ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรม

มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี – ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรม ช่วงเวลานี้ เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ปัจจุบันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนถูกตรึงด้วยเครื่องพันธนาการร้อยรัด แต่เมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงจะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ พระนิพพาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมแล ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม เคยมีนักปราชญ์ทางด้านภาษา ค้นคว้าเกี่ยวกับความหมายของคำว่า ธรรมะ ในพระไตรปิฎกมีอย่างน้อย 50ความหมาย สุดแต่ว่าเราจะหยิบยกเอาตอนไหนออกมาใช้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะได้ยินได้ฟังกันมาว่า ธรรมะ คือ ความถูกต้อง ความดีงาม ความบริสุทธิ์ ความสะอาดผ่องใส ความสงบ ความเย็นกายเย็นใจ หรือความสุขกายสุขใจ ส่วนในทางปฏิบัติ พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านได้สละชีวิต ทำใจหยุดนิ่งกลับเข้าไปสู่ภายใน แล้วท่านเข้าไปค้นพบว่า ตัวตนเนื้อหนังที่แท้จริงของธรรมะนั้น อยู่ภายในตัวของเรานี่เอง …

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรม Read More »

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – รักษาใจให้เข้าถึงธรรม

มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี – รักษาใจให้เข้าถึงธรรม เป้าหมายของทุกชีวิต คือ การไปสู่อายตนนิพพาน การไปสู่อายตนนิพพานนั้น เราจะต้องหมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ ซึ่งถือว่าเป็นกรณียกิจ เป็นกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิต อันจะทำให้เราหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ พระบรมโพธิสัตว์หรือนักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลาย ไม่ว่าท่านจะเกิดมากี่ภพกี่ชาติ ต่างมุ่งที่จะชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ เพราะตระหนักดีว่า การจะเดินทางไปสู่อายตนนิพพาน ซึ่งเป็นเอกันตบรมสุข จะต้องทำความบริสุทธิ์ให้ถึงที่สุด จึงจะไปถึงได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ ยตฺถ กามนิปาตินํ จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้แสนยาก ละเอียดอ่อนยิ่งนัก ซึ่งมักตกไปในอารมณ์ตามที่ปรารถนา จิตที่คุ้มครองไว้ดีแล้ว จะนำความสุขมาให้ จิตดั้งเดิมของมนุษย์ ประภัสสร คือ มีความใสสว่างอยู่ในตัวเป็นปกติ แต่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเรื่องนอกตัว จนไม่ได้หันกลับมาดูตนเอง ใจจึงแปรปรวนไปตามกระแสโลก ทำให้ใจขุ่นมัวเศร้าหมอง แต่ผู้มีปัญญาจะใช้เวลาส่วนใหญ่มาดูใจของตนเอง แล้วรักษาใจดวงนี้ ไม่ให้ไปคิดในเรื่องที่เป็นบาปอกุศล …

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – รักษาใจให้เข้าถึงธรรม Read More »

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – จิตสะอาดปราศจากธุลี

มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี – จิตสะอาดปราศจากธุลี การขจัดกิเลสอาสวะเป็นจุดมุ่งหมายของผู้ที่แสวงหาทางหลุดพ้น เพราะตราบใดที่กิเลสยังครอบงำจิตใจอยู่ ชีวิตจะต้องระทมทุกข์อยู่ตลอดเวลา ทั้งทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว หากเรายังหาสาเหตุแห่งทุกข์ไม่ได้ เราก็เปรียบเสมือนคนไข้ที่ถูกโรครุมเร้าอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปอยู่ ณ แห่งหนตำบลใดก็ไม่มีความสุข วิธีที่จะทำให้เราค้นพบสาเหตุแห่งการพ้นทุกข์และดับทุกข์นั้นได้ คือ การประพฤติปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะขจัดกิเลส เครื่องเศร้าหมองให้หมดไปจากใจได้ เป็นทางดำเนินของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย หากบุคคลใด สามารถดำเนินตามคำสอนของพระพุทธองค์ บุคคลนั้นจะได้ชื่อว่า เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ว่า กายสุจึ วาจาสุจึ เจโตสุจิมนาสวํ สุจึ โสเจยฺยสมฺปนฺนํ อาหุ นินฺหาตปาปกํ ผู้มีความสะอาดกาย สะอาดวาจา สะอาดใจ ปราศจากกิเลสอาสวะ ถึงพร้อมด้วยความสะอาด ล้างบาปได้แล้ว บัณฑิตเรียกว่า เป็นผู้ล้างบาป พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ มีใจปราศจากธุลี หมดจดจากกิเลส เครื่องร้อยรัดทั้งหลาย ทั้งหยาบ และละเอียด ซึ่งเป็นใจที่ผ่องแผ้วใสสะอาดอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีอะไรมากระทบ ก็ไม่สามารถที่จะทำให้ใจของท่านหวั่นไหว …

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – จิตสะอาดปราศจากธุลี Read More »

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – ปล่อยวางในสรรพสิ่ง

มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี – ปล่อยวางในสรรพสิ่ง วันคืนล่วงไปๆ สรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า รถราบ้านช่อง คนสัตว์สิ่งของ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เหมือนต้นไม้ที่เราเคยเห็นต้นเล็กๆ ไม่นานก็เจริญเติบโตขึ้น แผ่กิ่งก้านสาขาออกดอกออกผล ให้ความสดชื่นแก่ทุกชีวิต แต่ไม่นาน ดอกไม้ที่ดูสวยสดงดงามเหล่านั้น ก็เหี่ยวแห้ง ร่วงโรยไปตามกาลเวลา ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อม เราจึงไม่ควรประมาทในชีวิต ควรหาโอกาสเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ให้แก่ตนเองด้วยการฝึกฝนใจ ให้หยุดนิ่งทุกวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน กาฬกสูตร ว่า “สิ่งที่ได้เห็นได้ยินและได้ทราบทุกอย่าง ที่คนเหล่าอื่นหลงติดใจ สำคัญผิดคิดไปว่าเป็นจริงเป็นจัง ตถาคตเป็นผู้คงที่ในสิ่งเหล่านั้น หมู่ชนติดใจข้องอยู่ในสิ่งใด พระตถาคตทรงรู้เห็นในสิ่งนั้น แต่ความติดใจไม่มีแก่ตถาคตเลย” ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เที่ยง คงอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้นาน ไม่ช้าก็ต้องเปลี่ยนแปลงไป เพราะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ที่เราได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง ถูกต้อง ลิ้มรส สัมผัส ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่มีสาระแก่นสารอะไรทั้งนั้น แต่ชาวโลกทั่วไปยังยึดมั่นถือมั่นหลงใหลเพลิดเพลิน ทำให้มีสุขบ้าง มีทุกข์บ้าง วนเวียนกันอยู่ …

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – ปล่อยวางในสรรพสิ่ง Read More »

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – เวลาและโอกาสที่พลาดไม่ได้

มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี – เวลาและโอกาสที่พลาดไม่ได้ เราทุกคนโชคดีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระบรมศาสดา และมีโอกาสได้เข้าถึงพระรัตนตรัย ใครก็ตามที่เข้าถึงพระรัตนตรัย ย่อมได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริง แต่ถ้าใครยังเข้าไม่ถึงธรรมะ ก็ยังไม่ได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์ คำสอนของพระพุทธองค์จะทำให้ใจเราสงบระงับ การทำความดีด้วยการละชั่วด้วยกาย-วาจา-ใจ ไม่ทำสิ่งที่ไม่ดี ทำแต่ความดีด้วยกาย-วาจา-ใจ เท่านั้น ทำใจให้ผ่องใส เมื่อใจใสมากๆเข้า ก็จะเข้าถึงพระรัตนตรัย เข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ถ้าเข้าไม่ถึงพุทธรัตนะ ก็ไม่รู้จักพระพุทธศาสนา ไม่ถึงธรรมรัตนะ ก็ไม่ถึงสังฆรัตนะ ก็ไม่รู้จักแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ดังนั้นถ้าไม่เข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ก็ไม่ได้ลิ้มรสแห่งธรรม ซึ่งสิ่งนี้เป็นเนื้อแท้ของพระพุทธศาสนาทีเดียว พระโพธิสัตว์ได้กล่าวคำสุภาษิตใน สมิทธิชาดก ว่า “เรารู้เวลาตายไม่ได้โดยแท้ เวลาตายยังปกปิดอยู่ หาปรากฏไม่ เพราะเหตุนั้นเราจึงไม่บริโภคกามแล้วเที่ยวภิกษา เวลากระทำสมณธรรมอย่าล่วงเลยเราไปเสีย” ธรรมชาติของเวลามีปกติอยู่ 4 ประการ คือ 1.ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกๆสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งตัวของมันเอง ได้กำหนดให้ ๒๔ชั่วโมงต่อหนึ่งวันเท่าเทียมกัน 2.คุณค่าของเวลาอยู่ที่ว่าใครจะสามารถใช้เวลาให้คุ้มค่า ควรแก่การเกิดมาเป็นมนุษย์มากกว่ากัน เพราะถึงแม้จะมีเวลาเท่ากัน …

มงคลที่ 37 – จิตปราศจากธุลี – เวลาและโอกาสที่พลาดไม่ได้ Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ผู้มีจิตมั่นคง

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ผู้มีจิตมั่นคง บุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ปุถุชนจนกระทั่งเป็นพระอริยเจ้า บุญที่เราได้ทำไว้อย่างดีแล้วในบุญเขตอันเยี่ยม คือ พระรัตนตรัย จะส่งผลให้เราท่องเที่ยวอยู่แต่ในสุคติภูมิเท่านั้น แล้วยังติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติ จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม คำว่า ท่องเที่ยว คือ การกลับไปเกิด กลับมาเกิดในระหว่างมนุษย์กับเทวโลก ไม่พลัดไปในอบายเลย จนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อหมดอายุขัยในมนุษย์ ก็จะไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เมื่อลงมาเกิดก็จะอยู่ในแวดวงของผู้มีบุญ ที่มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ดังนั้น การทำบุญถูกทักขิไณยบุคคล ทำถูกต้นแหล่งแห่งบุญ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักสร้างบารมี มีวาระพระบาลีปรากฏใน ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะว่า สงฺขาย โลกสฺมึ ปโรวรานิ ยสฺสิญฺชิตํ นตฺถิ กุหิญฺจิ โลเก สนฺโต วิธูโม อนิโฆ นิราโส อตาริ โส ชาติชรญฺจ พฺรูมิ ผู้ใดไม่มีความหวั่นไหว ในโลกไหนๆ เพราะได้พิจารณาเห็นธรรม ที่ยิ่งและหย่อนในโลก ผู้นั้นสงบแล้ว ไม่มีความประพฤติชั่ว อันจะทำให้มัวหมองดุจควันไฟ ไม่มีกิเลสอันกระทบจิต …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ผู้มีจิตมั่นคง Read More »

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ยอมรับความจริงกันดีกว่า

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ยอมรับความจริงกันดีกว่า ทุกคนที่เกิดมาในสังสารวัฏ ต่างต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตที่เหมือนกัน คือ ความแก่ ความเจ็บและความตาย ทุกชีวิตถูกจำกัดด้วยกาลเวลา แต่ละคนมีเวลาแห่งชีวิตไม่เท่ากัน บ้างตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา บ้างประสบอุบัติเหตุตายตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว บ้างตายตอนแก่ ซึ่งในยุคนี้ ส่วนใหญ่ไม่เกิน ๗๕ปี ก็ต้องจากโลกไป ส่วนผู้ใดมีอายุเกิน ๗๕ปี ถือว่าอายุยืน ฉะนั้น เมื่อเรารู้จักโลกและชีวิตไปตามความเป็นจริงเช่นนี้แล้ว จงอย่าประมาทในชีวิต ให้เร่งสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เราจะได้ก้าวไปสู่ความไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บและไม่ตายอีกต่อไป มีพุทธศาสนสุภาษิตใน มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ ว่า “อาสวะเหล่าใดอันระคนด้วยความเศร้าหมอง นำมาซึ่งภพใหม่ เป็นไปด้วยความทุรนทุรายมีทุกข์เป็นผล เป็นที่ตั้งชาติ ชรา มรณะต่อไป ที่ใครๆยังละไม่ได้แล้ว เรากล่าวว่า ผู้นั้นเป็นคนหลง ดูก่อนอัคคิเวสสนะ บุคคลจะชื่อว่าเป็นคนหลง ก็เพราะยังละกิเลสอาสวะทั้งหลายไม่ได้” เดินหลงทางทำให้เสียเวลา แต่ยังมีโอกาสหาทางออกได้ ส่วนความหลงที่เกิดจากโมหะเข้าครอบงำจิตใจ เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงที่ยากแก่การแก้ไข เพราะคนหลงจะไม่รู้ตัวเองว่าหลง เหมือนคนเมาเหล้า ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเมา ทำอะไรก็ขาดสติ ความคิด คำพูดและการกระทำก็วิปริตไปหมด …

มงคลที่ ๓๕ จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม – ยอมรับความจริงกันดีกว่า Read More »

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – ผู้มีปัญญาย่อมไม่โศก

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – ผู้มีปัญญาย่อมไม่โศก พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้เท่านั้นที่เราต้องยึดเป็นสรณะ เป็นที่พึ่งอันเกษม เมื่อเราประสบทุกข์เราก็พึ่งท่านได้ พึ่งแล้วก็จะมีแต่ความสุข สดชื่นเบิกบาน มีสติมีปัญญาเกิดขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้อง พระรัตนตรัยมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ภาษาไหน มีลัทธิความเชื่ออย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ล้วนมีพระรัตนตรัยอยู่ในตัวทั้งสิ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ทสรถชาดก ว่า เอโกว มจฺโจ อจฺเจติ เอโกว ชายเต กุเล สํโยคปรมาเตฺวว สมฺโภคา สพฺพปาณินํ คนๆเดียวเท่านั้นตายไป คนเดียวเท่านั้นเกิดในตระกูล การคบหาร่วมกันของสรรพสัตว์ เป็นเพียงการเกี่ยวข้องกันเท่านั้น ชีวิตของเราเมื่อถือกำเนิดมาแล้ว ล้วนก้าวไปสู่ความชราและมรณะ เวลาเรามาเกิด เราก็มาคนเดียว เมื่อจะละจากโลกนี้ไป เราก็ไปคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เป็นคนโง่หรือคนฉลาด เป็นคนยากจนหรือคนมั่งมี จะมียศที่สูงส่งเพียงใดก็ตาม ไม่มีใครที่จะพ้นเงื้อมมือพญามัจจุราชไปได้ ผู้มีปัญญา ย่อมรู้ว่าการมีชีวิตอยู่ร่วมกันของสรรพสัตว์ เป็นเพียงการเกี่ยวข้องกันเท่านั้น จึงไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่น เพราะธรรมดาของสัตวโลก ย่อมมีการพลัดพรากเป็นธรรมดา …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – ผู้มีปัญญาย่อมไม่โศก Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – หยุดใจเป็น สำเร็จทุกอย่าง

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – หยุดใจเป็น สำเร็จทุกอย่าง จิตของบุคคลที่ตั้งไว้ผิดที่ ย่อมถูกความโลภ โกรธ หลง เข้ามาครอบงำ ทำให้คิดผิด พูดผิด ทำผิดได้ง่าย ซึ่งเป็นเหตุนำความทุกข์มาให้บุคคลนั้น แต่จิตของบุคคลที่ตั้งไว้ถูกที่ คือ วางใจไว้ถูกที่ตั้งของใจ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่๗ ซึ่งเป็นต้นแหล่งของความสุขและความบริสุทธิ์ แหล่งของสติของปัญญา เมื่อเรานำใจมาไว้ ณ ตรงนี้ ใจก็จะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ผ่องใส ทำให้คิดดี พูดดี ทำดี ตลอดจนส่งผลให้พบกับความสุขความเจริญรุ่งเรืองและสิ่งที่ดีงามในชีวิตตลอดไป ดังนั้น บัณฑิตทั้งหลายจึงเพียรพยายามฝึกฝนอบรมจิตใจ ให้สงบหยุดนิ่งอยู่เสมอ เพื่อให้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต มีพุทธพจน์ที่ปรากฏใน มหาสีลวชาดก ขุททกนิกาย ว่า วายเมเถว ปุริโส น นิพฺพินฺเทยฺย ปณฺฑิโต บุรุษพึงพยายามร่ำไป บัณฑิตไม่พึงเบื่อหน่ายท้อแท้ฯ การที่พระบรมโพธิสัตว์ จะบำเพ็ญบารมีจนตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้นั้น จะต้องทำความเพียรมาอย่างไม่ลดละ ต้องมีใจหนักแน่นมั่นคงประดุจขุนเขา ไม่เคยท้อแท้เบื่อหน่ายในการสั่งสมบุญบารมีเลย ท่านสั่งสมบารมีทั้ง ๓๐ทัศ มาอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สร้างบารมีอย่างน้อยใช้เวลาถึง ๒๐อสงไขยกับอีกแสนมหากัป …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – หยุดใจเป็น สำเร็จทุกอย่าง Read More »

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – เผชิญหน้าพญามัจจุราช

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – เผชิญหน้าพญามัจจุราช สรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีพื้นฐานของชีวิตเหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิด จนกระทั่งถึงวันที่หลับตาลาโลก ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เหมือนกับโลกที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน ที่เราเห็นแสงสว่าง เพราะมีแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ หรือแสงไฟ จึงทำให้โลกเราสว่างได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเข้าใจความเป็นจริง ของชีวิตว่าเป็นทุกข์แล้ว จะได้เกิดความเบื่อหน่าย รีบขวนขวาย หาทางพ้นทุกข์ ดังนั้นการปฏิบัติธรรมจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่ปรารถนาความบริสุทธิ์หลุดพ้น เพื่อเข้าถึงความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้รู้จักเตือนตนเองไว้ใน ฐานสูตร ว่า “เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้ เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ใครทำกรรมใดไว้ ก็จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น” ความรู้ในทางพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่จะเป็นความรู้ที่สอนให้มนุษย์รู้จักตนเอง รู้จักสัจธรรมของชีวิต เพื่อจะได้ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ พระพุทธองค์ทรงสอนให้หันมาดูตนเอง แล้วให้มองลึกลงไปว่า สรีระนี้ใช่ว่าจะยืนยาว จะไม่แก่ ไม่เจ็บ …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – เผชิญหน้าพญามัจจุราช Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มีความบริสุทธิ์ หมดจดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง ได้เข้าถึงฝั่งแห่งนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ ที่ความทุกข์ใดๆไม่อาจเข้าไปถึง จึงมีแต่ความสงบเย็น เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย ดังที่พระองค์ได้กล่าวไว้ว่า “นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” แต่กว่าที่พระพุทธองค์จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดนี้ได้ ก็ต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน เราซึ่งเป็นชาวพุทธ ก็ต้องเจริญรอยตามพระพุทธองค์ ตั้งใจสั่งสมความดีให้เต็มที่ สร้างบุญบารมีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปให้ถึงฝั่งแห่งนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปาสราสิสูตร ว่า “การแสวงหามีอยู่สองอย่าง คือ การแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐอย่างหนึ่ง การแสวงหาสิ่งที่ประเสริฐอย่างหนึ่ง การแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐ คือ สิ่งที่มีชาติ ชรา มรณะและความโศกเศร้า เป็นธรรมดา ส่วนผู้รู้ผู้มีปัญญาทั้งหลาย จะแสวงหาพระนิพพานอันเป็นอมตะ ที่ไม่มีการเกิด หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ ที่หาความโศกไม่ได้” เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง ก็เพื่อชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากความเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร มุ่งสั่งสมบุญบารมีเพื่อไปสู่อายตนนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น พระนิพพานเป็นโลกุตรธรรมที่อยู่นอกภพทั้งสาม เป็นสภาวธรรมที่มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆเป็นสุขล้วนๆ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – หยุดใจเพื่อให้เป็นไทจากอารมณ์

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – หยุดใจเพื่อให้เป็นไทจากอารมณ์ ในสังคมปัจจุบัน มนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนตกอยู่ในโลกธรรม ๘ประการ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสุข มีทุกข์ มีสรรเสริญ มีนินทา นี้เป็นธรรมดาที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลก ผู้ที่ยังติดข้องอยู่ในโลก ก็ต้องตกอยู่ในสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น พระบรมศาสดา ท่านได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต บรรลุกายธรรมอรหัตแล้ว จึงไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลาย ใจท่านเป็นหนึ่ง มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ใจหยุดในหยุดอยู่ในกลางของกลางตลอดเวลา พอเข้าถึงธรรมที่ละเอียดตรงนั้น ก็มีพระมหากรุณาธิคุณ ประกาศอมตธรรมไปยังสรรพสัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อย ให้ได้ดื่มรสแห่งอมตธรรม ได้รับรู้รับทราบว่า รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวงเป็นอย่างไร อริยสาวกที่เป็นอนุพุทธะ รู้ตามพระพุทธเจ้าก็มีมากมายก่ายกอง ที่ได้เข้าไปถึงจุดแห่งความสุขที่แท้จริง ความเต็มเปี่ยมของชีวิต ดังนั้น ใครที่มีธรรมะอยู่ในหัวใจ แม้เวลามีความทุกข์บังเกิดขึ้น เมื่อเข้าถึงธรรมะ ทุกข์นั้นก็จะหมดไป จะไม่หวั่นไหวในทุกข์ จะมีแต่ความสุขที่สมบูรณ์มาแทนที่ พระนารทเถระ ท่านได้กล่าวธรรมภาษิตบทหนึ่ง ไว้ในนารทสูตรว่า “ประโยชน์แม้เล็กน้อยในโลกนี้ อันใครๆย่อมไม่ได้ เพราะการร้องไห้คร่ำครวญ บัณฑิตพิจารณารู้เนื้อความนั้น ย่อมไม่หวั่นไหวในสิ่งทั้งปวง แต่จะบากบั่นเพื่อให้ได้ประโยชน์ ด้วยการใช้ความรู้ความสามารถ ด้วยการกล่าวคำสุภาษิต …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – หยุดใจเพื่อให้เป็นไทจากอารมณ์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม พระธรรมกาย เป็นกายตรัสรู้ธรรมของมนุษย์ทุกๆคน เราจะรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งหลายทั้งปวง ก็ต้องอาศัยธรรมกายนี้ เพราะว่าเป็นกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและมีอานุภาพไม่มีประมาณ คำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐พระธรรมขันธ์ประชุมลงในธรรมกายทั้งสิ้น ธรรมกายนี้เป็นกายที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ งามกว่ามนุษย์ เทวดา พรหมและอรูปพรหม สิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดของพวกเราทุกคน สมบูรณ์ทั้งวิชชาและจรณะ จะเข้าถึงธรรมกายได้ ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น หยุดจึงเป็นตัวสำเร็จที่จะทำให้เข้าถึงพระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภัทเทกรัตตสูตร ว่า “บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไป สิ่งใดที่ยังมาไม่ถึง สิ่งนั้นก็เป็นอันยังมาไม่ถึง” อดีตเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็ตาม สิ่งที่ได้ทำลงไปแล้วทั้งทางกาย วาจา ใจ เราไม่สามารถย้อนอดีตให้กลับคืนมาได้ สิ่งที่ล่วงไปก็ต้องผ่านเลยไป เหมือนสายน้ำไหลไปไม่มีวันย้อนกลับ หรือเหมือนชีวิตที่ย่างก้าวไปสู่ความเสื่อมสลายทุกอนุวินาที กระทั่งอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เราก็ไม่ควรไปมุ่งหวังมากเกินไปว่าจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ดังใจปรารถนา การประกอบคุณงามความดี สั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์เท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเราจะมีอนาคตอันสดใส ชีวิตจะก้าวไปสู่ความเต็มเปี่ยมสมบูรณ์พร้อมยิ่งขึ้น พระบรมศาสดาจึงตรัสสอนให้เรามีชีวิตอยู่กับปัจจุบันธรรมเท่านั้น การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้สมบูรณ์ที่สุด พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราดำเนินชีวิต อยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่ปล่อยใจเลื่อนลอยไปกับอดีตที่ผ่านพ้น …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – พิชิตความโศกด้วยสัจจธรรม

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – พิชิตความโศกด้วยสัจจธรรม สรรพสัตว์ล้วนบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ซึ่งติดตามตัวเรามาพร้อมๆกับการลืมตาขึ้นมาดูโลก เหมือนดอกเห็ดที่ผุดขึ้นมาพร้อมกับดินฉะนั้น เราทั้งหลายไม่สามารถหนีพ้นจากปากแห่งพญามัจจุราชได้ เหล่าบัณฑิตนักปราชญ์ผู้มีปัญญา จึงมองเห็นว่า ความตายไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เป็นเพียงการย้ายที่อยู่อาศัย ไปสู่ภพภูมิที่เหมาะสมกับบุญบารมี หรือบาปอกุศลที่ได้ทำไว้ ผู้มีบุญมากก็ย้ายที่อยู่ไปสู่สุคติ ผู้มีบาปมากก็ต้องไปอาศัยอยู่ในอบายภูมิ เสวยวิบากกรรมในมหานรก หากเราไม่ประสงค์จะตายอีก มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ เราต้องแสวงหาหนทางที่ไม่กลับมาเกิดอีก นั่นคือ เราต้องหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงกายธรรมอรหัต ขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้น เมื่อทำได้อย่างนี้ เราจะได้หลุดพ้นจากพญามัจจุราชได้ มีวาระพระบาลีที่ตรัสไว้ใน อนนุโสจิยชาดก ความว่า ตํ ตญฺเจ อนุโสเจยฺย ยํ ยํ ตสฺส น วิชฺชติ อตฺตานมนุโสเจยฺย สทา มจฺจุวสํ ปตฺตํ ถ้าบุคคลจะพึงเศร้าโศกถึงความตายอันจะไม่เกิดมีแก่สัตว์ ผู้เศร้าโศกนั้น ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตน ซึ่งจะต้องตกไปสู่อำนาจของมัจจุราชทุกเมื่อ มนุษย์ทั้งหลายที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วก็ข้องเกี่ยวอยู่กับการทำมาหากิน เรื่องครอบครัวและเรื่องต่างๆอีกมากมาย เป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ที่จะแสวงหาความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะก็เลยห่างหาย และลบเลือนไป มนุษย์ส่วนมากจึงตกอยู่ในเงื้อมมือของพญามัจจุราช …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – พิชิตความโศกด้วยสัจจธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก การเกิดเป็นทุกข์ ถ้าเกิดบ่อยๆ ก็ต้องทุกข์บ่อยๆ มีทุกข์ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลกจนกระทั่งถึงวันหลับตาลาโลก ในวันสุดท้ายของชีวิต ไม่มีใครที่จะหนีความตายไปได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่อยากจะได้ยินเรื่องความเป็นจริงของชีวิตที่ว่า เกิดมาแล้วต้องตาย เพราะรู้สึกเอาเองว่าไม่เป็นมงคล แต่ถ้าเราหันกลับมาพิจารณาสิ่งที่เป็นจริงกันบ้าง หันมามองความเป็นจริงของชีวิตที่ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องตาย เราจะได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ถ้ามัวแต่ทำมาหากินอย่างเดียวแล้วไม่ได้สร้างบุญ อย่างนี้เรียกว่าไม่เป็นมงคลแก่ชีวิต แต่ถ้านึกถึงความตายแล้วเร่งสร้างบารมี อย่างนี้เป็นมงคล เพราะได้ใช้ร่างกายนี้ให้เกิดประโยชน์ ทำทั้งบุญในพระพุทธศาสนา และทำบุญสงเคราะห์โลก สงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ ชีวิตอย่างนี้จึงจะมีคุณค่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความจริงของชีวิตไว้ว่า… “สัตวโลกอันความตายครอบงำไว้ อันความชราห้อมล้อมไว้ วันคืนได้ล่วงไปๆ เหมือนด้ายที่กำลังถูกทอ ช่างหูกทอไปได้เท่าใด ส่วนที่จะต้องทอก็เหลือน้อยลงไปฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน แม่น้ำที่เต็มฝั่ง ย่อมพัดพาเอาต้นไม้ที่เกิดอยู่ริมฝั่งให้หักโค่นไปฉันใด สัตว์ทั้งหลายย่อมถูกชราและความตายพัดพาไปฉันนั้น” วันคืนที่ล่วงไปๆ ทำให้ชีวิตเราเหลือน้อยลงไปทุกที และก็ไม่รู้ว่าวันใดเราจะต้องเผชิญหน้ากับความตาย ตอนนั้นจะต้องเดินทางไกลไปสู่สัมปรายภพ เราก็จะต้องมีหลักของชีวิต เพราะเวลานั้นเป็นการเข้าสู่สมรภูมิชิงภพ สุคติหรือทุคติก็อยู่ที่เรา ถ้าใจผ่องใสไม่เศร้าหมอง ก็มีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป ถ้าใจเศร้าหมองไม่ผ่องใสก็ตรงกันข้าม นี่เป็นเรื่องความจริงของชีวิตและสำคัญมาก เพราะชีวิตหลังจากตายแล้ว อายุยืนยาวนานกว่าชีวิตในเมืองมนุษย์ เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านเป็นกัป หลายๆกัปปี ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สิ่งที่ใครๆไม่ปรารถนาจะเจอนี้ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก Read More »