ธรรมะเพื่อประชาชน

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – เผชิญหน้าพญามัจจุราช

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – เผชิญหน้าพญามัจจุราช สรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีพื้นฐานของชีวิตเหมือนกัน เพราะต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิด จนกระทั่งถึงวันที่หลับตาลาโลก ทุกชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เหมือนกับโลกที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน ที่เราเห็นแสงสว่าง เพราะมีแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ หรือแสงไฟ จึงทำให้โลกเราสว่างได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเข้าใจความเป็นจริง ของชีวิตว่าเป็นทุกข์แล้ว จะได้เกิดความเบื่อหน่าย รีบขวนขวาย หาทางพ้นทุกข์ ดังนั้นการปฏิบัติธรรมจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่ปรารถนาความบริสุทธิ์หลุดพ้น เพื่อเข้าถึงความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้รู้จักเตือนตนเองไว้ใน ฐานสูตร ว่า “เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้ เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ ใครทำกรรมใดไว้ ก็จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น” ความรู้ในทางพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่จะเป็นความรู้ที่สอนให้มนุษย์รู้จักตนเอง รู้จักสัจธรรมของชีวิต เพื่อจะได้ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ พระพุทธองค์ทรงสอนให้หันมาดูตนเอง แล้วให้มองลึกลงไปว่า สรีระนี้ใช่ว่าจะยืนยาว จะไม่แก่ ไม่เจ็บ …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – เผชิญหน้าพญามัจจุราช Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มีความบริสุทธิ์ หมดจดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง ได้เข้าถึงฝั่งแห่งนิพพานอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ ที่ความทุกข์ใดๆไม่อาจเข้าไปถึง จึงมีแต่ความสงบเย็น เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย ดังที่พระองค์ได้กล่าวไว้ว่า “นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” แต่กว่าที่พระพุทธองค์จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดนี้ได้ ก็ต้องสั่งสมบุญบารมีมายาวนานนับภพนับชาติไม่ถ้วน เราซึ่งเป็นชาวพุทธ ก็ต้องเจริญรอยตามพระพุทธองค์ ตั้งใจสั่งสมความดีให้เต็มที่ สร้างบุญบารมีกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไปให้ถึงฝั่งแห่งนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปาสราสิสูตร ว่า “การแสวงหามีอยู่สองอย่าง คือ การแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐอย่างหนึ่ง การแสวงหาสิ่งที่ประเสริฐอย่างหนึ่ง การแสวงหาสิ่งที่ไม่ประเสริฐ คือ สิ่งที่มีชาติ ชรา มรณะและความโศกเศร้า เป็นธรรมดา ส่วนผู้รู้ผู้มีปัญญาทั้งหลาย จะแสวงหาพระนิพพานอันเป็นอมตะ ที่ไม่มีการเกิด หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ อันเป็นแดนเกษมจากโยคะ ที่หาความโศกไม่ได้” เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง ก็เพื่อชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ให้หลุดพ้นจากความเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร มุ่งสั่งสมบุญบารมีเพื่อไปสู่อายตนนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น พระนิพพานเป็นโลกุตรธรรมที่อยู่นอกภพทั้งสาม เป็นสภาวธรรมที่มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆเป็นสุขล้วนๆ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – มุ่งสู่โลกุตรธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – หยุดใจเพื่อให้เป็นไทจากอารมณ์

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – หยุดใจเพื่อให้เป็นไทจากอารมณ์ ในสังคมปัจจุบัน มนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนตกอยู่ในโลกธรรม ๘ประการ คือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสุข มีทุกข์ มีสรรเสริญ มีนินทา นี้เป็นธรรมดาที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลก ผู้ที่ยังติดข้องอยู่ในโลก ก็ต้องตกอยู่ในสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้น พระบรมศาสดา ท่านได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต บรรลุกายธรรมอรหัตแล้ว จึงไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลาย ใจท่านเป็นหนึ่ง มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ ใจหยุดในหยุดอยู่ในกลางของกลางตลอดเวลา พอเข้าถึงธรรมที่ละเอียดตรงนั้น ก็มีพระมหากรุณาธิคุณ ประกาศอมตธรรมไปยังสรรพสัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อย ให้ได้ดื่มรสแห่งอมตธรรม ได้รับรู้รับทราบว่า รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวงเป็นอย่างไร อริยสาวกที่เป็นอนุพุทธะ รู้ตามพระพุทธเจ้าก็มีมากมายก่ายกอง ที่ได้เข้าไปถึงจุดแห่งความสุขที่แท้จริง ความเต็มเปี่ยมของชีวิต ดังนั้น ใครที่มีธรรมะอยู่ในหัวใจ แม้เวลามีความทุกข์บังเกิดขึ้น เมื่อเข้าถึงธรรมะ ทุกข์นั้นก็จะหมดไป จะไม่หวั่นไหวในทุกข์ จะมีแต่ความสุขที่สมบูรณ์มาแทนที่ พระนารทเถระ ท่านได้กล่าวธรรมภาษิตบทหนึ่ง ไว้ในนารทสูตรว่า “ประโยชน์แม้เล็กน้อยในโลกนี้ อันใครๆย่อมไม่ได้ เพราะการร้องไห้คร่ำครวญ บัณฑิตพิจารณารู้เนื้อความนั้น ย่อมไม่หวั่นไหวในสิ่งทั้งปวง แต่จะบากบั่นเพื่อให้ได้ประโยชน์ ด้วยการใช้ความรู้ความสามารถ ด้วยการกล่าวคำสุภาษิต …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – หยุดใจเพื่อให้เป็นไทจากอารมณ์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม พระธรรมกาย เป็นกายตรัสรู้ธรรมของมนุษย์ทุกๆคน เราจะรู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งหลายทั้งปวง ก็ต้องอาศัยธรรมกายนี้ เพราะว่าเป็นกายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและมีอานุภาพไม่มีประมาณ คำสอนทั้ง ๘๔,๐๐๐พระธรรมขันธ์ประชุมลงในธรรมกายทั้งสิ้น ธรรมกายนี้เป็นกายที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ งามกว่ามนุษย์ เทวดา พรหมและอรูปพรหม สิงสถิตอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดของพวกเราทุกคน สมบูรณ์ทั้งวิชชาและจรณะ จะเข้าถึงธรรมกายได้ ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้น หยุดจึงเป็นตัวสำเร็จที่จะทำให้เข้าถึงพระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ภัทเทกรัตตสูตร ว่า “บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรมุ่งหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไป สิ่งใดที่ยังมาไม่ถึง สิ่งนั้นก็เป็นอันยังมาไม่ถึง” อดีตเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายก็ตาม สิ่งที่ได้ทำลงไปแล้วทั้งทางกาย วาจา ใจ เราไม่สามารถย้อนอดีตให้กลับคืนมาได้ สิ่งที่ล่วงไปก็ต้องผ่านเลยไป เหมือนสายน้ำไหลไปไม่มีวันย้อนกลับ หรือเหมือนชีวิตที่ย่างก้าวไปสู่ความเสื่อมสลายทุกอนุวินาที กระทั่งอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เราก็ไม่ควรไปมุ่งหวังมากเกินไปว่าจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ดังใจปรารถนา การประกอบคุณงามความดี สั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์เท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเราจะมีอนาคตอันสดใส ชีวิตจะก้าวไปสู่ความเต็มเปี่ยมสมบูรณ์พร้อมยิ่งขึ้น พระบรมศาสดาจึงตรัสสอนให้เรามีชีวิตอยู่กับปัจจุบันธรรมเท่านั้น การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้สมบูรณ์ที่สุด พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราดำเนินชีวิต อยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่ปล่อยใจเลื่อนลอยไปกับอดีตที่ผ่านพ้น …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – อยู่กับปัจจุบันธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – พิชิตความโศกด้วยสัจจธรรม

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – พิชิตความโศกด้วยสัจจธรรม สรรพสัตว์ล้วนบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ซึ่งติดตามตัวเรามาพร้อมๆกับการลืมตาขึ้นมาดูโลก เหมือนดอกเห็ดที่ผุดขึ้นมาพร้อมกับดินฉะนั้น เราทั้งหลายไม่สามารถหนีพ้นจากปากแห่งพญามัจจุราชได้ เหล่าบัณฑิตนักปราชญ์ผู้มีปัญญา จึงมองเห็นว่า ความตายไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เป็นเพียงการย้ายที่อยู่อาศัย ไปสู่ภพภูมิที่เหมาะสมกับบุญบารมี หรือบาปอกุศลที่ได้ทำไว้ ผู้มีบุญมากก็ย้ายที่อยู่ไปสู่สุคติ ผู้มีบาปมากก็ต้องไปอาศัยอยู่ในอบายภูมิ เสวยวิบากกรรมในมหานรก หากเราไม่ประสงค์จะตายอีก มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ เราต้องแสวงหาหนทางที่ไม่กลับมาเกิดอีก นั่นคือ เราต้องหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงกายธรรมอรหัต ขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้น เมื่อทำได้อย่างนี้ เราจะได้หลุดพ้นจากพญามัจจุราชได้ มีวาระพระบาลีที่ตรัสไว้ใน อนนุโสจิยชาดก ความว่า ตํ ตญฺเจ อนุโสเจยฺย ยํ ยํ ตสฺส น วิชฺชติ อตฺตานมนุโสเจยฺย สทา มจฺจุวสํ ปตฺตํ ถ้าบุคคลจะพึงเศร้าโศกถึงความตายอันจะไม่เกิดมีแก่สัตว์ ผู้เศร้าโศกนั้น ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตน ซึ่งจะต้องตกไปสู่อำนาจของมัจจุราชทุกเมื่อ มนุษย์ทั้งหลายที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วก็ข้องเกี่ยวอยู่กับการทำมาหากิน เรื่องครอบครัวและเรื่องต่างๆอีกมากมาย เป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ที่จะแสวงหาความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะก็เลยห่างหาย และลบเลือนไป มนุษย์ส่วนมากจึงตกอยู่ในเงื้อมมือของพญามัจจุราช …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – พิชิตความโศกด้วยสัจจธรรม Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก การเกิดเป็นทุกข์ ถ้าเกิดบ่อยๆ ก็ต้องทุกข์บ่อยๆ มีทุกข์ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลกจนกระทั่งถึงวันหลับตาลาโลก ในวันสุดท้ายของชีวิต ไม่มีใครที่จะหนีความตายไปได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่อยากจะได้ยินเรื่องความเป็นจริงของชีวิตที่ว่า เกิดมาแล้วต้องตาย เพราะรู้สึกเอาเองว่าไม่เป็นมงคล แต่ถ้าเราหันกลับมาพิจารณาสิ่งที่เป็นจริงกันบ้าง หันมามองความเป็นจริงของชีวิตที่ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องตาย เราจะได้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ถ้ามัวแต่ทำมาหากินอย่างเดียวแล้วไม่ได้สร้างบุญ อย่างนี้เรียกว่าไม่เป็นมงคลแก่ชีวิต แต่ถ้านึกถึงความตายแล้วเร่งสร้างบารมี อย่างนี้เป็นมงคล เพราะได้ใช้ร่างกายนี้ให้เกิดประโยชน์ ทำทั้งบุญในพระพุทธศาสนา และทำบุญสงเคราะห์โลก สงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ ชีวิตอย่างนี้จึงจะมีคุณค่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความจริงของชีวิตไว้ว่า… “สัตวโลกอันความตายครอบงำไว้ อันความชราห้อมล้อมไว้ วันคืนได้ล่วงไปๆ เหมือนด้ายที่กำลังถูกทอ ช่างหูกทอไปได้เท่าใด ส่วนที่จะต้องทอก็เหลือน้อยลงไปฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน แม่น้ำที่เต็มฝั่ง ย่อมพัดพาเอาต้นไม้ที่เกิดอยู่ริมฝั่งให้หักโค่นไปฉันใด สัตว์ทั้งหลายย่อมถูกชราและความตายพัดพาไปฉันนั้น” วันคืนที่ล่วงไปๆ ทำให้ชีวิตเราเหลือน้อยลงไปทุกที และก็ไม่รู้ว่าวันใดเราจะต้องเผชิญหน้ากับความตาย ตอนนั้นจะต้องเดินทางไกลไปสู่สัมปรายภพ เราก็จะต้องมีหลักของชีวิต เพราะเวลานั้นเป็นการเข้าสู่สมรภูมิชิงภพ สุคติหรือทุคติก็อยู่ที่เรา ถ้าใจผ่องใสไม่เศร้าหมอง ก็มีสุคติโลกสวรรค์เป็นที่ไป ถ้าใจเศร้าหมองไม่ผ่องใสก็ตรงกันข้าม นี่เป็นเรื่องความจริงของชีวิตและสำคัญมาก เพราะชีวิตหลังจากตายแล้ว อายุยืนยาวนานกว่าชีวิตในเมืองมนุษย์ เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านเป็นกัป หลายๆกัปปี ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สิ่งที่ใครๆไม่ปรารถนาจะเจอนี้ …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ละตัณหาได้ ไม่ต้องเกิดอีก Read More »

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – โมฆะของชีวิต

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – โมฆะของชีวิต ชีวิตในวันหนึ่งๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านเลยไป ไม่ไหลย้อนกลับ ทุกลมหายใจเข้าออกที่สูญเสียไป นั่นคือวันเวลาที่ลดถอยลงไปทุกที ประเดี๋ยววันประเดี๋ยวคืน ร่างกายของเราก็เข้าใกล้ความเสื่อมความชราไปทุกขณะจิต ช่วงเวลาของชีวิตนี้สั้นนัก เราทั้งหลายจึงควรเป็นผู้ไม่ประมาท พึงเร่งทำความเพียร หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมทุกๆวัน เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีจิตใจที่แน่วแน่จะมุ่งแสวงหาไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต มุ่งตรงต่อหนทางของพระนิพพาน เช่นเดียวกับพระอริยเจ้าทั้งหลาย มีวาระพระบาลีใน โสมทัตตชาดก ความว่า มตํ มริสฺสํ โรทนฺติ เย รุทนฺติ ลปนฺติ จ ตสฺมา ตฺวํ อิสิ มา โรทิ โรทิตํ โมฆมาหุ สนฺโต เหล่าสัตว์ผู้ร้องไห้คร่ำครวญ ก็ร้องไห้ถึงสัตว์ผู้ตายไปแล้ว และที่จักตาย เพราะฉะนั้นท่านฤๅษี ท่านอย่าร้องไห้เลย เพราะสัตบุรุษทั้งหลายเรียกการร้องไห้ว่า เป็นโมฆะ การพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักทั้งหลายในโลก เป็นทางมาแห่งความทุกข์ แต่ความโศกนั่นแหละที่บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งปวงกล่าวว่า เป็นโมฆะ หมายถึงว่าเป็นสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดกับผู้ที่เศร้าโศกเลย มีแต่จะแผดเผาทำให้สภาวะของใจอ่อนแอลงและสูญเสียความละเอียดภายใน ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่มีจิตใจขุ่นมัว ถูกความทุกข์ครอบงำ แล้วบรรลุธรรมาภิสมัย …

มงคลที่ ๓๖ จิตไม่โศก – โมฆะของชีวิต Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ เราเกิดมาสร้างบารมี มีเป้าหมายว่าจะทำพระนิพพานให้แจ้ง เพื่อไปดับต้นเหตุแห่งทุกข์ ให้เข้าถึงบรมสุขอันแท้จริงที่เป็นนิรันดร์ เมื่อเรามีความตั้งใจที่ดีอย่างนี้แล้ว ก็ต้องทำความดีของเราให้เต็มที่ สร้างบารมีให้สมบูรณ์ ซึ่งทุกๆวันเราได้ชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จะได้มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการสร้างบารมี และอาจหาญในการทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ไปชักชวนผู้มีบุญทั้งหลายให้มาสร้างบารมี จะได้เป็นประวัติศาสตร์ชีวิตอันงดงาม เพราะเราเกิดมาก็เพื่อการนี้ ฉะนั้น ให้ขวนขวายตักตวงบุญกุศลกันให้เต็มที่ คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการสร้างบารมีเท่าไร เพราะเขาไม่รู้ว่าสำคัญอย่างไร แต่พวกเราทุกคนรู้แล้วว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และจะมีผลดีต่อชีวิตในปัจจุบันนี้เรื่อยไปเลย ตั้งแต่ชีวิตที่เป็นปุถุชนจนถึงได้เป็นพระอริยเจ้า ดังนั้น เราต้องสร้างบารมีทุกๆวัน และก็ชวนชาวโลกให้มาสร้างบารมีด้วย ให้ใช้วันเวลาที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อภินันทสูตร ว่า “ผู้ใดมีความเพลิดเพลินในรูป ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส ในธรรมารมณ์ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าเพลิดเพลินทุกข์ ผู้ใดเพลิดเพลินทุกข์ ผู้นั้นย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์” เราเกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่ทำให้น่าเพลิดเพลินอยู่มาก ทั้งรูปที่สวยๆ เสียงที่ไพเราะ กลิ่นที่หอมๆ รสที่อร่อย สัมผัสที่นุ่มนวลและธรรมารมณ์ที่น่าพอใจ แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นผู้รู้แจ้ง เห็นแจ้ง …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – บัณฑิตผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ การเจริญสมาธิภาวนาเป็นสิ่งที่ดีงาม เป็นความดีอันยิ่งและเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยหมั่นฝึกฝนอบรม กาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ การที่เราได้ปฏิบัติอย่างนี้ ถือว่าได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ชื่อว่า “ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท” ชีวิตมนุษย์นั้น พื้นฐานของชีวิตมีแต่ความทุกข์ทรมาน ทรมานจนกระทั่งเกิดความเคยชิน บางครั้งถือเป็นเรื่องปกติ มีทั้งทุกข์ที่ติดตัวมาและทุกข์ใหม่ที่เข้ามา รวมทั้งหมดทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ ดังนั้น เมื่อพื้นฐานชีวิตมีความทุกข์ กิจที่ต้องทำ คือ “กิจที่มุ่งดับทุกข์ เพื่อให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ได้ข้ามพ้นวัฏสงสารไปได้” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสาเหตุของความทุกข์ไว้ว่า… “ตัณหาความทะยานอยาก เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เป็นเหตุให้บุคคลต้องเร่ร่อนไปในภพน้อยใหญ่ ใครถูกตัณหาครอบงำแล้ว จิตของผู้นั้นย่อมวิ่งพล่านไปในอารมณ์ต่างๆ อันเป็นบ่วงแห่งมารที่หมู่สัตว์ติดข้องอยู่ และย่อมเข้าถึงความโศกสิ้นกาลนาน ส่วนผู้ใดขุดรากเหง้าแห่งตัณหาได้ ได้ชื่อว่าตัดเครื่องผูกแห่งมารได้ ย่อมล่วงพ้นความโศก ความทุกข์ทั้งหลายย่อมตกไป เหมือนหยาดน้ำที่กลิ้งตกไปจากใบบัว” เมื่อสาวไปดูถึงต้นเหตุ ในที่สุดเราก็จะพบว่า ต้นเหตุของความทุกข์ทรมานทั้งหลายนั้น ล้วนมาจากความทะยานอยากทั้งสิ้น พญามารนั่นเองที่เอาความอยากมาบังคับสรรพสัตว์ทั้งหลายให้เป็นไปตามอำนาจ ใครตกอยู่ในอำนาจจะต้องประสบกับทุกข์ร่ำไปไม่มีวันจบสิ้น ผู้รู้ทั้งหลาย มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ได้แสวงหาวิธีการดับทุกข์โดยดับที่ความอยาก แล้วก็พบวิธีการว่า ต้องทำนิโรธ คือ ทำใจให้หยุด …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – ผู้ข้ามพ้นวัฏฏะ Read More »

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว ย่อมมีวันต้องร่วงหล่นลงอย่างแน่นอน เหมือนภาชนะดินที่มีการแตกทำลายในที่สุด ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ผู้ไม่รู้ย่อมเศร้าโศกเมื่อพลัดพราก เพราะยึดมั่น ความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของเรา ย่อมประสบทุกข์สิ้นกาลนาน แต่วิญญูชนทั้งหลาย ละความยินดีในสิ่งที่ตนถือว่าเป็นของเรา ละความยึดมั่นถือมั่นแล้ว ไม่มีความยินดียินร้าย จึงละความโศก ความอาลัย ความร่ำพิไรรำพันได้ เราโชคดีที่ได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ได้มีโอกาสดีที่จะสร้างบารมี พึงเร่งสร้างความดีให้เต็มที่ ตักตวงเอาบุญกุศลกันไปให้มากๆ เพราะบุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง เป็นมิตรแท้ที่ซื่อสัตย์ที่จะติดตามตัวเราไปทุกภพทุกชาติเหมือนเงาตามตัว ความดีหรือบุญที่ได้ทำเอาไว้จะเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตที่ยังเป็นปุถุชนอยู่จนกระทั่งได้เป็นพระอริยเจ้า จะสมบูรณ์ไปด้วยสมบัติทั้งสาม คือ มนุษยสมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ สิ่งที่ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นทางมาแห่งบุญ ตอนนี้เรากำลังเจริญภาวนา ทำกรณียกิจที่สำคัญยิ่งต่อตัวของเราเอง กิจนี้คนอื่นทำแทนให้ไม่ได้ ต้องทำด้วยตนเอง ทำเพื่อช่วยตัวของเราให้พ้นจากทุกข์ ให้พ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร ที่บังคับบัญชาเรามานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทำให้มีอุปสรรคนานาในชีวิต ดังนั้น จึงต้องตั้งใจเจริญสมาธิภาวนากันให้ดี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความจริงของชีวิตไว้ว่า… “ชีวิตนี้น้อยนัก ทุกชีวิตล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยู เหมือนผลไม้ที่สุกแล้ว …

มงคลที่ ๓๔ ทำพระนิพพานให้แจ้ง – คำถามนำไปสู่ความหลุดพ้น Read More »

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – ต่างวิธีการ แต่เป้าหมายเดียวกัน

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – ต่างวิธีการ แต่เป้าหมายเดียวกัน จิตใจของมนุษย์นั้น โดยปกติมักจะไหลลงต่ำ เหมือนน้ำที่ไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ใจเช่นเดียวกัน มักถูกกระแสกิเลสครอบงำ ชักนำให้ไปทำบาปอกุศล ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นประจำสม่ำเสมอ เพราะจิตที่ตั้งมั่น หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่๗ จะเปลี่ยนแปลงตัวเราไปในทางที่ดีขึ้น จากอ่อนแอเป็นเข้มแข็ง จากหมดแรงจะเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง จากว้าวุ่นมาสงบ จากทุกข์มาเป็นความสุขอย่างไม่มีขอบเขต และยังสามารถเปลี่ยนแปลงจากปุถุชนให้เป็นพระอริยเจ้าได้ การเจริญภาวนานั้นเป็นบุญละเอียด สามารถแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้ดีขึ้น สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ สิ่งที่ไม่สำเร็จให้สำเร็จ สิ่งที่ยากให้ง่าย สิ่งที่เหลือวิสัยให้อยู่ในวิสัย เพราะใจที่ฝึกดีแล้ว หยุดนิ่งดีแล้ว ย่อมทำอะไรได้เหนือความคาดหมาย กระทั่งสามารถกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปได้ มีพระดำรัสที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน กิงสุโกปมชาดก ว่า เอวํ สพฺเพหิ ญาเณหิ เยสํ ธมฺมา อชานิตา เต เว ธมฺเมสุ กงฺขนฺติ กึสุกสฺมึว ภาตโร บุคคลเหล่าใด ยังไม่รู้ธรรมทั้งหลาย ด้วยญาณทั้งปวง บุคคลเหล่านั้นแล ย่อมสงสัยในธรรมทั้งปวง เหมือนพระราชโอรส ๔พระองค์ …

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – ต่างวิธีการ แต่เป้าหมายเดียวกัน Read More »

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – ผู้ถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – ผู้ถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต สรรพสิ่งในโลกนี้ เป็นเพียงเครื่องอาศัยสำหรับใช้สร้างบารมี ไม่ใช่มีไว้สำหรับให้ยึดมั่นถือมั่น เราเกิดมาในโลกนี้ เพียงอาศัยสิ่งเหล่านี้สร้างบารมีเท่านั้น อย่าไปคิดว่ามันเป็นจริงเป็นจังอะไร สมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของโลก ที่จะช่วยให้สร้างบารมีได้สะดวกสบาย เราจะได้มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นสาระของชีวิต เป็นความจริงของพระอริยเจ้า ที่เรียกว่า อริยสัจ มีใจมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน จะได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงกันทุกคน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า “ผู้ใดเป็นผู้เยือกเย็น ปราศจากความยึดมั่นถือมั่น ไม่ยึดติดในกามคุณ ผู้นั้นนับว่าเป็นบุคคลผู้ประเสริฐ เป็นผู้ดับสนิท ย่อมมีความสุขในกาลทุกเมื่อ” ผู้มีปัญญามองเห็นว่า ทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ เป็นเพียงเครื่องอาศัยหล่อเลี้ยงตนเองและครอบครัว สมบัติเป็นเพียงอุปกรณ์ในการสร้างบารมีเท่านั้น ไม่ใช่มีไว้ให้ยึดติด หากมัวหวงแหนตระหนี่ โดยไม่นำออกบริจาคทาน ย่อมไม่เกิดประโยชน์เต็มที่ บางครั้งอาจจะถูกโจรลักไปบ้าง ไฟไหม้-น้ำท่วมบ้าง คนฉลาดจึงเปลี่ยนทรัพย์หยาบให้กลายเป็นทรัพย์ละเอียด คือ บุญ ด้วยการให้ทาน ทรัพย์ที่ควรแสวงหาอย่างยิ่ง คือ อริยทรัพย์ ผู้มีปัญญาที่แท้จริง นอกจากจะแสวงหาทรัพย์ภายนอกแล้ว ยังไม่ประมาทในการแสวงหาทรัพย์ภายในอีกด้วย ลำพังทรัพย์ภายนอกเพียงอย่างเดียว ไม่อาจทำให้เราเข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิตได้ แต่ทรัพย์ภายใน คือ พระรัตนตรัย เป็นโลกุตรทรัพย์อันประเสริฐ …

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – ผู้ถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต Read More »

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๑

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๑ มนุษย์ทั้งหลาย เมื่อปรารถนาสิ่งหนึ่งประการใดแล้ว หากหมั่นประกอบเหตุแห่งความปรารถนานั้นๆ ด้วยการสร้างความดีสั่งสมบุญบารมี มีการให้ทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา ปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ ความปรารถนานั้นย่อมเป็นผลสำเร็จอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าตั้งความปรารถนาในแหล่งแห่งความสำเร็จ คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่๗ ความปรารถนาทั้งมวล ก็จะสำเร็จเป็นอัศจรรย์ ดังนั้น ถ้าเราปรารถนาความสุขความสำเร็จในชีวิต ก็ต้องหมั่นเอาใจมาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่๗ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า อุฏฺฐานวโต สติมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท เมื่อปรารถนาหรือใฝ่ฝันสิ่งหนึ่งประการใด ก็ต้องขยันหมั่นประกอบเหตุให้บรรลุผลสำเร็จในความปรารถนานั้นๆ อย่าเพียงแค่คิดเฉยๆ คิดแล้วถ้าไม่ทำก็เสียเวลา แต่ถ้าทำโดยไม่คิดก็เสียหายได้ จะต้องมีสติคอยระมัดระวัง ไม่ประมาทในหน้าที่การงาน พร้อมกันนี้ก็ให้หมั่นสั่งสมบุญบารมี มีการให้ทาน รักษาศีลและเจริญภาวนา …

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๑ Read More »

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๒

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๒ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านจะเกิดมากี่ภพกี่ชาติก็ตาม ล้วนมีเป้าหมายทำพระนิพพานให้แจ้ง เกิดมาแสวงหาความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ เพราะพระองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า กิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นอุปสรรคที่สำคัญของชีวิต เมื่อชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ ด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา หรือรวมทั้งหมด ก็คือสร้างบารมีทั้ง ๓๐ทัศ สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีการที่จะกำจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปได้ ครั้นความบริสุทธิ์ถึงที่สุด ก็ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้น เราก็ต้องหมั่นสั่งสมความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ ให้มากๆ โดยเฉพาะ การหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม เพราะเมื่อความบริสุทธิ์ของเราเต็มเปี่ยม เราก็จะสามารถเข้าถึงพระธรรมกายภายใน มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ รตฺติมาภาติ จนฺทิมา …

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๒ Read More »

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๓

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๓ เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมีและทำพระนิพพานให้แจ้ง เส้นทางสายนี้เป็นทางสายเดิมที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ผ่านไปแล้ว การสร้างบารมีที่เรากำลังทำกันอยู่นี้ ไม่ใช่ของใหม่สำหรับเรา เราเคยสร้างกันมาอย่างนี้นับภพนับชาติไม่ถ้วน ทำซํ้าแล้วซํ้าอีก เกิดมาชาตินี้ก็มาสร้างบารมีกันอีก จนกระทั่งหมดอายุขัย ตายไปแล้ว ก็ยังต้องไปทำงานที่แท้จริงกันต่อในสุคติภพ และเมื่อถึงเวลาอันควรก็ลงมาสร้างบารมีกันต่อ จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง คือ ที่สุดแห่งธรรม เพราะถ้าเรายังไปไม่ถึงที่สุดแห่งธรรม เราก็ยังมีอิสระไม่เต็มที่ ยังถูกกิเลสอาสวะครอบงำ พญามารก็ยังบังคับบัญชาให้ได้รับทุกข์ทรมานตลอดเวลา มีพุทธศาสนสุภาษิตที่ตรัสไว้ใน มหาสาโรปมสูตร ว่า อิติ โข ภิกฺขเว นยิทํ พฺรหฺมจริยํ ลาภสกฺการสิโลกานิสํสํ น สีลสมฺปทานิสํสํ น สมาธิสมฺปทานิสํสํ น ญาณทสฺสนานิสํสํ ยา จ โข อยํ ภิกฺขเว อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ เอตทตฺถมิทํ ภิกฺขเว พฺรหฺมจริยํ เอตํ สารํ เอตํ ปริโยสานํ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย …

มงคลที่ ๓๓ เห็นอริยสัจ – พระปิณโฑลภารทวาชเถระ ตอนที่ ๓ Read More »