ธรรมะเพื่อประชาชน

คิดกลับใจก็สายเสียแล้ว

คิดกลับใจก็สายเสียแล้ว (นางเรวดีเจ้าคิดได้ก็สายเสียแล้ว)      การปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดทั้งต่อตัวของเราเองและต่อโลก การสร้างสันติสุขที่แท้จริงให้บังเกิดขึ้น อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ เพราะมนุษย์ทุกคนมีธรรมกายอยู่ภายในตัว ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ภาษาไหน หรือมีความเชื่ออย่างไร ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ทุกคนสามารถเข้าถึงธรรมกายได้ทั้งนั้น ด้วยการฝึกใจให้หยุดนิ่งอย่างถูกวิธีและถูกส่วน ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  ขอเพียงมีความปรารถนาที่จะเข้าถึงธรรม แล้วลงมือปฏิบัติด้วยความสมัครใจ มีความเพียรอย่างสม่ำเสมอก็จะเข้าถึงได้ทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                          “อถ ปาปานิ กมฺมานิ    กรํ พาโล น พุชฺฌติ                     เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ    อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ      คนพาลมีปัญญาทราม กระทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้ฉะนั้น”      คนพาลประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา …

คิดกลับใจก็สายเสียแล้ว Read More »

โทษของการพูดไม่ถูกกาล

โทษของการพูดไม่ถูกกาล (เรื่องพระโพธิสัตว์หากุศโลบายแนะนำการพูดของพระราชา)      “เราเกิดมาสร้างบารมี” สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกๆ คนจะต้องรับทราบกัน เพราะการสร้างบารมีเป็นภารกิจหลักที่ยิ่งใหญ่ กว่าภารกิจทั้งหลายในโลก ถือเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่งที่จะต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ เพราะตราบใดที่เรายังไม่หมดสิ้นอาสวกิเลส ก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนับภพนับชาติไม่ถ้วน มนุษย์ในยุคนี้มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินร้อยปี ก็ต้องบ่ายหน้าไปสู่เงื้อมมือของพญามัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่ที่ไม่เคยปรานีใคร เมื่อมีความประมาทไม่ได้สั่งสมเสบียงคือบุญเอาไว้ จึงเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับสรรพสัตว์ทั้งหลาย      เพราะเหตุนั้น บัณฑิตทั้งหลายจึงหนักแน่นมั่นคงในการสั่งสมบุญบารมี โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ท่านเหล่านั้นมักจะเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่วาระสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง และพร้อมเสมอต่อการเดินทางไปสู่สัมปรายภพ เพราะตระหนักดีว่า การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของสรรพชีวิต ดังนั้น ผู้มีปัญญาจึงควรหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายกันให้ได้ ชีวิตของเราจะได้ปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า มีพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มงคลสูตร ว่า “สุภาสิตา จ ยา วาจา    เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การกล่าววาจาสุภาษิต เป็นมงคลอันสูงสุด”      การอยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์ที่มีการติดต่อสัมพันธ์กันนี้ คำพูดนั้นเป็นสื่อที่ใช้มากที่สุดก็ว่าได้ วาจาสุภาษิตนั้นหมายถึงคำพูดที่ผู้พูดได้กลั่นกรองไว้ดีแล้ว คิดแล้วคิดอีกจึงพูดออกไป มิได้หมายความว่า อยากจะพูดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น โดยขาดการพินิจพิจารณาเสียก่อน แต่น่าสังเกตว่า อวัยวะในร่างกายของคนเรานี้ อย่างเช่น ตา มีหน้าที่ดูอย่างเดียว …

โทษของการพูดไม่ถูกกาล Read More »

ทุ สะ นะ โส

ทุ สะ นะ โส (พระราชาได้ยินเสียงของสัตว์นรก ๔ ตน)      วันคืนล่วงไปๆ สรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าเป็นต้นไม้ ใบหญ้า รถรา บ้านช่อง คน สัตว์ สิ่งของทั้งหมดเหล่านี้ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เหมือนดอกไม้ แต่เดิมเราเคยเห็นมันเป็นต้นเล็กๆ ไม่นานก็เจริญเติบโตขึ้น แตกใบแผ่กิ่งก้านสาขา ผลิดอกออกผล ให้ความสดชื่นแก่ทุกชีวิต แต่ไม่นานดอกไม้ที่ดูสวยสดงดงามนั้น ก็เหี่ยวแห้งร่วงโรยไปตามกาลเวลา ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย เราจึงไม่ควรประมาทในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า                          “ยาทิสํ วปเต พีชํ        ตาทิสํ  ลภเต ผลํ                     กลฺยาณการี กลฺยาณํ    ปาปการี จ ปาปกํ บุคคลหว่านพืชเช่นไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว”      การกระทำใดๆ ในโลกนี้ …

ทุ สะ นะ โส Read More »

โทษของการวางเพลิง

โทษของการวางเพลิง (โจรเจ้าโทสะวางเพลิงบ้านเศรษฐี)      เราเหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งวัน จากการประกอบธุรกิจหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เราได้ทำผ่านมาแล้ว ดังนั้น ต่อจากนี้ไป เราจะได้ให้โอกาสแก่ตัวของเราเองในการแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับชีวิตของเรา ด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรม ชีวิตจะประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง เมื่อใจอยู่ในกระแสธรรม เราจะมีความสุข รู้สึกโปร่งโล่งเบาสบาย มีความสดชื่นเบิกบาน คลายจากความเหน็ดเหนื่อยที่ได้ตรากตรำมาตลอดทั้งวัน   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โสมนัสสจริยา ว่า      “กรรมที่บุคคลไม่ใคร่ครวญแล้วทำลงไป ไม่ตั้งสติไว้ให้ดี เหมือนความวิบัติของยา ย่อมเป็นผลชั่วร้าย กรรมที่ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ กำหนดความคิดไว้อย่างถูกต้อง เหมือนสมบัติของยา ย่อมเป็นผลเจริญ”      บัณฑิตไม่สรรเสริญการทำบาปอกุศล เพราะเป็นการทำตามอำนาจของกิเลส กิเลสบังคับให้ทำกรรม แล้วส่งผลเป็นวิบากอันเผ็ดร้อน ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานแสนสาหัส พลัดไปสู่อบายภูมิ การทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด ไม่พิจารณาไตร่ตรองให้ดี เหมือนการรับประทานยารักษาโรคโดยไม่ศึกษาสรรพคุณของยาเสียก่อน ถ้าใช้ยาผิดก็จะนำความวิบัติถึงชีวิตมาให้ พระพุทธองค์จึงสอนให้รู้จักใคร่ครวญให้ดีก่อนทำ โดยเฉพาะความชั่วนั้น ไม่ทำเสียเลยดีกว่า      * ในสมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า มีเศรษฐีท่านหนึ่งชื่อ สุมังคละ มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ถึงขนาดเอาแผ่นอิฐทองคำมาปูเป็นพื้นทั่วทั้งบริเวณวัด ทำการก่อสร้างมหาวิหารถวายพระบรมศาสดา …

โทษของการวางเพลิง Read More »

โทษของการกักขังสัตว์

โทษของการกักขังสัตว์ (เด็กเลี้ยงโคลืมไปว่าขังเหี้ยไว้ในรูจอมปลวก)      วัตถุประสงค์ของชีวิตคือ เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในครั้งที่ท่านยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่นั้น เกิดมาในโลกมนุษย์ท่านทำแต่ความดีเรื่อยไปจนกระทั่งหมดอายุขัย และตลอดระยะเวลานั้น  ท่านไม่เคยละเลยต่อการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทรงทำอย่างนี้ทุกภพทุกชาติ  จนกระทั่งบารมีของท่านเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบรมครูสั่งสอนสัตว์โลกให้เข้าถึงธรรมตามพระองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า      “บุคคลที่ทำกรรมชั่วไว้ ถึงจะหนีไปทางอากาศ ก็พ้นจากกรรมชั่วไปไม่ได้ หนีไปในท่ามกลางมหาสมุทร ก็พ้นจากกรรมชั่วไปไม่ได้ หนีเข้าไปในซอกเขาก็ไม่พ้นจากกรรมชั่วได้ ไม่มีสถานที่ใด ที่จะพ้นจากการรับผลกรรมชั่วได้เลย”      โลกมนุษย์ที่เราอาศัยอยู่นี้ เปรียบเสมือนตลาดกลางในการค้าบุญและบาป ใครทำความดีก็มีกำไรชีวิต จะมีความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต เกิดมาชาตินี้ก็คุ้มค่ากับการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ มาสั่งสมบุญบารมีล้วนๆ ส่วนผู้ที่ทำบาปอกุศลเอาไว้ จะได้รับผลกรรม เสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อน บุญกุศลที่ทำไว้ไม่หนีหายไปไหน จะติดตามเราไปเหมือนเงาตามตัว ส่วนบาปกรรมที่ทำไว้เปรียบเสมือนล้อเกวียนที่หมุนไปตามรอยเท้าโค ไม่สามารถจะหลีกหนีจากบาปกรรมที่ทำไว้      พระพุทธองค์จึงสอนให้ละความชั่วทุกอย่าง ทั้งทางกาย วาจา และใจ เพราะเป็นเหตุให้เวียนว่ายตายเกิดไม่มีที่สิ้นสุด ทรงสอนให้ทำแต่ความดีทุกรูปแบบ ไม่ให้ดูหมิ่นบุญว่ามีปริมาณเล็กน้อย แล้วไม่ยอมทำความดี มีความประมาทในการสั่งสมบุญ และยังสอนให้ทำจิตให้ผ่องใส ทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะตราบใดที่ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ บาปอกุศลก็จะคอยติดตามเป็นอุปสรรคในการสร้างความดีเรื่อยไป …

โทษของการกักขังสัตว์ Read More »

โทษของการเห็นผิด

โทษของการเห็นผิด (หญิงงามเมืองถ่มน้ำลายรดศรีษะพระดาบส)      ธรรมกายเป็นหลักของโลก ผู้เข้าถึงพระธรรมกาย คือผู้เข้าถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาทรงเข้าถึงความเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า  เพราะได้บรรลุกายธรรมอรหัต จึงตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัทธรรมคำสอนของพระองค์ ล้วนออกมาจากกลางธรรมกาย ที่กลั่นออกมาจากใจที่หยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว ผู้ที่จะศึกษาวิชชาในทางพระพุทธศาสนาได้ดี ต้องเป็นผู้ที่มีใจหยุดนิ่งสะอาดบริสุทธิ์ จึงจะเข้าถึงธรรมะบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ว่า                          “นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ    เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ                      ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ    ยถยิทํ มิจฺฉาทิฏฺฐิ                      มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ     ภิกฺขเว วชฺชานิ      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่พิจารณาเห็นธรรมสักอย่างหนึ่ง ที่มีโทษมากเหมือนอย่างมิจฉาทิฎฐิเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฎฐิเป็นอย่างยิ่ง”      เนื่องจากจิตที่ตั้งไว้ผิด จึงส่งผลให้คิดผิด พูดผิด ทำผิด ก่อให้เกิดผลเสียทั้งตนเองและผู้อื่น คนที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ นอกจากจะพาตนเองไปสู่ความหายนะแล้ว ยังทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนและเสื่อมเสียไปด้วย การจะพิจารณาว่าใครเป็นมิจฉาทิฏฐิหรือไม่นั้น ก็ดูได้ง่ายๆ ว่า เขาเชื่อในเรื่องของการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วไหม เชื่อว่านรกสวรรค์ …

โทษของการเห็นผิด Read More »

ทำบาปเพราะนึกสนุก

ทำบาปเพราะนึกสนุก (ภุมมเทวดายุแหย่ให้พระภิกษุแตกแยกกัน)      เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ ๒ ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ในทางโลก และการศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาความรู้ทางโลก มีเป้าหมายเพื่อให้เรารู้จักวิธีการแสวงหาปัจจัยสี่มาหล่อเลี้ยงชีวิต ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนการศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ให้เข้าถึงความสุขอันแท้จริงที่มีอยู่ภายในตน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ตายนสูตร ว่า                          “อกตํ ทุกฺกฏํ เสยฺโย    ปจฺฉา ตปฺปติ ทุกฺกฏํ                      กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย    ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ      ความชั่วไม่ทำเสียเลยประเสริฐกว่า ความชั่วที่ทำลงไป จะคอยเผาผลาญเราในภายหลัง กรรมใดที่ทำแล้วไม่เดือดร้อนในภายหลัง กรรมนั้นเป็นความดี ทำแล้วประเสริฐกว่า”      พระบรมโพธิสัตว์แต่ละพระองค์ เกิดกี่ภพกี่ชาติก็สร้างความดีอย่างเดียว เพราะใจท่านมีพระนิพพานเป็นเป้าหมาย จึงมุ่งชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์เรื่อยมา ถ้าหากหลงไปทำบาปอกุศลเข้า เมื่อรู้ตัวก็จะรีบปรับปรุงแก้ไขทันที เพราะท่านเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือกรรมชั่วที่ทำเอาไว้ …

ทำบาปเพราะนึกสนุก Read More »

โทษของการฉ้อราษฎร์บังหลวง

โทษของการฉ้อราษฎร์บังหลวง (เปรตอดีตปุโรหิตมีทิพยสมบัติในตอนกลางคืนเพราะรักษาอุโบสถเพียงคืนเดียว )      โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งบุญและบาป บัณฑิตผู้มีปัญญาเกิดมารู้คุณค่าของชีวิต จึงมุ่งแต่สั่งสมบุญสั่งสมความดี เพื่อจะได้เป็นเสบียงในการเดินทางไกลข้ามวัฏสงสาร ส่วนผู้ที่ไม่รู้คุณค่าของชีวิต ก็ปล่อยวันเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า แล้วยังก่อบาปอกุศล ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีความสุขในเบื้องต้น แต่จริงๆ แล้ว เป็นความทุกข์ตั้งแต่ต้นจนถึงอวสาน นักสร้างบารมีผู้ไม่ประมาท จึงสั่งสมแต่บุญบารมีอย่างเดียว แล้วเว้นจากบาปอกุศลทั้งปวง มุ่งรุดหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางคืออายตนนิพพาน การทำใจให้หยุดนิ่งเป็นวิธีการอันประเสริฐที่จะไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุด ดังนั้น ผู้มีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร จึงควรหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งให้ได้ทุกๆ วัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ วาเสฏฐสูตร ความว่า                          “กมฺมุนา วตฺตตี โลโก    กมฺมุนา วตฺตตี ปชา                      กมฺมนิพนฺธนา สตฺตา    รถสฺสาณีว ยายโต      โลกเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์เป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเครื่องกระชับ เหมือนลิ่มสลักรถที่แล่นไปอยู่ฉะนั้น”      คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้เราเข้าใจในเรื่องของกฎแห่งกรรมว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าทำดีก็มีความสุขเป็นอานิสงส์ ทำไม่ดีก็ส่งผลให้ได้รับความทุกข์ทรมานทั้งในขณะที่มีชีวิตอยู่และละโลกไปแล้ว ฉะนั้นการกระทำใดๆ ที่ไม่ให้ผลนั้นย่อมไม่มี เหมือนปลูกถั่วก็ต้องได้ถั่ว ปลูกงาก็ต้องได้งา ปลูกถั่วจะได้งาเป็นไปไม่ได้ …

โทษของการฉ้อราษฎร์บังหลวง Read More »

โทษของการห้ามลูกทำบุญ

โทษของการห้ามลูกทำบุญ (เปรตอดีตมารดาของอุตตรมาณพ พระโสดาบัน)      การเดินทางไกลในวัฏสังสาร เราจำเป็นจะต้องมีเสบียงติดตัวไป เพื่อใช้ในระหว่างการเดินทาง เสบียงนั้นก็คือบุญ บุญจะส่งผลให้เราก้าวไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์ที่มีความสุขยิ่งกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะการสร้างบารมีเพื่อรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่อายตนนิพพาน เราจำเป็นจะต้องมีบุญพิเศษที่จะช่วยย่นย่อหนทางอันยาวไกลให้สั้นลง บุญที่เราได้สั่งสมเอาไว้จะเป็นที่พึ่งของเรา ดวงบุญนี้จะติดแน่นอยู่ในศูนย์กลางกายของเราทุกคน คอยส่งผลให้เราเป็นผู้ถึงพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ เราจะสร้างบารมีได้สะดวกสบายยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นการสั่งสมบุญจึงเป็นหน้าที่หลักของนักสร้างบารมีผู้มีพระนิพพานเป็นเป้าหมาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสโทษของความตระหนี่เอาไว้ใน มัจฉริสูตร ว่า      “คนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น ดีแต่ว่าเขา ทำการขัดขวางผู้อื่นที่ให้ทาน คนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือยมโลก ถ้าหากถึงความเป็นมนุษย์ จะเกิดในสกุลคนยากจน หาเสื้อผ้า อาหาร ความสนุกสนานได้โดยยาก คนตระหนี่ปรารถนาสิ่งใดจากผู้อื่น เขาย่อมไม่ได้แม้สิ่งนั้นตามความปรารถนา นั่นเป็นเพราะผลกรรมในภพนี้ และภพหน้าก็ยังเป็นทุคติอีกด้วย”      * ในสมัยหนึ่ง หลังจากที่พระบรมศาสดาได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว อุตตรมาณพพาเพื่อนเข้าไปหาไม้ในป่าเพื่อเอามาซ่อมแซมพระนคร เผอิญได้เข้าไปถึงที่อยู่ของพระมหากัจจายนะ ซึ่งท่านกำลังบำเพ็ญสมณะธรรมอยู่ตามลำพัง เมื่อเห็นท่านแล้วก็บังเกิดความเลื่อมใส จึงเข้าไปกราบนมัสการท่านด้วยความเคารพ พระเถระก็เมตตาแสดงธรรมให้ท่านฟัง จนมาณพหนุ่มเกิดความซาบซึ้งในรสพระธรรม จึงนิมนต์พระเถระพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ให้ไปฉันภัตตาหารที่บ้าน      อุตตรมาณพเมื่อกลับไปถึงบ้านแล้ว ก็ชักชวนหมู่ญาติและพวกพ้องให้มาช่วยกันถวายทานแด่พระเถระและหมู่ภิกษุสงฆ์ที่บ้านของตนเอง เช้าตรู่ก็ได้ช่วยกันจัดภัตตาหารหวานคาวอันประณีต รอคอยพระเถระและภิกษุสงฆ์ด้วยความเบิกบานใจ …

โทษของการห้ามลูกทำบุญ Read More »

กรรมของคนฆ่าพระ

กรรมของคนฆ่าพระ (ศิษย์บุรุษเปลี้ยดีดกรวดใส่หูพระปัจเจกพุทธเจ้าจนละสังขาร)      การเดินทางไกลในสังสารวัฏเพื่อข้ามไปสู่ฝั่งแห่งอมตมหานิพพาน ซึ่งเป็นที่สุดของการเดินทาง และเป็นที่สุดของการแสวงหานั้น จำเป็นจะต้องมีเสบียงคือบุญ เป็นเครื่องสนับสนุนเครื่องหล่อเลี้ยงให้เราได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย บุญกุศลเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องสั่งสมเอาไว้ เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้โอกาสในการสร้างบุญสร้างบารมี ก็จงอย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย เพราะบุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งของเรา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า บุญจะสนับสนุนให้เราได้บรรลุจุดหมายปลายทางไปถึงที่สุดแห่งธรรม ดังนั้นให้รีบขวนขวายในบุญกุศลกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                          “ยาวเทว อนตฺถาย       ญตฺตํ * พาลสฺส ชายติ                      หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ    มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ      ความรู้เมื่อเกิดแก่คนพาล ย่อมเป็นไปเพื่อความฉิบหายเท่านั้น ความรู้นั้นย่อมยังปัญญาของเขาให้ตกไป และฆ่าสุกธรรมของคนพาลเสีย”      ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ มีความจำเป็นต้องอาศัยปัจจัย ๔ มาหล่อเลี้ยงขันธ์ ๕ หรือสังขารร่างกายของเรานี้ ทำให้เราต่างต้องดิ้นรนแสวงหาสิ่งต่างๆ ต้องเหน็ดเหนื่อยทนลำบากตรากตรำ เพื่อหาสิ่งเหล่านี้มาบำรุงหล่อเลี้ยงสังขารให้เป็นอยู่อย่างสุขสบาย ดังนั้นเมื่อเรามีชีวิตเกิดขึ้นมาแล้ว  จำเป็นต้องแสวงหาอุปกรณ์ที่จะช่วยในการแสวงหาปัจจัย ๔ ให้เกิดขึ้นมาโดยง่าย สิ่งที่อำนวยความสะดวกตรงนี้เรารู้จักดีนั่นก็คือ …

กรรมของคนฆ่าพระ Read More »

โทษของความประมาท

โทษของความประมาท (พระโมคคัลลานะสงเคราะห์ลูกเศรษฐีผลาญสมบัติ)      สรรพสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ล้วนต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ความตายเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่ก็ไม่สามารถหลบลี้หนีจากปากพญามัจจุราชไปได้ ผู้มีปัญญามองเห็นว่า ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เป็นเพียงการย้ายตำแหน่งที่อยู่อาศัย ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ถ้ามีบุญมากก็ไปเสวยผลบุญในสุคติโลกสวรรค์ แล้วกลับมาเกิดเพื่อสร้างบารมีในโลกมนุษย์ต่อไปอีก ส่วนผู้มีบุญน้อยทำบาปอกุศลเอาไว้มาก ก็ตกไปในอบายภูมิ เสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนในมหานรก ผู้รู้ทั้งหลายท่านแนะนำว่าหากไม่อยากตาย ก็ต้องไม่เกิด แล้ววิธีการที่จะไม่เกิดอีก จะต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง เข้ากลางของกลางไปเรื่อยๆ กลางของกลาง หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ในหนทางสายกลางตรงกลางกาย ซึ่งเป็นหนเดียวทางที่จะทำให้พบทางพ้นทุกข์ เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ที่จะทำให้ไปถึงที่สุดแห่งทุกข์ ถึงที่สุดแห่งธรรม   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                          “โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา    ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ                      โสมํ โลกํ ปภาเสติ         อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา      บุคคลใดประมาทในกาลก่อน แล้วกลับมาไม่ประมาทในภายหลัง …

โทษของความประมาท Read More »

กรรมของคนเจ้าชู้

กรรมของคนเจ้าชู้ (อดีตลูกชายช่างทองเป็นชู้กับภรรยาคนอื่น)      เบื้องหลังของทุกๆ ชีวิต หากนึกย้อนกลับไปดู ทั้งที่เป็นอดีตของปัจจุบัน และอดีตชาติที่เคยเกิดกันมานับชาติไม่ถ้วน จะมีทั้งที่เป็นความดี  ซึ่งถือว่าเป็นความสว่างของชีวิต และส่วนที่เป็นมุมมืดของชีวิต เพราะบาปกรรมที่เคยทำเอาไว้ในอดีต ชีวิตเรายังไม่มีอะไรที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง  บางครั้งจึงมีทั้งสุขและทุกข์คลุกเคล้ากันไป ดังนั้นเราจึงควรจะสร้างแต่ความดีเพื่อความสุขทั้งในปัจจุบันและในบั้นปลายของชีวิต ขอให้เราอดทนก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งความดี พร้อมกับหมั่นทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ สักวันหนึ่งเราจักก้าวถึงบันไดขั้นสูงสุด คือได้บรรลุถึงถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุขอย่างแน่นอน มีพระบาลีที่ปรากฏใน อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ ว่า      “กาเมสุมิจฉาจารอันบุคคลซ่องเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรก เป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดในดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต วิบากของกาเมสุมิจฉาจารอย่างเบาที่สุด เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีศัตรู มีเวร ไม่เป็นที่รักของคนอื่น”      ความเจ้าชู้ทำให้เกิดความระแวง มีศัตรูมาก และทำให้ไม่เป็นที่รัก เหมือนดังเรื่องในอดีตชาติของภิกษุณีท่านหนึ่ง หลังจากบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้ระลึกชาติดูประวัติการสร้างบารมีที่ผ่านมา ว่าได้สั่งสมบุญอะไรเอาไว้บ้าง จึงได้บรรลุพระอรหัตผล และทำไมภพชาติสุดท้ายนี้ จึงได้แต่งงานถึง ๓ ครั้ง แต่ถูกสามีทอดทิ้งโดยไม่มีเยื่อใยเลย เมื่อระลึกชาติไปดู ก็พบว่าในแต่ละชาติที่ผ่านมา ตนเองต้องเสวยวิบากกรรมที่เกิดจากการประพฤติผิดในกามมาโดยตลอด แม้ในภพชาตินี้ถึงจะเกิดเป็นลูกสาวเศรษฐี  …

กรรมของคนเจ้าชู้ Read More »

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น ( พระโกกาลิกะมีจิตผูกอาฆาตในพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ )      การประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวของเราเองและมวลมนุษยชาติ ผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ ย่อมจะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย อาภรณ์ภายนอกนั้นแม้อาจจะมีมูลค่ามากมาย แต่เป็นที่พึ่งในยามคับขันให้กับเรายังไม่ได้ อีกทั้งยังทำให้เป็นห่วงกังวลในการเก็บรักษา แต่ธรรมะภายในเท่านั้น ที่เป็นอาภรณ์ชั้นเลิศ เป็นที่พึ่งที่ระลึกให้กับตัวเราได้อย่างแท้จริง แม้คนอื่นก็ให้ความเคารพเลื่อมใส จะทำให้เป็นที่รักที่น่าปรารถนา และเป็นผู้ทรงคุณค่าสง่างามของมหาชนทั้งหลาย ดังนั้นธรรมะจึงเป็นอาภรณ์ประดับคู่กายที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตามตัวเราไปได้ทุกภพทุกชาติ เราจึงต้องหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงธรรมะภายใน เราจะได้เป็นเจ้าของสมบัติอันลํ้าค่านี้ได้ตลอดไป มีพระบาลีกล่าวไว้ใน สุภาษิตสูตร ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาอันประกอบด้วยองค์ ๔ เป็นวาจาสุภาษิต  ไม่เป็นวาจาทุพภาษิต เป็นวาจาไม่มีโทษ และเป็นวาจาอันวิญญูชนทั้งหลายไม่ติเตียน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมกล่าวแต่วาจาที่บุคคลกล่าวดีแล้วเท่านั้น ไม่กล่าววาจาที่บุคคลกล่าวชั่ว ย่อมกล่าวแต่วาจาที่เป็นธรรมเท่านั้น ไม่กล่าววาจาที่ไม่เป็นธรรม ย่อมกล่าวแต่วาจาอันเป็นที่รักเท่านั้น ไม่กล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ย่อมกล่าวแต่วาจาจริงเท่านั้น ไม่กล่าววาจาเท็จ      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาอันประกอบด้วยองค์ ๔ เหล่านี้แล เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นวาจาทุพภาษิต เป็นวาจาไม่มีโทษ และเป็นวาจาอันวิญญูชนทั้งหลายไม่พึงติเตียน”      วาจาสุภาษิต หมายถึงคำพูดที่ได้รับการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้วจากใจที่บริสุทธิ์ ประกอบด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อผู้ฟัง …

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น Read More »

พรหมปุโรหิตาภูมิ

พรหมปุโรหิตาภูมิ ตราบใดที่กิเลสอาสวะภายในใจของเรายังไม่หมด ย่อมต้องถูกพญามารตามรังควานในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่กิเลสมาร ขันธมาร อภิสังขารมาร มัจจุมาร รวมไปถึงเทวบุตรมาร และผู้ที่จะถูกเขาบังคับบัญชาได้ง่าย คือผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง มัวปล่อยใจให้เลื่อนลอยไปตามกระแสโลก ปล่อยชีวิตให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไปยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ต่างๆ ทำให้ประมาทในชีวิต มีอยู่ที่หนึ่งที่พญามารบังคับบัญชาไม่ได้ คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ที่ตรงนี้เป็นเหมือนป้อมเหมือนค่าย เป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุด เราจะปลอดภัยจากมารทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ให้ทุกท่านหยุดใจไว้ที่ตรงนี้ อย่าประมาทในชีวิต ให้ใช้เวลาที่ผ่านไปให้เกิดประโยชน์มากที่สุดด้วยการประพฤติธรรม นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายให้ได้ตลอดเวลา หมั่นทำในทุกอิริยาบถทำทุกๆ วันอย่างสมํ่าเสมอ เราจะได้พบกับที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด คือ พระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะแก้วคุ้มกันภัยชั้นเลิศของเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เกวัฏฏสูตร ว่า “ดูก่อนเกวัฏฏะ ปาฏิหาริย์ ๓ อย่างนี้ เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง ด้วยตนเองแล้ว จึงประกาศให้รู้ ปาฏิหาริย์ ๓ อย่างคือ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ดูก่อนเกวัฏฏะ อิทธิปาฏิหาริย์ คือ …

พรหมปุโรหิตาภูมิ Read More »

นิพพานคือเป้าหมายของชีวิต

นิพพานคือเป้าหมายของชีวิต การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏ จะต้องรู้เท่าทันอาสวกิเลส รู้ว่าสิ่งไหนเป็นบุญสิ่งไหนเป็นบาปอกุศล แล้วดำรงตนให้อยู่บนเส้นทางแห่งบุญ เส้นทางแห่งความดี ความไม่รู้เป็นอันตรายอย่างยิ่งของชีวิต เพราะถ้าไม่รู้สิ่งเหล่านี้แล้ว อาจทำให้พลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตมัวหมองได้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องแสวงหาผู้รู้ เข้าไปสอบถามในสิ่งที่สงสัย ที่สำคัญคือต้องหมั่นเข้าไปหาผู้รู้ภายในคือพระรัตนตรัย ด้วยวิธีการหยุดใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แสวงหาความรู้แจ้งที่เกิดจากปัญญาบริสุทธิ์ จะได้เข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน และจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ ปัญหาต่างๆ ที่สงสัยก็จะหมดสิ้นไป * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทุติยนิพพานสูตร ว่า “ทุทฺทสํ อนตํ นาม         น หิ สจฺจํ สุทสฺสนํ ปฏิวิทฺธา ตณฺหา ชานโต  ปสฺสโต นตฺถิ กิญฺจนํ ฐานะที่บุคคลเห็นได้ยาก ชื่อว่านิพพาน ไม่มีตัณหา นิพพานนั้นเป็นธรรมจริงแท้ ไม่เห็นได้โดยง่ายเลย ตัณหาอันบุคคลแทงตลอดแล้ว กิเลสเครื่องกังวลย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้รู้ ผู้เห็นอยู่ ” โลกนี้ถูกอวิชชา คือความไม่รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตห่อหุ้มไว้ เหมือนเวลาที่เดินเข้าไปในห้องมืดๆ ไม่มีแสงสว่างจากภายนอก หรือมีเพียงแสงสลัวๆ ทำให้มองไม่เห็นวัตถุต่างๆ ที่อยู่ในห้อง ความมืดคืออวิชชาได้ห่อหุ้มจิตใจของมนุษย์ไว้ ปิดบังเห็น …

นิพพานคือเป้าหมายของชีวิต Read More »