังนั้นความคิดจึงเป็นสิ่งที่ควรปรับปรุงก่อนสิ่งอื่น การปฏิบัติธรรมเป็นการพัฒนาความคิดให้สมบูรณ์ขึ้น โดยเฉพาะความคิดที่จะปรารภความเพียรนั่งสมาธิให้ต่อเนื่อง จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย เป็นความคิดที่ประเสริฐสุด ต้องอาศัยความต่อเนื่องความสมํ่าเสมอและความเพียร ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรม        เมื่อเราได้ปฏิบัติธรรม อย่างน้อยที่สุดจะส่งผลให้เกิดความคิดที่เป็นระเบียบ มีพลังแห่งการสร้างสรรค์อย่างไม่รู้หมดสิ้น การนั่งสมาธิทุกๆ วันจะทำให้ใจเราสงบเยือกเย็น มีความสุขความเบิกบาน เป็นการเพิ่มพลังชีวิตให้กับตัวของเราเอง เมื่อทำใจให้หยุดให้นิ่งมากเข้าจนถูกส่วนแล้ว จะเข้าถึงพระธรรมกายที่ใสสว่าง ซึ่งเป็นที่พึ่ง เป็นหลักประกันของชีวิตตลอดไป มีวาระพระบาลีใน มหาปทานสูตร ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้น พระวิปัสสีพุทธเจ้าผู้เสด็จหลีกออกเร้นอยู่ในที่ลับ ได้ทรงพระปริวิตกเช่นนี้ว่า โลกนี้ถึงความยาก ย่อมเกิด แก่ ตาย และเวียนตายเวียนเกิดไม่รู้จบ ก็บุคคลไม่รู้ชัดถึงอุบายเครื่องพ้นทุกข์ คือ ชราและมรณะ การพ้นทุกข์ คือชราและมรณะนี้ จักปรากฏแต่เมื่อไร”      พระพุทธเจ้าของเราทุกๆ พระองค์ ในสมัยที่ยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่ ไม่ว่าจะเกิดมากี่ภพกี่ชาติก็ตาม ล้วนแต่แสวงหาทางพ้นทุกข์ แสวงหาความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ด้วยกันทั้งสิ้น …

ถึงพระรัตนตรัยได้ไปสวรรค์ Read More »

ผลแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัย

ผลแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัย      พระรัตนตรัยเป็นสรณะอันประเสริฐสุด มีพระคุณอย่างจะนับจะประมาณมิได้ แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระพุทธญาณอันลึกซึ้งกว้างไกลเป็นอจินไตย ทรงรู้แจ้งโลกและแทงตลอดทั้งนิพพาน ภพสาม โลกันต์ ก็ยังไม่อาจจะพรรณนาพระคุณของพระรัตนตรัยให้หมดสิ้นได้ เพราะพระรัตนตรัยมีคุณเป็นอนันต์ แม้แสนโกฏิจักรวาลอนันตจักรวาลก็เล็กเกินไป      เราจะซาบซึ้งคุณของพระรัตนตรัยก็ต่อเมื่อได้เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับรัตนทั้งสาม คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ถ้าเข้าถึงอย่างนี้ ถือว่าได้บรรลุจุดประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา เพราะมีพระรัตนตรัยเป็นหลักชัยของชีวิต มีวาระพระบาลีที่กล่าวไว้ใน สมยสูตร ว่า “เยเกจิ พุทฺธํ สรณํ คตา เส น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมึ ปหาย มานุสํ เทหํ เทวกายํ ปริปูเรสฺสนฺติ      “ชนเหล่าใดถึงพระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง ชนเหล่านั้น จักไม่ไปสู่อบายภูมิ ละกายมนุษย์แล้ว จักยังหมู่เทวดาให้บริบูรณ์”      พระคาถานี้คืออนุสติเตือนใจให้ทราบว่า “อัปปมาโณ พุทโธ พระพุทธเจ้ามีคุณไม่มีประมาณ” เพียงแค่ทำจิตให้เลื่อมใส หมั่นตรึกระลึกนึกถึงพุทธคุณบ่อยๆ ก็สามารถปิดประตูอบายภูมิได้ ครั้นละโลกไป จะได้ไปเป็นสหายแห่งเทวดา นี่ถ้าหากเพิ่มความเพียรพยายามให้มากขึ้น …

ผลแห่งการเข้าถึงพระรัตนตรัย Read More »

สัญญาแห่งความเลื่อมใส

สัญญาแห่งความเลื่อมใส      พระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เมื่อนึกถึงแล้วจะทำให้ใจบริสุทธิ์ มีความสุข สดชื่น เบิกบาน เป็นสรณะของมวลมนุษยชาติ เพราะการที่เราต้องเกิดในมาแต่ละภพแต่ละชาติ ก็เพื่อแสวงหารัตนะทั้งสามนี้เท่านั้น แต่ถ้าเรามัวไปแสวงหาจากนอกตัวก็จะไม่มีวันพบ เพราะฉะนั้น ให้เราได้นึกน้อมใจกลับมาเพื่อแสวงหาสรณะ อันเป็นพึ่งที่แท้จริง ที่อยู่ภายในตัวของเราทุกคน      ในการเจริญพุทธานุสติ โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ มีพระแก้วใสเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ มีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ปิดประตูอบายภูมิทีเดียว เพราะอานุภาพแห่งการเจริญพุทธานุสติ ระลึกถึงผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว อย่างเป็นชีวิตจิตใจ ในทุกอิริยาบถทั้งยืน เดิน นั่ง นอน จนกระทั่งท่านมาปรากฏอยู่ในกลางใจของเรา และติดอยู่ตลอดเวลา มีอานุภาพที่ไม่มีประมาณ ปิดประตูอบายได้ เพราะใจจะผ่องใส ไม่เศร้าหมอง มีสุคติเป็นที่ไป หลังจากละโลกไปแล้ว เราจะมีกายใหม่ เป็นกายทิพย์ที่สวยงาม มีรัศมีสว่างไสว มีสมบัติอันเป็นทิพย์ มีวิมานอยู่ในสวรรค์ มีบริวารเกิดขึ้นมากมาย หรือถ้าปรารถนาจะไปบังเกิดในพรหมโลก  ก็สามารถไปได้ มีพุทธภาษิตที่ปรากฏใน สุภูติเถราปทาน ตอนหนึ่งว่า      …

สัญญาแห่งความเลื่อมใส Read More »

ต้นแบบแห่งความดี

สัญญาแห่งความเลื่อมใส      พระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เมื่อนึกถึงแล้วจะทำให้ใจบริสุทธิ์ มีความสุข สดชื่น เบิกบาน เป็นสรณะของมวลมนุษยชาติ เพราะการที่เราต้องเกิดในมาแต่ละภพแต่ละชาติ ก็เพื่อแสวงหารัตนะทั้งสามนี้เท่านั้น แต่ถ้าเรามัวไปแสวงหาจากนอกตัวก็จะไม่มีวันพบ เพราะฉะนั้น ให้เราได้นึกน้อมใจกลับมาเพื่อแสวงหาสรณะ อันเป็นพึ่งที่แท้จริง ที่อยู่ภายในตัวของเราทุกคน      ในการเจริญพุทธานุสติ โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ มีพระแก้วใสเป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ มีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ปิดประตูอบายภูมิทีเดียว เพราะอานุภาพแห่งการเจริญพุทธานุสติ ระลึกถึงผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว อย่างเป็นชีวิตจิตใจ ในทุกอิริยาบถทั้งยืน เดิน นั่ง นอน จนกระทั่งท่านมาปรากฏอยู่ในกลางใจของเรา และติดอยู่ตลอดเวลา มีอานุภาพที่ไม่มีประมาณ ปิดประตูอบายได้ เพราะใจจะผ่องใส ไม่เศร้าหมอง มีสุคติเป็นที่ไป หลังจากละโลกไปแล้ว เราจะมีกายใหม่ เป็นกายทิพย์ที่สวยงาม มีรัศมีสว่างไสว มีสมบัติอันเป็นทิพย์ มีวิมานอยู่ในสวรรค์ มีบริวารเกิดขึ้นมากมาย หรือถ้าปรารถนาจะไปบังเกิดในพรหมโลก  ก็สามารถไปได้ มีพุทธภาษิตที่ปรากฏใน สุภูติเถราปทาน ตอนหนึ่งว่า      …

ต้นแบบแห่งความดี Read More »

เวสารัชชธรรม ๔

เวสารัชชธรรม ๔      ธรรมกายเป็นกายตรัสรู้ธรรมที่เป็นเป้าหมายชีวิตของทุกๆคนในโลก การที่จะปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกายได้ ต้องเริ่มจากการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใสอยู่เป็นประจำ เมื่อหยุดนิ่งได้ถูกส่วน ในไม่ช้าก็จะเข้าถึงธรรมกายได้ แล้วชีวิตเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มีความสุขเพิ่มขึ้น มีความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต และเรายังสามารถอาศัยธรรมกาย ขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นจากใจไปสู่อายตนนิพพานได้   มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปทาน ว่า      “พระพิชิตมารผู้ถึงที่สุดโลก ทรงทำโลกทั้งหลายให้ยินดีด้วยพระรัศมี พระองค์ยังดอกปทุม คือ เวไนยสัตว์ให้บานด้วยพระดำรัส ทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ เป็นอุดมบุรุษ ละความกลัวและความยินดีได้เด็ดขาด ทรงถึงธรรมอันเกษม องอาจกล้าหาญ พระผู้เลิศในโลก ทรงปฏิญาณซึ่งฐานะของผู้องอาจและพุทธภูมิทั้งสิ้น ไม่มีใครจะทักท้วงได้ในฐานะไหนๆ เมื่อพระพุทธเจ้าผู้คงที่พระองค์นั้นบันลือสีหนาท ย่อมไม่มีเทวดา มนุษย์ หรือพรหมบันลือสีหนาทตอบได้ พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้าในบริษัท ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ ช่วยมนุษย์พร้อมทั้งเทวดาให้ข้ามวัฏสงสาร”      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ทรงเป็นผู้เลิศกว่าใครๆในภพทั้งสาม ในวันนี้หลวงพ่อจะอธิบายคุณธรรมที่สำคัญประการหนึ่ง ที่เรียกว่า เวสารัชชธรรม ซึ่งเป็นคุณธรรมเฉพาะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น เพราะเหตุที่พระบรมศาสดาทรงสมบูรณ์ด้วยเวสารัชชธรรม ๔ ประการ พระองค์จึงเป็นผู้องอาจ ไม่ครั่นคร้าม มีความแกล้วกล้า อาจหาญในท่ามกลางพุทธบริษัท …

เวสารัชชธรรม ๔ Read More »

ผู้มีราตรีเดียวเจริญ

ผู้มีราตรีเดียวเจริญ      ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นแหล่งแห่งความสำเร็จ แหล่งแห่งความสุขและความบริสุทธิ์ เป็นตำแหน่งที่สำคัญ ไม่ว่าเราจะให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนาก็ตาม ใจของเราจะต้องเอามาตั้งอยู่ที่ตรงนี้ ถ้าตั้งตรงนี้แล้ว ทานที่เราได้ทำก็ดี ศีลที่เรารักษา หรือภาวนาที่เราทำอยู่เป็นประจำ ก็จะเป็นมหัคตกุศล เป็นไปเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน ยิ่งใหญ่ไพศาลกว่าการทำบุญโดยไม่ได้ตั้งใจ        เพราะฉะนั้น คำว่าตั้งใจ เราจะต้องรู้จักว่าอะไรคือใจ และฐานที่ตั้งของใจอยู่ที่ตรงไหน ถ้ารู้จัก ๒ อย่างนี้แล้ว จะประกอบการบุญการกุศลอะไรก็ตาม เราจะได้ผลอันยิ่งใหญ่ จะได้ผลเกินควรเกินคาด ทำบุญน้อยก็ได้ผลมาก เพราะว่าศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ เป็นทางที่พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย เสด็จเข้าสู่อายตนนิพพาน อาศัยเส้นทางสายกลางที่อยู่ภายในกายของเรา โดยเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗   * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภัทเทกรัตตสูตร ว่า      “บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว และสิ่งที่ยังไม่มาถึง ก็เป็นอันยังไม่ถึง บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมปัจจุบัน ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนในธรรมนั้น บุคคลนั้นพึงเจริญธรรมนั้นเนืองๆ …

ผู้มีราตรีเดียวเจริญ Read More »

ธรรมกาย กายมาตรฐาน

ธรรมกาย กายมาตรฐาน      พระธรรมกาย เป็นกายตรัสรู้ธรรมของมนุษย์ทุกๆ คนในโลก พระบรมศาสดาทรงรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งหลายทั้งปวง เพราะเข้าถึงกายธรรมอรหัตนี้เท่านั้น กายนี้เป็นกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติด้วยปัญญา และยังมีอานุภาพไม่มีประมาณ คำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ประชุมรวมลงในธรรมกายทั้งสิ้น      ธรรมกายนี้เป็นกายที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ งามกว่ามนุษย์ เทวดา พรหม  และอรูปพรหม สิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของพวกเราทุกๆ คน สมบูรณ์ทั้งวิชชาและจรณะ จะเข้าถึงธรรมกายได้ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อฏฺฐีนํ นครํ กตํ        มํสโลหิตเลปนํ           ยตฺถ ชรา จ มจฺจุ จ    มาโน มกฺโข จ โอหิโต      สรีรยนต์นี้ ถูกกรรมปรุงแต่งทำให้เป็นนครแห่งกระดูกทั้งหลาย ฉาบด้วยเนื้อและโลหิต เป็นที่ตั้งลงแห่งชรา มรณะ มานะ และมักขะ”      สังขารร่างกายที่เราอาศัยอยู่นี้ …

ธรรมกาย กายมาตรฐาน Read More »

ธรรมกายคือหลักของชีวิต

ธรรมกายคือหลักของชีวิต      ธรรมกายเป็นหลักของชีวิต เป็นเป้าหมายหลักของมวลมนุษยชาติ ที่เราต่างต้องเวียนว่ายตายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วนนี้ ก็เพื่อต้องการแสวงหาสิ่งที่ให้ความสุขแก่เราอย่างแท้จริง เมื่อยังไม่พบธรรมกาย ทำให้ไปติดในความสุขที่เป็นโลกธรรม ติดในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข จากรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบใจ ซึ่งความสุขต่างๆ เหล่านั้นล้วนไม่จีรังยั่งยืน มีแล้วไม่ช้าก็พลันสลายไป ไม่ทำให้เราอิ่มใจ ยังรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังพร่องอยู่ แต่เมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้วเป็นสุขยิ่งกว่านั้นหลายล้านเท่า เพราะความสุขที่สมบูรณ์รวมประชุมอยู่ในกลางธรรมกายทั้งหมด * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ในขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ    ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ  อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข         เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา      เมื่อใดบัณฑิตย่อมเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เมื่อนั้นเขาย่อมหน่ายในทุกข์ นี้เป็นทางแห่งความหมดจด”      การพิจารณาความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาในสังขารทั้งหลายทั้งปวง เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่บ่อยๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ใช่ทำเฉพาะเวลาที่เรามานั่งปฏิบัติธรรม …

ธรรมกายคือหลักของชีวิต Read More »

โพชฌงค์ ๗ ทางสำเร็จสู่นิพพาน

โพชฌงค์ ๗ ทางสำเร็จสู่นิพพาน      ความขยันหมั่นเพียรเป็นทางมาแห่งความสำเร็จ เป็นวิริยบารมีที่นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลาย ต่างก็ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา โดยเฉพาะความเพียรในการขจัดกิเลสอาสวะออกจากใจ เป็นภารกิจหลักที่สำคัญของมนุษยชาติที่จะต้องทำ ยิ่งถ้าหากเพียรพยายามชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์มากมายเพียงใด เราจะมีโอกาสหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามารได้มากเพียงนั้น ดังนั้น เราจึงต้องทุ่มเทจิตใจในการสร้างบารมี และเพียรพยายามเจริญสมาธิภาวนา เพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพาน มีวาระพระบาลีกล่าวไว้ใน กุณฑลิยสูตร ว่า      “โพชฌงค์ ๗ อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติ ให้บริบูรณ์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธะ น้อมไปในจาคะคือการสละ เจริญธัมมวิจยสัมโพชฌงค์..เจริญวิริยสัมโพชฌงค์…เจริญปีติสัมโพชฌงค์.เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์…เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์..เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธะน้อมไปในจาคะ  โพชฌงค์ ๗ นี้อันบุคคลเจริญแล้ว กระทำให้มากแล้ว ย่อมยังวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้”      โพชฌงค์ คือ ธรรมะที่เป็นเหตุให้ตรัสรู้ ถ้าหากตั้งใจปฏิบัติตามหลักโพชฌงค์ ๗ ประการนี้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ จะเป็นเหตุให้ได้บรรลุวิชชาในทางพระพุทธศาสนาได้ ไม่ว่าจะเป็นวิชชา ๓ วิชชา ๘ …

โพชฌงค์ ๗ ทางสำเร็จสู่นิพพาน Read More »

รัตนะภายใน

รัตนะภายใน      ความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ล้วนปรารถนาให้โลกบังเกิดสันติสุขที่แท้จริง แต่ทว่าไม่มีใครทราบว่า สันติสุขที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า การที่จะทำให้เกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น มนุษย์ทุกคนจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงสันติสุขภายใน คือเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง และเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวของทุกๆ คน ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ หากได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธีแล้ว จะสามารถเข้าถึงพระธรรมกายได้ด้วยกันหมดทั้งสิ้น * มีวาระพระบาลีกล่าวไว้ใน อัตถสันทัสสกเถราปทาน ว่า   “ธมฺมกายญฺจ ทีเปนฺติ    เกวลํ รตนากรํ  วิโกเปตุํ น สกฺโกนฺติ    โก ทิสฺวา นปฺปสีทติ ชนทั้งหลายย่อมแสดงธรรมกาย และไม่อาจทำบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้นให้กำเริบได้ ใครได้เห็นแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า”      ธรรมกายเป็นหลักของพระพุทธศาสนา เป็นหลักของโลก เป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะอันประเสริฐ คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้ปฏิญญาตนว่าเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เพราะว่าได้ตรัสรู้กายธรรมอรหัต เป็นธรรมกายที่มีความสว่างไสวอยู่ในตัว เป็นกายที่เป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็นอัตตา …

รัตนะภายใน Read More »

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๑)

ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร (๑)      ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายที่ยังมีกิเลสอาสวะ ดวงจิตถูกห่อหุ้มด้วยอวิชชา บดบังดวงปัญญาไม่ให้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต เรื่องราวในสังสารวัฏจึงเป็นความลี้ลับที่มืดมน ไม่มีใครรู้เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย คนเราทุกคนที่เกิดมาแล้วต่างก็มีหน้าที่ คือ ต้องแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น มุ่งตรงไปสู่อายตนนิพพาน        ดังนั้น การกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจึงเป็นวัตถุประสงค์ของชีวิต จะกำจัดกิเลสอาสวะได้ ต้องเข้าถึงธรรมกาย แล้วใช้กายธรรมที่ละเอียดที่สุดบริสุทธิ์ที่สุด จึงจะไปกำจัดต้นเหตุของกิเลสอาสวะได้ แต่กว่าจะเข้าไปถึงจุดนั้น เราจะต้องทำใจของเราให้หยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์ หยุดในหยุดกันตลอดไปบนเส้นทางแห่งอริยมรรค เส้นทางของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ครั้งหนึ่งท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม ว่า      “ขอพระองค์ผู้มีพระปัญญาดี มีพระจักษุโดยรอบ ปราศจากความโศกแล้ว จงเสด็จขึ้นสู่ปราสาทอันสำเร็จด้วยธรรม จงพิจารณาชุมชนผู้จมอยู่ในความโศก ถูกชาติและชราครอบงำแล้ว อุปมาเหมือนบุคคลผู้อยู่บนยอดเขา อันล้วนด้วยศิลา จะพึงเห็นชุมชนโดยรอบ ฉะนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า ผู้ทรงชนะสงครามแล้ว ขอพระองค์จงแสดงธรรมเพื่อเกื้อกูลแก่หมู่สัตว์ด้วยเถิด”      เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ที่พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ได้ทรงบรรลุกันแล้ว ก็ทรงเข้านิโรธสมาบัติมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ตลอดระยะเวลา ๗ วันที่โพธิมณฑล ทรงให้เวลาล่วงไปกับการเข้านิโรธสมาบัติอีกหลายสัปดาห์ พร้อมกับพิจารณาธรรม ที่เป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งสุขุมลุ่มลึกยิ่งนัก ยากที่สรรพสัตว์จะตรองตามได้       …

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๑) Read More »