ธรรมะเพื่อประชาชน

มหาปูชนียาจารย์ (3)

มหาปูชนียาจารย์ ๓ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะแล้ว  กิจที่จะต้องทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว  พวกเราทั้งหลายก็ควรที่จะดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระพุทธองค์  โดยมุ่งทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ เป็นอันดับแรก  ส่วนเรื่องอื่นให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเรายังมีสิ่งที่จะต้องทำให้รู้แจ้งอีกมากมาย อย่างน้อยก็ต้องให้รู้ว่า เราเกิดมาจากไหน เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต เพราะฉะนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกใจของเราให้หยุดนิ่ง ให้เข้าไปถึงผู้รู้แจ้งภายในคือพระธรรมกายให้ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสสอนพระวักกลิอยู่ตอนหนึ่งว่า “โย โข วกฺกลิ ธมฺมํ ปสฺสติ  โส มํ ปสฺสติ โย มํ ปสฺสติ  โส ธมฺมํ ปสฺสติ ดูก่อนวักกลิ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม “ ที่พระองค์ตรัสอย่างนี้ หมายความว่า ผู้ใดเห็นธรรมกาย ได้เข้าถึงธรรมกาย ผู้นั้นก็ได้ชื่อว่าเห็นพระพุทธองค์ เพราะพระองค์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต  ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงถือว่า ใครก็ตาม แม้ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ แต่หากนำคำสอนไปลงมือปฏิบัติกันอย่างจริงจัง จนได้บรรลุธรรมกายแล้ว ก็ได้ชื่อว่าเป็นสาวกผู้ใกล้ชิดพระองค์อย่างแท้จริง เหมือนอย่างพระโสณะที่ท่านปฏิบัติธรรมอยู่กับพระอาจารย์ …

มหาปูชนียาจารย์ (3) Read More »

ใจหยุด สุดยอดปาฏิหาริย์

ใจหยุด สุดยอดปาฏิหาริย์ (ปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนา) เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ ๒ ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ทางโลก และศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาวิชาทางโลก มีเป้าหมายให้เรารู้วิธีแสวงหาปัจจัย ๔ มาเลี้ยงตนได้อย่างถูกต้อง อันจะทำให้เราได้รับความสุข และความสำเร็จในชีวิต ส่วนการศึกษาความรู้ทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งสติ แหล่งแห่งปัญญาได้อย่างสมบูรณ์ อันจะส่งผลให้ชีวิตจิตใจของเราสูงส่งยิ่งขึ้น จนกระทั่งหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานในโลกนี้ เข้าถึงความสุขอันแท้จริงที่มีอยู่ภายในตน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน ทุติยโมรนิวาปสูตรว่า “ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ คืออิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ ภิกษุนั้นแล เป็นผู้สำเร็จถึงที่สุด เป็นผู้ประเสริฐกว่าเทวดา และมนุษย์ทั้งปวง” เรื่องปาฏิหาริย์เป็นเรื่องปกติธรรมดาในพระพุทธศาสนา การทำปาฏิหาริย์ต่างๆ ให้สำเร็จได้ ผู้ทำจะต้องมีความบริสุทธิ์ มีอานุภาพ มีใจหยุดนิ่ง จนถึงจุดที่จะนึกคิดสิ่งใด ก็สำเร็จได้เป็นอัศจรรย์ เป็นสิ่งที่ปุถุชนคนธรรมดาทำกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ จึงเรียกว่าปาฏิหาริย์ เพราะเป็นเรื่องเหลือวิสัยของผู้ที่ใจไม่หยุด แต่สำหรับผู้ที่มีใจหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว ท่านถือว่าเรื่องปาฏิหาริย์ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ปาฏิหาริย์ในพระพุทธศาสนา มีอยู่ ๓ อย่าง …

ใจหยุด สุดยอดปาฏิหาริย์ Read More »

วันประกาศพระพุทธศาสนา

วันประกาศพระพุทธศาสนา (โอวาทปาฏิโมกข์) ช่วงเวลานี้ เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้มาศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ปัจจุบันมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า เกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต  เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนถูกตรึงด้วยเครื่องพันธนาการร้อยรัด ต่อเมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงจะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต และมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งถือว่าเป็นอุดมการณ์ของชาวพุทธ นั่นคือ ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ สพฺพปาปสฺส อกรณํ      กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ          เอตํ พุทฺธานสาสนํฯ อนูปวาโท อนูปฆาโต     ปาติโมกฺเข จ สํวโร …

วันประกาศพระพุทธศาสนา Read More »

ยมกปาฏิหาริย์

ยมกปาฏิหาริย์ เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี การสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ พระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อนท่านก็ทำอย่างนี้ คือสร้างบารมีไปจนกว่าบารมีจะเต็มเปี่ยม ได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต  ดังนั้น เราเกิดมาภพชาติหนึ่งก็เพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้วจะเป็นเสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือ การทำจิตให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ได้เข้าถึงบรมสุขอันเป็นนิรันดร เข้าถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน มีธรรมภาษิตใน นานาติตถิยสูตรว่า “วิปุโล ราชคหิยานํ     คิริ เสฏฺโฐ ปวุจฺจติ เสโต หิมวตํ เสฏฺโฐ     อาทิจฺโจ อฆคามินํ สมุทฺโททธินํ เสฏฺโฐ     นกฺขตฺตานญฺจ จนฺทิมา สเทวกสฺส โลกสฺส     พุทฺโธ อคฺโค ปวุจฺจติ ภูเขาวิบุละ เขากล่าวกันว่าเป็นภูเขาสูงเยี่ยมกว่าภูเขาที่ตั้งอยู่ในพระนครราชคฤห์ เสตบรรพต เป็นเลิศกว่าภูเขาในป่าหิมพานต์ ดวงอาทิตย์เป็นเลิศกว่าสิ่งใดๆ ในนภากาศ มหาสมุทรเป็นเลิศกว่าห้วงมหานที ดวงจันทร์เป็นเลิศกว่าหมู่ดาวทั้งปวง พระพุทธเจ้าเป็นเลิศกว่าสรรพสัตว์ในโลก และเทวโลก” พระบรมโพธิสัตว์แต่ละพระองค์ กว่าจะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ท่านต้องสร้างบารมีชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพันทีเดียว สละได้ทุกสิ่งแม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้ได้มาซึ่งสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ คือ …

ยมกปาฏิหาริย์ Read More »

พระพุทธคุณไม่มีประมาณ

พระพุทธคุณไม่มีประมาณ (พระวารณเถระย้อนดูอดีตชาติของตน) พระรัตนตรัยเป็นหลักของพระพุทธศาสนา เป็นหลักของโลก ผู้มีปัญญาทั้งหลายพึงดำเนินตามรอยบาทพระบรมศาสดา เพราะผู้ได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต จะทำให้เป็นผู้ที่มีชีวิตปลอดภัย ทั้งภัยในโลกนี้ ภัยในอบายภูมิ และภัยในสังสารวัฏ อีกทั้งจะประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง เพราะมีใจหนักแน่นมั่นคงในพระรัตนตรัย มีความเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นทางมาแห่งมหากุศลอย่างที่จะนับจะประมาณมิได้  ดังนั้น ผู้มีใจผูกพันในพระรัตนตรัย ตรึกนึกถึงพระรัตนตรัยตลอดเวลา และหมั่นสรรเสริญคุณของพระรัตนตรัย ย่อมได้อานิสงส์ใหญ่ กระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยเร็วพลัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ปฐมทุสีลยสูตร ว่า “ผู้ใดมีความศรัทธา ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า มีศีลอันงามที่พระอริยเจ้าสรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง บัณฑิตทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นผู้ที่มีชีวิตไม่เปล่าประโยชน์” ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยนี้ เป็นทางมาแห่งมหากุศล ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสรับรองไว้ว่า จะส่งผลให้เราไม่พลัดตกไปในอบายภูมิ ไม่ว่าจะเป็นภูมิของสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉานซึ่งเป็นภพภูมิที่ตกต่ำเหล่านั้น ความเลื่อมใสในวัตถุที่ควรเลื่อมใสนี้ สามารถปิดประตูอบายภูมิให้กับตัวของเราเอง และยังทำให้เวียนวนอยู่ในสุคติภูมิอย่างเดียวเท่านั้น เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่สุดของบรรดาที่พึ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ ผู้ที่ยึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรมคำสอนของพระองค์ และในพระสงฆ์สาวกผู้สืบทอดพระธรรมคำสอนอันบริสุทธิ์ จึงนับว่าเป็นชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสาระ เพราะสาระของชีวิตอยู่ที่การดำรงชีวิตอยู่บนหนทางที่ถูกต้องดีงาม หนทางที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง ในโลกนี้มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า ตนเองยังตกเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร เป็นเหมือนหุ่นที่ถูกเขาเชิด …

พระพุทธคุณไม่มีประมาณ Read More »

มหัศจรรย์วันออกพรรษา

มหัศจรรย์วันออกพรรษา ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นธรรมอันสงบประณีต ละเอียดลึกซึ้ง จะคิดค้นด้นเดากันเองไม่ได้ จะรู้ได้เฉพาะผู้ที่ลงมือปฏิบัติเท่านั้น เพราะเป็นของเฉพาะตน ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเป็นเพียงผู้ชี้แนะหนทาง ดังที่ตรัสไว้ว่า อกฺขาตาโร ตถาคตา พระตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้บอกหนทางให้ ส่วนเธอต้องลงมือปฏิบัติเอง” ถ้าหากเราตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ และปฏิบัติอย่างถูกวิธี ย่อมเข้าถึงธรรมได้อย่างแน่นอน เนื่องจากธรรมทั้งหลาย เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ต้องสร้างหรือสมมติขึ้นมา แต่สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีทำใจให้หยุดนิ่ง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เท่านั้น มีคาถาสรรเสริญพระบรมศาสดาใน คัดคราสูตร ว่า “พระจันทร์ พระอาทิตย์ ซึ่งปราศจากมลทิน ย่อมแจ่มกระจ่างในท้องฟ้า ซึ่งปราศจากเมฆฝน ฉันใด ข้าแต่พระองค์ ผู้มีพระรัศมีซ่านออกแต่พระสรีรกาย ผู้เป็นมหามุนี พระองค์ย่อมรุ่งเรืองล่วงสรรพสัตวโลก ด้วยพระยศ ฉันนั้น ดังนี้” พระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทรงสั่งสมบุญบารมีมานับภพนับชาติไม่ถ้วน อย่างน้อย ๔ อสงไขยแสนมหากัป ทำให้เป็นผู้สมบูรณ์พร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่มีใครที่จะมาเทียบกับพระองค์ได้ ถึงคราวที่จะทรงแสดงปาฏิหาริย์ นอกจากปุถุชนคนธรรมดาทั่วไปจะบังเกิดความศรัทธาเลื่อมใสอย่างเปี่ยมล้นแล้ว แม้พระอริยสาวกผู้ทรงอภิญญา  เมื่อได้เห็นพุทธานุภาพ ทุกท่านต่างอัศจรรย์ใจในความเป็นอจินไตยของพระพุทธเจ้า กระทั่งเหล่านักบวชนอกศาสนาหรือมหาชนที่ยังเป็นมิจฉาทิฏฐิพากันเลื่อมใสศรัทธา ถึงขนาดหันมานับถือพระพุทธศาสนากันมากมายนับไม่ถ้วน * ในขณะที่ …

มหัศจรรย์วันออกพรรษา Read More »

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง (เด็กน้อยผู้มีพระพุทธเจ้าอยู่ในใจ) จุดหมายปลายทางของทุกชีวิต คือ การไปสู่อายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นต้นแบบของบุคคลที่สมบูรณ์ ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตแล้ว ในระหว่างที่ทรงสร้างบารมี พระองค์ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏอันยาวไกล เกิดเป็นอะไรต่ออะไรมากมาย พระองค์ทรงพบว่าชีวิตเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิก็ยังไม่พ้นจากทุกข์  ดังนั้น พระองค์จึงทรงสละราชสมบัติอันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของมนุษย์ แล้วทรงแสวงหาหนทางพ้นทุกข์มุ่งสู่พระนิพพาน ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน จึงต้องแสวงหาที่พึ่งเพื่อให้เกิดความอบอุ่นใจและปลอดภัย แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักที่พึ่งที่แท้จริง  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “มนุษย์เป็นอันมาก  เมื่อถูกภัยคุกคามย่อมยึดเอาภูเขาป่าไม้ว่าเป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งนั้นไม่เกษม ไม่อุดม เพราะบุคคลอาศัยแล้วย่อมไม่พ้นจากทุกข์ไปได้ ส่วนผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ว่าเป็นที่พึ่ง ที่พึ่งนั้นแลเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นที่พึ่งอันอุดม  เมื่อบุคคลอาศัยที่พึ่งนั้นแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้” พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่แท้จริง เป็นแหล่งกำเนิดของความสุขที่มีอยู่ในตัวของเราทุกคน  เมื่อเข้าถึงแล้วเราจะมีความสุข จะรู้สึกปลอดภัย ภัยอันตรายใดๆ จะไม่มากลํ้ากราย  เพราะฉะนั้น บุคคลใดปรารถนาความสุขความสำเร็จ และความปลอดภัยในชีวิต หรือแม้ปรารถนาความหลุดพ้นจากภัยในวัฏสงสาร หากหมั่นระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก บุคคลนั้นย่อมสมความปรารถนาได้ ดังเช่นลูกชายของคนตัดฟืน ดังเรื่องมีอยู่ว่า * ในกรุงราชคฤห์มีเด็กชาย ๒ คน …

พระพุทธคุณ ตอน พระคุ้มครอง Read More »

พระพุทธคุณ ตอน ผู้ไกลจากกิเลส

พระพุทธคุณ ตอน ผู้ไกลจากกิเลส (ไม่ทรงยินร้ายในสิ่งที่ไม่น่าปรารถนา เช่นที่พระนางมาคันทิยาว่าจ้างให้ชาวเมืองโกสัมพี ตามด่าว่าพระองค์อย่างรุนแรงในทุกหนทุกแห่งที่เสด็จไป) ความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ไม่มีใครรู้ว่า สันติสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ไหน มีลักษณะอย่างไร จะเข้าถึงได้อย่างไร จนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบหนทางสายกลาง และพบว่าโลกจะมีสันติสุข ต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนได้ตั้งใจปฏิบัติธรรม จนเข้าถึงสันติสุขภายใน ซึ่งเป็นแหล่งแห่งความสุขที่แท้จริง และสันติสุขภายในนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของสันติสุขภายนอกนั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงมีพระคุณยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครๆ จะพรรณนาให้หมดได้ บัณฑิตในกาลก่อนจึงมักกล่าวพระคุณไว้โดยย่อ ๙ ประการ โดยเรียบเรียงเป็นบทสวดมนต์ สรรเสริญพระพุทธคุณให้เราสวดกันว่า “อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน “เป็นต้น อรหํ แปลว่า ไกล คือ ไกลจากกิเลส หรือพ้นจากกิเลส ซึ่งตรงข้ามกับปุถุชนผู้หนาแน่นไปด้วยกิเลส บัณฑิตในกาลก่อน ท่านจึงนำมากล่าวเป็นคาถาว่า โส ตโต อารกา นาม    ยสฺส เยนาสมงฺคิตา อสมงฺคี จ โทเสหิ    นาโถ เตนารหํ มโตฯ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง  ไม่ทรงเกี่ยวข้องกับกิเลสใด …

พระพุทธคุณ ตอน ผู้ไกลจากกิเลส Read More »

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว (พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ว่าจะเสด็จไปที่ใดก็ตาม ย่อมทำให้ที่นั้นสะอาดหมดจด มีแต่ความสุข ความเจริญ มนุษย์และเทวดาต่างเข้าถึงธรรม) ขึ้นชื่อว่า มนุษย์ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ย่อมจะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง แต่ความหมายของสิ่งที่ดีที่สุดนั้น ไม่ได้หมายถึงเฉพาะวัตถุสิ่งของที่ต้องหามาเพื่อการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่หมายถึง ใจ ของเราด้วย ถ้าเราไม่เคยฝึกฝนอบรมใจของตนเองแล้ว ชีวิตความเป็นมนุษย์ของเราก็เท่ากับว่างเปล่าจากสิ่งที่ดีงาม  เพราะฉะนั้น ต้องทำชีวิตของเราให้มีค่า สมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ด้วยการเจริญสมาธิภาวนากันทุกวัน  หมั่นตรึกระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ทำใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใส มีความเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บางทีเราจะได้ยินพระนามของพระองค์ว่า พระสุคต มาจากศัพท์บาลี คือ สุคโต แปลว่า เสด็จไปดี เสด็จไปงาม คือ พระองค์ทรงมีทางเสด็จที่ดีงามอันได้แก่ อริยมรรค และได้เสด็จไปสู่ที่ดีงาม คือ พระนิพพาน โดยทรงดำเนินรุดหน้าไป ไม่หวนกลับคืนมาสู่กิเลสที่ทรงละได้แล้ว สุคโต ไปสู่ที่ไหน ดีที่นั่น คือ ไปทำประโยชน์เกื้อกูลให้ความสุขแก่ที่นั่น * ดังเมื่อกรุงเวสาลีเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอาหารตายกันเป็นจำนวนมาก ซากศพถูกปล่อยทิ้งเกลื่อนกลาด กลิ่นก็ดึงดูดอมนุษย์มารังควาน …

พระพุทธคุณ ตอน พระผู้เสด็จไปดีแล้ว Read More »

พระพุทธคุณ ตอน ผู้รู้แจ้งด้วยตนเอง

พระพุทธคุณ ตอน ผู้รู้แจ้งด้วยตนเอง (เส้นทางกว่าจะตรัสรู้ธรรมของพระพุทธองค์) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ทรงบริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากอาสวกิเลสทั้งปวง กิจที่จะต้องทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พวกเราผู้เป็นพุทธศาสนิกชน ควรใช้ชีวิตของเราให้เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ โดยหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน คือ พระธรรมกายตามอย่างพระพุทธองค์ไปด้วย เมื่อพระบรมศาสดาของเราตรัสรู้ธรรม ทรงหยุดใจนิ่งเข้าถึงพระธรรมกาย ที่ซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ เข้าไปตามลำดับ ในหนทางสายกลางที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” ในกลางกายของพระองค์ จนเข้าถึงกายธรรมอรหัต เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงประหารกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปได้ อีกทั้งทรงรู้แจ้งในธรรมทั้งปวง ทั้งเหตุและผลอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ความรู้แจ้งในธรรมของพระองค์นี้ ไม่ได้เกิดจากการแนะนำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ท่านใด แต่เกิดจากดวงปัญญาของผู้รู้ที่อยู่ภายใน คือ กายธรรมอรหัต เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์เข้าถึงนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงพระนามว่า สัมมาสัมพุทโธ ผู้ตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง ดังที่ตรัสกับอุปกาชีวกว่า “เราเป็นผู้ครอบงำธรรมทั้งปวง รู้ธรรมทั้งปวง อันตัณหา และทิฏฐิไม่ฉาบทาแล้ว ในธรรมทั้งปวง ละธรรมเป็นไปในภูมิสามได้หมด พ้นแล้วเพราะ ความสิ้นไปแห่งตัณหา เราตรัสรู้ยิ่งเองแล้ว จะพึง อ้างใครเล่า อาจารย์ของเราไม่มี คนเช่นเรา ก็ไม่มี บุคคลเสมอเหมือนเราก็ไม่มี …

พระพุทธคุณ ตอน ผู้รู้แจ้งด้วยตนเอง Read More »

พระพุทธคุณ ตอน สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ

พระพุทธคุณ ตอน สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ ( พระพุทธองค์ทรงรักในการฝึกฝนอบรมตนเองมานับภพนับชาติไม่ถ้วน) วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากวันเป็นเดือน เป็นหลายๆ เดือน ถ้าหากเราได้มองย้อนกลับไป พิจารณาการกระทำของตนเองที่ผ่านมาแล้วพบว่า เราได้ใช้เวลาของเราอย่างมีคุณค่า ทำสิ่งที่เป็นที่พึ่งแก่ชีวิตของเรา ด้วยการบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เราจะมีแต่ความปีติเป็นเครื่องตอบแทน เพราะทาน ศีล และภาวนานั้น จะกลั่นกาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ และดึงดูดแต่สิ่งที่ดีงามเข้ามาหาตัวเรา พระวังคีสเถระได้กล่าวสรรเสริฐพุทธคุณไว้ใน ขุททกนิกาย อปทาน ว่า อนาถานํ ภวํ นาโถ     ภีตานํ อภยปฺปโท วิสฺสาสํ ภูมิสนฺตานํ     สรณํ สรเณสินํ ฯ พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งของผู้ไร้ที่พึ่ง ทรงประทานความไม่มีภัยแก่เหล่าชนผู้มีความกลัว ทรงเป็นที่คุ้นเคยของผู้มีภูมิธรรมสงบ ทรงเป็นที่พึ่งที่ระลึกของผู้แสวงหาที่พึ่งที่ระลึก การที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นที่พึ่งที่ระลึกของสรรพสัตว์ทั้งปวงได้ เพราะพระองค์ทรงพระคุณเป็นเลิศ และมีอยู่ข้อหนึ่งคือ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ วิชชา ในที่นี้หมายถึง ความรู้ที่กำจัดความมืดได้ ความมืดคือ อวิชชา …

พระพุทธคุณ ตอน สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ Read More »

พระพุทธคุณ ตอน ผู้เป็นครูของมนุษย์และเทวา

พระพุทธคุณ ตอน ผู้เป็นครูของมนุษย์และเทวา (พระพุทธองค์ไม่ได้โปรดแต่มนุษย์เท่านั้น ทรงโปรดหมด ตั้งแต่เทวดา พรหม อรูปพรหมทุกชั้น มนุษย์ทั้งหลาย ไปจนถึงสัตว์เดียรัจฉาน ตามแต่กำลังบุญของใครจะรับได้) ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นธรรมอันสงบประณีต ละเอียดลึกซึ้ง จะคาดคะเนเองไม่ได้ รู้ได้เฉพาะผู้ที่ลงมือปฏิบัติเท่านั้น เป็นของเฉพาะตนที่ผู้ได้บรรลุจะรู้เห็นเอง พระพุทธองค์ตรัสว่า “พระองค์ทรงเป็นผู้ชี้แนะหนทางเท่านั้น” ส่วนพวกเราต้องลงมือปฏิบัติเอง หากเราตั้งใจปฏิบัติกันจริงๆ และปฏิบัติอย่างถูกวิธี ย่อมเข้าถึงธรรมได้อย่างแน่นอน เนื่องจากธรรมทั้งหลายมีอยู่แล้วภายในตัวของเรา ไม่ใช่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นหรือสมมติขึ้นมา เป็นของดีที่มีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกคนในโลก จะเข้าถึงได้ต้องทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เท่านั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงได้พระนามว่า สตฺถา เทวมนุสฺสานํ คือ ทรงเป็นบรมครูของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย เพราะตั้งแต่แรกที่ทรงสร้างบารมี พระองค์ทรงมีมหากรุณาธิคุณ ตั้งความปรารถนาที่จะนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้หลุดพ้นจากกองทุกข์ไปสู่พระนิพพาน คำว่า นำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้น หมายความว่า พระองค์ไม่ได้โปรดแต่มนุษย์เท่านั้น ทรงโปรดหมด ตั้งแต่เทวดา พรหม อรูปพรหมทุกชั้น มนุษย์ทั้งหลาย ไปจนถึงสัตว์เดียรัจฉาน ตามแต่กำลังบุญของใครจะรับได้ เราจะเห็นได้จากพุทธกิจ คือ กิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติเป็นประจำทุกๆ วัน พุทธกิจที่พระองค์ทรงบำเพ็ญเป็นประจำ …

พระพุทธคุณ ตอน ผู้เป็นครูของมนุษย์และเทวา Read More »

พระพุทธคุณ ตอน ผู้รู้แจ้งโลก

พระพุทธคุณ ตอน ผู้รู้แจ้งโลก (พระพุทธองค์ทรงรู้อัธยาศัยของสัตวโลก ว่าใครจะต้องสอนอย่างไร ต้องฝึกอย่างไรจึงจะได้บรรลุธรรม หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงได้ ) เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่ทำให้เราบริสุทธิ์ที่สุด บริสุทธิ์จนกระทั่งพบกับตัวตนที่แท้จริง ที่มั่นคงที่สุดไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมีความสุขอย่างแท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้า และพระอรหันตเจ้าทั้งหลายต่างพบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด และมีอยู่แล้วในตัวของพวกเราทุกคน เป็นธรรมที่สงบ ละเอียด ประณีต จะนึกคิดหรือคาดคะเนไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงเอง ต้องปรับใจให้ละเอียด ให้หยุดนิ่งไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าไปถึงแหล่งแห่งความสุข ความบริสุทธิ์ แหล่งของสติ แหล่งของปัญญา เมื่อนั้นเราจะรู้เห็นทุกสิ่งไปตามความเป็นจริง มีธรรมภาษิตใน อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ว่า ปสยฺห มารํ อภิภุยฺย อนฺตกํ โย จ ผุสี ชาติขยํ ปธานวา โส ตาทิโส โลกวิทู สุเมโธ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อตมฺมโย มุนิ บุคคลใดมีความเพียร ข่มขี่มาร ครอบงำมัจจุราชได้แล้ว ได้ถูกต้องธรรมอันเป็นที่สิ้นการเกิด บุคคลเช่นนั้นย่อมเป็นผู้รู้แจ้งโลก เป็นผู้มีปัญญาดี …

พระพุทธคุณ ตอน ผู้รู้แจ้งโลก Read More »

พระธรรมคุณ

พระธรรมคุณ (พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว อันบุคคลผู้ปฏิบัติสามารถเห็นเองได้ ให้ผลไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรเรียกให้มาดู เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาไว้ในใจ อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน) มนุษย์ทุกคนสามารถเพิ่มเติมความสุขความสำเร็จให้แก่ชีวิตของตนเองได้ ด้วยธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นสัจธรรมที่จะทำให้เข้าถึงความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ผู้ประพฤติปฏิบัติได้ทุกกาลสมัย ยิ่งปฏิบัติมาก มีความบริสุทธิ์มาก ยิ่งให้ผลเป็นความสุข ความสำเร็จมาก แต่หากบุคคลใดละเลยการปฏิบัติ และการฟังธรรม เขาย่อมเสียโอกาสที่จะได้สัมผัสกับอมตธรรมอันทรงคุณค่า และอาจไม่มีโอกาสรู้ว่า เราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต ในบทสรรเสริญพระธรรมคุณ ที่พวกเราสวดอยู่บ่อยๆ ว่า “สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปนยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว อันบุคคลผู้ปฏิบัติสามารถเห็นเองได้ ให้ผลไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรเรียกให้มาดู เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาไว้ในใจ อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว คือ ธรรมะที่พระองค์ได้ตรัสรู้แล้วนำมาสั่งสอนสัตวโลก ผู้ใดประพฤติปฏิบัติตามก็จะได้เข้าถึงธรรมอันประเสริฐ และได้รับรสแห่งอมตธรรมซึ่งเป็นเลิศกว่ารสทั้งปวง คือ มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีทุกข์ใดๆ ทั้งสิ้น หนทางแห่งความสุขที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า ให้มีความเห็นชอบ ความดำริชอบ …

พระธรรมคุณ Read More »

พระสังฆคุณ

พระสังฆคุณ (พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามสิ่งนี้เท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริงของเรา) พระรัตนตรัย คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ สามสิ่งนี้เท่านั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริงของเรา ในยามที่มีทุกข์ก็สามารถพึ่งท่านให้ช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขได้   เมื่อมีสุขแล้ว ถ้าระลึกถึงรัตนะทั้งสามนี้ ก็เพิ่มเติมความสุขยิ่งขึ้น เพราะพระรัตนตรัยเป็นแหล่งรวมแห่งความสุข ความเบิกบานใจ เป็นความสุขที่แท้จริง เป็นเอกันตบรมสุข คือ สุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์เจือเลย ขอให้ทุกคนหมั่นระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ใจของเราจะได้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะเป็นที่พึ่งที่ระลึก มีบทสรรเสริญสังฆคุณในทีฆนิกาย มหาวรรคว่า “สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ สามีจิปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ ยทิทํ จตฺตาริ ปุริสยุคานิ อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา เอส ภควโต สาวกสงฺโฆ อาหุเนยฺโย ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลีกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส” พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นมี ๒ จำพวก คือ ปุถุชนสาวก …

พระสังฆคุณ Read More »