ธรรมะเพื่อประชาชน

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย)

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย)      สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข มนุษยชาติต่างปรารถนาให้โลกมีสันติสุข มีการเรียกร้องหาสันติภาพกันทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน แล้วทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงสันติสุขภายในได้ เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ไม่มีวิธีอื่นเลยที่จะทำให้เราได้เข้าถึง และสัมผัสกับสันติสุขที่แท้จริง เมื่อเราปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ เมื่อนั้นเราจะเข้าถึงแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ความว่า                          “โย จ เมตฺตํ ภาวยติ      อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต                      ตนู สํโยชนา โหนฺติ     ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ                      โย น หนติ น ฆาเตติ    น ชินาติ น ชาปเย                      เมตฺตโส สพฺพภูตานํ     เวรนฺตสฺส น เกนจิ      ผู้ใดมีสติมั่นคง เจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ สังโยชน์ของผู้นั้น ผู้เห็นธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส ย่อมเบาบาง ผู้ใดมีเมตตาจิตในสรรพสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์เอง …

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย) Read More »

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)      เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี การสร้างบารมีเป็นหน้าที่หลักของมนุษย์ทุกคน เราเกิดมาภพชาติหนึ่งก็เพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางข้ามวัฏสงสารอันยาวไกล เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือการทำใจให้สะอาด บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ได้เข้าถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์ คือการเข้าถึงพระธรรมกาย อันเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน    ยตฺถ กามนิปาติโน                        จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ    จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ      การฝึกจิตที่บุคคลข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติแล่นไปเร็ว มักตกไปในอารมณ์ตามความปรารถนา เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำความสุขมาให้”      ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นนั้น พระองค์ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาจิตใจเป็นอันดับแรก เพราะใจของเรานั้นเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง นักปราชญ์กล่าวว่า “การฝึกใจตนเองนั้นยากกว่าฝึกสอนคนอื่น” เพราะใจมีธรรมชาติแล่นไปเร็ว ในเวลาแค่นาทีเดียว ใจเราสามารถคิดไปได้ตั้งหลายเรื่อง ดังนั้นเราจึงต้องฝึกควบคุมใจตนเอง โดยเอาใจที่แวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นสาระ ให้กลับมาอยู่ที่ตั้งของใจ ตรงฐานที่ ๗ ถ้าใจตั้งมั่นอยู่ตรงนี้ได้ …

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด) Read More »

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร)

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร)      สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนเป็นของไม่เที่ยง ชีวิตเปรียบเสมือนหยาดน้ำค้างบนปลายยอดหญ้า ยามต้องแสงอาทิตย์อุทัย ย่อมพลันเหือดแห้งหายไป ทุกชีวิตล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย เรามีเวลาสร้างบารมีอยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด จึงไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิต บัณฑิตทั้งหลายพึงรีบสั่งสมบุญ เพื่อเป็นเหตุให้เข้าถึงความสุขภายในที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน จุลลสุตโสมชาดก ว่า “อุปนิยฺยติทํ มญฺเญ ปริตฺตํ อุทกํว ปงฺกวารมฺหิ เอวํ สุปริตฺตเก ชีวิเต น จ ปมชฺชิตุ ํ กาโล ฯ      ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย เป็นของน้อยนิด ดุจน้ำในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมัวประมาทเลย”      พระพุทธองค์ทรงให้ความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ทรงชี้ให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของสังขารว่า มันสั้นน้อยนิด ไม่นานก็ต้องแตกสลายไปสู่ความตาย จึงสอนให้นึกถึงความตาย ด้วยการเจริญมรณสติบ่อยๆ เพราะถ้าหากไม่นึกถึงเป็นประจำ เมื่อความตายมาปรากฏต่อหน้า ก็จะเกิดความหวาดกลัว ตั้งสติไม่อยู่      ผู้เจริญมรณสติเป็นนิตย์ จะเป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ด้วยการเร่งรีบทำความดี หมั่นเจริญสมาธิภาวนาเป็นประจำ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ก็จะมีสุคติเป็นที่ไป …

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร) Read More »

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม)

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม)      ธรรมกาย คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ผู้เข้าถึงพระธรรมกายคือผู้เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาทรงเข้าถึงความเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า เพราะได้บรรลุกายธรรมอรหัต เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัทธรรมคำสอนของพระองค์จึงเป็นความรู้อันบริสุทธิ์ กลั่นออกมาจากใจที่หยุดอย่างสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นผู้ที่จะศึกษาพระสัทธรรมอันประเสริฐ ต้องมีจิตใจที่หยุดนิ่ง เข้าถึงความบริสุทธิ์ภายในเช่นเดียวกัน      หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเลิกทรมานพระวรกาย ที่เรียกว่าอัตตกิลมถานุโยคแล้ว ทรงหันมาปฏิบัติตามหนทางสายกลาง ที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” จนได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ได้ทรงเปล่งอุทานว่า “ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ”      “เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ย่อมสิ้นไป เพราะมารู้ชัดธรรมพร้อมทั้งเหตุ”      พระสัทธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นของจริง คนจริงเท่านั้นจึงจะคู่ควรกับของจริง หากตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง มีความเพียรไม่ลดละ ปฏิบัติตามพุทธวิธีที่ทรงแนะนำไว้ ย่อมจะรู้แจ้งเห็นจริง หมดความสงสัยในพระรัตนตรัย จะเข้าใจความเป็นจริงของโลกและชีวิต เพราะธรรมะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ ลำพังอาศัยการนึกคิดตรึกตรองด้วยปัญญาของปุถุชน …

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม) Read More »

ครุกรรม (๑) กรรมหนักฝ่ายอกุศล มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท และ สังฆเภท

ครุกรรม (๑) กรรมหนักฝ่ายอกุศล มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท และ สังฆเภท        ชีวิตหลังความตายเป็นชีวิตที่ยาวนาน เกินความคาดหมายว่าจะยาวนานสักเพียงไหน ขึ้นอยู่กับช่วงที่เป็นมนุษย์ หากสั่งสมบุญเอาไว้มากก็จะไปเสวยสุขอยู่ในสุคติภูมิเป็นเวลายาวนาน ถ้าเผลอพลั้งพลาดไปทำบาปก็จะไปเสวยทุกข์อยู่ในทุคติภูมิอีกยาวนานเช่นกัน ดังนั้นการประคับประคองตัวของเราให้ดำเนินชีวิตอยู่บนหนทางแห่งความดี บนเส้นทางแห่งบุญ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองตัวของเราให้ปลอดภัย ทั้งภัยในชีวิต ภัยในอบายภูมิ และภัยในสังสารวัฏ เหมือนมีเกราะแก้วคุ้มกันภัยอันตรายนานัปการ ทุกๆ ท่านต่างก็มีอุดมการณ์มีเป้าหมายเหมือนกัน คือเกิดมาสร้างบารมี มาทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ มาศึกษาวิชชาธรรมกาย เพื่อขจัดกิเลสอาสวะให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ดังนั้นขอให้เข้มแข็ง อย่าท้อแท้ในการสร้างบารมี   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ความว่า                             “อถ ปาปานิ กมฺมานิ    กรํ พาโล น พุชฺฌติ                        เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ   อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ      คนพาลกระทำกรรมอันลามกอยู่ ย่อมไม่รู้สึก …

ครุกรรม (๑) กรรมหนักฝ่ายอกุศล มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท และ สังฆเภท Read More »

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์)

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์)      การเจริญสมาธิภาวนาเป็นทางลัดที่สุด ที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก บุญกุศลก็เกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข เป็นสิ่งที่สั่งสมได้ ถ้าเราเจริญภาวนาทุกวัน ยิ่งเป็นการเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ขึ้นทุกวัน จะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา และต่างกำลังแสวงหากันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับการเจริญภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุข และความบริสุทธิ์ที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                               “กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ   กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ                          กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ      กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท      การได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นการยาก ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายเป็นอยู่ยาก การได้ฟังพระสัทธรรมเป็นการยาก การอุบัติขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นการยาก”      การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นของยาก ต้องอาศัยกำลังความเพียรในการสั่งสมความดีอย่างยิ่งยวด พระพุทธองค์ทรงอุปมาความยากในการเกิดเป็นมนุษย์ไว้ว่า “ในท้องทะเลกว้างใหญ่สุดจะประมาณ มีเต่าตาบอดทั้งสองข้างอยู่ตัวหนึ่ง ทุกๆ หนึ่งร้อยปี จะโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ ๑ ครั้ง …

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์) Read More »

ครุกรรม (๒) ครุกรรมฝ่ายกุศล เป็นมหัคคตกุศล เป็นเรื่องการทำสมาธิภาวนาเข้าถึงธรรมกาย

ครุกรรม (๒) ครุกรรมฝ่ายกุศล เป็นมหัคคตกุศล เป็นเรื่องของการทำสมาธิภาวนาเข้าถึงธรรมกาย      การเกิดมาเป็นมนุษย์ ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างมหาศาล แต่การดำรงชีวิตอย่างมนุษย์ผู้มีจิตใจสูงส่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย บุคคลใดก็ตามสามารถประคับประคองชีวิตของตนเองให้ไปตามครรลองคลองธรรม บนหนทางแห่งศรัทธาและสัมมาทิฏฐิ หมั่นสั่งสมบุญบารมีและปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนาเป็นประจำ บุคคลนั้นๆ ก็ได้ชื่อว่า เกิดมาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าสมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์ โอกาสทองของการทำความดีเป็นของเราทุกคน เพราะเราได้อัตภาพของกายมนุษย์ ซึ่งเป็นกายที่เหมาะสมต่อการสร้างบารมีได้มากที่สุด โลกมนุษย์นี้เหมือนกับเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างบุญและบาป หลวงพ่อขอย้ำตรงนี้เสมอๆ ก็เพราะต้องการจะให้ทุกท่านไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ยิ่งเราสร้างความดีให้เกิดขึ้นกับตัวเราได้มากเพียงใด นั่นคือกำไรของชีวิตที่จะทำให้เราปลื้มอกปลื้มใจ และบุญกุศลก็จะติดตัวเราไปทุกภพทุกชาติ   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ความว่า                             “ยสฺส กาเยน วาจาย    มนสา นตฺถิ ทุกฺกฏํ                              สํวุตํ ตีหิ ฐาเนหิ        ตมหํ พฺรูหิ พฺราหฺมณํ      ผู้ใดไม่มีกรรมที่ทำชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ เราเรียกผู้นั้น ซึ่งสำรวมดีแล้ว โดยฐานะทั้งสามว่าเป็นพราหมณ์”      …

ครุกรรม (๒) ครุกรรมฝ่ายกุศล เป็นมหัคคตกุศล เป็นเรื่องการทำสมาธิภาวนาเข้าถึงธรรมกาย Read More »

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ)

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ)      “ธรรมกาย คือตถาคต” ตถาคตเป็นชื่อของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การที่เราระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์พร้อมด้วยคุณความดีทั้งหลาย จะทำให้ใจเราผูกพันกับพระพุทธองค์ ใจจะผ่องใส ถ้านึกถึงท่านทุกวัน จะทำให้ดวงจิตบริสุทธ์ขึ้นทุกวัน ดวงจิตจะถูกเปลี่ยนแปลงให้บริสุทธิ์ขึ้นทุกวัน ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ใจยิ่งมีอานุภาพ ความบริสุทธิ์เป็นทางมาแห่งมหากุศล ใจจะบริสุทธิ์ได้ ต้องหยุดนิ่ง เพราะฉะนั้น การทำภาวนาจึงเป็นการชำระใจให้บริสุทธิ์ได้ดีที่สุด มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปาทาน ว่า                             “เอวํ อจินฺติยา พุทฺธา     พุทฺธธมฺมา อจินฺติยา                        อจินฺติเยสุ ปสนฺนานํ      วิปาโก โหตฺยจินฺติโย      พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย พระธรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นอจินไตย วิบากของบุคคลผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และพระธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นอจินไตย ก็เป็นอจินไตย”      พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ ทรงสมบูรณ์พร้อมด้วยวิชชา และจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้วในทุกหนทุกแห่ง ทรงมีพระทัยยินดีในพระนิพพาน ทรงรู้แจ้งแทงตลอดในสรรพสิ่งทั้งหลาย …

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ) Read More »

การเจริญเมตตาจิต (พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ถูกรุกขเทวดารบกวนเพราะไม่ได้แผ่เมตตา)

การเจริญเมตตาจิต (พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ถูกรุกขเทวดารบกวนเพราะไม่ได้แผ่เมตตา)      ในเส้นทางแห่งการสร้างบารมี นักสร้างบารมีจะต้องมีจิตประกอบด้วยความเมตตา ปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ความเมตตานี้เป็นหนึ่งในบารมี ๑๐ ประการ ที่พระบรมโพธิสัตว์จะต้องบำเพ็ญให้บริบูรณ์ จึงจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ และกระแสแห่งความเมตตานี้จะเกิดขึ้นเมื่อใจเราหยุดนิ่ง มีความสุขความบริสุทธิ์ภายในอย่างเต็มเปี่ยมเท่านั้น ซึ่งต้องเริ่มด้วยการเจริญสมาธิภาวนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ความว่า                             “โย จ เมตฺตํ ภาวยติ           อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต                         ตนู สํโยชนา โหนฺติ          ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ                         เอกมฺปิ เจ ปาณมทุฏฺฐจิตฺโต  เมตฺตายติ กุสลํ  เตน โหติ      ผู้ใดมีสติมั่นคง เจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ สังโยชน์ของผู้นั้น ผู้เห็นธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส ย่อมเบาบาง หากว่าเขาไม่มีจิตคิดประทุษร้ายสัตว์แม้สักตัวเดียว เจริญเมตตาอยู่ เพราะเจริญเมตตาจิตนั้น ย่อมเป็นกุศล”      ในกระแสโลกปัจจุบัน …

การเจริญเมตตาจิต (พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ถูกรุกขเทวดารบกวนเพราะไม่ได้แผ่เมตตา) Read More »

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม)

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม)      เราได้เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งวัน จากการประกอบธุรกิจหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เราได้ทำผ่านมาแล้ว  ดังนั้น ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เราจะได้ให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง ในการแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับชีวิตของเรา ด้วยการปฏิบัติธรรม ชีวิตจะได้ประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง เมื่อใจอยู่ในกระแสแห่งธรรม เราจะรู้สึกอิ่มเอิบ เบิกบานสดชื่น แจ่มใส คลายจากความเหน็ดเหนื่อยที่เราได้ตรากตรำกันมาตลอดทั้งวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                               “น ปเรสํ วิโลมานิ       น ปเรสํ กตากตํ                          อตฺตโน ว อเวกฺเขยฺย   กตานิ อกตานิ จ      บุคคล ไม่ควรใส่ใจคำก้าวร้าวของคนอื่น ไม่ควรมองการงานของคนอื่น ว่าเขาทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ ควรพิจารณาดูแต่การงานของตน ที่ทำเสร็จแล้วหรือยังไม่ได้ทำเท่านั้น”      * ในสมัยพุทธกาล มีหญิงชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง เป็นผู้อุปัฏฐากดูแลปาฏิกาชีวก ซึ่งเป็นนักบวชนอกพระพุทธศาสนา ด้วยความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน ได้อุปัฏฐากบำรุงอย่างดีเสมือนเป็นบุตรของตน …

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม) Read More »

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร”

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร”      ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข และความสุขที่เกิดจากการให้นั้น เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีอะไรเสมอเหมือน ความสุขที่เกิดจากการให้ความสุขต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเกิดจากพลังใจของเรา กลั่นออกมาเป็นมวลแห่งความบริสุทธิ์ ขยายออกไปยังมวลมนุษยชาติ ยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย เราจะสังเกตว่า ใจเราเริ่มมีความโล่ง โปร่ง เบา สบาย มีอาการรู้สึกโล่งเหมือนออกจากที่แคบมาสู่ที่กว้าง เราจะรู้สึกสดชื่น รู้สึกโปร่งเหมือนยืนอยู่บนยอดเขาที่มีแต่อากาศบริสุทธิ์ ไม่มีมลภาวะ เบาเหมือนปุยนุ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ร่างกายเราเบาเหมือนจะลอยได้ และสบายเหมือนกับไม่มีตัวตน มีแต่ความสว่างโพลง ให้ใจนิ่งๆ รักษาอารมณ์สบายให้ต่อเนื่องให้นานที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า                             “อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ    อชินิ มํ อหาสิ เม                              เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ    เวรํ เตสํ น สมฺมติ                              อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ    …

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร” Read More »

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)      เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่เป็นแก่นสารหรือตัวตนที่แท้จริง ที่มีความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง และให้ความสุขอย่างเดียวไม่มีทุกข์เจือปนเลย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด เป็นแก่นของชีวิต และมีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน แต่เป็นของละเอียด ซึ่งเราจะต้องปรับใจให้ละเอียดหยุดนิ่งเข้าไปตามลำดับ จึงจะเข้าถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วภายในได้ เข้าถึงแล้วจะมีความสุขอย่างไม่มีประมาณ เป็นบรมสุข เพราะพระรัตนตรัยเป็นธรรมอันเกษมจากโยคะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ว่า                               “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี   สมคฺคานญฺจนุคฺคโห                          สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ     โยคกฺเขมา น ธํสติ      ความสามัคคีของหมู่คณะนำความสุขมาให้ การสนับสนุนผู้ที่สามัคคีกัน ก็นำความสุขมาให้ ผู้ที่ยินดีในบุคคลผู้สามัคคีกัน มั่นคงในธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากธรรมอันเกษมจากโยคะ”      ที่ใดก็ตาม ที่มีความสมัครสมานสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันทุกคน ที่แห่งนั้นย่อมมีความสุข และการประพฤติปฏิบัติธรรมของบุคคล ในสถานที่ที่มีความสามัคคีกัน ย่อมได้รับผลแห่งการปฏิบัติที่ก้าวหน้า เพราะทุกคนต่างมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ความสุขเป็นรากฐานของความสำเร็จทั้งมวล      * แม้ในคราวที่มีภัยหรือมีอุปสรรค หากหมู่คณะมีความพร้อมเพรียงกัน ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายให้พ้นภัยพิบัติไปได้ …

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี) Read More »

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมันร่วมสามี)

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมัน)      ในชีวิตประจำวันของเรา ต้องพบสิ่งต่างๆ มากมาย มีอารมณ์หลากหลายเข้ามากระทบจิตใจ เราควรจะเลือกเก็บเกี่ยวแต่สิ่งที่ดีเอาไว้ในใจ สิ่งใดที่นึกแล้วทำให้ใจขุ่นมัว เศร้าหมองไม่ผ่องใส เราก็ไม่ควรนึกถึง เพราะเป็นอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว แม้สิ่งที่เป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อาจจะนำมาซึ่งความกังวลใจ เราก็ไม่ควรคาดหวังจนเกินเหตุ เพราะจะทำให้เราเกิดความทุกข์ใจ บัณฑิตควรมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำวันนี้เวลานี้ให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง มีพระคาถาบทหนึ่งกล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “น หิ เวเรน เวรานิ     สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ                        อเวเรน จ สมฺมนฺติ     เอส ธมฺโม สนนฺตโน      แต่ไหนแต่ไรมา เวรทั้งหลายย่อมไม่สงบระงับได้ ด้วยการจองเวร เวรทั้งหลายย่อมสงบระงับด้วยความไม่มีเวร นี่เป็นธรรมเก่า”      พระพุทธศาสนาสอนให้รู้จักการให้อภัยกัน อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะเวรย่อมไม่ระงับด้วยเวร แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ความจริงนี้เป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม ไม่ใช่ของใหม่ เกิดขึ้นได้ในทุกยุคทุกสมัย กับบุคคลทุกเพศทุกวัย …

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมันร่วมสามี) Read More »

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี)

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี)      มนุษย์ทุกชาติทุกศาสนา ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบว่า วิธีการที่จะทำให้โลกเกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น จะต้องให้ทุกคนในโลกเข้าถึงสันติสุขภายในก่อน คือเข้าถึงพระธรรมกายซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของทุกคน ธรรมกายเป็นแหล่งกำเนิดของความสุข เป็นแหล่งของสติและปัญญา เมื่อเข้าถึงแล้วมนุษย์จะมีความคิด คำพูด และการกระทำที่ดี จะมีการแบ่งปันให้แก่กัน แล้วสันติสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นในโลก      โลกของเรานี้ได้รับการคุ้มครองด้วยธรรม จึงทำให้สังคมมนุษย์มีความสงบสุข ธรรมที่คุ้มครองโลกอยู่นี้ เรียกว่า “หิริ โอตตัปปะ” ดังพุทธพจน์บทหนึ่งว่า                             “หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺนา    สุกฺกธมฺมสมาหิตา                        สนฺโต สปฺปุริสา โลเก    เทวธมฺมาติ วุจฺจเร      สัปบุรุษผู้สงบระงับ ประกอบด้วยหิริและโอตตัปปะ ตั้งมั่นอยู่ในธรรมขาว ท่านเรียกว่า ผู้มีธรรมของเทวดาในโลก” หิริ คือ ความละอายที่จะทำความชั่ว โอตตัปปะ คือความกลัวต่อผลของความชั่ว หิริโอตตัปปะนี้เป็นธรรมของผู้มีคุณธรรม ที่จะนำพาเราก้าวไปสู่สุคติโลกสวรรค์ เพราะผู้จะเป็นเทวดาได้ ต้องมีคุณธรรม คือหิริ โอตตัปปะอยู่ในใจ ท่านจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า“เทวธรรม” คือธรรมที่จะทำให้เราได้เป็นเทวดา …

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี) Read More »

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ)

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ)      สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ จะเป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา คนอื่น สรรพสัตว์ทั้งหลายก็ดี ต้นหมากรากไม้ ภูเขาเลากา ตึกรามบ้านช่อง ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา หรือที่ห่างไกลออกไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที ไปสู่ความเสื่อม แล้วก็สูญสลายในที่สุด ไม่มีอะไรที่มั่นคง ล้วนเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเราควรมาแสวงหาของจริงกันดีกว่า ของจริง คือธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกคน เป็นตัวตนที่แท้จริงที่เราสามารถเข้าถึงได้ มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โภชาชานียชาดก ว่า      “บัณฑิตในกาลก่อน แม้ถือกำเนิดในสัตว์เดียรัจฉาน ได้กระทำความเพียรจนได้รับบาดเจ็บเห็นปานนี้ แต่ก็ไม่ละความเพียร ส่วนเธอออกบวชในศาสนานี้ ที่จะนำออกจากทุกข์ได้ เพราะเหตุไรเล่า จึงละความเพียรเสีย”      มนุษย์ในโลกมีความเพียรพยายาม ที่จะทำงานตามปณิธานที่ตัวเองได้ตั้งเอาไว้ให้สำเร็จลุล่วง ได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ทุ่มเทสติปัญญา บางท่านถึงกับเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการทำความเพียร เพื่อขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจากใจ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ต้องทำด้วยตัวเอง จะทำแทนกันไม่ได้ อีกทั้งต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจ จะทำๆ หยุดๆ หรือทำเฉพาะช่วงที่มีเวลาและอารมณ์ก็ไม่ได้ …

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ) Read More »