480712 คีรอยด์ ไสยเวท (ตุ๊กตาขี้เกียจ และคีรอยด์)

คีรอยด์ ไสยเวท
(ตุ๊กตาขี้เกียจ และ คีรอยด์)
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ทาง DMC

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง

ลูก ประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ใน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี สามีของลูกเป็นทหารเรือ เราทั้งสองได้เข้าวัด เมื่อปี 2536 จากการแนะนำของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เป็นอาจารย์สอนทหารเรือ เข้าวัดครั้งแรกได้ไปสวนบัวก่อน กลับจากสวนบัวด้วยความ Alert สุดขีดได้บอกบุญญาติ ๆ และนำปัจจัยมาทำบุญหล่อหลวงปู่ทองคำ รวมน้ำหนัก 70 บาท และได้เป็นครอบครัวธรรมกายมาจนถึงปัจจุบัน ลูกกราบขอความเมตตาพระเดชพระคุณคุณครูไม่ใหญ่ฝันในฝันเรื่องของลูกดังนี้ค่ะ

คุณพ่อของลูก เป็นคนจีนอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ มาถึงเมืองไทยตอนแรกทำงานรับจ้างอยู่ที่ จังหวัดพิจิตร พอมีทุนท่านก็เปิดร้านขายของชำ จนมีฐานะร่ำรวยและได้แต่งงานกับแม่ ตอนแต่งใหม่ๆ ฐานะก็ดี พอมีลูกคนที่ 2 ฐานะก็แย่ลงเรื่อยๆ เนื่องจากพ่อเป็นคนใจดีชอบให้คนกู้ยืมเงิน แต่เมื่อยืมไปแล้วเขาก็ไม่เอามาคืน จนกระทั่งหมดตัว

และตั้งแต่นั้นมา พ่อเริ่มมีอาการแปลกคือจะมีน้ำมันไหลเยิ้มออกมาที่หลังของพ่อตลอดเวลา สังเกตเห็นได้ชัดเวลานอนบนพื้นกระดาน จะมีคราบน้ำมันติดบนกระดาน และพ่อก็จะไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนเลย รักบ้านมาก งานทุกอย่างทำหมดถ้าเป็นงานที่อยู่ในบ้าน แต่ถ้าต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ท่านจะไม่ไป อยู่มาจนกระทั่ง พี่ชายคนที่ 2 ของลูก อายุได้ประมาณ 5-6 ขวบ วันหนึ่งพี่ชายคนนี้ได้ไปเดินเล่นที่รั้วบ้าน ได้เห็นกระทงที่เย็บจากใบตองวางอยู่ข้างรั้ว ทันทีที่พี่ชายเห็นกระทงนั้นก็ร้องออกมาสุดเสียง มีท่าทางหวาดกลัวมาก ทั้งๆ ที่คุณแม่ไปดูก็เห็นเป็นกระทงธรรมดาไม่เห็นมีอะไร ถามเขาว่าเห็นอะไรเขาก็ไม่ยอมบอก ได้แต่แสดงท่าทางหวาดกลัวเพียงอย่างเดียว อยู่ต่อมา 3-4 วัน พี่ชายก็ป่วยเป็นโรคคอตีบ เสมหะไปอุดตันหลอดลม และเสียชีวิตในเวลาต่อมา สร้างความเสียใจให้กับคุณพ่อเป็นอย่างมากเกือบฆ่าตัวตาย คุณพ่อเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป กลายเป็นคนโมโหง่าย ฉุนเฉียว และหันมาดื่มเหล้า เป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ หลายปีผ่านไป จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่สาวคนที่ 5 ของลูก (ตอนนั้นอายุประมาณ 13-14 ปี) ได้ไปเดินเล่นในบริเวณรั้วบ้าน ได้พบกับก้อนดินก้อนหนึ่ง ก็เอามาขว้างกับต้นไม้ จนแตก ก็เห็นเป็นตุ๊กตา 2 ตัวมัดติดกันอยู่ หันหลังชนกัน จึงหาหมอไสยเวทมาดูเขาบอกว่าโดนเขาทำของใส่นานแล้วเพราะความอิจฉาที่แม่มีฐานะดี เขามัดมือมัดเท้าไว้เพื่อจะให้ขี้เกียจทำมาหากิน คนที่ทำเป็นญาติฝ่ายแม่เป็นผู้หญิงซึ่งเขาก็บอกลักษณะรูปร่าง ทิศทางที่อยู่ได้ตรงกับญาติคนหนึ่งของแม่พอดี หมอจึงทำพิธีแก้ให้ที่บ้าน วิธีการของหมอคือ นั่งพับเพียบพนมมือ บริกรรมคาถา สักพักร่างของหมอก็ลอยขึ้นสู่อากาศในท่าเดิม ลอยขึ้นสูงประมาณเท่าเอวของผู้ใหญ่เวลายืน มีน้าชาย น้าสาว พ่อและแม่อยู่ในเหตุการณ์ หมอบอกว่าช่วยได้แต่ไม่หมด จากนั้นก็ปล่อยเรื่องให้เลยตามเลยเรื่อยมา เพราะพ่อก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่นัก น้ำมันที่ไหลออกมาจากหลังของพ่อก็ลดลงบ้างแต่ไม่หาย ฐานะก็ไม่ดีขึ้น บ้านที่เอาไปจำนองไว้ก็ถูกยึด พอบ้านถูกยึดพ่อกับแม่ก็ไปอาศัยบ้านคนจีนที่เขาอพยพมาจากประเทศจีนเหมือนกัน ลูกๆที่โตแล้วก็เข้ากรุงเทพ ฯ

จากนั้น 5-6 ปีต่อมาคุณแม่ก็เริ่มมีอาการเหม่อลอย เบลอ ๆ ต่อมาก็เป็นเบาหวาน เมื่อลูกมีเงินซื้อบ้าน ก็รับพ่อกับแม่มาอยู่ด้วย และเริ่มรักษาโรคเบาหวานของแม่ จนกระทั่งท่านอายุ 62 ปี อยู่ดีๆ แขนของแม่ก็ไม่มีแรงยกไม่ขึ้น ไปตรวจก็พบว่าเป็นเนื้องอกในสมองมานานนับเป็นเวลาสิบๆปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ แสดงออกมาเลย หมอนัดให้ทำการผ่าตัด ก่อนผ่าตัดหมอได้นำแม่ไปฉีดสีเข้าเส้นเพื่อที่จะหาตำแหน่งของเนื้องอกและเส้นเลือด พอฉีดสีเข้าไป ทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้ จึงเกิดอาการช็อค ไม่ได้สติอีกเลย สมองตายไป 80% ผลสุดท้ายไม่ได้ผ่าตัด และแม่ก็เสียชีวิตลง ด้วยอายุ 62 ปี

หลังจากคุณแม่เสีย คุณพ่อก็อายุได้ 80 ปี เริ่มไม่มีแรง แต่ท่านก็จะใส่บาตรทุกวัน ต่อมาพ่อป่วยเดินไม่ค่อยไหว หมอบอกว่าเป็นโรคเกาต์ บางทีหมดแรงล้มไปเลย ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา 1 ปี ต่อมาท่านมีอาการท้องอืด หมอตรวจพบว่า มีอุจจาระแพ็คแน่นแข็งมากอยู่เต็มลำไส้ ต้องใช้วิธีสวนทวาร อาการท้องอืดก็หาย แต่ร่างกายก็อ่อนล้าเต็มที จึงจำเป็นต้องให้อาหารทางสายยาง

ตอนนั้นลูกเป็นพยาบาลจะเป็นคนใส่สายยางเอง ทุกครั้งที่ใส่สายยางท่านจะทรมานมาก เวลาเผลอท่านก็จะเอามือข้างที่พอจะมีแรงอยู่บ้างเล็กน้อยคว้าสายยางแล้วดึงออก ลูกก็ต้องใส่เข้าไปใหม่ พ่อจะทรมานทุกครั้ง ลูกสงสารมาก แต่ไม่ทราบจะทำอย่างไร ถ้าไม่ใส่พ่อก็ไม่ได้รับอาหาร และก็ต้องตาย

เมื่อมาอยู่ที่บ้านลูกได้เปิดจานดาวธรรมให้พ่อดูตลอด ก็ดูบ้างหลับบ้าง เพราะร่างกายท่านแย่เต็มที บางทีลูกก็จะนิมนต์พระมาทำบุญที่บ้าน ให้พ่ออนุโมทนา ท่านก็จะสาธุและยิ้มแสดงอาการดีใจ ก่อนที่จะเสียชีวิต 1 วัน ในตอนเช้าของวันนั้น มีอาเจียนสีดำ ๆ ไหลทะลักออกมาจากปากของพ่อ ประมาณ 1-2 แก้ว พอวันรุ่งขึ้นบ่าย 3 โมงเย็น พ่อเริ่มหายใจแรงและลึกมากขึ้น ดวงตาของท่านสอดส่ายไปมา ทำตาโตเหมือนเห็นอะไรสักอย่างและทำท่าแปลกใจสงสัยในสิ่งที่เห็น พอสี่โมงในดาวธรรมมีการสวดทำวัตรเย็น พ่อก็มีอาการสงบลง หลับตา มีน้ำสีเหลืองเหลว ๆไหลออกมาทางปากตลอด แล้วลูกก็ได้เห็น 3 เฮือกสุดท้ายของพ่อ ท่านก็หยุดหายใจด้วยอาการสงบ

สามีของลูก เป็นโรคชนิดหนึ่ง ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า โรคคีรอยด์ เป็นมาตั้งแต่ 10 ขวบ อาการเริ่มแรก จะเป็นตุ่ม แล้วก็เป็นแผลเป็นลามใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับแผลเป็นที่มีเนื้อปูดออกมา พออายุมากขึ้นแผลก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีอาการเจ็บและคัน รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย รักษาแต่ละครั้งต้องฉีดยาเข้าแผลเจ็บปวดทรมานมาก จนไม่อยากรักษาอีก รักษาครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ปัจจุบันสามีอายุ 40 ปี แผลใหญ่เท่าฝ่ามือ และมีอาการเจ็บคันตลอดเวลา

คำถามมีดังนี้ค่ะ

1. ทำไมคุณพ่อและคุณแม่จึงเกิดมายากจนต่อมาก็รวย พอมีลูกคนที่ 2 แล้วทำไมจึงกลับไปยากจนอีกครั้งเพราะกรรมใดคะ
2. คุณพ่อโดนคุณไสยจริงหรือไม่คะ ทำไมถึงมีน้ำมันไหลออกมาที่หลังของพ่อ กระทงที่พี่ชายคนที่ 2 เห็นคืออะไร ทำไมเขาถึงแสดงอาการหวาดกลัวขนาดนั้น รูปปั้นตุ๊กตาหันหลังชนกันที่พี่สาวเจอคืออะไรคะ
3. พี่ชายคนที่ 2 มีความเกี่ยวข้องกับไสยเวทที่คุณพ่อโดนหรือไม่ พี่ชายตายด้วยสาเหตุใด มีบุพกรรมใดจึงเสียชีวิตด้วยโรคคอตีบ ตายแล้วไปอยู่ไหนคะ

4. กรรมใดทำให้พ่อมีอุจจาระอุดตันเต็มลำไส้จนทำให้ทรมานรับประทานอาหารไม่ได้ ที่ลูกฝืนใจพ่อ ด้วยการใส่สายยางทางปากเข้าไปในกระเพาะ ทำให้พ่อทรมานมาก ลูกจะมีวิบากกรรมไหมคะ และถ้าตามใจพ่อ ไม่ใส่สายยางปล่อยให้พ่อเสียชีวิต ลูกจะมีวิบากกรรมไหมคะ พ่อทำกรรมใดมาจึงต้องมาทรมานจากการถูกใส่สายยางเข้าไปในกระเพาะ
5. ก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต ท่านสอดส่ายสายตามองไปมา และทำท่าสงสัย พ่อเห็นอะไรหรือคะ พ่อตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่

6. คุณแม่ทำกรรมใดมาจึงป่วยเป็นเนื้องอกในสมองเป็นเวลานับสิบๆปี แต่ทำไมถึงไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ และกรรมใดทำให้แม่เป็นโรคเบาหวาน แม่ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่ลูกอุทิศให้หรือไม่คะ
7. คุณยายของสามีลูกเป็นโรคความดันโลหิตสูง จนเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพาตทั้งตัว พูดไม่ได้ ท่านรู้สึกทรมาน รับสภาพตัวเองไม่ได้ คุณยายของสามีทำกรรมใดมาคะจึงตกอยู่ในสภาพนี้ ตายแล้วไปไหน ได้รับบุญที่อุทิศให้หรือไม่

8. สามีของลูกทำกรรมใดมาจึงป่วยเป็นโรคคีรอยด์ รักษาไม่หายจะแก้กรรมนี้ได้อย่างไรคะ
9. ลูกและสามีทำบุญใดมาจึงประสบความสำเร็จในธุรกิจขายตรงที่ทำอยู่และจะสามารถประสบความสำเร็จสูงสุดได้หรือไม่คะ ต้องทำอย่างไรจึงไปถึงเป้าหมายของธุรกิจนั้นได้คะ

10. กัลยาณมิตรทั้งสองท่านที่ชวนลูกและสามีเข้าวัด เราทำบุญร่วมกันมาอย่างไรคะ จึงมาเป็นกัลยาณมิตรให้ลูกในชาตินี้
11. ตัวลูก สามี และลูกชายทำบุญร่วมกันมากับหมู่คณะอย่างไรจึงได้มาเป็นครอบครัวธรรมกาย ลูกชายจะมีโอกาสได้บวชตลอดชีวิตไหมคะ

ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมา หาว 1 ที
แล้วก็นำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรากันนะจ๊ะ

1. คุณพ่อ – คุณแม่เกิดมายากจน ต่อมาก็รวย แต่พอมีลูกคนที่ 2 กลับไปจนอีก เพราะ …ชาติในอดีตเวลาทำบุญก็มักจะทำบุญใหญ่ครั้งเดียว และภายหลังจากนั้นก็เลิกทำไปเลย ดังนั้นเวลาบุญส่งผลก็ส่งช่วงเดียวจ่ะ!

2. คุณพ่อโดนคุณไสยจริง ๆ โดยคนที่ไม่ชอบมาทำใส่ครอบครัวจริง ๆ จ่ะ! แต่น้ำมันที่ไหลออกจากที่หลัง ไม่เกี่ยวกับคุณไสย แต่เป็นต่อมเหงื่อหรือไขมันที่ทำงานมากเกินไป ซึ่งก็ไม่ได้เป็นอันตรายใดใดกับท่านจ่ะ!

“กระทง” ที่พี่ชายคนที่ 2 เห็น คือ “ควายธนู” ที่คนทำคุณไสยมาวางไว้ ซึ่งพอดีพี่เคยมีกรรมปาณาติบาต และเคยจ้างหมอไสยเวทไปทำร้ายคู่อริในอดีตตามมาส่งผลจ่ะ!

พี่ชายเห็นเงาสีดำใหญ่วิ่งเข้าใส่ตัว จึงตกใจอย่างสุดขีด บวกกับกรรมเก่า จึงทำให้เสมหะไปตันคอจนตาย ซึ่งคุณไสยจะทำร้ายได้ก็ต่อเมื่อ คนนั้นเคยมีวิบากกรรมทำคุณไสยติดตัวมาจ่ะ!

รูปปั้น “ตุ๊กตาหันหลังชนกัน” ที่พี่สาวเจอ ก็คือ คุณไสยที่เขาทำให้พ่อ – แม่ทะเลาะกัน และขี้เกียจทำงาน แต่คุณไสยเป็นแค่ของเสริมเท่านั้น , ซึ่งที่สำคัญจริง ๆ ก็คือ “บุญเก่า” ที่ทำไว้มันหมด แต่ถ้ามีบุญ คุณไสยก็ทำอะไรไม่ได้จ่ะ!

3. พี่ชายคนที่ 2 ตายแล้ว ก็วนเวียนอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ไปเกิดเป็น “มนุษย์” แล้วจ่ะ!

4. คุณพ่อมีกรรม “เหนียวหนี้” คือ ขอยืมแล้วขอลืม กับกรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารทั้งอดีตและปัจจุบัน ตามมาส่งผลให้อุจจาระตันในลำไส้จนเต็ม และรับประทานอาหารไม่ได้ ทุกข์ทรมานมากจ่ะ!

ลูกฝืนใจพ่อ โดยการใส่สายยางทางปากลงไปในกระเพาะ ทำให้พ่อทรมานมาก ก็ไม่มีวิบากกรรมอะไร เพราะลูกเจตนาดี อยากให้พ่อหาย จึงได้ทำตามหลักวิชาที่เรียนมา
ถึงลูกจะใส่สายยางหรือไม่ใส่สายยาง พ่อก็ทรมานอยู่แล้ว แต่คนละแบบตามวิบากกรรมที่พ่อทำมาจ่ะ!

กรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารเป็นหลักและกรรมสุราเสริม จึงทำให้พ่อต้องทรมานจากการถูกใส่สายยาง หรือไม่ใส่สายยางก็ตามจ่ะ!

5. ก่อนตายพ่อสอดส่ายสายตาไปมา เพราะเห็นกรรมนิมิตภาพในอดีต ดีบ้าง , ไม่ดีบ้าง ปนเปกันไปจ่ะ!
พ่อตายแล้ว ก็ไปเกิดเป็น “อากาสเทวา” ได้รับบุญที่อุทิศไปให้แล้ว ก็ยิ่งทำให้ท่านมีสถานที่ดีขึ้นจ่ะ!

6. คุณแม่เป็น “เนื้องอกในสมอง” และ “เบาหวาน” เป็นเวลายาวนานนับสิบปี แต่ไม่มีอาการป่วยทรมานใด ๆ เพราะ …กรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารในอดีตและปัจจุบัน ตามมาส่งผล โดยก่อนฆ่าก็มักจะ “ทุบหัว” ก่อน เช่น ฆ่าปลา ก็มักจะทุบหัวปลาก่อนจ่ะ! แต่มีบุญที่ทำไว้ในพระพุทธศาสนาตามมาส่งผล จึงไม่มีอาการปวดทรมานกระทั่งหมดอายุขัย

ตายแล้วก็วนเวียนอยู่ พักหนึ่ง ปัจจุบันก็ไปเกิดใหม่เป็น “มนุษย์” แล้ว ด้วยบุญที่อุทิศให้จ่ะ!

7. “คุณยายของสามี” เป็นโรคความดันโลหิตสูง จนเส้นเลือดในสมองแตกและเป็นอัมพาต ทุกข์ทรมานมาก เพราะ…กรรมฆ่าสัตว์ทำอาหารในอดีตและปัจจุบัน

โดยในอดีตได้เลี้ยงสัตว์ไว้ฆ่าขายและขายให้เขาฆ่า โดยก่อนที่จะขายก็มักจะ “มัดสัตว์” เอาไว้ก่อนที่จะขนส่งไป จนสัตว์ทุกข์ทรมานมาก กรรมได้ตามมาส่งผลจ่ะ

ตายแล้วก็ไปเป็น “ภุมมเทวา” ระดับธรรมดา อยู่ที่หมู่บ้านภุมมเทวาแห่งหนึ่ง
ได้รับบุญที่อุทิศไปให้ก็สาวและสวยขึ้น มีสภาพดีขึ้นทุกอย่างจ่ะ!

8. สามีลูกเป็น “คีรอยด์” เป็นแผลปูด ทั้งเจ็บและคันตั้งแต่ 10 ขวบ แผลโตขึ้นเรื่อย ๆ รักษาก็ไม่หาย เพราะ … “วจีกรรม”เป็นหลัก และกรรมทรมานสัตว์เสริม
เรื่องมีอยู่ว่า หลายชาติหลายครั้งที่ผ่านมา มักจะพูด “ตอกย้ำ” ข้อผิดพลาดเขาเสมอ จนทำให้เขา “เจ็บช้ำน้ำใจ”

กับกรรมทรมานสัตว์หลายรูปแบบมาเสริม เช่น ทุบ , ตี , เอาหนังสติ๊กยิงเล่นบ้าง แกล้งสนุก ๆ เป็นต้นจ่ะ!

จะแก้ไขก็ต้องสั่งสมบุญทุกบุญ พูดแต่ปิยะวาจา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง แล้วอุทิศบุญกุศลไปให้แก่ผู้ที่เราเคยไปเบียดเบียนเขาไว้จ่ะ!

9. ลูกและสามี ประสบความสำเร็จขายตรงเพราะ มีทานบารมีมาในอดีต กับชอบชวนคนทำความดีมาส่งผลจ่ะ!

ส่วนที่ลูกปรารถนาจะให้ไปถึงจุดสูงสุดของธุรกิจนี้ ก็ต้องสั่งสมบุญปัจจุบันในทุกบุญ ทั้งทำด้วยตัวเองและชวนคนอื่นทำให้มาก ๆ แล้วอธิษฐานจิตตอกย้ำความตั้งใจของลูกให้บ่อย ๆ ทุกวันจ่ะ!

10. กัลยาณมิตรทั้งสองที่ชวนลูกและสามีเข้าวัด ก็เคยสร้างบุญร่วมกันมากับหมู่คณะ โดยกัลยาณมิตรทั้งสองก็เคยเป็นกัลยาณมิตรให้ลูกและสามีมาในอดีตจ่ะ!

11. ตัวลูก , สามีและลูกชาย ได้มาเป็นครอบครัวธรรมกายเพราะ เคยสร้างบารมีกับหมู่คณะมาหลายชาติ แบบ “กองเสบียง” จ่ะ!

ส่วนลูกชายก็เคยมีบุญบวชตลอดชีวิตมาหลายชาติ , บางชาติก็บวชช่วงสั้น , บางชาติก็เป็นกองเสบียง แต่พุทธันดรที่ผ่านมาได้บวชตลอดชีวิต
ดังนั้นชาตินี้ก็ประคับประคองให้ดี เมื่อบุญเก่าที่เขาทำมาอย่างดีแล้วส่งผล ก็จะทำให้เขาตัดสินใจบวชเองจ่ะ!

ชาตินี้มาเจอกันอีก ก็ให้ตั้งใจสร้างบารมีให้เต็มที่ในทุกบุญ ทั้งทำด้วยตัวเองและชวนคนอื่นมาทำด้วย แล้วอธิษฐานจิตตามติดไปดุสิตบุรีวงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์ อย่าได้พลัดกันเลยจ่ะ!

พระธรรมเทศนาโดย หลวงพ่อธัมมชโย

เนื้อหาที่มา www.dmc.tv
รหัสวันที่ 25480712

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *