หลวงพ่อธัมมชโย

๒๑. การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายเป็นสมถะ หรือวิปัสสนา

การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายเป็นสมถะหรือวิปัสสนา ที่จริงสมถะกับวิปัสสนาขาดอันใดอันหนึ่งไม่ได้เลย เหมือนบันได ต้องมีขั้นมีตอนของมันไป ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน หรือเหมือนเท้า ๒ เท้า ที่ต้องไปคู่กัน “สมถะ” แปลว่า หยุด, นิ่ง, สงบ, ระงับ หมายถึง ใจที่แวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องราวต่างๆ เราดึงมาหยุดให้เป็นหนึ่ง เป็นเอกัคคตา มีอารมณ์เดียว หยุดนิ่งๆ อย่างนี้เรียกว่า สมถะ วิธีฝึกใจให้หยุดนิ่งเพื่อให้ถึงคำว่า “สมถะ” มีมากมาย ที่รวบรวมไว้ในวิสุทธิมรรคมี ๔๐ วิธี (กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ อนุสสติ ๑๐ พรหมวิหาร ๔ อรูปกัมมัฏฐาน ๔ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ จตุธาตุววัฏฐาน ๑) แต่จริงๆ มีนอกเหนือจากนี้อีกเยอะมาก คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ใจหยุด พอใจหยุดนั่นแหละ เรียกว่า สมถะ ถ้าใจยังไม่หยุด เรียกว่า อนาถะ คือ …

๒๑. การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายเป็นสมถะ หรือวิปัสสนา Read More »

๓๗. ความสำคัญของฐานที่ ๗

ความสำคัญของฐานที่ ๗ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นที่เกิด ที่ดับ ที่หลับ ที่ตื่นของเรา มาเกิดกระทั่งไปเกิดหรือตาย ทั้งหลับ ทั้งตื่นเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ และที่สำคัญ คือ เป็นต้นทางไปสู่อายตนนิพพาน ทางมรรคผลนิพพานจะต้องเริ่มต้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ทุกพระองค์ท่านจะเริ่มต้นหยุดใจของท่านตรงนี้เรื่อยไปเลย หยุดอย่างเดียวไม่ได้ทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ตั้งแต่เบื้องต้นจนกระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เราต้องทำความรู้จักเอาไว้ว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นตำแหน่งที่สำคัญที่จะต้องเอาใจมาหยุดนิ่งๆ อยู่ที่ตรงนี้ ไม่ว่าเราจะทำภารกิจอะไรก็ตามทั้งทางโลกและทางธรรม โดยเฉพาะทางธรรม จะทำทานก็จะต้องเอาใจมาหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้ ทำน้อยก็จะได้ผลบุญมาก จะรักษาศีลให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็ต้องเอาใจมาอยู่ตรงนี้ เพราะศีลบังเกิดขึ้นที่ตรงนี้ รักษา คือ ทำให้อยู่ ก็ต้องอยู่ตรงนี้ จะเจริญภาวนาก็จะต้องเอาใจมาอยู่ตรงนี้ ตรงนี้จึงเป็นที่ตั้งของใจเรา เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เป็นต้นทางของมรรคผลนิพพาน ฐานที่ ๗ ตรงนี้จึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญ ที่ลูกทุกคนจะต้องเอาใจใส่ เอาใจมาหยุดมานิ่งอยู่ที่ตรงนี้ให้ได้ทุกวันทุกคืน ทั้งวันทั้งคืน แล้วความบริสุทธิ์ก็จะบังเกิดขึ้นกับเรา ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ พระธรรมเทศนา โดย …

๓๗. ความสำคัญของฐานที่ ๗ Read More »

๒๒. ใจที่ฝึกดีแล้ว…นำสุขมาให้

ใจที่ฝึกดีแล้ว..นำสุขมาให้ งานฝึกสมาธิ การทำใจหยุดใจนิ่ง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของชีวิตเรา ตราบใดที่เรายังมีชีวิตเป็นมนุษย์อยู่ แล้วก็อยู่ในโลกใบนี้ โลกที่เต็มไปด้วยธรรม ๘ ประการ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีคนสรรเสริญบ้าง นินทาบ้าง มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ธรรม ๘ ประการนี้ มีอยู่เป็นของประจำโลกนี้ ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้จะต้องเจอธรรม ๘ ประการ เมื่อเจอแล้วอารมณ์ของปุถุชนย่อมหวั่นไหว ยินดีบ้าง ยินร้ายบ้าง เป็นเหตุให้ใจของเรากระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา และส่วนมากมักจะเอนเอียงมาสู่ธรรมที่เป็นฝ่ายลบ คือ ฝ่ายความทุกข์ มีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ คนนินทา แล้วก็มีความทุกข์ ไม่สบายกาย ไม่สบายใจอย่างนั้น การฝึกสมาธิทำใจให้หยุดให้นิ่ง จะทำให้ใจของเรามีหลักของชีวิต มีหลักของจิตใจ ถ้าเราจับหลักได้ วางใจเป็น ที่มีทุกข์มากก็จะทุกข์น้อย ที่ทุกข์น้อยก็จะหายไปเลย ความทุกข์มันมีอยู่ทุกขั้นตอนของชีวิต มีอยู่ทุกวัน การฝึกสมาธิ ฝึกใจให้หยุดนิ่งจะทำให้เราหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้มาก ยิ่งในวาระสุดท้ายของชีวิต ครั้งหนึ่งในชีวิตเราจะต้องพบต้องเจอ คือการเจ็บไข้ได้ป่วย เราจะต้องไปนอนอยู่บนเตียงคนป่วย ในยามนั้น หมอก็ดี …

๒๒. ใจที่ฝึกดีแล้ว…นำสุขมาให้ Read More »

๓๘. วางใจเป็น

วางใจเป็น รวมใจไปหยุดนิ่งๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ วางใจของเราให้เป็น วางใจเป็น คือ วางเบาๆ สบายๆ เดี๋ยวก็จะเห็นภาพภายใน ฝึกฝนบ่อยๆ ในการวางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งอยู่ในกลางท้องของเรา ในระดับที่เหนือจากสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ ถ้าวางใจเป็น จะถูกส่วนของมันไปเอง เดี๋ยวตัวก็เบา จะกลวงภายใน จะโล่ง โปร่ง เบา สบาย แต่ก็ต้องฝึกบ่อยๆ ทำให้ชำนาญ แม้จะมีภารกิจอะไรก็ตาม บทฝึกวางใจ โดยการทำการบ้านข้อ ๘ ทุก ๑ ชั่วโมงขอ ๑ นาที นึกให้คุ้นเคย ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๓๘. วางใจเป็น Read More »

๒๓. ความสุขที่ทุกคนแสวงหา

ความสุขที่ทุกคนแสวงหา การทำความบริสุทธิ์ของใจ โดยการเจริญสมาธิภาวนา เราต้องหมั่นทำกันทุกวัน อย่าให้ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว ไม่ว่าวันนั้นเราจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บไข้ได้ป่วย มีเครื่องกังวลอะไรต่างๆ ก็ให้นั่งหลับตาทำสมาธิไป อาจจะฟุ้งบ้าง ก็ต้องยอมให้มันฟุ้ง จะง่วงก็ต้องยอมบ้าง จะเมื่อยก็เปลี่ยนอิริยาบถเอา แล้วเราก็ค่อยๆ ฝึกฝนอบรมใจกันไปทุกวัน ตราบใดที่ใจเรายังไม่หยุดไม่นิ่ง เราจะไม่มีวันรู้จักความสุขที่แท้จริง ตราบใดเรายังไม่ได้เข้าถึงดวงปฐมมรรค เราจะไม่มีวันเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ตราบใดที่เรายังเข้าไม่ถึงพระรัตนตรัยในตัว เราจะไม่มีวันรู้จักที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง เมื่อเข้าถึงแล้วเราจะสลัดตนให้พ้นจากกองทุกข์ไปสู่อายตนนิพพานได้ ถ้าเราเข้าไม่ถึง เราจะไม่มีวันไปได้ จุดเริ่มต้น คือ ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง ต้องให้ความสำคัญตรงนี้นอกเหนือจากภารกิจในชีวิตประจำวัน แล้วก็ต้องให้มากๆ ด้วย เพราะมันเกี่ยวข้องกับตัวของเรา เมื่อเราปรารถนาอยากจะพบความสุขความสมหวังในชีวิตที่แท้จริง เราก็ต้องปฏิบัติธรรมฝึกใจให้หยุดนิ่ง ถ้าเราไม่ฝึกใจให้หยุดนิ่ง เราจะไม่มีวันรู้จักความสุขที่แท้จริง เราจะแสวงหาความสุขที่แท้จริงจากทรัพย์ วัตถุภายนอก คน สัตว์ สิ่งของไม่ได้เลย จะเดินทางไกลไปเที่ยวต่างประเทศ จะดื่ม จะดริ๊ง จะอะไรก็แล้วแต่ ไม่เจอทั้งนั้น เพราะความสุขที่แท้จริงอยู่ที่หยุดกับนิ่งตรงนี้ ถ้าเรารักและปรารถนาความสุขที่แท้จริง อยากจะสมหวังในชีวิต ก็ต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ พระธรรมเทศนา โดย …

๒๓. ความสุขที่ทุกคนแสวงหา Read More »

๓๙. ที่ไว้วางใจ

ที่ไว้วางใจ แม้ภายนอกจะผิวสีอะไรก็ตาม ผิวสีขาว สีเหลือง สีแทน หรือสีที่แตกต่าง ก็เป็นแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ข้างในจะผิวใสเหมือนกัน เพราะฉะนั้นที่แต่งผิวใสแก้ผิวเสียมีวิธีเดียว คือ เอาใจหยุดนิ่งภายในที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ อย่าเอาใจไปวางไว้ที่ใคร วางใจไว้ที่คน สัตว์ สิ่งของไม่ได้ เพราะนั่นไม่ใช่ที่วางใจ เพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ คนก็เปลี่ยนแปลง สัตว์ก็เปลี่ยนแปลง สิ่งของก็เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างล้วนไปสู่จุดสลายทั้งสิ้น และจะทำให้เราทุกข์ใจด้วย เราจะเอาใจไปไว้ตรงนั้นทำไม เพราะที่นั่นไม่ใช่ที่ไว้วางใจ ที่วางใจมีที่เดียวในโลก คือ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ วางใจไว้ตรงนี้แล้วดวงสว่างเกิด ใจจะใสๆ แล้วเราจะเห็นผิวใสๆ ซึ่งต่างจากผิวสีๆ ที่เป็นผิวเสียข้างนอก เพราะฉะนั้นวางใจไว้ตรงนี้ สำคัญนะ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๓๙. ที่ไว้วางใจ Read More »

๒๔. ความสุขที่คาดไม่ถึง

ความสุขที่คาดไม่ถึง ถ้าเราฝึกใจให้หยุดนิ่งได้ถูกส่วน ถูกต้องสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จิตเราจะเกลี้ยงเกลา จะบริสุทธิ์ จะผ่องแผ้ว และมีความสุขที่เราคาดไม่ถึง มีความสุขด้วยตัวของตัวเอง โดยไม่หวังคำชื่นชมจากใครๆ เลย เป็นความสุขที่มนุษย์ไม่เข้าใจ ชาวโลกไม่เข้าใจ และนึกไม่ถึงว่า มีความสุขชนิดนี้อยู่ มันเกินกว่าความคิดของมนุษย์ ไม่ว่าจะเรียนมาสูงแค่ไหนก็แล้วแต่ ไม่เข้าใจ สุขที่คาดไม่ถึง คือ นึกไม่ถึงเลยว่า สุขอย่างนี้มีอยู่ สุขโดยไม่ต้องอาศัยวัตถุสิ่งของ คำยกย่องสรรเสริญ ชื่นชม ไม่ต้องอาศัยดวงตาที่ต้องดู ดูของรัก ดูคนรัก ดูธรรมชาติที่สวยสดงดงามแล้วเราถึงจะปลื้ม ถึงจะชื่นใจ ไม่ต้องใช้หูฟังเสียงคนสรรเสริญชื่นชมเรา หรือฟังเพลงให้เพลินๆ ฟังเสียงน้ำตก คลื่นกระทบฝั่งอะไรต่างๆ เหล่านี้ ไม่ต้องอาศัยอย่างนี้เลย หรือความสุขที่ได้ดมกลิ่นหอมๆ ต้องมีใครมาปรุงกลิ่นให้หอม ความหอมชนิดนั้นชนิดนี้แตกต่างกันหลากหลาย สุขที่ไม่ต้องอาศัยจมูก ไม่ต้องอาศัยดวงตา ไม่ต้องอาศัยหู ไม่ต้องอาศัยลิ้นที่ลิ้มรส ถ้าได้รสอาหารที่อร่อยๆ ถึงจะมาช่วยปรุงแต่งลิ้นให้มีความสุขไปถึงใจอะไรอย่างนี้ ไม่ต้องอาศัยกายที่จะต้องสัมผัสสิ่งที่นุ่มนวล ไปติดที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ได้สัมผัส ความสุขที่นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้ คือ ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ปิดทุกอย่าง และทำใจหยุดนิ่งๆ …

๒๔. ความสุขที่คาดไม่ถึง Read More »

๔๐. เข้าถึงธรรมต้องสบายๆ

เข้าถึงธรรมต้องสบายๆ การเข้าถึงธรรมต้องสบายๆ สำหรับผู้มีบุญ..ต้องสบาย ไม่ใช่ลำบากๆ ดูพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเกณฑ์ วันที่จะบรรลุธรรม ท่านได้เสวยภัตตาหารที่อร่อยที่สุดของนางสุชาดา เอาอาหารใส่ถาดทองคำมา เสวยเสร็จไปสรงสนานพระวรกาย แล้วลอยถาดทองไป ทรงอธิษฐานจิตว่า ถ้าจะได้บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ถาดลอยทวนน้ำ ถาดก็ลอยทวนน้ำไป สรงสนานพระวรกายเสร็จ ร่างกายสดชื่นแล้ว มานั่งทำหยุดทำนิ่งเฉยๆ พญามารมาราวี จะทำให้สะดุ้งกลัว ท่านก็ดูเฉยๆ เหมือนดูคนบ้า ไม่ได้ไปต่อกรอะไร ดูเฉยๆ นิ่งๆ นึกถึงบุญบารมี ความดีที่สั่งสมเอาไว้ นิ่งๆ เฉยๆ สบายๆ จนกระทั่งพญามารหมดอารมณ์ กลับดีกว่า แล้วท่านก็นั่งรวดเดียวเลย เพราะฉะนั้น จะเข้าถึงธรรมต้องสบายๆ ถ้าไม่สบายนั่งรวดเดียวไม่ได้หรอก นั่งไม่เห็น พอสบาย ท่านก็เห็นเรื่อยไป ตั้งแต่ปฐมมรรค กายในกาย จนปฐมยามได้เป็นพระโสดาบัน เข้าถึงกายธรรมพระโสดาบัน ยามที่ ๒ ถึงกายพระอนาคามี พอยามสุดท้ายเป็นพระอรหันต์ บรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย สบายๆ พระบรมศาสดาของเรายังเป็นอย่างนี้นะลูก เพราะฉะนั้นอย่าไปนั่งลำบากๆ เคร่งเครียดซีเรียสไป ให้สบายๆ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ …

๔๐. เข้าถึงธรรมต้องสบายๆ Read More »

๒๕. รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง

รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง ความสุขที่แท้จริงที่ทุกคนแสวงหา มีรวมประชุมอยู่ในพระธรรมกายเท่านั้น ที่อื่นไม่มี มนุษย์ทุกคนในโลก ทุกเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ ล้วนมีพระธรรมกายอยู่ในตัวด้วยกันทั้งนั้น แต่เราไม่ทราบว่า มีท่านอยู่ ดังนั้นทั้งๆ ที่ปรารถนาจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง แต่เมื่อหาผิดที่ก็หาไม่เจอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า “ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง, รสแห่งธรรม ย่อมชนะรสทั้งปวง, ความยินดีในธรรม ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง, ความสิ้นไปแห่งตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง” หลวงพ่อมีความปรารถนาอย่างยิ่ง ที่จะให้ลูกทุกคนได้เข้าถึงพระธรรมกาย จะได้รู้จักและเข้าใจคำว่า “รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง” นั้นเป็นอย่างไร มีรสชาติอย่างไร เข้าถึงแล้วจะยังประโยชน์สุขให้แก่ตนเองและต่อโลกอย่างไร เมื่อใดที่เราได้รับรสแห่งธรรม เมื่อนั้นเราจะทราบด้วยตนเองว่า สิ่งใดเป็นงานที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะมีมหากรุณาเกิดขึ้น เรารักตนเองอย่างไร เราก็จะรักเพื่อนมนุษย์อย่างนั้น มีใจมุ่งตรงต่อจุดหมายปลายทางของชีวิต โดยมีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร และมีความปรารถนาอยากจะให้คนทั้งโลกได้เข้าถึงพระธรรมกาย และอยากให้เขามีความสุข เป็นความปรารถนาที่ยืนอยู่บนพื้นฐานของเจตนาอันบริสุทธิ์ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม …

๒๕. รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง Read More »

๒๖. ธรรมะรักษา

ธรรมะรักษา การฝึกใจให้หยุดนิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต อย่าให้มีสิ่งใดมาเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บไข้ได้ป่วย หรืออ่อนเพลียเพียงไรก็ตาม ให้ลงมือนั่งสมาธิ กำหนดจิตไปเลยว่า เราจะหยุดนิ่งให้ได้ เมื่อเราตั้งใจแน่วแน่อย่างนี้ ไม่ช้าความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็จะหายไป เปลี่ยนมาเป็นความสุข แม้ความทุกข์ทรมานที่เกิดจากโรคภัยไข้เจ็บก็จะเลือนหายไป ยกตัวอย่าง ผู้ป่วยโรคมะเร็งท่านหนึ่ง คุณหมอบอกว่า จะมีชีวิตอยู่อีกไม่กี่เดือน ให้ร่ำลาหมู่ญาติ เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ผู้ป่วยฟังแล้วใจเศร้าหมอง เพราะไม่รู้ว่าตายแล้วจะไปไหน ชีวิตในสัมปรายภพจะเป็นอย่างไร มีความกังวลมาก ทุกข์ทั้งกายทั้งใจ แต่เมื่อได้ยอดกัลยาณมิตรไปแนะนำให้ฝึกสมาธิ ให้ปล่อยวางเรื่องความเจ็บป่วย อย่ากังวลเรื่องที่คุณหมอบอก ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดความวิตกกังวล และให้กำหนดจิตตัดใจ ทำใจให้แน่วแน่อยู่กลางกาย ให้ใจหยุดนิ่งอยู่ภายในตัว เมื่อตั้งใจทำอย่างจริงจังแล้ว ผลแห่งการปฏิบัติอย่างจริงจังย่อมปรากฏ แม้ร่างกายจะเจ็บป่วยด้วยโรคภัยที่ร้ายแรง แต่ก็สู้กำลังใจที่เข้มแข็งแน่วแน่ และการฝึกใจให้หยุดนิ่งไม่ได้ ในที่สุดก็สามารถเอาชนะทุกขเวทนาได้ ใจหลุดจากสังขารแห่งความทุกข์ทรมาน หยุดนิ่งเข้าถึงความสว่างภายใน เห็นดวงปฐมมรรค เห็นกายมนุษย์ละเอียด และในที่สุดก็เข้าถึงองค์พระธรรมกายในตัว ความสุขก็พรั่งพรูออกมา จนลืมไปว่า ตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย ลืมไปว่าคุณหมอบอกว่า จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกไม่นาน ลืมความทุกข์ทรมานทั้งหมด มีแต่สุขอย่างเดียว สุขอยู่ในพระธรรมกายที่สว่างไสว ไม่หวาดกลัวต่อมรณภัย มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีปีติ เบิกบาน สิ่งที่เหนือธรรมชาติก็เกิดขึ้น …

๒๖. ธรรมะรักษา Read More »

๒๗. ใจตกศูนย์พบแสงสว่างภายใน

ใจตกศูนย์ พบแสงสว่างภายใน พอกายกับใจเป็นหนึ่งเดียวกันเข้าก็จะเกิดการเคลื่อน หรือการเดินทางเข้าไปสู่ภายใน เราจะมีความรู้สึกเหมือนดิ่งลงไป หรือถูกดึงดูดให้เคลื่อนเข้าไปข้างใน มีอาการคล้ายๆ หล่นลง ใหม่ๆ อาการคล้ายๆ หล่นไปอย่างนั้น หล่นลงมาจากท้องฟ้าบ้าง ตกหลุมอากาศบ้าง ตกจากที่สูงบ้าง ถ้าเราทำเฉยๆ เดี๋ยวก็จะคุ้นเคย อาการหล่นไปนั้นกลายเป็นการขยายไปรอบทิศ ทุกทิศทุกทาง ความสว่างก็เกิด เป็นแสงสว่างภายในที่ขจัดความมืดในดวงใจเราหมดสิ้นไป เมื่อความมืดในดวงใจหมดสิ้นไป ความไม่รู้จริงอันใดก็พลอยหมดสิ้นตามไปด้วย เหมือนดวงอาทิตย์ผุดขึ้นมาขจัดความมืดในอากาศ ทำให้อากาศสว่างอย่างนั้น ทำให้สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจน แจ่มแจ้ง แล้วก็มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราเห็น แสงสว่างภายในก็เช่นเดียวกัน จะทำให้เรารู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ในสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลาย เพราะแสงสว่างภายในจะเจิดจ้ามากกว่าแสงสว่างภายนอก เหมือนเอาดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวันมาเรียงกันเต็มท้องฟ้าอย่างนั้น แต่ไม่แสบตา ไม่เคืองตา แต่พาให้เราสุขใจ เป็นแสงแก้วที่นุ่มเนียนละมุนตา ละมุนใจ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ …

๒๗. ใจตกศูนย์พบแสงสว่างภายใน Read More »

๒๘. เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง

เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง หยุดเป็นตัวสำเร็จ ที่ทำให้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัว ไม่ว่าจะเป็นกายในกาย ตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรมโคตรภู กายธรรมพระโสดาบัน กายธรรมพระสกิทาคามี กายธรรมพระอนาคามี กายธรรมพระอรหัต ต้องหยุดอย่างเดียว ไม่ต้องทำอะไรเลย พอหยุดอย่างเดียว ใจก็จะละเอียด นี่เป็นเรื่องที่แปลก หยุดอย่างเดียว เราจะเห็นไปเรื่อยๆ พอเห็นแล้ว ก็จะรู้ขึ้นมาเอง พอเห็นแจ้ง ก็รู้แจ้ง มันไปพร้อมๆ กัน ต่างจากดวงตามนุษย์ที่เห็นของที่อยู่กลางแจ้ง บางทียังไม่รู้ว่าเป็นอะไร ต้องไปดูใกล้ๆ ถึงพอจะรู้ แต่นี่เห็นแจ้งแล้วก็รู้แจ้งไปในเวลาเดียวกันเลย อาศัยหยุดอย่างเดียวกระทั่งเข้าไปรวมกับกายของท่านผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว คือ ธรรมกาย กายพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลุดพ้นจากอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สามัญลักษณะที่เป็นปกติของสิ่งต่างๆ ทั่วไป ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 …

๒๘. เห็นแจ้งแล้วรู้แจ้ง Read More »

๒๙. การหลับตา

การหลับตา หลับตาเบาๆ พอสบายๆ คล้ายกับตอนที่เราใกล้จะหลับ ปรือๆ ตา อย่าถึงกับปิดสนิท อย่าเม้มตา อย่ากดเปลือกตาหรือลูกนัยน์ตา หลับพอสบายๆ ถ้าหลับตาเป็นกล้ามเนื้อทุกส่วนจะคลี่คลาย ผ่อนคลายหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ถ้าเราบีบเปลือกตา เดี๋ยวกล้ามเนื้อจะเกร็งหมดตั้งแต่ใบหน้า แล้วก็ไล่ไปทั้งเนื้อทั้งตัวเลย หลับเบาๆ พอสบายๆ แค่ไม่ให้เห็นภาพภายนอกเท่านั้น ใจจะได้ไม่ฟุ้ง เพราะฉะนั้นต้องให้ความสำคัญกับการหลับตาให้มากๆ ตรงนี้สำคัญ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ พระรัตนตรัยภายใน กลับสู่ สารบัญ หนังสือคำสอนครูไม่ใหญ่

๓๐. บริกรรมนิมิต

บริกรรมนิมิต การกำหนดบริกรรมนิมิตขึ้นมา ควรจะเป็นสัญลักษณ์ของพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกของเรา จะเป็นองค์พระพุทธรูป เป็นดวงใสๆ หรือพระเดชพระคุณหลวงปู่อยู่ในกลางกาย อย่างใดอย่างหนึ่ง เอาอย่างเดียวที่จะทำให้เรานึกได้อย่างสบาย และใจมีความพร้อมที่จะอยู่ที่กลางกาย แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปว่า จะตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป๊ะเลยไหม ประมาณว่าอยู่ในกลางท้องแถวๆ นั้น ฝึกบ่อยๆ นึกบ่อยๆ เพราะใจเราต้องคิดอยู่แล้ว เรื่องอื่นเราคิดมาเยอะแล้ว ซึ่งไม่ได้ทำให้เราเกิดความพึงพอใจอันสูงสุด แค่เพลินๆ ไปชั่วคราว แต่ถ้าจะเข้าถึงความสุขภายใน ที่จะทำให้เราเกิดความพึงพอใจอันสูงสุด จนกระทั่งไม่ต้องการอะไรอีกเลย ก็ต้องนึกถึงพระรัตนตรัย เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงใจให้หยุดนิ่งๆ นุ่มๆ อยู่ในกลางกาย นึกบ่อยๆ ค่อยๆ นึก ใหม่ๆ ก็นึกไม่ค่อยออก ถ้านึกบ่อยๆ จะค่อยๆ นึกได้ แต่ก็ไม่ชัดเจนเหมือนกับเราลืมเห็นภาพวัตถุภายนอก ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระธรรมเทศนา โดย หลวงพ่อธัมมชโย (คุณครูไม่ใหญ่) ที่มา https://www.dhamma01.com/book/91 ต้นฉบับ หนังสือ เล่ม 2 สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ …

๓๐. บริกรรมนิมิต Read More »

๓๑. นึกนิมิตด้วยสิ่งที่คุ้นเคย

นึกนิมิตด้วยสิ่งที่คุ้นเคย กรณีที่เรานึกบริกรรมนิมิตเป็นองค์พระ หรือดวงแก้วไม่ออก มีข้อแนะนำเพิ่มเติมพิเศษ สำหรับบางท่านที่มีอาชีพค้าผลไม้ หรือมีอาชีพหลากหลาย โดยนำวิธีการที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านได้สอนแก่นาคที่ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พระอุโบสถ โดยให้นาคที่นั่งคุกเข่ากระโหย่งเท้าพนมมือต่อหน้าท่าน นึกถึงปอยผมที่ปลงเมื่อเช้า น้อมมาตั้งไว้ในกลางกาย หรือจำง่ายๆ ว่า กลางท้อง ให้เอาใจมาหยุดนิ่งๆ อยู่กลางปอยผมที่อยู่กลางท้องนั้น นึกไปเรื่อยๆ แล้วท่านก็ซักถามนาคว่า “เส้นผมปลายมันชี้ไปทางไหน โคนชี้ไปทางไหน” นาคก็ตอบคำถามทุกครั้งที่ท่านถามว่า “โคนชี้ไปทางนี้ ปลายชี้ไปทางนี้” จนกระทั่งเห็นปอยผมนั้นเปลี่ยนแปลง จากสีดำเป็นสีใส เป็นปอยผมแก้วที่ใสเหมือนเพชร กายก็เริ่มเบา ใจก็เริ่มปลอดโปร่ง สบาย อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวสั่น เพราะนั่งอยู่ในท่ากระโหย่งเท้าที่ไม่ถนัดเป็นเวลายาวนานถึงชั่วโมงครึ่งก็หายไป พร้อมกับปอยผมแก้วนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นดวงใสๆ ใสเหมือนเพชรอยู่กลางท้อง แล้วท่านก็ทำพิธีอุปสมบทนาคผู้นั้นเป็นพระภิกษุ และแนะนำให้จำดวงแก้วที่เกิดขึ้นในกลางท้องเมื่อใจหยุดนิ่งว่า “นั่นแหละ ดวงปฐมมรรค ต้นทางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน ที่จะทำพระนิพพานให้แจ้ง ให้รักษาเอาไว้ให้ดีว่าบวชมาแล้วเรามีวัตถุประสงค์จะทำพระนิพพานให้แจ้งเพียงประการเดียว เราได้ต้นทางแล้ว คือ ดวงปฐมมรรค ให้รักษาเอาไว้ อย่าให้หาย แล้วให้ไปทำต่อหลังจากบวชแล้ว” นี่คือคำแนะนำสั่งสอนของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือหลวงปู่สดของเรา หลวงพ่อเลยนำวิธีการนั้น มาแนะนำต่อ สำหรับผู้ที่มีอาชีพค้าขาย …

๓๑. นึกนิมิตด้วยสิ่งที่คุ้นเคย Read More »