ธรรมะเพื่อประชาชน

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง)

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง) ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก วันคืนล่วงไปๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี กาลเวลาได้กลืนกินอายุของเราให้เหลือน้อยลงไปทุกที บุคคลใดดำรงชีวิตอยู่ด้วยความประมาท ไม่สั่งสมบุญ ไม่ให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา แม้ยังมีชีวิตอยู่ มีร่างกายที่แข็งแรง ก็ได้ชื่อว่าเหมือนคนที่ตายแล้ว เพราะเขากำลังเดินสวนทางกับกระแสแห่งความดี กาลเวลาที่ผ่านไปจึงกลืนกินทั้งชีวิต และคุณธรรมของบุคคลนั้น ชีวิตก็จะไม่ต่างอะไรกับสวะลอยน้ำที่ล่องลอยไป หาจุดหมายปลายทางไม่ได้ ส่วนชีวิตของผู้ที่ประพฤติธรรมจนได้เข้าถึงพระรัตนตรัย ชื่อว่าเป็นชีวิตที่ประเสริฐ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ คนพาลมีปัญญาทราม กระทำกรรมชั่วอยู่ ก็ไม่รู้สึกว่าได้ทำความชั่ว แต่เขาย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้ ฉะนั้น” ปัจจุบันนี้ โลกของเรากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติหลายๆ อย่าง รวมทั้งมหันตภัยทางธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น เช่น ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล บางแห่งประสบอุทกภัย แผ่นดินไหว …

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง) Read More »

คุณคือคนสำคัญ (เศรษฐีในอดีตสร้างมหาเจดีย์บูชาพระกัสสปพุทธเจ้า)

คุณคือคนสำคัญ (เรื่อง การสร้างมหาเจดีย์บูชาพระกัสสปพุทธเจ้าของเศรษฐี) ความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่า สันติสุขที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบว่า การจะให้สันติสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นนั้น มนุษย์ทุกคนจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงสันติสุขภายใน คือเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง และเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ หากได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธี จะสามารถเข้าถึงพระธรรมกายด้วยกันหมดทั้งสิ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ปุญญสูตร ความว่า “ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย อายตคฺคํ สุขุทฺรยํ ทานญฺจ สมจริยญฺจ เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาวเย เอเต ธมฺเม ภาวยิตฺวา ตโย สุขสมุทฺทเย อพฺยาปชฺชํ สุขํ โลกํ ปณฺฑิโต อุปปชฺชติ กุลบุตรผู้ใคร่ประโยชน์ พึงศึกษาบุญนั่นแล อันสูงสุดต่อไป ซึ่งมีสุขเป็นกำไร คือ พึงเจริญทาน ๑ ความประพฤติสงบ ๑ เมตตาจิต ๑ บัณฑิตครั้นเจริญธรรม …

คุณคือคนสำคัญ (เศรษฐีในอดีตสร้างมหาเจดีย์บูชาพระกัสสปพุทธเจ้า) Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๑) กำเนิดพระนาคเสนกับพระยามิลินท์

เส้นทางจอมปราชญ์ (๑) พระนาคเสนกับพระยามิลินท์ กิเลส กรรม วิบาก คือการเวียนวนของวัฏจักรชีวิต ตราบใดที่บุญบารมีของเรายังไม่เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ เราก็ต้องผจญกับกิเลส มีกรรม และวิบากเป็นผลกันต่อไป หนทางของชีวิตจะยืดยาวไม่มีที่สิ้นสุด ไม่รู้เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร หากเกิดมาแล้วไม่มีเป้าหมาย ชีวิตก็จะยิ่งไม่ปลอดภัย ดังนั้น การมีเป้าหมายชัดเจนว่า เราเกิดมาสร้างบารมี จึงเป็นเหมือนเกราะแก้วที่ป้องกันภัยให้กับเรา เมื่อเรามีคำนี้อยู่ในใจตลอดเวลา วิกฤติทุกอย่างที่เกิดขึ้น จะเป็นโอกาสแห่งการสร้างบารมี ทุกลมหายใจเข้าออกของเราจะมีคุณค่า วันเวลาที่ผ่านไปจะมีแต่บุญกุศล เราจะมีความสุขสมหวังในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นิธิกัณฑสูตร ความว่า “เอส เทวมนุสฺสานํ สพฺพกามทโท นิธิ ยํ ยํ เทวาภิปฏฺฺเฐนฺติ สพฺพเมเตน ลพฺภติฯ ขุมทรัพย์คือบุญนั้น สามารถให้สมบัติที่น่าใคร่ทุกอย่างได้ มนุษย์และเทวดาทั้งหลายปรารถนาผลใด ผลทั้งปวงย่อมได้ด้วยบุญนิธินั้น” อานุภาพของบุญนั้นไม่มีประมาณ สิ่งที่ปุถุชนคนธรรมดาคิดว่าเป็นสิ่งที่เหลือวิสัย แต่สำหรับผู้มีบุญแล้วในใจคิดอยู่อย่างเดียวว่า เป็นไปได้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าบุญเรามากพอ และใจเราต้องการให้เป็นอย่างนั้น เหมือนพระบรมโพธิสัตว์ในอดีต ที่ท่านดำรงมั่นอยู่ในการสั่งสมคุณงามความดี ทำให้พลิกผันชีวิตจากปุถุชนคนธรรมดา มาเป็นพระบรมศาสดาของเราได้ …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๑) กำเนิดพระนาคเสนกับพระยามิลินท์ Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๒) พระโรหณเถระบิณฑบาตที่บ้านของพราหมณ์ทุกวัน เป็นเวลา ๗ ปี ๑๐ เดือน)

เส้นทางจอมปราชญ์ (๒) พระโรหณเถระบิณฑบาตที่บ้านของพราหมณ์ทุกวัน เป็นเวลา ๗ ปี ๑๐ เดือน ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายที่ยังมีกิเลสอาสวะ ดวงจิตถูกห่อหุ้มด้วยอวิชชา บดบังดวงปัญญาไม่ให้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต เรื่องราวในสังสารวัฏจึงเป็นความลับที่มืดมนมายาวนาน ไม่มีใครรู้เบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย คนเราทุกคนเกิดมาแล้วมีหน้าที่ คือต้องแสวงหาความหลุดพ้นมุ่งไปอายตนนิพพานด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นการกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจึงเป็นวัตถุประสงค์ของชีวิต จะกำจัดกิเลสอาสวะได้ ต้องเข้าถึงพระธรรมกาย แล้วใช้กายธรรมที่ละเอียดที่สุดกำจัดต้นเหตุหรือมูลรากของกิเลส แต่กว่าจะเข้าไปถึงจุดนั้น เราจะต้องทำใจของเราให้หยุดนิ่งบริสุทธิ์ผ่องใส หยุดในหยุดกันตลอดไปบนเส้นทางสายกลาง เส้นทางของพระอริยเจ้าทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ว่า “สฺวากฺขาเต ภิกฺขเว ธมฺมวินเย โย จ สมาทเปติ ยญฺจ สมาทเปติ โย จ สมาทปิโต ตถตฺตาย ปฏิปชฺชติ สพฺเพ เต พหุ ํ ปุญฺญํ ปสวนฺติ ตํ กิสฺส เหตุ สฺวากฺขาตตฺตา ภิกฺขเว ธมฺมสฺส ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๒) พระโรหณเถระบิณฑบาตที่บ้านของพราหมณ์ทุกวัน เป็นเวลา ๗ ปี ๑๐ เดือน) Read More »

เส้นทางจอมปราชญ์ (๓) นาคเสนกุมาร ออกบวช

เส้นทางจอมปราชญ์ (๓) นาคเสนกุมาร ออกบวช นักปราชญ์ที่แท้จริงในทางพระพุทธศาสนานั้น จะต้องเป็นผู้สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วย ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ ผู้ใดสมบูรณ์ด้วย ๓ ป.เช่นนี้ จึงจะเป็นหลักเป็นที่พึ่งให้แก่มหาชน เส้นทางของจอมปราชญ์ทั้งหลาย จึงต้องผ่านการเคี่ยวกรำในทุกๆ เรื่อง ทั้งด้านการสร้างบารมี การฝึกฝนอบรมตัวเอง บุญในอดีต และการกระทำในปัจจุบัน จะผลักดันให้ก้าวไปถึงจุดนั้นได้ โดยเฉพาะการทำใจให้หยุดนิ่ง หมั่นเจริญภาวนา เห็นคุณค่าของปริยัติแล้วไม่ทอดทิ้งปฏิบัติ หมั่นทำใจหยุดนิ่งอย่างสมํ่าเสมอ จนเข้าถึงผู้รู้แจ้งเห็นแจ้งภายใน เมื่อนั้นจะทำให้ความเป็นปราชญ์สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า “นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา ความรักเสมอด้วยตนไม่มี ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี ฝนเท่านั้นเป็นสระอันยอดเยี่ยม” แสงสว่างในโลกมีมากมาย ต่างมีประโยชน์ในตัวเองทั้งสิ้น แสงจากหลอดไฟยังมีเวลาเปิดปิด พระอาทิตย์ยังมีเวลาอัสดง พระจันทร์ยังมีวันข้างขึ้นข้างแรม แสงสว่างในโลกนี้จึงเป็นความสว่างที่ไม่มั่นคง เมื่อไม่มั่นคงก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจกับผู้ที่ใช้ประโยชน์จากแสงเช่นนั้น …

เส้นทางจอมปราชญ์ (๓) นาคเสนกุมาร ออกบวช Read More »

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา)

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากกิเลสอาสวะ กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พวกเราทั้งหลายควรดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระพุทธองค์ โดยมุ่งทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นนั้นให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ ว่าเราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต  เพราะฉะนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายในคือพระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปฐมชนสูตร ความว่า ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ      ชีวิตถูกชรานำเข้าไปใกล้ความตาย ผู้ที่ถูกชรานำเข้าไปใกล้แล้ว ย่อมต้านทานไว้ไม่ได้ เมื่อบุคคลเล็งเห็นภัยในความตายนี้ ควรทำบุญอันจะนำความสุขมาให้”      สรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ล้วนมีความตายเป็นธรรมดา ไม่ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ยากจนหรือร่ำรวย ต่างต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตายทั้งนั้น มีเพียงบุญ และบาปเท่านั้น ที่จำแนกสัตว์ให้มีความแตกต่างกัน ความต่างกันจึงอยู่ที่การสั่งสมบุญของแต่ละคน ผู้ที่สั่งสมบุญเอาไว้มาก ชีวิตจะมีความสุข และปลอดภัยทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า …

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา) Read More »

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (นกดุเหว่ารส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกใส่บาตรพระพุทธองค์)

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (เรื่อง นกดุเหว่าเลื่อมใสในพระพุทธองค์ด้วยการส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกที่มีรสอร่อยมีกลิ่นหอมมาใส่บาตร)      พระรัตนตรัยประกอบด้วยรัตนะทั้งสาม คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างนี้ เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา และเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกของชาวโลก มนุษยชาติที่เกิดมาต่างแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดนี้ ผู้ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เห็นพระธรรมกายใสสว่างอยู่ในกลางตัว ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิต ได้บรรลุเป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิตแล้ว ท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายในตลอดเวลา ฉะนั้นการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นหน้าที่หลักของมวลมนุษยชาติ ที่จะนำพาตนเองก้าวไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น ไปสู่พระนิพพานอันเป็นบรมสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัยยิกาสูตร ความว่า                               “สพฺเพ สตฺตา มริสฺสนฺติ   มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ                                ยถากมฺมํ คมิสฺสนฺติ       ปุญฺญปาปผลูปคา                                นิรยํ ปาปกมฺมนฺตา        ปุญฺญกมฺมา จ สุคตึ                                ตสฺมา กเรยฺย กลฺยาณํ     นิจยํ สมฺปรายิกํ …

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (นกดุเหว่ารส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกใส่บาตรพระพุทธองค์) Read More »

ไม่มีอะไรสายเกินไป (เพชฌฆาตเคราแดงละจากโลกนี้แล้ว ไปบังเกิดในวิมานชั้นดุสิต)

ไม่มีอะไรสายเกินไป (เพชฌฆาตเคราแดงละจากโลกนี้แล้ว ไปบังเกิดในวิมานชั้นดุสิต)      การปฏิบัติธรรม คือ การฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน เข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ทั้งสามอย่างนี้เป็นสรณะ เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของมวลมนุษย์ชาติ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทุกคนจึงต้องตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงจุดนี้ให้ได้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริงตามพุทธประสงค์ เมื่อเราต้องการจะเข้าให้ถึงรัตนะทั้ง ๓ เราต้องเอาใจของเราที่คิดแวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องราวต่างๆทั้งหมด นำมาหยุดนิ่งอยู่ตรงฐานที่ ๗ หยุดให้ถูกส่วนทีเดียว พอถูกส่วนเข้า ไม่ช้าก็จะเห็นดวงปฐมมรรคเกิดขึ้น เป็นดวงใสบริสุทธิ์ คล้ายๆกับดวงดาวในอากาศ หรือพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน ใสยิ่งกว่าน้ำ ใสยิ่งกว่าน้ำแข็งใสๆ ใสยิ่งกว่ากระจกเงาที่ส่องหน้า ใสยิ่งกว่าเพชร เป็นความใสบริสุทธิ์ ที่ไม่มีตัวอย่างในโลก      “ปฐมมรรค” คือ จุดเบื้องต้นที่จะเข้าถึงรัตนะทั้ง ๓ เมื่อเราได้เข้าถึงจุดนี้แล้ว ก็เอาใจหยุดต่อไปอีก ให้ใจหยุดนิ่ง หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง อยู่ที่กลางดวงปฐมมรรคนี้ พอถูกส่วนเข้า ดวงปฐมมรรคจะขยายส่วนกว้างออกไปรอบตัว จะเห็นดวงธรรมดวงใหม่ ผุดเกิดขึ้นมาในกลางหยุดนิ่ง ใสกว่าเดิม สว่างกว่าเดิม ผุดขึ้นมาเป็นชั้นๆ เรียกว่าดวงศีล หยุดในกลางดวงศีล จะเห็นดวงสมาธิผุดขึ้นมาในกลางนั้น …

ไม่มีอะไรสายเกินไป (เพชฌฆาตเคราแดงละจากโลกนี้แล้ว ไปบังเกิดในวิมานชั้นดุสิต) Read More »

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล)

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล) เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ ๒ ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ในทางโลก และการศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาความรู้ทางโลก เพื่อให้เรารู้จักวิธีการแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนการศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เข้าถึงความสุขอันแท้จริงที่มีอยู่ภายใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน อิฏฐสูตร ความว่า “ชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูงและความเพลิดเพลินใจ พึงขวนขวายในความไม่ประมาทให้ยิ่งขึ้นไป” บัณฑิตทั้งหลาย สรรเสริญความไม่ประมาทในการสั่งสมบุญ เพราะผู้ไม่ประมาทย่อมยึดเอาประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือประโยชน์ในปัจจุบันนี้และประโยชน์ในสัมปรายภพ” พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ได้ตั้งความปรารถนาเพื่อจะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงพิจารณาด้วยสติปัญญาว่าควรสร้างบารมีอะไรเป็นอันดับแรก ต่างเห็นพ้องต้องกันหมดทุกพระองค์ ว่าต้องเริ่มต้นจากทานบารมี เพราะทานเป็นทางมาแห่งโภคทรัพย์ ซึ่งจะทำให้สร้างบารมีอื่นๆ เป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น * ในอดีตกาล ที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชาทรงพระนามว่า สาธินะ ปกครองแว่นแคว้นและประชาราษฎร์ในมิถิลานคร พระองค์เป็นผู้ยินดีในการบริจาคทาน และทรงพระราชทานโอวาทแก่ชาวแว่นแคว้น ให้หมั่นสั่งสมบุญด้วยการให้ทานและรักษาศีล มหาชนทั้งหลายตั้งอยู่ในโอวาท ต่างทำบุญให้ทานกันเป็นประจำ เมื่อหมดอายุขัยก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรเทพธิดาอยู่ในสุคติโลกสวรรค์กันมากมาย เมื่อเหล่าเทพในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาประชุมกัน ณ สุธรรมาเทวสภา เทวดาเหล่านั้นต่างพรรณนาถึงคุณของพระเจ้าสาธินะ เทวดาอื่นๆ …

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล) Read More »

บ้านกัลยาณมิตรพาชีวิตสว่างไสว (พระนันทกะเถระเคยสร้างสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้า)

บ้านกัลยาณมิตรพาชีวิตสว่างไสว (พระนันทกะเถระเคยสร้างสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้า)      เราเกิดมาสร้างบารมี นักสร้างบารมีต้องใช้เวลาทุกอนุวินาทีให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นแก่โลก ให้เป็นโลกแก้วศิวิไลซ์ ที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรมอำไพ ผู้รู้ทั้งหลายต่างปรารถนาที่จะให้มวลมนุษยชาติปรองดองกัน เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นครอบครัวแก้ว ครอบครัวธรรมกาย ที่ทุกดวงใจประสานกันเป็นหนึ่งเดียวกับพระธรรมกายภายใน เพราะเมื่อใจทุกดวงตั้งอยู่ในกลางธรรมกาย ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ความเป็นเครือญาติกันอย่างแท้จริงก็จะบังเกิดขึ้น มนุษย์จะมีความรักความปรารถนาดีต่อกัน แล้วสันติสุขอันไพบูลย์ที่เราปรารถนาร่วมกันก็จะเกิดขึ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน กัลยาณมิตตสูตร ความว่า       “ธรรมอย่างหนึ่งที่มีอุปการะมาก ที่เป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเป็นกัลยาณมิตร เพราะบุคคลผู้มีกัลยาณมิตร พึงหวังได้ว่า จักเจริญในอริยมรรคมีองค์ ๘ และจะกระทำให้มากในอริยมรรคนั้น ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยในการบรรลุพระนิพพาน”      ที่พระองค์ตรัสอย่างนี้ เพราะว่าการทำหน้าที่กัลยาณมิตรนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยชี้บอกหนทางสวรรค์และพระนิพพานให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้เขาได้ดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัย ไม่ผิดพลาด ไม่หลงทางพระนิพพาน  ดังนั้น ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร จึงเป็นเหมือนบุพนิมิตของการบังเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค เป็นผู้จุดประกายความสว่างแห่งการตรัสรู้ธรรม ให้เวไนยสัตว์ผู้ตกอยู่ในท่ามกลางความมืดมิด ได้พบกับแสงสว่างแห่งสันติสุขที่แท้จริง      เพราะฉะนั้น การทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร จึงมีความสำคัญต่อโลก โลกจำเป็นต้องมีกัลยาณมิตร ผู้เป็นแสงสว่างส่องนำทางชีวิต ให้ทุกชีวิตไปสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ ด้วยเหตุนี้ …

บ้านกัลยาณมิตรพาชีวิตสว่างไสว (พระนันทกะเถระเคยสร้างสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้า) Read More »

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน)

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน)      การสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี ดำเนินตามรอยบาทพระบรมศาสดา มุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางคือที่สุดแห่งธรรม แต่ในระหว่างการสร้างบารมี เป็นธรรมดาที่จะต้องเจออุปสรรค อุปสรรคเป็นเพียงเครื่องทดสอบกำลังใจของนักสร้างบารมี หากเราใช้สติและปัญญา ปัญหาทั้งหลายจะดับไป เหมือนการเอาคบเพลิงจุ่มลงไปในน้ำ เมื่อทำใจให้หยุดได้ก็เกิดดวงปัญญา สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ว่า                             “ทสฺสนกาโม สีลวตํ   สทฺธมฺมํ โสตุมิจฺฉติ                        วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ     ส เว สทฺโธติ วุจฺจติฯ      ผู้ใดใคร่เห็นผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม กำจัดมลทิน คือความตระหนี่ได้ ผู้นั้นแล ท่านเรียกว่าผู้มีศรัทธา”      ความศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นทางมาแห่งความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง พลังศรัทธาของมนุษย์สามารถทำลายอุปสรรคขวากหนามนานัปการได้ ทลายภูเขาที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าให้ราบเป็นหน้ากลองได้ และทำในสิ่งที่คนทั่วไปคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พลังศรัทธาเป็นพลังแฝงที่มีอานุภาพซ่อนเร้นอยู่ภายใน และก่อให้เกิดพลังใจที่จะก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต      ในทางพระพุทธศาสนา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความมีศรัทธาที่แท้จริงว่า ต้องรู้จักเข้าหาผู้มีศีลมีธรรมที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ …

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน) Read More »

สังคมในอุดมคติ (อายุวัฒนกุมาร จากทารกที่ต้องตายใน ๗ วัน มีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี)

สังคมในอุดมคติ (เรื่อง อายุวัฒนกุมาร จากทารกที่ต้องตายใน ๗ วัน มีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี) เราได้เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งวัน จากการประกอบธุรกิจหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เราได้ทำผ่านมาแล้ว ดังนั้น ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เราจะให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง ในการแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับชีวิตของเรา ด้วยการปฏิบัติธรรม ชีวิตจะได้ประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง เมื่อใจอยู่ในกระแสธรรม เราจะมีความสุขรู้สึกโปร่งเบาสบาย มีความสดชื่นเบิกบาน คลายจากความเหน็ดเหนื่อยที่ได้ตรากตรำมาทั้งวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสอานิสงส์ของการแผ่เมตตาเอาไว้ว่า “สุขํ สุปติ สุขํ ปฏิพุชฺฌติ น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ มนุสฺสานํ ปิโย โหติ อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ เทวตา รกฺขนฺติ นาสฺส อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ ตุวฏํ จิตฺตํ สมาธิยติ มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ …

สังคมในอุดมคติ (อายุวัฒนกุมาร จากทารกที่ต้องตายใน ๗ วัน มีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี) Read More »

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง)

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง) สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข มนุษยชาติต่างปรารถนาอยากให้โลกมีสันติสุข มีการเรียกร้องหาสันติภาพทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คน ที่รู้ว่าสันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน แล้วทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงสันติสุขภายในได้ เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้วไม่มีวิธีอื่นเลย ที่จะทำให้เราได้รู้จักกับสันติสุขที่แท้จริง เมื่อเราปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ เราจึงจะซาบซึ้งว่าพระธรรมกายเป็นแหล่งแห่งสันติสุข เป็นจุดกำเนิดของสันติภาพที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ สญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย ตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํ อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา บุคคลพึงละความโกรธ สละความถือตัว ล่วงสังโยชน์ทั้งสิ้นได้ ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกต้องบุคคลนี้ ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล” ขึ้นชื่อว่าความโกรธเมื่อเกิดกับผู้ใดแล้ว ย่อมแผดเผาใจให้เร่าร้อนกระวนกระวาย ส่งผลให้หน้าตาเศร้าหมองไม่ผ่องใส ไม่เป็นที่น่าคบหาสมาคมของเหล่าบัณฑิตนักปราชญ์ ผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจิตใจอยู่เป็นประจำ ย่อมได้ชื่อว่าเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เหมือนไฟที่ไหม้เรือนหลังแรกแล้วลุกลามไปไหม้หลังที่สอง หลังที่สาม ลุกโหมเป็นเปลวไฟใหญ่ ไหม้ต่อๆ กันไปไม่สิ้นสุด ความโกรธนำแต่สิ่งที่เป็นโทษมาสู่ตนเองและคนอื่น ทำให้เป็นทุกข์ ยังเผาผลาญใจให้มอดไหม้ไปจากคุณธรรมความดี พระพุทธองค์จึงสอนให้ละความโกรธ ให้มีความอดทนอดกลั้น เบื้องต้นอาจรู้สึกเป็นความขมขื่น ทรมานจิตใจ แต่ผลที่ได้ในภายหลัง คือความสุขสดชื่น …

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง) Read More »

ผู้มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว (ปุรพันธะอุบาสก ผู้ไม่หวั่นไหวต่อมารผจญ)

ผู้มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว (ปุรพันธะอุบาสก ผู้ไม่หวั่นไหวต่อมารผจญ) เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี การสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ พระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อนท่านก็ทำอย่างนี้ คือสร้างบารมีไปจนกว่าบารมีจะเต็มเปี่ยม ได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต ดังนั้นเราเกิดมาภพชาติหนึ่ง ก็เพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือการทำใจให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน ได้เข้าถึงบรมสุขอันเป็นนิรันดร์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความศรัทธาไว้ว่า “สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ ศรัทธาเป็นทรัพย์อันประเสริฐของคนในโลกนี้ สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตา เมื่อศรัทธาแน่วแน่แล้ว ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จ สทฺธาย ตรติ โอฆํ บุคคลจะข้ามโอฆะได้ ด้วยศรัทธา” ความศรัทธา เป็นทางมาแห่งความดีทั้งหลาย ผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสในสิ่งที่ควรบูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีทรัพย์อันประเสริฐ ถ้าหากว่ามีศรัทธาตั้งมั่นไม่หวั่นไหว บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นผู้ไม่ขัดสน ปรารถนาสิ่งใดจะสำเร็จประโยชน์ทุกเรื่อง จะเป็นผู้ที่เจริญอยู่ในกุศลธรรม และสามารถข้ามพ้นห้วงน้ำคือกิเลสอาสวะทั้งหลาย ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้ * เมื่อครั้งสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงประกาศพระศาสนาอยู่นั้น ผู้มีบุญท่านหนึ่งอาศัยอยู่ในกรุงหงสาวดี ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดา และได้เห็นพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแต่งตั้งอุบาสกท่านหนึ่งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ ผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งหลายที่มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยโดยไม่หวั่นไหว เมื่อได้เห็นดังนั้น ท่านเกิดความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง จึงตั้งความปรารถนาที่จะเป็นอุบาสกผู้เลิศอย่างนั้นบ้าง …

ผู้มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว (ปุรพันธะอุบาสก ผู้ไม่หวั่นไหวต่อมารผจญ) Read More »

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์)

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์)      เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าก็ต้องจากไป แม้ทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ เราก็ไม่สามารถเอาติดตัวไปได้ สิ่งที่จะติดตัวเราไป มีเพียงบุญกับบาปเท่านั้น ถ้าหากเราสั่งสมบุญ ชีวิตเราจะมีคุณค่า เกิดมาแล้วมีชีวิตไม่ว่างเปล่า เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น เพราะเราได้ใช้วันเวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่ในโลกนี้สร้างบารมีอย่างเต็มที่โดยไม่ประมาท เช่นเดียวกับพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังฆโสภณสูตร ความว่า “โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท จ พหุสฺสุโต ธมฺมธโร จ โหติ ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี ส ตาทิโส วุจฺจติ สงฺฆโสภโณ      ผู้ใดเป็นคนฉลาด แกล้วกล้า เป็นพหูสูต ทรงธรรม และเป็นผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้เป็นเช่นนั้นท่านเรียกว่า เป็นผู้ยังหมู่ให้งดงาม”      ผู้มีสัมมาทิฏฐิเมื่อบังเกิดขึ้นในโลก ย่อมยังมหาชนให้รู้จักเส้นทางอันประเสริฐของชีวิต ด้วยการแนะนำให้สั่งสมบุญบารมี ชี้เส้นทางไปสุคติโลกสวรรค์ทางไปพระนิพพาน ผู้มีสัมมาทิฏฐินี่แหละ ชื่อว่าเป็นบัณฑิตที่แท้จริง เพราะคอยประคับประคองตนเองและผู้อื่น ให้ดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ทั้งทางโลกและทางธรรม เหมือนดวงจันทร์ที่คอยขจัดความมืดมิด ชี้ทางสว่างให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย …

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์) Read More »