ธรรมะเพื่อประชาชน

ภัทรกัป (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัป มีถึง ๕ พระองค์)

ภัทรกัป (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัป มีถึง ๕ พระองค์) การนั่งสมาธิเจริญภาวนา เป็นสิ่งสำคัญที่สุดทั้งต่อตัวของเราเอง และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นหนทางอันประเสริฐที่จะทำให้เราได้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกๆ คนในโลก เพียงแต่ไม่รู้วิธีการที่จะปฏิบัติให้เข้าถึง ถ้าหากว่าปฏิบัติให้ถูกวิธี จะสามารถเข้าถึงได้ทุกคน ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ เพราะพระรัตนตรัยหรือพระธรรมกาย เป็นกายแห่งการตรัสรู้ธรรมของทุกๆ คน เป็นกายอมตะรอคอยทุกๆ คนที่มีใจหยุดนิ่งดีแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหล่าพระอรหันต์ผู้รู้ทั้งหลาย ต่างเข้าถึงกายธรรมอรหัตด้วยการทำใจหยุดนิ่ง ทำให้ท่านปลดเปลื้องทุกข์ทั้งมวลได้ เสวยเอกันตบรมสุขล้วนๆ อย่างเดียว ฉะนั้น การทำใจหยุดนิ่งตามหลักพุทธวิธี จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต ได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกันทุกคน มีวาระพระบาลี ที่ท่านให้เราได้สวดสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “วิปสฺสิสฺส นมตฺถุ จกฺขุมนฺตสฺส สิรีมโต สิขิสฺสปิ นมตฺถุ สพฺพภูตานุกมฺปิโน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้มีพระจักษุ มีพระสิริ พระสิขีพุทธเจ้า ผู้ทรงอนุเคราะห์แก่สัตว์ทั่วหน้า ขอนอบน้อมแด่พระเวสสภูพุทธเจ้า ผู้ทรงชำระกิเลส มีความเพียร พระกกุสันธพุทธเจ้า ผู้ทรงย่ำยีมารและเสนามาร พระโกนาคมนพุทธเจ้า ผู้มีบาปอันลอยแล้ว …

ภัทรกัป (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัป มีถึง ๕ พระองค์) Read More »

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร)

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าสังคม พบปะผู้คน มีการปฏิสันถาร การทำงานร่วมกัน ฉะนั้น การทำงาน การอยู่ร่วมกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจกัน ตราบใดที่ยังไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว จิตใจก็จะหวั่นไหวเอียงเอน ชีวิตย่อมไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกัน และการที่จะมีความเข้าใจตรงกันได้นั้น ต้องออกมาจากแหล่งเดียว คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อออกมาจากที่ตรงนี้ จะทำให้ความรู้ความเห็นเท่าเทียมทันกัน ชีวิตของการอยู่ร่วมกัน จึงจะเป็นชีวิตที่มีความสุข บริสุทธิ์บริบูรณ์จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อสุรสูตร จตุกกนิบาต ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลในโลก มี ๔ จำพวก คือบุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับอสูรเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นอสูรเป็นบริวาร และบุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมครูของพวกเรา ทรงสั่งสอนสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้รู้จักจำแนกแยกแยะถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เข้ามามีส่วนในชีวิตของเรา เพราะหากผู้นำหรือผู้เป็นหัวหน้าเป็นคนดีจริง มีศีลธรรม ไว้วางใจได้ แต่บริวารรอบข้างกลับไม่เหมือนหัวหน้า …

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) Read More »

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๑) (สมบัติของพระจักรพรรดินามว่าสุทัสสะ)

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๑) (สมบัติของพระจักรพรรดินามว่าสุทัสสะ) การเกิดและการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ทุกคน ล้วนเกี่ยวข้องกับบุญทั้งนั้น แต่น้อยคนนักที่เข้าใจเรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่ความรู้ความเห็นยังไม่สมบูรณ์ จึงปล่อยชีวิตให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า สนุกสนานเพลิดเพลินกันไปวันๆ โดยไม่ได้สั่งสมบุญบารมีให้กับตัวเอง เช่นนี้ชื่อว่าเป็นผู้ประมาท ส่วนผู้รู้ที่ประกอบด้วยดวงปัญญาบริสุทธิ์ ทุกลมหายใจจะเป็นไปเพื่อการสร้างบารมีเพียงอย่างเดียว ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าด้วยการฝึกฝน ทำใจให้หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นประจำสม่ำเสมอ การทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความไม่ประมาท เพราะเป็นการนำใจเข้าไปสู่แหล่งแห่งความบริสุทธิ์ภายใน ชีวิตของเราย่อมจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และความสำเร็จอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นิธิกัณฑสูตร ความว่า “ปเทสรชฺชํ อิสฺสริยํ จกฺกวตฺติสุขํ ปิยํ เทวรชฺชมฺปิ ทิพฺเพสุ สพฺพเมเตน ลพฺภติ ความเป็นพระราชาประเทศราช ความเป็นใหญ่ สุขของพระเจ้าจักรพรรดิที่น่าปรารถนา แม้ความเป็นราชาแห่งเทวดาในทิพยวิมาน อิฐผลทั้งหมดนั้นอันเทวดาและมนุษย์ ย่อมได้ด้วยขุมทรัพย์คือบุญนี้” บุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุข และความสำเร็จทั้งหมด เป็นเครื่องสนับสนุนให้เราเจริญรุ่งเรือง หากใครมีบุญมาก ความสุขความสำเร็จก็มีมาก เราเคยได้ยินอานุภาพแห่งบุญของพระเจ้าจักรพรรดิกันมาบ้างแล้ว พระองค์เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยมหาสมบัติ คือรัตนะ ๗ ประการ หลวงพ่อจะนำเรื่องราวอานุภาพแห่งบุญที่ก่อให้เกิดสมบัติจักรพรรดิมาเล่าให้พวกเราได้ศึกษากัน เพื่อจะได้เกิดความเชื่อมั่นในอานุภาพแห่งบุญยิ่งๆ ขึ้นไป เราจะได้สร้างบารมีให้เต็มที่ และประพฤติปฏิบัติธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป …

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๑) (สมบัติของพระจักรพรรดินามว่าสุทัสสะ) Read More »

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม)

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม) การตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นทางมาแห่งมหากุศล ยิ่งถ้าเรานำ ใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายภายใน เราจะเข้าถึงแหล่งแห่ง บุญกุศลที่แท้จริง เป็นท่อธารบุญที่หลั่งไหลมาจากอายตนนิพพาน ใจเราจะแช่อิ่มอยู่ในบุญ เหมือนอยู่ ในอู่แห่งทะเลบุญ โดยเฉพาะเมื่อใจอยู่กับบุญตลอดเวลา อย่างไรก็ดี การมาบังเกิดเป็นมนุษย์นั้นยาก ยิ่งนัก ใครที่เกิดมาแล้ว ตั้งใจสั่งสมบุญบารมีทุกลมหายใจ ชีวิตของผู้นั้นจะเป็นชีวิตที่มีคุณค่า เป็น ชีวิตที่มุ่งตรงไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิตที่สมบูรณ์ คือ การเข้าสู่อายตน นิพพาน มีวาระพระบาลีใน เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า “นาหํ ภิกฺขเว อญฺํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฐิ มิจฺฉาทิฏฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่พิจารณาเห็นธรรมแม้สักอย่างหนึ่งที่จะมีโทษมาก เหมือนอย่างมิจฉาทิฏฐินี้เลย ดูก่อนภิกษุทั้ง หลาย โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง” มิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิด ความเห็นที่ไม่ตรงกับ ความเป็นจริง เช่น …

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม) Read More »

มหาสติปัฏฐานสูตร (เป็นทางสายเอก เพื่อบรรลุไญยธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง)

มหาสติปัฏฐานสูตร (เป็นทางสายเอก เพื่อบรรลุไญยธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง) มนุษย์ทุกคนล้วนมีดวงธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ และมีธรรมกายอยู่ภายในตัวกันทุกคน เป็นกายอมตะที่เที่ยงแท้ถาวร เมื่อเข้าถึงแล้วจะพบกับความสุขที่เสรี สุขอย่างไม่มีประมาณ แต่ที่ยังเข้าไม่ถึงเพราะขาดกัลยาณมิตรผู้ไปจุดแสงสว่างของชีวิต ให้ได้รู้จักวิธีการดำเนินจิตเข้าสู่กลางภายใน จะไม่รู้ว่า สิ่งที่เลิศที่สุด มีอยู่ในตัวของเราเอง ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อไม่มีผู้ชี้บอก แม้สิ่งนั้นมีอยู่ก็เหมือนไม่มี เพราะยังเอาออกมาใช้ไม่ได้ เหมือนน้ำที่มีอยู่ใต้ดิน ถ้าหากไม่ขุดเจาะขึ้นมา ก็เอามาใช้ประโยชน์ไม่ได้ ความสุขภายใน แสงสว่างภายใน ดวงธรรมภายใน หรือธรรมกายภายในก็เช่นเดียวกัน จะต้องทำใจให้หยุดนิ่งอย่างเดียว จึงจะเข้าไปพบธรรมต่างๆ เหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นการฝึกใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นวิธีการที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้เราได้บรรลุธรรมาภิสมัย ได้เข้าถึงพระธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาสติปัฏฐานสูตร * ความว่า “เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย …

มหาสติปัฏฐานสูตร (เป็นทางสายเอก เพื่อบรรลุไญยธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง) Read More »

สันติภาพโลกเป็นจริงได้ (ชนสันธกุมาร พระราชาผู้นำต้นแบบชาวโลก)

สันติภาพโลกเป็นจริงได้ (ชนสันธกุมาร พระราชาผู้นำต้นแบบชาวโลก) เราได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้ว พึงทำกิจในทางพระพุทธศาสนา ด้วยการทำความดี หมั่นให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า จะละโลกนี้ไปเมื่อใด สังขารร่างกายของเรา ถูกเผาผลาญด้วยไฟคือความแก่ ความเจ็บ และความตายอยู่ทุกวัน ไม่มีใครที่จะหลีกหนีกฎของไตรลักษณ์ได้ ทุกชีวิตต่างต้องเสื่อมสลายบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทในชีวิต ให้เร่งสั่งสมความดี และฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ที่ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตของเราปลอดภัย แม้เวลาจะจากโลกนี้ไปก็มีความองอาจ และไปอย่างผู้มีชัยชนะ สมกับผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า “อปฺปมาทรตา โหถ สจิตฺตมนุรกฺขถ ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร ท่านทั้งหลายจงยินดีในความไม่ประมาท จงตามคุ้มครองจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่ม ถอนขึ้นจากหล่มได้ฉะนั้น” โลกคือหมู่สัตว์นี้ ส่วนมากยังติดอยู่ในหล่มคือกิเลสอาสวะ สำหรับผู้ไม่ได้ฝึกใจให้สะอาดบริสุทธิ์เป็นประจำแต่ละวันยิ่งดูเหมือนว่า จะยิ่งติดหล่มลึกลงไปทุกที พระพุทธองค์ทรงแนะวิธีการถอนตัวขึ้นจากหล่มไว้ว่า จะต้องไม่ประมาท ให้หมั่นพิจารณาให้เห็นถึงทุกข์ และโทษของความประมาทว่าเป็นภัยสำหรับชีวิต เป็นประดุจตอในวัฏฏะที่จะมาขวางเส้นทางการทำความดีของเรา แล้วให้ตามรักษาจิตดวงนี้ รักษาไว้ให้อยู่ในต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ …

สันติภาพโลกเป็นจริงได้ (ชนสันธกุมาร พระราชาผู้นำต้นแบบชาวโลก) Read More »

เพื่อนพ้องพี่น้องกัน (วาเสฏฐะ และ ภารทวาชะบุตรของตระกูลพราหมณ์)

เพื่อนพ้องพี่น้องกัน (เรื่อง วาเสฏฐะ และ ภารทวาชะบุตรของตระกูลพราหมณ์) ธรรมดาของสรรพสัตว์ และสรรพสิ่งทั้งหลาย ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย แม้แต่โลกใบนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เริ่มจากบรรยากาศที่เคยสะอาดบริสุทธิ์ ผู้คนมีอายุยืนเป็นหมื่นๆ ปี แต่การกระทำของมนุษย์ทำให้สัตว์โลก อากาสโลก สังขารโลกเริ่มไม่บริสุทธิ์ ทำให้อายุเริ่มถดถอยลงไป เหลือเพียงไม่กี่สิบปี เกิดมาก็มุ่งหน้าไปสู่ความเสื่อมสลาย เข้าสู่ปากพญามัจจุราช ผู้ฉลาดจึงไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิต ควรมองให้เห็นโทษของความเสื่อมนั้น จะได้คลายจากความยึดมั่นถือมั่นในโลกทั้งปวง แล้วมุ่งแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย จริยาปิฎก ว่า “วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา อวิวาทญฺจ เขมโต สมคฺคา สขิลา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี ท่านทั้งหลายจงเห็นการทะเลาะวิวาทกันว่า เป็นเหตุแห่งภัย และเห็นการไม่วิวาทกันว่า เป็นความเกษมสำราญแล้ว พึงเป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด นี้เป็นพระพุทธานุสาสนี” การทะเลาะวิวาทนำมาซึ่งความแตกแยก ทำให้เกิดความห่างเหิน จะแสวงหาความรักความเมตตาจากคนที่ทะเลาะกันไม่ได้เลย มีภัยต่างๆ มากมายที่เกิดจากการทะเลาะกัน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มีการมองต่างมุม เมื่อมองคนละมุม ย่อมเห็นไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างคิดว่าวิธีการของตนเองดีที่สุด แม้เพียงสังเกตจากรูปร่างหน้าตา …

เพื่อนพ้องพี่น้องกัน (วาเสฏฐะ และ ภารทวาชะบุตรของตระกูลพราหมณ์) Read More »

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง)

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง) ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก วันคืนล่วงไปๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี กาลเวลาได้กลืนกินอายุของเราให้เหลือน้อยลงไปทุกที บุคคลใดดำรงชีวิตอยู่ด้วยความประมาท ไม่สั่งสมบุญ ไม่ให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา แม้ยังมีชีวิตอยู่ มีร่างกายที่แข็งแรง ก็ได้ชื่อว่าเหมือนคนที่ตายแล้ว เพราะเขากำลังเดินสวนทางกับกระแสแห่งความดี กาลเวลาที่ผ่านไปจึงกลืนกินทั้งชีวิต และคุณธรรมของบุคคลนั้น ชีวิตก็จะไม่ต่างอะไรกับสวะลอยน้ำที่ล่องลอยไป หาจุดหมายปลายทางไม่ได้ ส่วนชีวิตของผู้ที่ประพฤติธรรมจนได้เข้าถึงพระรัตนตรัย ชื่อว่าเป็นชีวิตที่ประเสริฐ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ คนพาลมีปัญญาทราม กระทำกรรมชั่วอยู่ ก็ไม่รู้สึกว่าได้ทำความชั่ว แต่เขาย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้ ฉะนั้น” ปัจจุบันนี้ โลกของเรากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติหลายๆ อย่าง รวมทั้งมหันตภัยทางธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น เช่น ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล บางแห่งประสบอุทกภัย แผ่นดินไหว …

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง) Read More »

คุณคือคนสำคัญ (เศรษฐีในอดีตสร้างมหาเจดีย์บูชาพระกัสสปพุทธเจ้า)

คุณคือคนสำคัญ (เรื่อง การสร้างมหาเจดีย์บูชาพระกัสสปพุทธเจ้าของเศรษฐี) ความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่า สันติสุขที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบว่า การจะให้สันติสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นนั้น มนุษย์ทุกคนจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงสันติสุขภายใน คือเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง และเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ หากได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธี จะสามารถเข้าถึงพระธรรมกายด้วยกันหมดทั้งสิ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ปุญญสูตร ความว่า “ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย อายตคฺคํ สุขุทฺรยํ ทานญฺจ สมจริยญฺจ เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาวเย เอเต ธมฺเม ภาวยิตฺวา ตโย สุขสมุทฺทเย อพฺยาปชฺชํ สุขํ โลกํ ปณฺฑิโต อุปปชฺชติ กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ พึงศึกษาบุญนั่นแล อันสูงสุดต่อไป ซึ่งมีสุขเป็นกำไร คือ พึงเจริญทาน ๑ ความประพฤติสงบ ๑ เมตตาจิต ๑ บัณฑิตครั้นเจริญธรรม …

คุณคือคนสำคัญ (เศรษฐีในอดีตสร้างมหาเจดีย์บูชาพระกัสสปพุทธเจ้า) Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๑) กำเนิดพระนาคเสนกับพระยามิลินท์

เส้นทางจอมปราชญ์ (๑) พระนาคเสนกับพระยามิลินท์ กิเลส กรรม วิบาก คือการเวียนวนของวัฏจักรชีวิต ตราบใดที่บุญบารมีของเรายังไม่เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ เราก็ต้องผจญกับกิเลส มีกรรม และวิบากเป็นผลกันต่อไป หนทางของชีวิตจะยืดยาวไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร หากเกิดมาแล้วไม่มีเป้าหมาย ชีวิตก็จะยิ่งไม่ปลอดภัย ดังนั้น การมีเป้าหมายชัดเจนว่า เราเกิดมาสร้างบารมี จึงเป็นเหมือนเกราะแก้วที่ป้องกันภัยให้กับเรา เมื่อเรามีคำนี้อยู่ในใจตลอดเวลา วิกฤติทุกอย่างที่เกิดขึ้น จะเป็นโอกาสแห่งการสร้างบารมี ทุกลมหายใจเข้าออกของเราจะมีคุณค่า วันเวลาที่ผ่านไปจะมีแต่บุญกุศล เราจะมีความสุขสมหวังในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นิธิกัณฑสูตร ความว่า “เอส เทวมนุสฺสานํ สพฺพกามทโท นิธิ ยํ ยํ เทวาภิปฏฺฺเฐนฺติ สพฺพเมเตน ลพฺภติฯ ขุมทรัพย์คือบุญนั้น สามารถให้สมบัติที่น่าใคร่ทุกอย่างได้ มนุษย์และเทวดาทั้งหลายปรารถนาผลใด ผลทั้งปวงย่อมได้ด้วยบุญนิธินั้น” อานุภาพของบุญนั้นไม่มีประมาณ สิ่งที่ปุถุชนคนธรรมดาคิดว่าเป็นสิ่งที่เหลือวิสัย แต่สำหรับผู้มีบุญแล้วในใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า เป็นไปได้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าบุญเรามากพอ และใจเราต้องการให้เป็นอย่างนั้น เหมือนพระบรมโพธิสัตว์ในอดีต ที่ท่านดำรงมั่นอยู่ในการสั่งสมคุณงามความดี ทำให้พลิกผันชีวิตจากปุถุชนคนธรรมดา มาเป็นพระบรมศาสดาของเราได้ …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๑) กำเนิดพระนาคเสนกับพระยามิลินท์ Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๒) พระโรหณเถระบิณฑบาตที่บ้านของพราหมณ์ทุกวัน เป็นเวลา ๗ ปี ๑๐ เดือน)

เส้นทางจอมปราชญ์ (๒) พระโรหณเถระบิณฑบาตที่บ้านของพราหมณ์ทุกวัน เป็นเวลา ๗ ปี ๑๐ เดือน ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายที่ยังมีกิเลสอาสวะ ดวงจิตถูกห่อหุ้มด้วยอวิชชา บดบังดวงปัญญาไม่ให้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต เรื่องราวในสังสารวัฏจึงเป็นความลับที่มืดมนมายาวนาน ไม่มีใครรู้เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย คนเราทุกคนเกิดมาแล้วมีหน้าที่ คือต้องแสวงหาความหลุดพ้นมุ่งไปอายตนนิพพานด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นการกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจึงเป็นวัตถุประสงค์ของชีวิต จะกำจัดกิเลสอาสวะได้ ต้องเข้าถึงพระธรรมกาย แล้วใช้กายธรรมที่ละเอียดที่สุดกำจัดต้นเหตุหรือมูลรากของกิเลส แต่กว่าจะเข้าไปถึงจุดนั้น เราจะต้องทำใจของเราให้หยุดนิ่งบริสุทธิ์ผ่องใส หยุดในหยุดกันตลอดไปบนเส้นทางสายกลาง เส้นทางของพระอริยเจ้าทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ว่า “สฺวากฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย จ สมาทเปติ ยญฺจ สมาทเปติ โย จ สมาทปิโต ตถตฺตาย ปฏิปชฺชติ สพฺเพ เต พหุ ํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ สฺวากฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺส ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๒) พระโรหณเถระบิณฑบาตที่บ้านของพราหมณ์ทุกวัน เป็นเวลา ๗ ปี ๑๐ เดือน) Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๓) นาคเสนกุมาร ออกบวช

เส้นทางจอมปราชญ์ (๓) นาคเสนกุมาร ออกบวช นักปราชญ์ที่แท้จริงในทางพระพุทธศาสนานั้น จะต้องเป็นผู้สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วย ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ ผู้ใดสมบูรณ์ด้วย ๓ ป.เช่นนี้ จึงจะเป็นหลักเป็นที่พึ่งให้แก่มหาชน เส้นทางของจอมปราชญ์ทั้งหลาย จึงต้องผ่านการเคี่ยวกรำในทุกๆ เรื่อง ทั้งด้านการสร้างบารมี การฝึกฝนอบรมตัวเอง บุญในอดีต และการกระทำในปัจจุบัน จะผลักดันให้ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ โดยเฉพาะการทำใจให้หยุดนิ่ง หมั่นเจริญภาวนา เห็นคุณค่าของปริยัติแล้วไม่ทอดทิ้งปฏิบัติ หมั่นทำใจหยุดนิ่งอย่างสมํ่าเสมอ จนเข้าถึงผู้รู้แจ้งเห็นแจ้งภายใน เมื่อนั้นจะทำให้ความเป็นปราชญ์สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า “นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา ความรักเสมอด้วยตนไม่มี ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ฝนเท่านั้นเป็นสระอันยอดเยี่ยม” แสงสว่างในโลกมีมากมาย ต่างมีประโยชน์ในตัวเองทั้งสิ้น แสงจากหลอดไฟยังมีเวลาเปิดปิด พระอาทิตย์ยังมีเวลาอัสดง พระจันทร์ยังมีวันข้างขึ้นข้างแรม แสงสว่างในโลกนี้จึงเป็นความสว่างที่ไม่มั่นคง เมื่อไม่มั่นคงก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจกับผู้ที่ใช้ประโยชน์จากแสงเช่นนั้น …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๓) นาคเสนกุมาร ออกบวช Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๔) พระยามิลินท์พบพระนาคเสนครั้งแรก

เส้นทางจอมปราชญ์ (๔) พระยามิลินท์พบพระนาคเสนครั้งแรก การเกิดมาในสังสารวัฏของมนุษย์ทุกๆ คน เปรียบเหมือนการเดินทางไกลที่ทุรกันดาร และเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามคือราคะ โทสะ โมหะ ทำให้เราไม่รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งที่ควรรู้ควรเห็น การดำรงอยู่เช่นนั้นเป็นการยากที่จะทำให้เราอยู่อย่างเป็นสุข และปลอดภัยจากภัยทุกชนิดในวัฏสงสาร ความไม่ประมาทจึงเป็นเหมือนเกราะแก้ว คุ้มครองเราให้ดำเนินอยู่บนหนทางแห่งความถูกต้องดีงาม และการมีใจที่ฝึกฝนอบรมจนกระทั่งใสบริสุทธิ์หยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์นั้นแหละ จึงจะทำให้ชีวิตไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย และมีชัยชนะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ การได้ฟังพระสัทธรรมนั้นเป็นการยาก” ไม่ใช่ง่ายเลยที่ธรรมะอันบริสุทธิ์อันเป็นแสงสว่างของโลกมาบังเกิดขึ้น เพราะกว่าจะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้นได้สักหนึ่งพระองค์นั้น พระโพธิสัตว์แต่ละพระองค์ต้องสั่งสมบารมีกันอย่างยิ่งยวด เกิดแล้วเกิดอีกนับภพนับชาติไม่ถ้วน เป็นเวลาอย่างน้อยก็ ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัป จึงจะมีผู้แสดงธรรมบังเกิดขึ้นในโลกสักคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเวลายาวนานมาก การที่เราจะได้ฟังพระสัทธรรมจึงเป็นการยาก ดังนั้น เมื่อเราเป็นผู้มีโชคแล้ว ก็รักษาความเป็นผู้มีโชคนี้ไว้ให้ดี ให้หมั่นฟังธรรมและประพฤติปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม * ต่อจากครั้งที่แล้ว หลังจากที่พระนาคเสนออกบวช และร่ำเรียนจนกระทั่งแตกฉานในปริยัติธรรมแล้ว แต่การปฏิบัติยังไม่สมบูรณ์พร้อมที่จะนำไปสู่ปฏิเวธ พระอาจารย์สมัยก่อนท่านให้ความสำคัญกับปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธมาก เพราะจะทำให้ผู้นั้นเป็นที่พึ่งของมหาชน และยังเป็นที่พึ่งให้กับตัวเองอีกด้วย เมื่อพระธรรมรักขิตเถระเห็นนาคเสนภิกษุเรียนจบแล้ว จึงเอ่ยเตือนว่า “ท่านนาคเสน ตัวท่านเป็นเหมือนคนเลี้ยงโค แต่ไม่รู้จักรสของนมโคเลย แม้ท่านจะแตกฉานในพระไตรปิฎกสักแค่ไหน แต่ไม่รู้รสแห่งธรรมอันเกิดจากการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๔) พระยามิลินท์พบพระนาคเสนครั้งแรก Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๕) พระยามิลินท์เริ่มตรัสถามปัญหาพระนาคเสน

เส้นทางจอมปราชญ์ (๕) พระยามิลินท์ถามปัญหาพระนาคเสนครั้งแรก พุทธศาสน์เป็นศาสตร์แห่งความรู้แจ้งเห็นจริง มนุษย์ทั้งหลายางก็ตกอยู่ในความไม่รู้จริง ถูกอวิชชาห่อหุ้มดวงปัญญาไว้ ทำให้ไม่รู้ว่า ชีวิตเกิดมาทำไม มีอะไรเป็นเป้าหมายของชีวิต จึงปล่อยชีวิตผ่านไปวันๆ โดยไร้จุดหมายปลายทาง แต่ถ้าหากได้ศึกษาความรู้ที่มีอยู่ในพระพุทธศาสนา ศึกษาพุทธพจน์อันเป็นอมตวาจา ความรู้แจ้งเห็นจริงนั้นจะค่อยๆ ปรากฏเกิดขึ้นเป็นแสงสว่างในดวงจิตท่ามกลางความมืดมิด คอยส่องนำทางให้ผู้นั้นดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ถ้าได้ทำใจให้สงบหยุดนิ่งจนกระทั่งถึงในระดับเป็นภาวนามยปัญญา คือปัญญาที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา กระทั่งเข้าถึงธรรมกาย ก็นับได้ว่าเข้าถึงแหล่งแห่งปัญญาบริสุทธิ์ที่สมบูรณ์ ผู้ที่จะมีจิตใจผ่องใสมีปัญญาบริสุทธิ์เช่นนี้ได้ ต้องสั่งสมความรู้ในพระพุทธศาสนาเท่านั้น การเกิดมาในชาตินี้ของผู้นั้น จะเป็นการเกิดที่คุ้มค่าอย่างแท้จริง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน อาฬวกสูตร ว่า “สทฺทหาโน อรหตํ ธมฺมํ นิพฺพานปตฺติยา สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ ปฏิรูปการี ธุรวา อุฏฺฐาตา วินฺทเต ธนํ สจฺเจน กิตฺตึ ปปฺโปติ ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ ฯ ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา สทฺธสฺส ฆรเมสิโน สจฺจํ ธมฺโม …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๕) พระยามิลินท์เริ่มตรัสถามปัญหาพระนาคเสน Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๖) ปุจฉา-วิสัชนา พระพุทธเจ้า

เส้นทางจอมปราชญ์ (๖) การบูชาบุคคลที่ควรบูชา เป็นมงคลอันสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา บุคคลที่ควรบูชานั้นได้แก่บิดามารดา ครูบาอาจารย์เป็นต้น ท่านเหล่านั้นจัดเป็นปูชนียบุคคล จนกระทั่งถึงบุคคลผู้ควรบูชาอย่างสูงสุด ก็คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอริยสาวก ท่านเหล่านั้นเป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก การที่เราบูชาท่านตั้งแต่บูชาด้วยอามิส จตุปัจจัยไทยธรรม และดอกไม้ธูปเทียน ของหอมต่างๆ ตลอดจนการบูชาด้วยการปฏิบัติ คือลงมือปฏิบัติตามคำสอนของท่านอย่างเคร่งครัด เป็นสุดยอดของการบูชาที่พระบรมศาสดาทรงสรรเสริญ เพราะเป็นทางมาแห่งความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน วิมานวัตถุ ว่า “ติฏฺฐนฺเต นิพฺพุเต วาปิ สเม จิตฺเต สมํ ผลํ เจโตปณิธิเหตู หิ สตฺตา คจฺฉนฺติ สุคฺคตึ พหุนฺนํ วต อตฺถาย อุปฺปชฺชนฺติ ตถาคตา ยตฺถ การํ กริตฺวาน สคฺคํ คจฺฉนฺติ ทายกา เมื่อพระตถาคตจะยังทรงพระชนม์อยู่ หรือเสด็จปรินิพพานไปแล้วก็ตาม เมื่อจิตสม่ำเสมอ ผลก็ย่อมสม่ำเสมอ เพราะเหตุที่ตั้งจิตไว้ชอบธรรม สัตว์ทั้งหลายย่อมไปสู่สุคติ ทายกทั้งหลายได้กระทำสักการบูชาในพระตถาคตเหล่าใดไว้แล้วย่อมไปสู่สวรรค์ พระตถาคตเหล่านั้นย่อมเสด็จอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ชนเป็นอันมากหนอ” ผู้ที่บูชาพระรัตนตรัยด้วยจิตใจที่ผ่องใส …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๖) ปุจฉา-วิสัชนา พระพุทธเจ้า Read More »