ธรรมะเพื่อประชาชน

ทำจิตให้เลื่อมใส

ทำจิตให้เลื่อมใส วัตถุประสงค์การเกิดมาของชีวิตทุกๆ คน ก็เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในครั้งที่ท่านยังเป็นพระบรมโพธิสัตว์อยู่ เมื่อเกิดมาในโลกมนุษย์ ท่านก็ทำแต่ความดีเรื่อยไปจนกระทั่งหมดอายุขัย และตลอดระยะเวลานั้น ท่านไม่เคยละเลยต่อการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทรงทำอย่างนี้ทุกภพทุกชาติ จนบารมีของท่านเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ และได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นบรมครูของเรา สั่งสอนสัตว์โลกให้เข้าถึงธรรมตามพระองค์ไปด้วย ดังนั้น เราควรหมั่นฝึกใจให้หยุดนิ่งกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ว่า “เจโตปสาทเหตุ เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปฺปชฺชนฺติ เพราะดวงจิตที่ผ่องใส สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อแตกกายทำลายขันธ์ ย่อมไปสู่สุคติโลกสวรรค์” เวลาในช่วงสุดท้ายของชีวิต ก่อนที่จะหลับตาลาโลกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ จะเป็นเครื่องวัดการกระทำของเราทั้งหมดที่ได้ทำมาตลอดชีวิต ว่าจะไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ไปเสวยสุขอยู่ในสัมปรายภพ หรือจะพลัดไปสู่อบายภูมิ เพื่อไปรับวิบากกรรมที่ทำไว้ บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย ของเราได้สอนไว้ว่า ให้นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เอาไว้ให้มั่นทีเดียว ใจจะได้มีที่ยึดเหนี่ยวก่อนจะสิ้นลมหายใจ ละโลกจะได้ไปสู่สุคติ พระพุทธองค์จึงตรัสไว้ว่า จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ …

ทำจิตให้เลื่อมใส Read More »

น้อมใจไว้ในพุทธองค์

น้อมใจไว้ในพุทธองค์ หนทางแห่งการสร้างบารมี เป็นเส้นทางที่ยาวไกลและจะต้องอาศัยความเพียรเป็นผู้ไม่ประมาท จึงจะสามารถสร้างบารมีและย่นย่อหนทางในสังสารวัฏให้สั้นเข้ามาได้ ถ้าหากเป็นผู้ที่ประมาทในชีวิตแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้เวลาของการเวียนว่ายตายเกิดนั้นยืดยาวออกไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า สังสารวัฏของผู้ที่ประมาทอยู่นั้น ยาวไกลเหลือเกิน การที่เราจะเป็นผู้ไม่ประมาทอย่างสมบูรณ์ได้นั้น ก็ต้องหมั่นนำใจของเรา ให้กลับเข้ามาอยู่ในแหล่งแห่งสติและแหล่งของปัญญา ต้องหมั่นทำใจหยุดใจนิ่ง อยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ตลอดเวลา สติและปัญญาของเราจะได้เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ มีวาระแห่งภาษิตที่ปรากฏอยู่ใน สกจิตตนิยเถราปทาน ความว่า “เราได้เป็นพระราชาสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ เป็นใหญ่ในแว่นแคว้น ยินดียิ่งในกรรมของตน นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราโปรยดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัปที่ ๘๐ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มียศอนันต์ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ เป็นใหญ่ในทวีปทั้ง ๔ ก็ด้วยอานุภาพแห่งพุทธบูชานั้น” การเจริญพุทธานุสติ มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ หมายความว่า มีใจจดจ่ออยู่กับพระพุทธองค์ ทุกวันทุกคืน ทั้งหลับ ตื่น ยืน เดิน นั่งนอน ระลึกนึกถึงพระองค์ท่านอยู่ที่กลางกายอยู่ตลอดเวลา อย่างนี้ได้ชื่อว่า …

น้อมใจไว้ในพุทธองค์ Read More »

พระรัตนตรัยเป็นเยียม

พระรัตนตรัยเป็นเยี่ยม บนเส้นทางอันยาวไกลในสังสารวัฏ เราต้องรู้จักขวนขวายสั่งสมบุญบารมีกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เลยที่เราจะมองข้าม คิดได้แต่เพียงว่าจะทำเมื่อไรก็ได้ เพราะกว่าที่เราจะได้บรรลุจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของชีวิต ไม่ใช่เรื่องพอดีพอร้ายเลย หากเรายังเป็นผู้ที่ประมาทอยู่ ไม่เร่งสั่งสมบุญบารมีและทำความเพียรในการเจริญสมาธิภาวนา เส้นทางนั้นก็ยิ่งจะยาวไกลออกไปอีก ดังนั้น การสั่งสมบุญควบคู่กันไปกับการประพฤติปฏิบัติธรรม จึงเป็นภารกิจหลักที่เราต้องหมั่นทำให้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ มีวาระแห่งสุภาษิตปรากฏอยู่ใน จุนทิสูตร ความว่า “อคฺคโต เว ปสนฺนานํ อคฺคํ ธมฺมํ วิชานตํอคฺเค พุทฺเธ ปสนฺนานํ ทกฺขิเณยฺเย อนุตฺตเรอคฺเค ธมฺเม ปสนฺนานํ วิราคูปสเม สุเขอคฺเค สงฺเฆ ปสนฺนานํ ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเรอคฺคสฺมึ ทานํ ททตํ อคฺคํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติอคฺคํ อายุ จ วณฺโณ จ ยโส กิตฺติ สุขํ พลํอคฺคสฺส ทาตา เมธาวี อคฺคธมฺมสมาหิโตเทวภูโต มนุสฺโส วา อคฺคปฺปตฺโต …

พระรัตนตรัยเป็นเยียม Read More »

รัตนะ ๗ ยังสู้พระรัตนตรัยไม่ได้

รัตนะ ๗ ยังสู้พระรัตนตรัยไม่ได้ “การปฏิบัติธรรม” ก็คือการฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ รัตนะทั้งสามนี้เป็นสรณะที่แท้จริงของชาวพุทธและของชาวโลกทั้งหมด เราปฏิบัติธรรมก็มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าถึงรัตนะทั้งสามนี้ให้ได้ ถ้าเข้าถึงเมื่อไร จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริง ที่บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ พระรัตนตรัยมีอยู่หลายระดับ ซ้อนกันเป็นชั้นๆ เข้าไปภายใน ถ้าเราทำใจให้หยุดได้ก็จะเข้าถึง แต่ถ้าหยุดไม่ได้ก็เข้าไม่ถึง เพราะ “หยุด เป็นตัวสำเร็จ” มีวาระพระบาลี ที่ท่านกล่าวไว้ว่า “ยงฺกิญฺจิ รตนํ โลเก วิชฺชติ วิวิธํ ปุถุ รตนํ พุทฺธสมํ นตฺถิ ตสฺมา โสตฺถี ภวนฺตุ เต รัตนะใดๆ ที่มีมากมายในโลกนี้ รัตนะนั้นทั้งหมด เทียบไม่ได้กับพุทธรัตนะ ดังนั้น ขอความสุขสวัสดีจงมีแก่ท่านทั้งหลาย” นักปฏิบัติธรรมผู้มีใจหยุดนิ่งดีแล้ว จะมีแต่พระรัตนตรัยภายในเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด ส่วนผู้ถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิตฝ่ายฆราวาส คือพระเจ้าจักรพรรดิ จะมีรัตนะ ๗ ประการ เป็นสัญลักษณ์ รัตนะทั้ง ๗ เป็นของผู้มีบุญ ปรากฏเกิดขึ้นมาด้วยอานุภาพแห่งบุญที่สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน …

รัตนะ ๗ ยังสู้พระรัตนตรัยไม่ได้ Read More »

กายแห่งการตรัสรู้ธรรม

กายแห่งการตรัสรู้ธรรม “ธรรมกาย” เป็นกายแห่งการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นหลักของพระพุทธศาสนาและของโลก ถ้าเข้าถึงได้เราจะเป็นพุทธศาสนิกชนที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง ทั้งภายนอกและภายใน จะรู้ซึ้งในคุณของพระรัตนตรัยว่าเป็นสรณะ ที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของมวลมนุษยชาติ เราจะหายสงสัยในอานุภาพอันไม่มีประมาณของพระรัตนตรัย จะเปลี่ยนจากผู้ไม่รู้ มาเป็นผู้รู้แจ้ง ทำให้เข้าใจโลกและชีวิตได้อย่างถูกต้อง สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข สร้างบารมีเพื่อมุ่งไปสู่อายตนนิพพาน ดังนั้น เราจึงควรที่จะปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงธรรมกายกันทุกๆ คน * พระบรมศาสดาทรงเปล่งอุทานใต้ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์ว่า “ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส วิธูปยํ ติฏฺฐติ มารเสนํ สุริโยว โอภาสยมนฺตลิกฺขํ ในกาลใดแล ธรรมทั้งหลาย มาปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ ในกาลนั้น พราหมณ์ย่อมกำจัดมารและเสนามารเสียได้ ดุจพระอาทิตย์กำจัดความมืด ส่องสว่างอยู่ในอากาศ ฉะนั้น” การเจริญสมาธิภาวนา ถือเป็นหลักสำคัญที่จะนำไปสู่การรู้แจ้งเห็นจริง ในคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระสัทธรรมที่ท่านได้นำมาแสดง จะเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง โดยอาศัยเพียงการอ่าน หรือฟังมาอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ จะต้องลงมือปฏิบัติด้วย จึงจะรู้แจ้งเห็นจริง เพราะธรรมะของพระพุทธองค์เป็นเอหิปัสสิโก ต้องลงมือพิสูจน์ด้วยตัวเอง หากเข้าถึงแล้ว เราจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆ …

กายแห่งการตรัสรู้ธรรม Read More »

สรณะอันเกษม

สรณะอันเกษม วันเวลาที่ผ่านไปแล้ว เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านเลยไปไม่อาจหวนกลับ ชีวิตคนเราก็เช่นกัน ย่อมผ่านไปพร้อมกับกาลเวลา ที่นำความแก่ชรามาสู่ตัวเราทุกอนุวินาที ซึ่งนักสร้างบารมีจะต้องรู้จักให้วันเวลานั้นผ่านไปพร้อมกับการสร้างความดี เราต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีให้เต็มที่ เพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดให้เกิดขึ้นกับตัวของเราเองและผู้อื่น ด้วยการประพฤติธรรม แม้สภาวะเศรษฐกิจของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งชีวิตเราอาจได้รับผลกระทบกระเทือนบ้าง คล้ายกับกำลังถูกมรสุมใหญ่โหมกระหน่ำ แต่ก็ขออย่าได้หวั่นไหว เพราะเหตุการณ์เช่นนี้เป็นธรรมดาของโลก ขณะที่เกิดความแปรปรวนของกระแสโลก คนทั้งหลายต่างกำลังแสวงหาที่พึ่งให้กับตนเอง  เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของชีวิต แต่มีจำนวนน้อยคนนักที่จะพบกับที่พึ่งอันเกษม เพราะส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่าที่พึ่งอันแท้จริงคืออะไร อยู่ที่ตรงไหน และจะเข้าถึงได้อย่างไร ดังนั้น จึงต้องมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องที่พึ่งอันเกษม ที่พึ่งอันแท้จริงกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “พหุํ เว สรณํ ยนฺติ           ปพฺพตานิ วนานิ จ อารามรุกฺขเจตฺยานิ           มนุสฺสา ภยตชฺชิตา เนตํ โข สรณํ เขมํ   …

สรณะอันเกษม Read More »

ผู้ขัดขวางการสร้างบารมี

ผู้ขัดขวางการสร้างบารมี เวลาแห่งการเจริญสมาธิภาวนา เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล เมื่อได้ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม จึงจะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุด เพื่อให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ในขุททกนิกาย ธรรมบทว่า “ทูรงฺคมํ เอกจรํ อสรีรํ คุหาสยํ เย จิตฺตํ สญฺญเมสฺสนฺติ โมกฺขนฺติ มารพนฺธนา. ชนเหล่าใด จักสำรวมจิต ที่ท่องไปในที่ไกลๆ เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีสรีระ มีถ้ำ(คือร่างกายนี้)เป็นที่อาศัย ชนเหล่านั้น จะพ้นจากเครื่องผูกแห่งมาร” การฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง รักษาใจดวงนี้ให้ใส สะอาดบริสุทธิ์ อุดมไปด้วยกุศลธรรมให้ได้ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิตของเรา เพราะปกติของใจที่ยังไม่ได้ฝึก มักจะแล่นไปตามอารมณ์ที่ชอบใจ คิดไปในเรื่องคน สัตว์ สิ่งของ ซึ่งเป็นเรื่องนอกตัว เมื่อใจไม่ได้อยู่ที่ต้นแหล่งของสติของปัญญา จึงทำให้ถูกกิเลสมารคอยบังคับบัญชาเราได้ คำว่ามารหรือพญามาร หมายถึง ผู้ขวางความดีนั้น เราจะได้ยินได้ฟังกันอยู่บ่อยๆ ในพระไตรปิฎกมีบันทึกไว้หลายแห่ง แต่ก็ไม่ได้บอกลักษณะของมารว่า มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เราจะเห็นมารตัวจริงได้ก็ต่อเมื่อใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น ซึ่งปกติของมารจะคอยขัดขวางคนทำความดี ให้มีอุปสรรคต่างๆนานา แต่มารไม่สามารถบังคับผู้มีใจหยุดนิ่งดีแล้วได้ …

ผู้ขัดขวางการสร้างบารมี Read More »

หนทางสายกลาง

หนทางสายกลาง “ความสุข” เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน เพราะถ้ากายและใจของเราไม่มีความสุขแล้ว จะประกอบภารกิจการงานอันใด ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเรา ที่จะแสวงหาความสุขที่แท้จริงให้แก่ตนเอง ร่างกายที่เราต้องใช้ทุกวัน เพื่อการประกอบธุรกิจการงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือ การครองเรือนก็ตาม มีความจำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาด ไม่ให้ร่างกายสกปรก จึงจะเป็นสุขและทำหน้าที่ได้เป็นปกติ จิตใจของเราก็เช่นเดียวกัน ต้องมีการชำระล้างให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ได้ด้วยการเจริญภาวนา จึงจะเป็นสุขและสามารถคิดอ่านทำการงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัทรู้จักชำระใจให้สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ด้วยการเจริญภาวนา ทำใจหยุดนิ่งในหนทางสายกลางที่อยู่ในกลางกาย ทรงสั่งสอนให้เราเห็นความสำคัญของการฝึกฝนใจว่า  ใจที่ผ่องใสย่อมนำมาซึ่งความสุข เป็นทางมาแห่งมหากุศล เป็นเครื่องนำพาสัตว์โลกทั้งหลายไปสู่สุคติภูมิ และนำทุกชีวิตไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดคือมรรคผลนิพพานได้ * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะหนทางแห่งความบริสุทธิ์ไว้ว่า “มชฺฌิมา ปฏิปทา ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธา จกฺขุกรณี ญาณกรณี อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ. หนทางสายกลาง พระตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง เกิดธรรมจักขุ เกิดญาณเครื่องรู้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้พร้อม และเพื่อพระนิพพาน” หนทางในโลกนี้มีมากมาย …

หนทางสายกลาง Read More »

๔๐ วิธีเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย

๔๐ วิธี เพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย ธรรมกาย เป็นแก่นของพระพุทธศาสนา เป็นหลักของมนุษย์ทุกคนในโลก ผู้ที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ฝึกใจให้หยุดนิ่ง จนได้เข้าถึงพระธรรมกาย ได้พบกับพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะและสังฆรัตนะ ที่ใสสว่างอยู่กลางกาย จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสุข ความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิต ถือได้ว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริง ที่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เพราะเราเกิดกันมาแต่ละภพแต่ละชาติ ก็เพื่อปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกาย ธรรมกายนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายระดับชั้น ซ้อนกันอยู่ภายในตัวของเรา จะเข้าถึงได้ต้องทำใจให้หยุดนิ่งอย่างเดียว การฝึกใจให้หยุดนิ่งจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องเอาใจใส่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในอัคคัญญสูตรว่า “ยสฺส โข ปนสฺส วาเสฏฺฐา ตถาคเต สทฺธา นิวิฏฺฐา มูลชาตา ปติฏฺฐิตา ทฬฺหา อสํหาริยา สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ ตสฺเสตํ กลฺลํ วาจาย ภควโตมฺหิ ปุตฺโต โอรโส มุขโต ชาโต …

๔๐ วิธีเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย Read More »

ที่พึ่งที่แท้จริง

ที่พึ่งที่แท้จริง พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ สิ่งนี้เท่านั้น เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย ในยามที่มีทุกข์ก็สามารถพึ่งท่านได้ จักช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ได้ เมื่อมีสุขแล้ว ถ้าระลึกถึงรัตนะทั้งสามนี้ ก็เพิ่มเติมความสุขได้ เพราะพระรัตนตรัยเป็นแหล่งรวมแห่งความสุข ความเบิกบานใจ ซึ่งมีอยู่ภายในตัวของเราทุกๆ คน หากทุกคนในโลกเข้าถึงสรณะอันสูงสุดนี้ได้เมื่อใด ความทุกข์ทั้งหลายจะดับไปเมื่อนั้น จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง เป็นบรมสุขคือสุขอย่างยิ่ง เป็นสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือปนเลย เนื่องจากชีวิตของเราทุกคนที่เกิดมา ล้วนเกิดมาเพื่อแสวงหาความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้ใจของเราปลอดโปร่ง ว่างเปล่าจากเครื่องกังวล ด้วยการแนะนำไม่ให้ไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นสิ่งของ จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ทรงสอนว่า สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นทุกข์ และก็ไม่ใช่ของเรา เพราะว่าบังคับบัญชาไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ คิดอย่างนี้แล้วใจจะได้คลายจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนี้ พอคลายแล้วจะได้อะไร เมื่อคลายแล้วมันก็หลุด เมื่อหลุดพ้น จิตก็บริสุทธิ์ เมื่อบริสุทธิ์จิตก็หยุดนิ่ง ใจหยุดนิ่งทีเดียว หยุดนิ่งกลับไปสู่ที่ตั้งเดิมในปริมณฑลของใจ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามอย่างนี้ เป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริง เป็นนิจจัง เป็นสุขขัง เป็นอัตตา คงที่ …

ที่พึ่งที่แท้จริง Read More »

ฝึกใจให้หยุดนิ่ง

ฝึกใจให้หยุดนิ่ง มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาเพื่อแสวงหาความสุข แต่ทว่าคนส่วนใหญ่ยังขาดกัลยาณมิตรเป็นผู้ชี้บอก ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใด เพราะสิ่งนี้ไม่ได้อยู่นอกตัว ไม่ต้องแสวงหาจากที่ไหน แต่อยู่ในกายยาววา หนาคืบ กว้างศอกของตัวเรานี่เอง วิธีการแสวงหาก็เพียงแต่นึกถึงสิ่งที่ทำให้ใจเราสบาย นึกถึงพระพุทธรูปที่เราเคารพบูชา นึกไปพร้อมๆ กับการทำธุรกิจการงานกิจวัตรประจำวัน หากเราทำอย่างนี้อย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน จะเป็นการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้ผ่องใส ไม่ช้าเราจะประสบในสิ่งที่พึงปรารถนา คือได้เข้าถึงความสุขอันเป็นอมตะ ซึ่งเป็นเอกันตบรมสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “ตุมฺเหหิ กิจฺจํ อาตปฺปํ อกฺขาตาโร ตถาคตา ปฏิปนฺนา ปโมกฺขนฺติ ฌายิโน มารพนฺธนา ท่านทั้งหลายพึงทำความเพียรเครื่องเผากิเลส พระตถาคตทั้งหลายเป็นแต่เพียงผู้ชี้บอก เหล่าชนผู้ดำเนินตามแล้ว มีปกติเพ่งพินิจ ย่อมหลุดพ้นจากเครื่องผูกแห่งมารได้” พระบรมศาสดาของเรา กว่าพระองค์จะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ต้องบำเพ็ญบารมียาวนานถึง ๔ อสงไขย แสนมหากัป ทรงมีขันติธรรมเป็นเลิศ มีความเพียรพยายามนำตนให้หลุดพ้นจากทุกข์ตลอดเวลา และสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งก็คือว่า นอกจากเพียรพยายามเพื่อพระองค์เองแล้ว ยังมีพระทัยมุ่งมั่นที่จะให้สรรพสัตว์หลุดพ้นตามอีกด้วย จึงทรงสั่งสมบารมีอย่างยิ่งยวด ทรงยอมสละได้แม้เลือดเนื้อและชีวิตเป็นทาน เพื่อให้ได้มาซึ่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ พอมาในภพชาตินี้ หลังจากที่พระองค์สลัดตนออกจากกามสุขัลลิกานุโยค ซึ่งพรั่งพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ …

ฝึกใจให้หยุดนิ่ง Read More »

ฐานที่ ๗ ใสบริสุทธิ์ดุจตะวันแก้ว

ฐานที่ ๗ ใสบริสุทธิ์ดุจตะวันแก้ว      เมื่อถึงวันพระ เราควรรู้จักชำระกาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ด้วยการทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา เช่นบรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยายของเราได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา จนเป็นประเพณีอันดีงาม ท่านถือว่าวันพระเป็นวันแห่งความบริสุทธิ์ ที่จะได้มาตามระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยคือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของเราทั้งหลาย สิ่งอื่นที่จะเป็นที่พึ่งยิ่งไปกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสธรรมภาษิตไว้บทหนึ่งว่า “เนลงฺโค เสตปจฺฉาโท    เอกาโร วตฺตตี รโถ อนีฆํ ปสฺส อายนฺตํ       ฉินฺนโสตํ อพนฺธนํ      เธอจงดูรถอันไม่มีโทษ มีหลังคาสีขาว มีเพลาเดียว ไม่มีทุกข์ แล่นไปถึงที่หมาย ตัดกระแสตัณหาขาด ไม่มีกิเลสเครื่องผูกพัน”      คำว่า “รถ” หมายถึงสรีระร่างกายของเรา ซึ่งเคลื่อนไหวไปมาได้เหมือนรถ คำว่า “ไม่มีโทษ” เป็นชื่อของศีล เมื่อมีศีลบริสุทธิ์แล้ว การงานใดๆ …

ฐานที่ ๗ ใสบริสุทธิ์ดุจตะวันแก้ว Read More »

ตามเห็นกายในกาย

ตามเห็นกายในกาย การปฏิบัติธรรม คือการฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ รัตนะทั้งสามนี้เป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของชาวโลกทั้งหลาย เราปฏิบัติธรรมก็มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าถึงรัตนะทั้งสามนี้ ถ้าเข้าถึงเมื่อไร จึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดีที่โลกต้องการ ที่บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ พระรัตนตรัยมีอยู่หลายระดับ ซ้อนกันเป็นชั้นๆ เข้าไปภายใน ถ้าเราทำใจให้หยุดได้ก็จะเข้าถึง แต่ถ้าหยุดไม่ได้ก็เข้าไม่ถึง เพราะ “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” เท่านั้น * ในวาระพระบาลี มีข้อความตอนหนึ่ง ที่พระนางมหาปชาบดีโคตมี ได้กล่าวสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ว่า “อหํ สุคต เต มาตา ตุวํ ธีร ปิตา มม สทฺธมฺมสุขโท นาถ ตยา ชาตมฺหิ โคตม สํวทฺธิโตยํ สุคต รูปกาโย มยา ตว อานนฺทิโย ธมฺมกาโย มม สํวทฺธิโต ตยา มุหุตฺตํ ตณฺหาสมนํ ขีรํ ตฺวํ ปายิโต มยา ตยาหํ …

ตามเห็นกายในกาย Read More »

รัตนตรัยที่พึ่งแหล่งสุดท้าย

รัตนตรัยที่พึ่งแหล่งสุดท้าย สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราทุกคน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือ “บุญ” ซึ่งจะเป็นเครื่องสนับสนุน ให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติ มีโอกาสทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างเต็มที่ ได้ฟังอมตธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประพฤติปฏิบัติธรรม จนกระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยบุญเป็นบาทเบื้องต้นทั้งสิ้น สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกับเสลพราหมณ์ว่า “พรหมจรรย์อันเรากล่าวดีแล้ว ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นเอง เป็นธรรมอันไม่จำกัดด้วยกาล ผู้ใดศึกษาโดยไม่ประมาท ผู้นั้นย่อมไม่เป็นโมฆะ” การศึกษากิจในทางพระพุทธศาสนานั้น ถ้าผู้ศึกษามีความตั้งใจจริง มีความเพียรพยายาม  ย่อมได้ผลแห่งการปฏิบัติจริง สิ่งที่ได้ทุ่มเทลงไป ย่อมไม่สูญเปล่า จะเป็นบุคคลผู้มีชีวิตที่เป็นแก่นสารทีเดียว เราเคยคิดไหมว่า ชีวิตนี้เราต้องการอะไรกันบ้าง คนในโลกนี้ส่วนใหญ่ พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพ เช้า สาย บ่าย ค่ำ ทำงานตลอดทั้งวัน เมื่อเลิกงาน กลับบ้าน ก็พักผ่อนนอนหลับ พอเริ่มวันใหม่ก็ทำเช่นนี้อีก ชีวิตวนเวียนกันอยู่อย่างนี้ บางท่านดำเนินชีวิตอย่างนี้ไปจนตลอด ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตที่แท้จริงต้องการอะไร แล้วทุ่มเททำทุกสิ่งทุกอย่างไปเพื่ออะไร การทำงานในชีวิตประจำวันของชาวโลก โดยทั่วไปเพื่อให้ได้ปัจจัยสี่มาหล่อเลี้ยงร่างกาย คือให้ได้อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วชีวิตเราก็ต้องลำบาก …

รัตนตรัยที่พึ่งแหล่งสุดท้าย Read More »

เป้าหมายสูงสุดของชีวิต

เป้าหมายสูงสุดของชีวิต ในทุกวันนี้ มนุษย์ส่วนใหญ่ต่างยังไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต และเมื่อไม่มีโอกาสได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงยังต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนถูกตรึงด้วยเครื่องพันธนาการร้อยรัด แต่เมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงจะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วรู้ว่าอะไรคือเป้าหมายสูงสุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์ จะได้ไม่เสียเวลาเพื่อมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายที่แท้จริงนั้น มีพุทธพจน์บทหนึ่ง พระพุทธองค์ตรัสไว้ใน อุโภอัตถสูตร ว่า “ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ โย อตฺโถ    โย จตฺโถ สมฺปรายิโก อตฺถาภิสมยา ธีโร           ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ ผู้มีปัญญาเป็นเครื่องทรงจำ เรากล่าวว่า เป็นบัณฑิต เพราะการยึดได้ซึ่งประโยชน์ในทิฏฐธรรม และประโยชน์ในสัมปรายภพ” บัณฑิต คือผู้มีใจผ่องใสเป็นปกติ และดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา เป็นผู้ฉลาดในอุบายแห่งความเสื่อมและความเจริญ มีความทรงจำดี เนื่องจากมีใจใส ทำให้ความเห็น ความจำ ความคิด ความรู้จึงบริสุทธิ์ เมื่อจิตบริสุทธิ์ ดวงจำก็บริสุทธิ์ จึงมีความทรงจำแม่นยำไม่ผิดพลาด  เมื่อทรงจำได้มาก ถึงเวลาจะใช้งานก็สามารถนำออกมาใช้งานได้คล่องแคล่ว มีปัญญาแตกฉาน รอบรู้ในทุกๆ ด้าน รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว …

เป้าหมายสูงสุดของชีวิต Read More »