ธรรมะเพื่อประชาชน

หนทางสู่ธรรมกาย

หนทางสู่ธรรมกาย      การเข้าถึงพระธรรมกายเป็นเป้าหมายของชีวิตทุกๆ ชีวิต ถ้าทุกคนตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันอย่างจริงจัง เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ประกอบความเพียรอย่างกลั่นกล้าที่เรียกว่า จาตุรังควิริยะ คือเนื้อเลือดจะแห้งเหือดหายไป เหลือแต่หนังเอ็นกระดูกช่างมัน ถ้าเข้าไม่ถึงธรรมกายเป็นยอมตาย ตั้งใจอย่างนี้โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันต้องเข้าถึงกันได้ทุกคน เพราะธรรมกายมีอยู่ในตัวของทุกๆ คนแล้ว เป็นของมีจริง ดีจริง เข้าถึงแล้วท่านจะเป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริง ช่วยให้เราปลอดภัยจากทุกข์ในอบาย จะมีสุคติเป็นที่ไปอย่างเดียว ดังนั้นการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย จึงเป็นเป้าหมายหลักของมวลมนุษยชาติ มีวาระพระบาลีกล่าวเอาไว้ใน อัคคัญญสูตร ว่า      “ตถาคตสฺส เหตํ วาเสฏฺฐา อธิวจนํ ธมฺมกาโย อิติปิ พฺรหฺมกาโย อิติปิ ธมฺมภูโต อิติปิ พฺรหฺมภูโต อิติปิ      ดูก่อนวาเสฏฐะ คำว่า ธรรมกายก็ดี คำว่า พรหมกายก็ดี คำว่าธรรมภูต ก็ดี หรือคำว่า พรหมภูตก็ดี เป็นชื่อของพระตถาคต”      คำว่า ธรรมกาย มีปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกายของมนุษย์ทุกคนในโลก เป็นกายตรัสรู้ธรรม รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมะ ๘๔,๐๐๐ …

หนทางสู่ธรรมกาย Read More »

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๒)

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๒)      การเกิดมาในสังสารวัฏของมนุษย์ทุกๆ คน เปรียบเสมือนการเดินทางไกลที่ทุรกันดาร และเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม คือ กิเลสราคะ โทสะ โมหะ ทำให้เราไม่รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งที่ควรรู้ควรเห็น การดำรงอยู่เช่นนั้น ก็เป็นการยากที่จะทำให้เราอยู่อย่างเป็นสุข และปลอดภัยจากภัยทุกชนิดในวัฏสงสาร ความไม่ประมาทเป็นเหมือนเกราะแก้วคุ้มครองเรา ให้ดำเนินอยู่บนหนทางแห่งความถูกต้องดีงาม การฝึกฝนอบรมจนกระทั่งใสบริสุทธิ์ หยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ จะทำให้ชีวิตไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัยและมีชัยชนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ว่า “เทฺวเม ภิกฺขเว อนฺตา ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา โย จายํ อตฺตกิลถานุโยโค กามสุขลฺลิกานุโยโค      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางสุดโต่งสองอย่างบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ การทรมานตัวเองให้ลำบากและการประกอบพัวพันในกาม”      ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นพระธรรมเทศนาเรื่องแรก ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้แสดงให้กับพระปัญจวัคคีย์ พร้อมกับพรหมอีก ๑๘ โกฏิ ให้ได้รับอมฤตธรรมตามพระองค์ไปด้วย และเป็นสักขีพยานในการตรัสรู้ธรรมของพระพุทธองค์ เพราะฉะนั้น ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร จึงเป็นพระสูตรที่สำคัญ ที่พวกเราควรศึกษาเอาไว้ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อศึกษาจนเข้าใจแล้ว …

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (๒) Read More »

พิจารณาปล่อยวางในขันธ์ ๕

พิจารณาปล่อยวางในขันธ์ ๕      ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีพื้นฐานของชีวิตเหมือนกัน คือความทุกข์ เพราะเราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิดกระทั่งถึงวันที่หลับตาลาโลก ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นปกติ เหมือนกับโลกที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เรามองเห็นคน สัตว์ สิ่งของอะไรต่างๆได้ก็เพราะมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์หรือแสงไฟ จึงทำให้โลกเราสว่าง เพราะฉะนั้น เมื่อเราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต ว่าชีวิตเป็นทุกข์แล้ว เราจะได้เกิดความเบื่อหน่ายในทุกข์ทั้งหลาย และรีบขวนขวายหาทางหลุดพ้นจากทุกข์ให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง การปฏิบัติธรรมเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับชีวิตของผู้ที่ปรารถนาความหลุดพ้น เพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ทั้งปวง มีวาระพระบาลีที่กล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ว่า “ยถาปิ กุมฺภการสฺส    กตา มตฺติกภาชนา สพฺเพ เภทปริยนฺตา   เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ ภาชนะดินที่นายช่างทำแล้วทุกชนิด มีความแตกเป็นที่สุด แม้ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาแล้ว ล้วนมีความแตกสลายเป็นที่สุดฉันนั้น”      การพิจารณาปล่อยวางถึงความไม่เที่ยงของสังขาร เป็นสิ่งที่เราควรทำกันเป็นประจำ คือมองให้เห็นว่าร่างกายของเราก็ดี สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราก็ดี จะเป็นวัตถุ เป็นสิ่งของ เป็นบุคคล เป็นสัตว์ หรือเป็นอะไรก็ตาม …

พิจารณาปล่อยวางในขันธ์ ๕ Read More »

อนัตตลักขณสุตร

พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา ต้นฉบับ หนังสือ ธรรมะเพื่อประชาชน ฉบับพระรัตนตรัย กลับสู่ สารบัญธรรมะเพื่อประชาชน สำหรับไฟล์เสียง, วีดีโอ และ Article

อุปสรรคของการเจริญภาวนา

อุปสรรคของการเจริญภาวนา      การเดินทางในสังสารวัฏ ถือว่าเป็นการเดินทางที่ยาวไกลที่สุด เพราะยากที่ใครๆ จะหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดได้ ไม่รู้ว่ามาถึงกลางทางแล้ว หรือว่าใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้วหรือยังไม่มีใครทราบ ท่านถึงใช้คำว่า เวียนวน เพราะไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดกันตรงไหน ต้องเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด วนเวียนกันอยู่อย่างนี้นับภพนับชาติไม่ถ้วน ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะชีวิตยังไม่พบที่พึ่ง ที่ยึด ที่เกาะอย่างแท้จริง ไม่มีหลักของชีวิต จึงต้องหลงวนอยู่ในห้วงทะเลทุกข์ มองหาฝั่งแห่งความสุขไม่เจอ แต่ถ้าหากใครได้เข้าถึงพระธรรมกาย มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ชีวิตจะพบกับความสุขความปลอดภัย แล้วไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ แต่จะมุ่งตรงไปสู่เป้าหมายปลายทางของชีวิต คืออายตนนิพพาน ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้สมาธิไม่ก้าวหน้าไว้ว่า “อาวาโส จ กุลํ ลาโภ    คโณ กมฺมญฺจ ปญฺจมํ อทฺธานํ ญาติ อาพาโธ   คนฺโถ อิทฺธีติ เต ทส      เครื่องกังวลในการบำเพ็ญภาวนามี ๑๐ อย่าง คือกังวลด้วยอาวาส ตระกูล ลาภ กังวลเพราะหมู่คณะ  การทำงาน การเดินทาง ญาติพี่น้อง …

อุปสรรคของการเจริญภาวนา Read More »

มาร ๕ ฝูง

มาร ๕ ฝูง      งานหลักของการเกิดมาเป็นมนุษย์ คือการสั่งสมบุญบารมี ชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ พ้นจากความเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ที่คอยบังคับบัญชาให้เราต้องคิดผิด พูดผิด และทำผิด หลงวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏอันยาวไกล ตราบใดที่เรายังเอาชนะกิเลสในตัวไม่ได้ ก็ยังชื่อว่าตกอยู่ในความประมาท ยังตกอยู่ภายใต้การครอบงำของหมู่มารทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกิเลสมาร ขันธมาร อภิสังขารมาร มัจจุมาร และเทวปุตตมาร การที่เราฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจะทำตนให้หลุดพ้นจากมารร้ายต่างๆ เหล่านี้ แล้วมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คืออายตนนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ พระกาติยานเถระ กล่าวธรรมภาษิตไว้ใน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ว่า      “ประทีปที่ส่องแสง ถ้ามีแสงน้อย ย่อมดับไปด้วยลมได้ เหมือนเถาวัลย์ที่เหี่ยวแห้งไป ฉันใด ท่านก็จงเป็นผู้ไม่ถือมั่น แล้วกำจัดมาร ผู้มีโคตรเสมอด้วยพระอินทร์ฉันนั้นเถิด เมื่อท่านกำจัดมารได้อย่างนี้แล้ว เป็นผู้ปราศจากความกำหนัดพอใจในเวทนาทั้งหลาย จะเป็นผู้มีความเย็น รอคอยเวลานิพพานในอัตภาพนี้ทีเดียว”      มาร คือผู้ขวางความดี ขัดขวางหนทางของการสร้างบารมี คอยล้างผลาญทำลายความดีของมนุษย์ แล้วชักนำให้คนกระทำในสิ่งที่เป็นบาปอกุศล พอกพูนอาสวกิเลสให้หนาแน่นยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ขวางกั้นไว้ไม่ให้ทำความดีได้เต็มที่ …

มาร ๕ ฝูง Read More »

มารผู้ขัดขวางความดี

มารผู้ขัดขวางความดี      การฝึกฝนใจให้สะอาดบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ พ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร เป็นกรณียกิจที่สำคัญของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ถ้าไม่รู้จักหมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่ง เราจะต้องถูกกิเลสครอบงำอยู่ร่ำไป มารได้ช่องในการทำความชั่วให้เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง มัวไปยึดติดอยู่ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์ที่มากระทบใจ แล้วละเลยการแสวงหาแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในห้วงแห่งทะเลทุกข์ โอกาสที่จะได้สัมผัสรสแห่งธรรมซึ่งเป็นวิมุตติรส จึงลดน้อยถอยลงไปทุกที เพราะฉะนั้นการให้โอกาสอันสำคัญกับตัวเอง ในการทำสมาธิเจริญภาวนา เพื่อกลั่นกาย วาจา ใจของเราให้บริสุทธิ์ จึงเป็นทางลัดที่สุดที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากการบังคับบัญชาของพญามาร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อายตนสูตร      รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ทั้งสิ้น นี้เป็นโลกามิสอันแรงกล้า โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ ส่วนสาวกของพระพุทธเจ้า มีสติก้าวล่วงโลกามิสนั้น และก้าวล่วงบ่วงมารแล้ว รุ่งเรืองอยู่ดุจพระอาทิตย์ ฉะนั้น”      ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะต้องก้าวล้วงพ้นจากบ่วงมาร ไม่ไปติดอยู่ในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส  หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านกล่าวไว้ว่า เบญจกามคุณ …

มารผู้ขัดขวางความดี Read More »

อิทธิบาทสี่ ชี้ทางสู่นิพพาน

อิทธิบาทสี่ ชี้ทางสู่นิพพาน      สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ที่มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ แม้กระทั่งตัวของเราเอง ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ จึงไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ เหล่านั้น ควรมุ่งไปแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระที่แท้จริงของชีวิต แสวงหาสิ่งที่จะมาเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ที่คงความเป็นอมตะ เที่ยงแท้ ไม่แปรผัน คือมีลักษณะเป็นนิจจัง เป็นสุขขัง เป็นอัตตา ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีแต่สุขล้วนๆ เป็นตัวของตัวเองได้ กิเลสอาสวะเข้ามาครอบงำบังคับบัญชาไม่ได้ และการที่จะเข้าไปถึงสิ่งที่เป็นอมตะนี้ได้ ท่านให้เข้าไปทางสายกลางที่มีอยู่ภายในตัว ด้วยวิธีการทำใจให้หยุดให้นิ่ง ดังนั้น การเจริญสมาธิภาวนา จึงเป็นหนทางลัดที่จะทำให้เราได้ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงภายใน มีวาระพระบาลีที่กล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย เถรคาถา ว่า      “ขอท่านจงตื่นขึ้นเถิด อย่าให้มัจจุราชผู้เป็นพวกพ้องของคนประมาท ชนะท่านผู้เกียจคร้านด้วยอุบายอันโกงเลย กำลังคลื่นแห่งมหาสมุทร ย่อมครอบงำบุรุษผู้ไม่อาจข้ามมหาสมุทรนั้นได้ แม้ฉันใด ชาติและชรา ย่อมครอบงำท่าน ผู้ถูกความเกียจคร้านครอบงำแล้ว ฉันนั้น ขอท่านจงทำเกาะ คืออรหัตผลแก่ตนเถิด เพราะที่พึ่งอย่างอื่นในโลกนี้และโลกหน้า ย่อมไม่มีแก่ท่าน”      การฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ …

อิทธิบาทสี่ ชี้ทางสู่นิพพาน Read More »

รู้จักกายที่แท้จริงของตัวเอง

รู้จักกายที่แท้จริงของตัวเอง      สิ่งที่เป็นความปรารถนาของทุกๆ คนในการดำรงชีวิต คืออยากพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ความทะยานอยากทำให้มนุษย์ต้องดิ้นรนขวนขวาย เสาะแสวงหาในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าจะเพิ่มเติมส่วนที่บกพร่องของชีวิตให้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ จึงแสวงหากันร่ำไป ทั้งๆ ที่ตนเองก็ยังไม่ทราบหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงว่าอยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร เมื่อไม่ทราบทำให้ชีวิตต้องวนเวียนอยู่กับเรื่องการทำมาหากิน แสวงหากามคุณ เกียรติยศชื่อเสียงเงินทอง พระบรมศาสดาท่านทรงค้นพบว่า วิธีการทำจะทำให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้นั้น จะต้องเริ่มต้นจากใจที่หยุดนิ่ง เพราะสุขอื่นนอกจากใจหยุดนิ่งไม่มี ใจที่สงบหยุดนิ่งจะเป็นต้นทางแห่งความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทีฆนิกาย มหาวรรค ว่า “ปฏิโสตาคามึ นิปุณํ    คมฺภีรํ ทุทฺทสํ อณุํ  ราครตฺตา น ทกฺขนฺติ    ตโมกฺขนฺเธน อาวุตา      สัตว์อันราคะย้อมแล้ว ถูกกองอวิชชาหุ้มห่อแล้ว จักไม่เห็นธรรมอันละเอียด ลึกซึ้ง ยากที่จะเห็น ละเอียดยิ่ง อันจะยังสัตว์ให้ถึงธรรมที่ทวนกระแส คือ นิพพาน”      สรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ เมื่อยังไม่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะอวิชชาคือความไม่รู้ห่อหุ้มเอาไว้ ไม่รู้จักทุกข์ เห็นการเกิด …

รู้จักกายที่แท้จริงของตัวเอง Read More »

ที่พึ่งอันอมตะ

ที่พึ่งอันอมตะ      จิตใจที่มั่นคง หนักแน่น มีศรัทธาเลื่อมใสไม่คลอนแคลนในพระรัตนตรัยนั้น เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เพราะจะทำให้จิตใจของเราบริสุทธิ์ผ่องใส เนื่องจากใจของเราเป็นธรรมชาติที่พิเศษ เมื่อคุ้นเคยอยู่กับสิ่งที่สูงส่ง ใจจะถูกยกระดับให้ละเอียดประณีตสูงส่งยิ่งขึ้นไปด้วย ยิ่งถ้าหากหยุดใจไปตรงกลางกายธรรมได้แล้ว จะเข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต เป็นชีวิตที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ มีแต่ความปีติเบิกบานอยู่ในกุศลธรรม ดวงบุญก็ยิ่งจะขยายใหญ่โตขึ้นไปเรื่อยๆ ดวงบุญนี้สำคัญมาก เพราะจะคอยดึงดูดแต่สิ่งที่ดีๆ รวมทั้งความสุขและความสำเร็จของชีวิต สิ่งที่เป็นสุดยอดทั้งหลายจะบังเกิดขึ้นกับตัวของเรา ตลอดเส้นทางของการสร้างบารมี ดังนั้นการสร้างบารมี ควรไม่ประมาทในการประพฤติปฏิบัติธรรม จึงเป็นเหมือนขุมทองของชีวิตที่นำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน ธชัคคสูตร ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอยู่ในป่าก็ดี อยู่ที่โคนไม้ก็ดี อยู่ในเรือนว่างก็ดี พึงระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้องอาจกว่านรชน เธอทั้งหลายพึงระลึกถึงพระธรรม อันเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงไว้ดีแล้ว เธอทั้งหลายพึงระลึกถึงพระสงฆ์ผู้เป็นนาบุญอันเยี่ยม ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า เมื่อเธอทั้งหลายระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์อยู่ ความกลัวก็ดี ความหวาดสะดุ้งก็ดี ความขนพองสยองเกล้าก็ดี จักไม่มีเลย”      อวิชชา คือความไม่รู้แจ้ง ได้ปิดบังดวงปัญญาของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทำให้เวียนวนอยู่ในกิเลส กรรม วิบาก ดังนั้น สัตว์โลกจึงเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ เมื่อไม่รู้ …

ที่พึ่งอันอมตะ Read More »

มัชฌิมาปฏิปทา เส้นทางสู่ความหลุดพ้น

มัชฌิมาปฏิปทา เส้นทางสู่ความหลุดพ้น      การช่วยเหลือตนเองและสรรพสัตว์ ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน จะต้องอาศัยกำลังบุญกำลังบารมีที่มาก ทั้งบารมีแบบธรรมดา จนกระทั่งถึงขั้นอุปบารมีและปรมัตถบารมี ต้องสร้างบุญบารมีกันชนิดที่เรียกว่า เป็นบุญนับอสงไขยไม่ถ้วน จึงจะช่วยเหลือตนเองและสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ได้ เหมือนอย่างเราสงสารเพื่อนมนุษย์ อยากช่วยเหลือเขาไม่ให้เดือดร้อน ถ้ามีทรัพย์สมบัติมากก็ช่วยเหลือได้เต็มที่ ทำให้รอดพ้นจากความอดอยากยากจน ได้รับความสุขความสะดวกสบายในชีวิต      ดังนั้นถ้ามีบุญมากจะทำอะไรต่างๆ ก็ง่าย เราจึงต้องสั่งสมบุญกันให้ได้มากที่สุด และต้องทำกันไปเป็นทีมใหญ่ ทำกันไปจนกว่าบารมีของเราจะเต็มเปี่ยม คือ ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน และไปสู่จุดหมายปลายทาง คือ ที่สุดแห่งธรรมพร้อมๆ กัน * พระสารีบุตรเถระได้กล่าวธรรมภาษิตไว้ใน ธรรมทายาทสูตร ว่า      “กตมา จ สา อาวุโส มชฺฌิมา ปฏิปทา จกฺขุกรณี ญาณกรณี อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ ฯ อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค เสยฺยถีทํ สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป สมฺมาวาจา …

มัชฌิมาปฏิปทา เส้นทางสู่ความหลุดพ้น Read More »

วิชชาในพระพุทธศาสนา

วิชชาในพระพุทธศาสนา      การดำเนินชีวิตของสัตว์โลกทั้งหลายในสังสารวัฏ เป็นไปตามกระแสของบุญและบาป เหมือนหุ่นที่ถูกบังคับบัญชาให้ไปตามกระแสของธรรมทั้ง ๓ ฝ่าย คือ กุสลาธมฺมา อกุสลาธมฺมา และอพฺยากตาธมฺมา      ช่วงใดที่กุศลธรรมเข้ามาในใจ สรรพสัตว์ซึ่งเป็นเหมือนหุ่นเชิด จะคิดดี พูดดี ทำดี เป็นผลให้เกิดผลผลิตของความดีงาม ทำให้โลกเกิดสันติสุข แต่ถ้าช่วงไหนกระแสบาปแรงอกุศลกล้า หุ่นเชิดตัวนี้จะถูกบังคับให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ทำให้โลกวุ่นวาย ร้อนไปด้วยไฟกิเลส คือ ราคะ โทสะ โมหะ      ถ้าหากอัพยากตาครอบงำบังคับบัญชาก็จะรู้สึกเฉยๆ แต่เมื่อเรามีสติปัญญารู้เท่าทันธรรมทั้ง ๓ แล้ว ย่อมสามารถฝึกฝนบังคับจิตใจให้ดำเนินไปตามกระแสแห่งกุศลธรรมได้ ความดีจะคอยกีดกันไม่ให้กระแสแห่งความไม่ดีเข้ามาในใจ ซึ่งวิธีที่จะให้ความดีเข้ามาอยู่ในใจที่ดีและง่ายที่สุด ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่งด้วยการเจริญภาวนา พระโกฎฐิตเถระได้กล่าวธรรมภาษิตไว้บทหนึ่งว่า      “การที่เราได้มาอยู่ในสำนักของพระพุทธจ้าของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำเสร็จแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔  วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ …

วิชชาในพระพุทธศาสนา Read More »

รัตนชาติและพระรัตนตรัย

รัตนชาติและพระรัตนตรัย      พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นหลักของพระพุทธศาสนา ได้เข้าถึงพระรัตนตรัยจะได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาได้เข้าถึงพระรัตนตรัย และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หมดสิ้นกิเลสอาสวะ มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆ ท่านจึงเป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ ผู้มีจิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ผลบุญอันเลิศย่อมบังเกิดขึ้นกับบุคคลนั้น และบุญนั้นยังตามส่งผลข้ามภพข้ามชาติ ไปจนถึงที่สุดแห่งธรรม        การทำสมาธิภาวนาด้วยการเจริญพุทธานุสติ มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ จึงมีอานิสงส์ใหญ่ ควรอย่างยิ่งที่พวกเราทั้งหลายจะต้องฝึกฝนใจ ให้หยุดนิ่งให้เข้าถึงพระรัตนตรัย แล้วบุญใหญ่ก็จะบังเกิดขึ้นกับเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปหาราทสูตร ว่า      “ดูก่อนปหาราทะ มหาสมุทรมีรัตนะมากมายหลายชนิด รัตนะในมหาสมุทรนั้น คือแก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์ สังข์ ศิลา แก้วประพาฬ เงิน ทอง ทับทิม มรกต ฉันใดก็ฉันนั้น  ดูก่อนปหาราทะ ธรรมวินัยนี้ก็มีรัตนะมากมายหลายชนิดเหมือนกัน รัตนะในธรรมวินัย คือ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ …

รัตนชาติและพระรัตนตรัย Read More »

อริยมรรค หนทางสู่ความหลุดพ้น

อริยมรรค หนทางสู่ความหลุดพ้น      การผจญภัยใดๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยภัยอันตรายนานัปการ เมื่อเทียบกับความทุกข์ทรมานในสังสารวัฏแล้ว ก็เหมือนกับเอาก้อนกรวดเล็กๆ ไปเปรียบเทียบกับเขาพระสุเมรุ เพราะการเดินทางไกลในสังสารวัฏมีภัยรอบด้าน และต้องพบกับความไม่แน่นอนของชีวิต จะหาผู้ที่เวียนวนอยู่ในสุคติโลกสวรรค์ พอถึงเวลาก็ลงมาเกิด เพื่อสร้างความดีบนโลกมนุษย์อย่างเดียวนั้น เป็นสิ่งที่หาได้ยากอย่างยิ่ง      ดังนั้น การให้ความปลอดภัยแก่ตัวเอง ในการเวียนว่ายตายเกิดนี้ ต้องรู้จักประคับประคองตนให้ตั้งมั่น อยู่บนเส้นทางแห่งอริยมรรค ซึ่งเป็นหนทางที่พระอริยเจ้าท่านดำเนินไป เราจะได้ไม่หลงทาง ไม่รู้สึกเคว้งคว้างเปล่าเปลี่ยว เพราะเส้นทางนี้เป็นทางที่ปลอดภัยและมีความสุขใจที่สุด วิธีการดำเนินบนเส้นทางนี้ คือ การทำใจของเราให้หยุดนิ่ง ฝึกฝนใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์เป็นประจำสม่ำเสมอ ดำเนินจิตเข้าไปสู่หนทางสายกลางภายใน แล้วเราจะได้พบกับที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ พระรัตนตรัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ว่า “มทนิมฺมทนํ โสกนุทํ    สํสารปริโมจนํ      สพฺพทุกฺขกฺขยํ มคฺคํ    สกฺกจฺจํ ปฏิปชฺชถ      ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามทางที่สร่างความมัวเมา บรรเทาความเศร้าโศก เปลื้องตนให้หลุดพ้นจากสงสาร ซึ่งเป็นที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ทั้งปวง โดยความเคารพเถิด”      * พระบรมศาสดาของเรา เมื่อทรงค้นพบอริยมรรค ซึ่งเป็นเส้นทางสายกลาง …

อริยมรรค หนทางสู่ความหลุดพ้น Read More »

ที่พึ่งที่แท้จริง

ที่พึ่งที่แท้จริง พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ สิ่งนี้เท่านั้น เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย ในยามที่มีทุกข์ก็สามารถพึ่งท่านได้ จักช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ได้ เมื่อมีสุขแล้ว ถ้าระลึกถึงรัตนะทั้งสามนี้ ก็เพิ่มเติมความสุขได้ เพราะพระรัตนตรัยเป็นแหล่งรวมแห่งความสุข ความเบิกบานใจ ซึ่งมีอยู่ภายในตัวของเราทุกๆ คน หากทุกคนในโลกเข้าถึงสรณะอันสูงสุดนี้ได้เมื่อใด ความทุกข์ทั้งหลายจะดับไปเมื่อนั้น จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง เป็นบรมสุขคือสุขอย่างยิ่ง เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย เนื่องจากชีวิตของเราทุกคนที่เกิดมา ล้วนเกิดมาเพื่อแสวงหาความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้ใจของเราปลอดโปร่ง ว่างเปล่าจากเครื่องกังวล ด้วยการแนะนำไม่ให้ไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นสิ่งของ จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ทรงสอนว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นทุกข์ และก็ไม่ใช่ของเรา เพราะว่าบังคับบัญชาไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ คิดอย่างนี้แล้วใจจะได้คลายจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนี้ พอคลายแล้วจะได้อะไร เมื่อคลายแล้วมันก็หลุด เมื่อหลุดพ้น จิตก็บริสุทธิ์ เมื่อบริสุทธิ์จิตก็หยุดนิ่ง ใจหยุดนิ่งทีเดียว หยุดนิ่งกลับไปสู่ที่ตั้งเดิมในปริมณฑลของใจ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้ เป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริง เป็นนิจจัง เป็นสุขขัง เป็นอัตตา คงที่ …

ที่พึ่งที่แท้จริง Read More »