ธรรมะเพื่อประชาชน

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์)

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์)      ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ปัจจุบันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนนาวาที่หลงทิศทางอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร แต่เมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า                               “ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ     กุสเลน ปิถียติ                         โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ   อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา      บุคคลใดละบาปที่ตนทำไว้แล้วด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนดวงจันทร์ที่พ้นแล้วจากเมฆหมอก”      ผู้ใดทำบาปกรรมไว้ แล้วเกิดความละอายเห็นโทษเห็นภัยที่จะเกิดขึ้น จึงกลับมาทำความดี ละเว้นจากความชั่ว เลิกเบียดเบียน ไม่อาฆาตพยาบาทใคร ตั้งใจรักษาศีล อบรมจิตใจให้ผ่องแผ้ว ทำใจให้ใสจนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัย ย่อมได้รับความสุขในปัจจุบันชาตินี้ ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัย ซึ่งทำให้จิตใจสว่างไสว ขจัดความมัวหมองในชีวิต ไม่ว่าจะเกิดเคราะห์กรรมอะไรก็ตาม ใจของผู้นั้นก็ยังมีความสุขอยู่เหนือความทุกข์ทั้งมวล …

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์) Read More »

กระต่ายตื่นตูม (พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาราชสีห์)

กระต่ายตื่นตูม (พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาราชสีห์)      เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง เพื่อแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริง แสวงหาสิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นสุขได้ด้วยตนเอง และเป็นตัวตนที่แท้จริง สิ่งที่เราต้องการนี้ รวมประชุมอยู่ในธรรมกายทั้งหมด ธรรมกายคือแก่นของชีวิต เป็นชีวิตในระดับลึก ที่อยู่ภายในตัวของเรา ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเข้าถึงได้ หากฝึกใจให้หยุดนิ่ง ถ้าหยุดได้เมื่อไรก็เข้าถึงได้เมื่อนั้น ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา ถ้าเราเข้าถึงธรรมกายแล้ว ชีวิตเราจะอยู่อย่างมีความหมาย และอยู่อย่างมีเป้าหมาย เป็นชีวิตที่มีความมั่นคง และปลอดภัยอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ทุททุภายชาดก ว่า                          “อปฺปตฺวา ปทวิญฺญาณํ   ปรโฆสานุสาริโน                      ปมาทปรมา  พาลา      เต โหนฺติ ปรปตฺติยา                      เย จ สีเลน สมฺปนฺนา    ปญฺญายูปสเม รตา                      อารกา วิรตา ธีรา        น โหนฺติ ปรปตฺติยา      …

กระต่ายตื่นตูม (พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาราชสีห์) Read More »

ไม่มีใครติเตียน (พระราชาประกาศคุณดาบสโพธิ์สัตว์ที่เคยช่วยเหลือชีวิต)

ไม่มีใครติเตียน (พระราชาประกาศคุณพระโพธิ์สัตว์ดาบสที่เคยช่วยเหลือชีวิต)      การปฏิบัติธรรมที่ดีที่สุดคือการฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ รัตนะทั้งสามนี้เป็นสรณะที่แท้จริงของสรรพสัตว์ทั้งหลาย วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงรัตนะทั้งสามนี้ ถ้าเข้าถึงเมื่อไร จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริง ที่บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ พระรัตนตรัยมีอยู่หลายระดับซ้อนกันเป็นชั้นๆ เข้าไปภายใน ถ้าเราทำใจให้หยุดได้ก็เข้าถึงได้ แต่ถ้าหยุดไม่ได้ก็เข้าไม่ถึง เพราะ “หยุด เป็นตัวสำเร็จ” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ทัฬหธัมมชาดก ว่า                          “โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ    กตตฺโถ มนุพุชฺฌติ                      อตฺถา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ   เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา      ผู้ใด เมื่อผู้อื่นทำความดีต่อตน ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แล้วรู้คุณของเขา ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ”      คนที่รู้จักอุปการคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม เช่น ได้รับการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน ได้ที่พัก ได้อาหาร หรือได้รับความช่วยเหลือเมื่อเกิดความทุกข์ร้อนใจแล้วรู้อุปการคุณ แสดงว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที มีสติปัญญาสามารถมองออกถึงคุณธรรมของผู้อื่น รู้ว่าใครเป็นผู้มีบุญคุณ …

ไม่มีใครติเตียน (พระราชาประกาศคุณดาบสโพธิ์สัตว์ที่เคยช่วยเหลือชีวิต) Read More »

กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด (กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ นั้น มีอยู่จริงๆ)

กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด (กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ นั้น มีอยู่จริงๆ)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากอาสวกิเลสทั้งปวง กิจที่พระพุทธองค์จะต้องทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระองค์ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน  ทรงเป็นผู้รู้ คือรู้แจ้งโลกทั้งปวง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า  ทรงเป็นผู้ตื่น คือตื่นจากกิเลส เพราะความไม่รู้ที่ครอบงำจิตใจไว้ เมื่อตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่ง  ทรงเป็นผู้เบิกบาน เพราะไม่มีกิเลสอาสวะมาเกาะกุมจิตใจ ดวงใจจึงเบิกบานขยาย เหมือนดอกบัวที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ เบ่งบานรับแสงอรุโณทัย พวกเราเป็นพุทธศาสนิกชน ควรใช้ชีวิตของเราให้เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ โดยหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน คือ พระธรรมกาย ตามอย่างพระพุทธองค์ให้ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน คงคาสูตร ความว่า      “ดูก่อนพราหมณ์ แม่น้ำคงคานี้ ย่อมเกิดแต่ที่ใด และย่อมถึงมหาสมุทร ณ ที่ใด เม็ดทรายในระยะนี้ เป็นของไม่ง่ายที่จะกำหนดนับได้ เท่านี้ร้อยเม็ด เท่านี้พันเม็ด เท่านี้แสนเม็ด ดูก่อนพราหมณ์ กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากกว่าเม็ดทรายเหล่านั้น …

กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด (กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ นั้น มีอยู่จริงๆ) Read More »

คนจะดีอยู่ที่การกระทำ (เรื่อง พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นจัณฑาลชื่อมาตังคะ)

คนจะดีอยู่ที่การกระทำ (เรื่อง พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นจัณฑาลชื่อมาตังคะ) เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี เพราะการสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ พระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อนท่านก็ทำอย่างนี้ คือสร้างบารมีไปจนกว่าบารมีจะเต็มเปี่ยม ได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต เราเกิดมาภพชาติหนึ่งเพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ ทำให้เรามีความสุขตลอดเส้นทางของชีวิต จนกระทั่งเข้าถึงบรมสุขอันเป็นนิรันดร์ คือได้ถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัคคิภารทวาชสูตร ความว่า “น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ บุคคลไม่ได้เป็นคนเลวเพราะชาติ ไม่ได้เป็นคนดีเพราะชาติ แต่เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นคนดีเพราะการกระทำ” ชาติแปลว่า การเกิด คนจะดีหรือไม่ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด แต่อยู่ที่การกระทำ ไม่ว่าจะเกิดเป็นคนยากดีมีจน ถ้าหากคิดดีพูดดีทำดี ก็สามารถเป็นคนดีได้ เหมือนอย่างพระบรมโพธิสัตว์ บางชาติท่านพลาดพลั้งไปเกิดในตระกูลที่มีแต่คนดูหมิ่นเหยียดหยาม ใครได้พบเห็นก็สบประมาทหาว่าเป็นอัปมงคล แต่ในความเป็นจริง สิริมงคลเกิดจากการประพฤติปฏิบัติอยู่ในทำนองคลองธรรม ใครทำความดี ผลแห่งความดีย่อมเกิดกับผู้นั้น ดังนั้นท่านจึงตั้งหน้าตั้งตาทำความดีอย่างไม่ย่อท้อ จนกลายมาเป็นต้นแบบในการทำความดีของชาวโลก * ครั้งหนึ่ง พระบรมโพธิสัตว์ถือกำเนิดในวรรณะจัณฑาล …

คนจะดีอยู่ที่การกระทำ (เรื่อง พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นจัณฑาลชื่อมาตังคะ) Read More »

บนเส้นทางของผู้นำ (พระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ พบพระเจ้าพัลลิกะบนเส้นทางสัญจร)

บนเส้นทางของผู้นำ (พระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ พบพระเจ้าพัลลิกะบนเส้นทางสัญจร)      ธรรมกายเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา เป็นหลักของชีวิต ถ้าเราได้เข้าถึงธรรมกาย ชีวิตเราจะสมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม และจะได้รับอานิสงส์ใหญ่ ไม่ว่าเราทำความดีเพียงเล็กน้อย ทำปานกลาง หรือว่ายิ่งใหญ่ก็ตาม มหากุศลจะบังเกิดขึ้นในทุกระดับขั้นตอนของการทำความดี เพราะธรรมกายเป็นต้นแหล่งแห่งบุญ แหล่งแห่งความบริสุทธิ์ จึงสามารถรองรับบุญกุศลได้อย่างดีเยี่ยม การได้เข้าถึงธรรมกายจะทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์มีความสุขที่สุด จึงควรอย่างยิ่งที่ทุกๆ คนจะปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “อกฺโกเธน ชิเน โกธํ    อสาธุ ํ สาธุนา ชิเน                        ชิเน กทริยํ ทาเนน     สจฺเจนาลิกวาทินํ      บุคคลพึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนพูดเหลาะแหละด้วยคำสัตย์”      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงสอนให้เอาชนะสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ด้วยความถูกต้องดีงาม เอาชนะอกุศลกรรมด้วยการหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง ให้ทำแต่สิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลล้วนๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำที่ดี ต้องรู้จักฝึกตนเองให้พรั่งพร้อมไปด้วยคุณธรรม ต้องรักในการฝึกตัวทุกรูปแบบ เพื่อจะได้เป็นที่ยอมรับของทุกๆ คน ทั้งผู้ใหญ่ ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน …

บนเส้นทางของผู้นำ (พระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ พบพระเจ้าพัลลิกะบนเส้นทางสัญจร) Read More »

อย่าด่วนตัดสินใจ (พระราชากล่าวโทษสมณะ โดยไม่รอบคอบ ทำให้ผู้คนเดือดร้อน)

อย่าด่วนตัดสินใจ (พระราชากล่าวโทษสมณะ โดยไม่รอบคอบ ทำให้ผู้คนเดือดร้อน)      วันเวลาที่ผ่านไป เราไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปแล้วไม่อาจหวนกลับ ชีวิตเราย่างก้าวไปพร้อมกับกาลเวลาที่จะล่วงไป เราจึงต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีให้เต็มที่ เพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดให้เกิดขึ้นต่อตัวของเราและชาวโลก ด้วยการประพฤติธรรม มีความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน และฝึกฝนอบรมตนเองด้วยการฝึกใจให้หยุดนิ่ง เพราะเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา คือ “เวลาที่ใจหยุดนิ่ง” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย โสมนัสสชาดก ว่า                               “อนิสมฺม กตํ กมฺมํ       อนวตฺถาย จินฺติตํ                          เภสชฺชสฺเสว เวภงฺโค   วิปาโก โหติ ปาปโก      กรรมที่บุคคลใดไม่พินิจพิเคราะห์ ไม่คิดให้ถ้วนถี่เสียก่อน แล้วทำลงไป ผลที่เลวร้ายย่อมมีแก่บุคคลนั้น เหมือนความวิบัติแห่งการใช้ยาพิษฉะนั้น”      ปัจจุบันนี้มีเรื่องราว เกิดขึ้น มากมายในบ้านเมืองของเรา ทั้งเรื่องที่ดี และไม่ดี ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการตัดสินแก้ไขปัญหา บางครั้งอาจมองไม่ลึกซึ้ง เพราะปัญหาบางอย่างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จำเป็นต้องใช้ปัญญาที่ละเอียดแจ่มใสพิจารณาอย่างรอบคอบ การรีบด่วนสรุปตัดสินอะไรง่ายๆ นั้น ไม่ใช่วิสัยของนักปราชญ์บัณฑิต …

อย่าด่วนตัดสินใจ (พระราชากล่าวโทษสมณะ โดยไม่รอบคอบ ทำให้ผู้คนเดือดร้อน) Read More »

สัตถันตรกัป ๗ วัน (เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตร)

สัตถันตรกัป ๗ วัน (เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตร)      การไปสู่อายตนนิพพานเปรียบเสมือนการเดินทางไกล จึงจำเป็นต้องมีเสบียงคือบุญ เป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ท่านได้สร้างบารมี ๓๐ ทัศจนเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ในที่สุดพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เพราะอาศัยบุญอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นบุญจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญ  เมื่อโอกาสแห่งการสร้างบุญสร้างบารมีมาถึง จงอย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย ให้รีบขวนขวายกันให้เต็มที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน จักกวัตติสูตร ความว่า      “นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกพลมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ ทุปฺปสหํ ยถายิทํ ภิกฺขเว มารพลํ กุสลานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เล็งเห็นแม้กำลังสักอย่างหนึ่ง อันข่มได้แสนยาก เหมือนกำลังของมารเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุญจะเจริญขึ้นได้ เพราะเหตุที่ถือมั่นในกุศลธรรมทั้งหลาย”      กำลังของมารมีมาก สัตว์โลกทั้งหลายล้วนตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพญามาร เขาเอากิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ …

สัตถันตรกัป ๗ วัน (เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตร) Read More »

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา)

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากกิเลสอาสวะ กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พวกเราทั้งหลายควรดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระพุทธองค์ โดยมุ่งทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นนั้นให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ ว่าเราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต  เพราะฉะนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายในคือพระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปฐมชนสูตร ความว่า ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ      ชีวิตถูกชรานำเข้าไปใกล้ความตาย ผู้ที่ถูกชรานำเข้าไปใกล้แล้ว ย่อมต้านทานไว้ไม่ได้ เมื่อบุคคลเล็งเห็นภัยในความตายนี้ ควรทำบุญอันจะนำความสุขมาให้”      สรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ล้วนมีความตายเป็นธรรมดา ไม่ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ยากจนหรือร่ำรวย ต่างต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตายทั้งนั้น มีเพียงบุญ และบาปเท่านั้น ที่จำแนกสัตว์ให้มีความแตกต่างกัน ความต่างกันจึงอยู่ที่การสั่งสมบุญของแต่ละคน ผู้ที่สั่งสมบุญเอาไว้มาก ชีวิตจะมีความสุข และปลอดภัยทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า …

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา) Read More »

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (นกดุเหว่ารส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกใส่บาตรพระพุทธองค์)

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (เรื่อง นกดุเหว่าเลื่อมใสในพระพุทธองค์ด้วยการส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกที่มีรสอร่อยมีกลิ่นหอมมาใส่บาตร)      พระรัตนตรัยประกอบด้วยรัตนะทั้งสาม คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างนี้ เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา และเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกของชาวโลก มนุษยชาติที่เกิดมาต่างแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดนี้ ผู้ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เห็นพระธรรมกายใสสว่างอยู่ในกลางตัว ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิต ได้บรรลุเป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิตแล้ว ท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายในตลอดเวลา ฉะนั้นการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นหน้าที่หลักของมวลมนุษยชาติ ที่จะนำพาตนเองก้าวไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น ไปสู่พระนิพพานอันเป็นบรมสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัยยิกาสูตร ความว่า                               “สพฺเพ สตฺตา มริสฺสนฺติ   มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ                                ยถากมฺมํ คมิสฺสนฺติ       ปุญฺญปาปผลูปคา                                นิรยํ ปาปกมฺมนฺตา        ปุญฺญกมฺมา จ สุคตึ                                ตสฺมา กเรยฺย กลฺยาณํ     นิจยํ สมฺปรายิกํ …

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (นกดุเหว่ารส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกใส่บาตรพระพุทธองค์) Read More »

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร”

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร”      ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข และความสุขที่เกิดจากการให้นั้น เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีอะไรเสมอเหมือน ความสุขที่เกิดจากการให้ความสุขต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเกิดจากพลังใจของเรา กลั่นออกมาเป็นมวลแห่งความบริสุทธิ์ ขยายออกไปยังมวลมนุษยชาติ ยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย เราจะสังเกตว่า ใจเราเริ่มมีความโล่ง โปร่ง เบา สบาย มีอาการรู้สึกโล่งเหมือนออกจากที่แคบมาสู่ที่กว้าง เราจะรู้สึกสดชื่น รู้สึกโปร่งเหมือนยืนอยู่บนยอดเขาที่มีแต่อากาศบริสุทธิ์ ไม่มีมลภาวะ เบาเหมือนปุยนุ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ร่างกายเราเบาเหมือนจะลอยได้ และสบายเหมือนกับไม่มีตัวตน มีแต่ความสว่างโพลง ให้ใจนิ่งๆ รักษาอารมณ์สบายให้ต่อเนื่องให้นานที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า                             “อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ    อชินิ มํ อหาสิ เม                              เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ    เวรํ เตสํ น สมฺมติ                              อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ    …

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร” Read More »

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)      เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่เป็นแก่นสารหรือตัวตนที่แท้จริง ที่มีความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง และให้ความสุขอย่างเดียวไม่มีทุกข์เจือปนเลย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด เป็นแก่นของชีวิต และมีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน แต่เป็นของละเอียด ซึ่งเราจะต้องปรับใจให้ละเอียดหยุดนิ่งเข้าไปตามลำดับ จึงจะเข้าถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วภายในได้ เข้าถึงแล้วจะมีความสุขอย่างไม่มีประมาณ เป็นบรมสุข เพราะพระรัตนตรัยเป็นธรรมอันเกษมจากโยคะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ว่า                               “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี   สมคฺคานญฺจนุคฺคโห                          สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ     โยคกฺเขมา น ธํสติ      ความสามัคคีของหมู่คณะนำความสุขมาให้ การสนับสนุนผู้ที่สามัคคีกัน ก็นำความสุขมาให้ ผู้ที่ยินดีในบุคคลผู้สามัคคีกัน มั่นคงในธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากธรรมอันเกษมจากโยคะ”      ที่ใดก็ตาม ที่มีความสมัครสมานสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันทุกคน ที่แห่งนั้นย่อมมีความสุข และการประพฤติปฏิบัติธรรมของบุคคล ในสถานที่ที่มีความสามัคคีกัน ย่อมได้รับผลแห่งการปฏิบัติที่ก้าวหน้า เพราะทุกคนต่างมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ความสุขเป็นรากฐานของความสำเร็จทั้งมวล      * แม้ในคราวที่มีภัยหรือมีอุปสรรค หากหมู่คณะมีความพร้อมเพรียงกัน ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายให้พ้นภัยพิบัติไปได้ …

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี) Read More »

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมันร่วมสามี)

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมัน)      ในชีวิตประจำวันของเรา ต้องพบสิ่งต่างๆ มากมาย มีอารมณ์หลากหลายเข้ามากระทบจิตใจ เราควรจะเลือกเก็บเกี่ยวแต่สิ่งที่ดีเอาไว้ในใจ สิ่งใดที่นึกแล้วทำให้ใจขุ่นมัว เศร้าหมองไม่ผ่องใส เราก็ไม่ควรนึกถึง เพราะเป็นอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว แม้สิ่งที่เป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อาจจะนำมาซึ่งความกังวลใจ เราก็ไม่ควรคาดหวังจนเกินเหตุ เพราะจะทำให้เราเกิดความทุกข์ใจ บัณฑิตควรมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำวันนี้เวลานี้ให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง มีพระคาถาบทหนึ่งกล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “น หิ เวเรน เวรานิ     สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ                        อเวเรน จ สมฺมนฺติ     เอส ธมฺโม สนนฺตโน      แต่ไหนแต่ไรมา เวรทั้งหลายย่อมไม่สงบระงับได้ ด้วยการจองเวร เวรทั้งหลายย่อมสงบระงับด้วยความไม่มีเวร นี่เป็นธรรมเก่า”      พระพุทธศาสนาสอนให้รู้จักการให้อภัยกัน อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะเวรย่อมไม่ระงับด้วยเวร แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ความจริงนี้เป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม ไม่ใช่ของใหม่ เกิดขึ้นได้ในทุกยุคทุกสมัย กับบุคคลทุกเพศทุกวัย …

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมันร่วมสามี) Read More »

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี)

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี)      มนุษย์ทุกชาติทุกศาสนา ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบว่า วิธีการที่จะทำให้โลกเกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น จะต้องให้ทุกคนในโลกเข้าถึงสันติสุขภายในก่อน คือเข้าถึงพระธรรมกายซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของทุกคน ธรรมกายเป็นแหล่งกำเนิดของความสุข เป็นแหล่งของสติและปัญญา เมื่อเข้าถึงแล้วมนุษย์จะมีความคิด คำพูด และการกระทำที่ดี จะมีการแบ่งปันให้แก่กัน แล้วสันติสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นในโลก      โลกของเรานี้ได้รับการคุ้มครองด้วยธรรม จึงทำให้สังคมมนุษย์มีความสงบสุข ธรรมที่คุ้มครองโลกอยู่นี้ เรียกว่า “หิริ โอตตัปปะ” ดังพุทธพจน์บทหนึ่งว่า                             “หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺนา    สุกฺกธมฺมสมาหิตา                        สนฺโต สปฺปุริสา โลเก    เทวธมฺมาติ วุจฺจเร      สัปบุรุษผู้สงบระงับ ประกอบด้วยหิริและโอตตัปปะ ตั้งมั่นอยู่ในธรรมขาว ท่านเรียกว่า ผู้มีธรรมของเทวดาในโลก” หิริ คือ ความละอายที่จะทำความชั่ว โอตตัปปะ คือความกลัวต่อผลของความชั่ว หิริโอตตัปปะนี้เป็นธรรมของผู้มีคุณธรรม ที่จะนำพาเราก้าวไปสู่สุคติโลกสวรรค์ เพราะผู้จะเป็นเทวดาได้ ต้องมีคุณธรรม คือหิริ โอตตัปปะอยู่ในใจ ท่านจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า“เทวธรรม” คือธรรมที่จะทำให้เราได้เป็นเทวดา …

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี) Read More »

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ)

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ)      สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ จะเป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา คนอื่น สรรพสัตว์ทั้งหลายก็ดี ต้นหมากรากไม้ ภูเขาเลากา ตึกรามบ้านช่อง ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา หรือที่ห่างไกลออกไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที ไปสู่ความเสื่อม แล้วก็สูญสลายในที่สุด ไม่มีอะไรที่มั่นคง ล้วนเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเราควรมาแสวงหาของจริงกันดีกว่า ของจริง คือธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกคน เป็นตัวตนที่แท้จริงที่เราสามารถเข้าถึงได้ มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โภชาชานียชาดก ว่า      “บัณฑิตในกาลก่อน แม้ถือกำเนิดในสัตว์เดียรัจฉาน ได้กระทำความเพียรจนได้รับบาดเจ็บเห็นปานนี้ แต่ก็ไม่ละความเพียร ส่วนเธอออกบวชในศาสนานี้ ที่จะนำออกจากทุกข์ได้ เพราะเหตุไรเล่า จึงละความเพียรเสีย”      มนุษย์ในโลกมีความเพียรพยายาม ที่จะทำงานตามปณิธานที่ตัวเองได้ตั้งเอาไว้ให้สำเร็จลุล่วง ได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ทุ่มเทสติปัญญา บางท่านถึงกับเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการทำความเพียร เพื่อขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจากใจ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ต้องทำด้วยตัวเอง จะทำแทนกันไม่ได้ อีกทั้งต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจ จะทำๆ หยุดๆ หรือทำเฉพาะช่วงที่มีเวลาและอารมณ์ก็ไม่ได้ …

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ) Read More »