หลวงพ่อธัมมชโย

๔๗. หยุดนิ่งจึงเห็นภาพ

หยุดนิ่งจึงเห็นภาพ ไม่มีวิธีอื่นเลย ที่จะทำให้เห็นภาพภายในที่มีอยู่ในตัวของเรา นอกจากเอาใจมาหยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น จะเอากล้องเอกซเรย์ส่องเข้าไปดู ก็ไม่เห็น ต้องนำใจที่ซัดส่ายวิ่งไปในอารมณ์ต่างๆ มาหยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น ถึงจะเห็นภาพ เพราะแสงสว่างจะเกิด ความสุขเกิด ความบริสุทธิ์เกิด ภาพเกิด ความรู้เกิด จะเป็นขั้นตอนอย่างนี้ พอใจนิ่ง ความสุขก็มาติด แสงสว่างก็มาติดอีก พอแสงสว่างเกิดก็เห็นภาพ เหมือนเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ความมืดหมดไป เราก็เห็นภาพคนสัตว์สิ่งของ แต่นี่เห็นภาพภายในเป็นดวงธรรมใสๆ เป็นกายละเอียดที่อยู่ข้างในเป็นชั้นๆ แสงสว่างเกิด ภาพเกิด เหมือนเราดึงของที่อยู่ในที่มืดมาสู่ที่แจ้ง ก็เห็นแจ้งขึ้น ความรู้แจ้งก็เกิดว่าสิ่งที่เห็นในนั้นคืออะไร อย่างไร ถ้าภาษาธรรมะ เรียกว่า จักขุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง จะมาพร้อมๆ กัน เมื่อใจหยุดนิ่ง ไม่มีวิธีอื่นที่จะไปเห็นอย่างนี้ นี่คือพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระมหาเถรานุเถระ สืบทอดมากระทั่งถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย นำมาถ่ายทอดให้เราฟัง บอกวิธีการอย่างนี้ และทำให้เราได้เข้าถึงแบบท่าน มีความสุข ความบริสุทธิ์แบบท่าน มีความเห็นแจ้ง รู้แจ้ง แจ่มแจ้งเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตแบบเดียวกับท่าน เราจึงเทิดทูนท่านเหนือเศียรเกล้า …

๔๗. หยุดนิ่งจึงเห็นภาพ Read More »

๔๘. เป็นผู้ดูที่ดี

เป็นผู้ดูที่ดี ไม่ต้องใช้กำลังไปบังคับใจ ไม่วิเคราะห์ วิจารณ์ประสบการณ์ภายใน ทำหน้าที่เป็นผู้ดูที่ดี ดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยใจที่เบิกบาน แช่มชื่น เป็นปกติ โดยไม่ให้มีความคิดใดๆ เกิดขึ้น ดูไปเฉยๆ เรื่อยๆ มีอะไรให้ดู เราก็ดูไป ดูไปอย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่วางใจหยุดนิ่งๆ ทำเพียงแค่นี้เท่านั้น ไม่ช้าใจจะหยุดนิ่งเอง จะถูกส่วนเอง ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๔๙. เห็น ไม่เห็น ก็ไม่เห็นจะเป็นไร

เห็น ไม่เห็น ก็ไม่เห็นจะเป็นไร วันนี้เรานั่งยังไม่เห็นอะไร ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างไรเราก็จะต้องเห็นอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่เห็นมันมีอยู่ แต่เป็นสิ่งที่ละเอียด หน้าที่ของเราคือ ทำใจให้ละเอียดเท่ากับสิ่งที่มีอยู่เพียงแค่นี้เท่านั้น เมื่อละเอียดเท่ากันก็จะดึงดูดเข้าหากัน ความเห็นก็จะเกิดขึ้นมาพร้อมความสว่าง ภาพก็จะเกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้น เวลาเรานั่งให้มุ่งทำความละเอียดของใจ คือ มุ่งฝึกใจให้หยุดให้นิ่ง ให้วางพอดีๆ ส่วนการเห็นนั้นให้เป็นผลพลอยได้ เพราะอย่างไรเราก็จะต้องเห็นอยู่แล้วถ้าใจละเอียด รักษาใจอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าสามารถนึกภาพได้ ก็ให้นึกอย่างสบาย อย่าไปเค้นภาพ ให้นึกสบายๆ ค่อยๆ วางใจหยุดนิ่งๆ เห็นรัวๆ รางๆ เราก็ค่อยๆ ประคองใจไปเรื่อยๆ อย่าทำด้วยความใจร้อน อย่าฮึดฮัด หงุดหงิด รำคาญ เมื่อเรามองยังไม่เห็นภาพ หรือภาพที่เห็นไม่ชัดเจนตามใจปรารถนา ให้ทำใจให้ใส ให้เยือกเย็น ทำเพียงแค่นี้ ไม่ช้า ก็จะสมหวังดังใจ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม …

๔๙. เห็น ไม่เห็น ก็ไม่เห็นจะเป็นไร Read More »

๕๐. ดูไปด้วยใจสบาย

ดูไปด้วยใจสบาย ดูไปอย่างสบายๆ เท่าที่มีให้เราดู มีความชัดให้เราดู ๕ เปอร์เซ็นต์ เราก็ดูไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยความพึงพอใจ ดูไปอย่างสบายๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น มีมาให้ดู ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นชัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็ดูไปเรื่อยๆ ใจจะได้หยุดนิ่งๆ นุ่มๆ เบาๆ สบายๆ การดูเฉยๆ ด้วยใจที่สบาย จะทำให้ใจของเราหยุดนิ่งนุ่มได้สมบูรณ์ขึ้น จนกระทั่งได้ภาพในใจ จะเป็นดวงหรือองค์พระ ชัดเจน ๖๐ หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบเท่าลืมตาเห็นภาพภายนอก เราก็ดูไปเรื่อยๆ เฉยๆ อย่างเดิมอย่างเดียวอย่างนี้ตลอดไป ด้วยอารมณ์ดี อารมณ์สบายอารมณ์เดียว เดี๋ยวภาพก็จะชัดเหมือนลืมตาเห็นเอง วัตถุภายนอกเห็นได้ชัดแค่ไหน ดวงหรือองค์พระที่อยู่ภายในก็จะชัดเท่ากัน มันจะเห็นชัดภายใน ในสภาวะที่ร่างกายปลอดโปร่ง โล่ง เบา สบาย ตัวขยาย และก็หายไป กลมกลืนไปกับบรรยากาศ เหมือนดวงหรือองค์พระลอยอยู่ในกลางอวกาศโล่งๆ …

๕๐. ดูไปด้วยใจสบาย Read More »

๕๑. สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม

สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม ที่จะทำให้ใจเราหยุดนิ่งได้เร็ว ประการที่ ๑ ต้องหัดเป็นคนมองโลกไปตามความเป็นจริง ไม่ได้หมายความว่า ให้มองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้าย แต่ให้มองโลกไปตามหลักโลกธรรม ๘ คือ มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ มีคนสรรเสริญ-มีคนนินทา มีสุข-มีทุกข์ ธรรม ๘ ประการนี้ จะวนเวียนในชีวิตประจำวันของเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อมันมากระทบ เราจะต้องไม่หวั่นไหว ทำใจให้เป็นกลางๆ เพราะว่ามันเป็นธรรมดาโลก ประการที่ ๒ ทำใจให้เป็นกุศล ให้เบิกบานแช่มชื่นอยู่เสมอ ใครเป็นคนหงุดหงิด ฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ ใจร้อน แง่งอนอะไรต่างๆ ต้องทิ้งไปให้หมด อย่าไปอนุรักษ์ไว้ แล้วทำใจของเราให้ผ่องใส ให้เยือกเย็น สบายๆ ประการที่ ๓ มองทุกๆ คน เป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะเป็นสามี ภรรยา พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย บุตร ธิดา หรือเพื่อนร่วมงานของเรา ให้มองว่า …

๕๑. สิ่งที่เกื้อหนุนการปฏิบัติธรรม Read More »

๕๒. ฝึกเป็นผู้ให้

ฝึกเป็นผู้ให้ ให้มีความมั่นใจว่า สักวันหนึ่งเราต้องเข้าถึงธรรมอย่างแน่นอน ขอแค่มีความเพียรและทำให้ถูกวิธี เพราะสิ่งนี้ มีอยู่แล้วในตัวของเรา ทำอย่างสบายๆ ไปเถิด รักษาอารมณ์ดี อารมณ์สบาย อารมณ์แจ่มใส ให้ใจเป็นกุศลตลอดวัน ตลอดคืน ตลอดเวลา สิ่งนี้จะช่วยให้เราเข้าถึงจุดนั้นได้เร็วเข้า ฝึกเป็นผู้ให้ ทำความรู้สึกว่า เราเป็นผู้ให้ ถ้าเมื่อไรมีความรู้สึกว่า เราเป็นผู้ให้ได้ และเป็นผู้ให้อย่างแท้จริงตลอด ๒๔ น. ถ้าทำได้อย่างนี้เพียงไม่กี่วันก็จะเข้าถึงได้ ในชีวิตของเรา เราสามารถให้อะไรได้บ้าง เริ่มตั้งแต่ให้ความรัก ให้ความปรารถนาดีต่อทุกคน ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยใจจริง ให้รอยยิ้มกับทุกๆ คน ให้อภัยกับคนที่ล่วงเกินเรา จนกระทั่งใจเราสบาย ให้ความรู้ วิทยาทาน ให้คำแนะนำต่างๆ ให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังกาย ให้กำลังใจ ให้อาหาร ให้ข้าว ให้น้ำ ให้วัตถุทานต่างๆ จนกระทั่งก้าวไปถึงให้ความปลอดภัยในชีวิตทุกชีวิต ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้าย ไม่ฆ่า ก็คือศีลข้อที่ ๑ นั่นเอง ให้ความปลอดภัยในทรัพย์สิน หรือให้ศีลข้อที่ ๒ ให้ความปลอดภัยในครอบครัวเขา คือศีลข้อที่ …

๕๒. ฝึกเป็นผู้ให้ Read More »

๕๓. ต้องมีอิทธิบาท ๔

ต้องมีอิทธิบาท ๔ ต้องให้ความสำคัญกับการทำใจหยุดใจนิ่งให้ได้ ฝึกฝนอบรมใจกันไปทุกวัน อย่าท้อแท้ ท้อถอย ทำให้ถูกวิธี แล้วมีความเพียร ที่ประกอบไปด้วยอิทธิบาท ๔ มีความพึงพอใจรักใคร่ที่จะเข้าถึงวิชชาธรรมกาย ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย มีความเพียร ทำทุกอิริยาบถ ทำความเพียรต่อเนื่อง ให้ใจจดจ่ออยู่กับธรรมกายอย่างเดียว แล้วก็หมั่นสังเกตทุกรอบว่า เราวางใจพอดีไหม ตึงเกินไปไหม ทำให้เกิดความเครียด หรือหย่อนไปก็ทำให้เกิดความเคลิ้ม หรือความฟุ้ง เกิดความคิด แล้วก็วางจิตวางใจของเราเบาๆ อย่างง่ายๆ สบายๆ สังเกตไปเรื่อยๆ ทุกอิริยาบถว่า ทำอย่างไรถึงจะวางใจได้พอดีๆ ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป ความพึงพอใจคือความพอดีนั่นเอง วางใจอย่างนี้แล้วรู้สึกใจตั้งมั่น มั่นคง ไม่ซัดส่าย รู้สึกสบาย เบิกบาน แช่มชื่น นั่นแหละคือความพอดี ถ้าเกิดความรู้สึกพึงพอใจ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ …

๕๓. ต้องมีอิทธิบาท ๔ Read More »

๕๔. เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน

เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน ให้ความสำคัญต่อการฝึกใจให้หยุดนิ่ง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อตัวเราเอง ไม่ใช่เพื่อใคร ไม่ว่าเราจะมีภารกิจมากน้อยเพียงใดก็ตาม ก็ต้องไม่ให้เป็นข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเงื่อนไข ในการทำใจให้หยุดนิ่ง เพื่อความสุขและความปลอดภัยในชีวิตของเรา ความตายไม่มีนิมิตหมายว่า จะตายเมื่อใด ที่ไหน ด้วยวิธีการใด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตจึงต้องฝึกใจให้หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่เราควรทำ คือ ทำควบคู่กันไปในชีวิตประจำวัน มีภารกิจอะไร เราก็ทำไป นั่งนอนยืนเดินเราก็ทำกันไปพร้อมๆ กัน เพราะปกติไม่ว่าเราจะเคลื่อนไหวกายทำภารกิจอะไร ใจเรายังแวบไปคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้ แต่แทนที่เราจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างเดิม เราก็มาปรับใหม่ ให้ใจมาหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ แปลว่า ข้างในหยุดนิ่ง แต่ข้างนอกเคลื่อนไหว เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกันได้ ภารกิจกับจิตใจก็จะควบคู่กันไป แปลว่า เวลาที่เราสูญเสียไป เราก็ได้สิ่งดีๆ มาทดแทน คุ้มกับการเสียไป คือ เสียเพื่อได้ ไม่สูญเสียเปล่า ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ …

๕๔. เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน Read More »

๕๕. นึกถึงพระทุกครั้ง ใจสูงขึ้นทุกครั้ง

นึกถึงพระทุกครั้ง ใจสูงขึ้นทุกครั้ง การนึกถึงภาพองค์พระกลางดวงแก้วครั้งหนึ่ง จิตสำนึกของเราก็จะเปลี่ยนแปลงขึ้น สูงขึ้น บริสุทธิ์ขึ้นทุกครั้งที่เรานึกถึงพระ แม้ยังไม่มีภาพมาให้เราเห็นชัดเจนหรือเห็นแค่คุ่มๆ ค่ำๆ รัวๆ รางๆ อย่างนั้น ใจเราก็เปลี่ยนแปลงแล้ว สูงขึ้น ประณีตขึ้น ถูกกลั่นให้บริสุทธิ์เพิ่มขึ้น พอเรานึกบ่อยๆ ความบริสุทธิ์ก็เติมเข้ามาบ่อยๆ จนกระทั่งถึงขีดๆ หนึ่ง มันก็พรึบเข้าไปได้ เหมือนน้ำที่หยดทีละหยดลงในตุ่ม ยังทำให้ตุ่มเต็มได้ฉันใด ใจที่ฝึกกัน ทุกๆ วัน จากมืดๆ มัวๆ คุ่มๆ ค่ำๆ นึกถึงองค์พระกลางดวงแก้วไปทีละเล็กละน้อย สักวันหนึ่งก็จะสมหวังจนได้ เหมือนพระจันทร์ ไม่ใช่จู่ๆ เต็มดวง มันก็มืดก่อน แล้วก็มาแหว่ง แหว่งมาก แหว่งน้อย จนกระทั่งเต็มดวง มันค่อยๆ เติมเต็มกันไปทีละเล็ก ทีละน้อย ไม่ใช่พรวดพราดได้เลย คนที่ได้เลยก็มีเหมือนกัน แต่ว่าถือเป็นกรณียกเอาไว้ เพราะเขาสั่งสมบุญใหญ่ข้ามภพข้ามชาติ มามากกว่าเรา แล้วเขาทำอย่างสม่ำเสมอมา พอถึงเวลาบุญส่งผล เขาก็พรึบได้เลย ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ พระธรรมเทศนา …

๕๕. นึกถึงพระทุกครั้ง ใจสูงขึ้นทุกครั้ง Read More »

๕๖. อย่าให้หาย

อย่าให้หาย ภาพที่เราเห็นตอนหลับตานั่งสมาธิ พอเราได้แล้ว อย่าให้เลือนหายไป แม้ต้องทำกิจวัตรกิจกรรมอย่างอื่นในชีวิตประจำวัน เราก็แปะภาพนี้ติดไว้ ต้องหมั่นประคับประคองในทุกอิริยาบถ ฝึกให้ชำนาญในทุกกิจวัตรกิจกรรม เหมือนเราเอาภาพแปะติดเอาไว้ด้วยกาวอย่างดี ให้เราสมมติอย่างนั้น ฝึกหลับตา ลืมตา ให้เห็นชัดเท่ากัน ลืมตาก็ชัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หลับตาก็ชัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่งนอนยืนเดินก็ยังชัดเท่ากัน ทำจนกระทั่งกิจวัตรกิจกรรม หลับตาลืมตาไม่เป็นอุปสรรคต่อการตรึงภาพด้วยใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ต้องฝึกฝนให้ชำนาญ เพราะจะมีเรื่องที่ทำให้ใจเราหยาบเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเลย ตั้งแต่ตื่นนอนกระทั่งเข้านอน เรื่องคน สัตว์ สิ่งของ ธุรกิจการงาน บ้านช่อง เรื่องสิ่งแวดล้อมสารพัด จากภายในตัวเราเองบ้าง ภายในบ้านบ้าง นอกบ้านบ้าง ตามถนนหนทาง ที่ทำงาน สถานที่ต่างๆ ที่เราไป หรือสถานการณ์ของสังคมบ้านเมือง โลก ดินอากาศฟ้า อะไรต่างๆ จะชวนให้ใจเราหลุดออกไป และก็หยาบ ถ้าเราประมาท ไม่ตรึกเอาไว้ ไม่แปะภาพติดไว้ก็จะหลุดไป มันจะหลุดไปทีละน้อยอย่างที่เราไม่รู้ตัว ถ้าชะล่าใจ ไม่ฝึกซ้ำๆ จะหลุดไปเยอะขึ้น ในที่สุดจะหลุดไปเลย ภาพที่เราเคยเห็นก็จะหายไปเอง จิตก็จะเข้าสู่สภาวะหยาบ …

๕๖. อย่าให้หาย Read More »

๒๕. รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง

รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง ความสุขที่แท้จริงที่ทุกคนแสวงหา มีรวมประชุมอยู่ในพระธรรมกายเท่านั้น ที่อื่นไม่มี มนุษย์ทุกคนในโลก ทุกเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ ล้วนมีพระธรรมกายอยู่ในตัวด้วยกันทั้งนั้น แต่เราไม่ทราบว่า มีท่านอยู่ ดังนั้นทั้งๆ ที่ปรารถนาจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง แต่เมื่อหาผิดที่ก็หาไม่เจอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง, รสแห่งธรรม ย่อมชนะรสทั้งปวง, ความยินดีในธรรม ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง, ความสิ้นไปแห่งตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง” หลวงพ่อมีความปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะให้ลูกทุกคนได้เข้าถึงพระธรรมกาย จะได้รู้จักและเข้าใจคำว่า “รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง” นั้นเป็นอย่างไร มีรสชาติอย่างไร เข้าถึงแล้วจะยังประโยชน์สุขให้แก่ตนเองและต่อโลกอย่างไร เมื่อใดที่เราได้รับรสแห่งธรรม เมื่อนั้นเราจะทราบด้วยตนเองว่า สิ่งใดเป็นงานที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะมีมหากรุณาเกิดขึ้น เรารักตนเองอย่างไร เราก็จะรักเพื่อนมนุษย์อย่างนั้น มีใจมุ่งตรงต่อจุดหมายปลายทางของชีวิต โดยมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร และมีความปรารถนาอยากจะให้คนทั้งโลกได้เข้าถึงพระธรรมกาย และอยากให้เขามีความสุข เป็นความปรารถนาที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของเจตนาอันบริสุทธิ์ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม …

๒๕. รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง Read More »

๒๖. ธรรมะรักษา

ธรรมะรักษา การฝึกใจให้หยุดนิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต อย่าให้มีสิ่งใดมาเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บไข้ได้ป่วย หรืออ่อนเพลียเพียงไรก็ตาม ให้ลงมือนั่งสมาธิ กำหนดจิตไปเลยว่า เราจะหยุดนิ่งให้ได้ เมื่อเราตั้งใจแน่วแน่อย่างนี้ ไม่ช้าความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็จะหายไป เปลี่ยนมาเป็นความสุข แม้ความทุกข์ทรมานที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บก็จะเลือนหายไป ยกตัวอย่าง ผู้ป่วยโรคมะเร็งท่านหนึ่ง คุณหมอบอกว่า จะมีชีวิตอยู่อีกไม่กี่เดือน ให้ร่ำลาหมู่ญาติ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ผู้ป่วยฟังแล้วใจเศร้าหมอง เพราะไม่รู้ว่าตายแล้วจะไปไหน ชีวิตในสัมปรายภพจะเป็นอย่างไร มีความกังวลมาก ทุกข์ทั้งกายทั้งใจ แต่เมื่อได้ยอดกัลยาณมิตรไปแนะนำให้ฝึกสมาธิ ให้ปล่อยวางเรื่องความเจ็บป่วย อย่ากังวลเรื่องที่คุณหมอบอก ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความวิตกกังวล และให้กำหนดจิตตัดใจ ทำใจให้แน่วแน่อยู่กลางกาย ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ภายในตัว เมื่อตั้งใจทำอย่างจริงจังแล้ว ผลแห่งการปฏิบัติอย่างจริงจังย่อมปรากฏ แม้ร่างกายจะเจ็บป่วยด้วยโรคภัยที่ร้ายแรง แต่ก็สู้กำลังใจที่เข้มแข็งแน่วแน่ และการฝึกใจให้หยุดนิ่งไม่ได้ ในที่สุดก็สามารถเอาชนะทุกขเวทนาได้ ใจหลุดจากสังขารแห่งความทุกข์ทรมาน หยุดนิ่งเข้าถึงความสว่างภายใน เห็นดวงปฐมมรรค เห็นกายมนุษย์ละเอียด และในที่สุดก็เข้าถึงองค์พระธรรมกายในตัว ความสุขก็พรั่งพรูออกมา จนลืมไปว่า ตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย ลืมไปว่าคุณหมอบอกว่า จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน ลืมความทุกข์ทรมานทั้งหมด มีแต่สุขอย่างเดียว สุขอยู่ในพระธรรมกายที่สว่างไสว ไม่หวาดกลัวต่อมรณภัย มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีปีติ เบิกบาน สิ่งที่เหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้น …

๒๖. ธรรมะรักษา Read More »

๒๗. ใจตกศูนย์พบแสงสว่างภายใน

ใจตกศูนย์ พบแสงสว่างภายใน พอกายกับใจเป็นหนึ่งเดียวกันเข้าก็จะเกิดการเคลื่อน หรือการเดินทางเข้าไปสู่ภายใน เราจะมีความรู้สึกเหมือนดิ่งลงไป หรือถูกดึงดูดให้เคลื่อนเข้าไปข้างใน มีอาการคล้ายๆ หล่นลง ใหม่ๆ อาการคล้ายๆ หล่นไปอย่างนั้น หล่นลงมาจากท้องฟ้าบ้าง ตกหลุมอากาศบ้าง ตกจากที่สูงบ้าง ถ้าเราทำเฉยๆ เดี๋ยวก็จะคุ้นเคย อาการหล่นไปนั้นกลายเป็นการขยายไปรอบทิศ ทุกทิศทุกทาง ความสว่างก็เกิด เป็นแสงสว่างภายในที่ขจัดความมืดในดวงใจเราหมดสิ้นไป เมื่อความมืดในดวงใจหมดสิ้นไป ความไม่รู้จริงอันใดก็พลอยหมดสิ้นตามไปด้วย เหมือนดวงอาทิตย์ผุดขึ้นมาขจัดความมืดในอากาศ ทำให้อากาศสว่างอย่างนั้น ทำให้สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจน แจ่มแจ้ง แล้วก็มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็น แสงสว่างภายในก็เช่นเดียวกัน จะทำให้เรารู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ในสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลาย เพราะแสงสว่างภายในจะเจิดจ้ามากกว่าแสงสว่างภายนอก เหมือนเอาดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันมาเรียงกันเต็มท้องฟ้าอย่างนั้น แต่ไม่แสบตา ไม่เคืองตา แต่พาให้เราสุขใจ เป็นแสงแก้วที่นุ่มเนียนละมุนตา ละมุนใจ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๒๗. ใจตกศูนย์พบแสงสว่างภายใน Read More »

๒๘. เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง

เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง หยุดเป็นตัวสำเร็จ ที่ทำให้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัว ไม่ว่าจะเป็นกายในกาย ตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรมโคตรภู กายธรรมพระโสดาบัน กายธรรมพระสกิทาคามี กายธรรมพระอนาคามี กายธรรมพระอรหัต ต้องหยุดอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรเลย พอหยุดอย่างเดียว ใจก็จะละเอียด นี่เป็นเรื่องที่แปลก หยุดอย่างเดียว เราจะเห็นไปเรื่อยๆ พอเห็นแล้ว ก็จะรู้ขึ้นมาเอง พอเห็นแจ้ง ก็รู้แจ้ง มันไปพร้อมๆ กัน ต่างจากดวงตามนุษย์ที่เห็นของที่อยู่กลางแจ้ง บางทียังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ต้องไปดูใกล้ๆ ถึงพอจะรู้ แต่นี่เห็นแจ้งแล้วก็รู้แจ้งไปในเวลาเดียวกันเลย อาศัยหยุดอย่างเดียวกระทั่งเข้าไปรวมกับกายของท่านผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว คือ ธรรมกาย กายพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลุดพ้นจากอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สามัญลักษณะที่เป็นปกติของสิ่งต่างๆ ทั่วไป ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 …

๒๘. เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง Read More »

๒๙. การหลับตา

การหลับตา หลับตาเบาๆ พอสบายๆ คล้ายกับตอนที่เราใกล้จะหลับ ปรือๆ ตา อย่าถึงกับปิดสนิท อย่าเม้มตา อย่ากดเปลือกตาหรือลูกนัยน์ตา หลับพอสบายๆ ถ้าหลับตาเป็นกล้ามเนื้อทุกส่วนจะคลี่คลาย ผ่อนคลายหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ถ้าเราบีบเปลือกตา เดี๋ยวกล้ามเนื้อจะเกร็งหมดตั้งแต่ใบหน้า แล้วก็ไล่ไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลย หลับเบาๆ พอสบายๆ แค่ไม่ให้เห็นภาพภายนอกเท่านั้น ใจจะได้ไม่ฟุ้ง เพราะฉะนั้นต้องให้ความสำคัญกับการหลับตาให้มากๆ ตรงนี้สำคัญ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่