ธรรมะเพื่อประชาชน

ความหลากหลายของเปรต (๑)

ความหลากหลายของเปรต (๑)        พระรัตนตรัยเป็นสรณะที่แท้จริงของชาวพุทธและของชาวโลก วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติธรรมก็เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัย เมื่อใดที่เราเข้าถึงจึงจะได้ชื่อว่า เป็นชาวพุทธที่แท้จริงที่บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ พระรัตนตรัยมีอยู่หลายระดับ ซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ เข้าไปภายใน ถ้าเราทำใจให้หยุดได้ก็จะเข้าถึงได้ แต่ถ้าหยุดไม่ได้ก็เข้าไม่ถึง เพราะ “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” บุคคลผู้มีใจบริสุทธิ์หยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ได้ชื่อว่า เป็นผู้ประสบความสำเร็จอันสูงสุดในชีวิต เพราะชีวิตมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน ดังนั้น มนุษย์จำเป็นต้องฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง และต้องให้ความสำคัญกับการหยุดนิ่งยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ด้วยการลงมือปฏิบัติพิสูจน์สัจธรรมนี้ด้วยตัวเองเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติโรกุฑฑสูตร ว่า                          “น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา      ยาวญฺญา ปริเทวนา                           น ตํ เปตสฺส อตฺถาย          เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย                           อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา   สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตา                           ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส   …

ความหลากหลายของเปรต (๑) Read More »

ความหลากหลายของเปรต (๒)

ความหลากหลายของเปรต (๒)        มวลมนุษย์ชาติล้วนอยากให้โลกมีสันติสุข ต่างเรียกร้องหาสันติภาพกันทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า สันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน แล้วทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงสันติสุขภายในได้ เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้เราได้รู้จักกับสันติสุขภายใน เมื่อเราปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระธรรมกายได้ เราจึงจะซาบซึ้งว่า พระธรรมกาย นี่แหละเป็นแหล่งกำเนิดสันติสุขที่แท้จริง * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เทวทูตสูตร ว่า                               “โจทิตา เทวทูเตหิ        เย ปมชฺชนฺติ มาณวา                                 เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ     หีนกายูปคา นรา                                 เย จ โข เทวทูเตหิ      สนฺโต สปฺปุริสา อิธ                                 โจทิตา นปฺปมชฺชนฺติ    อริยธมฺเม กุทาจนํ                                 อุปาทาเน ภยํ ทิสฺวา    ชาติมรณสมฺภเว …

ความหลากหลายของเปรต (๒) Read More »

วิบากกรรมของนักล่าสัตว์

วิบากกรรมของนักล่าสัตว์ (กลางวันล่าสัตว์ กลางคืนรักษาศีล) ทหารก่อนก้าวลงสู่สมรภูมิรบ ย่อมต้องมีการตระเตรียมทัพ กำลังพลและฝึกซ้อมรบให้พร้อมเสมอที่จะทำศึกสงคราม ยิ่งมีความพร้อมมากเพียงใด นั่นหมายถึงชัยชนะที่รออยู่เบื้องหน้า ชีวิตมนุษย์ก็เช่นเดียวกัน จำเป็นจะต้องฝึกซ้อมใจ ให้พร้อมเสมอที่จะเผชิญกับมรณภัย ซึ่งจะมาเยือนได้ทุกอนุวินาที การฝึกใจต้องอาศัยหลักการทำง่ายๆ สบายๆ ใจเย็นๆ จรดใจนิ่งไปที่  ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ภายในกลางกายอย่างแผ่วเบา โดยไม่วิตกกังวลถึงเรื่องใด จนกว่าใจจะหยุดนิ่ง รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เกิดเป็นแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นภายใน หยุดใจต่อไป เข้ากลางไปเรื่อยๆ จนเข้าถึงพระธรรมกายอันเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกภายในอย่างแท้จริง การกระทำเช่นนี้ คือการเตรียมตัวอย่างถูกวิธี ที่จะทำให้ชีวิตของเราปลอดภัยในสงครามของชีวิต มีถ้อยคำที่เปรตตนหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ใน มิคลุททกเปตวัตถุ ว่า “เมื่อก่อน กระผมเป็นพรานเนื้อ เป็นผู้มีฝ่ามือเปื้อนโลหิต เป็นคนหยาบช้าทารุณ มีใจประทุษร้ายในสัตว์เป็นอันมาก เพราะอาศัยอุบาสกเป็นกัลยาณมิตร กระผมจึงฆ่าสัตว์เฉพาะกลางวัน กลางคืนเป็นผู้สำรวมงดเว้นจากปาณาติบาต เพราะฉะนั้นกลางคืนกระผมจึงได้รับความสุข กลางวันได้เสวยทุกข์ ถูกสุนัขมีจิตเดือดดาลพากันห้อมล้อม กัดกินกระผมรอบด้าน” มีคนบางคนในโลกนี้ที่กลางวันทำบาป กลางคืนทำบุญ เมื่อถึงคราวบุญและบาปส่งผล ก็ส่งผลเท่าๆ กัน คือกลางคืนเสวยบุญ กลางวันเสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อน แต่ระหว่างการเสวยสุขและทุกข์มันแตกต่างกันมากเหลือเกิน ไปรู้ตอนนั้นก็สายเกินไปเสียแล้ว จะมาบอกว่า รู้อย่างนี้ …

วิบากกรรมของนักล่าสัตว์ Read More »

กรรมของคนโกงที่ธรณีสงฆ์

กรรมของคนโกงที่ธรณีสงฆ์ (เป็นเปรตผู้หิวโหยในป่าลึก 4 พุทธันดร) ชีวิตหลังความตายยังเป็นความลับอยู่ ความไม่รู้ว่าตายแล้วจะไปไหนนั้น เปรียบเหมือนคนตาบอดปีนต้นไม้ แล้วพลาดพลั้งตกจากยอดไม้ที่สูงลิบ ขณะที่ร่วงหล่นลงมาก็อกสั่นขวัญแขวน ไม่รู้ว่าจะตกไปกระทบสิ่งใดบ้าง ถ้าตกลงถึงพื้นดินแล้ว แขนขาอาจจะหักหรือจะตายทันที รู้แต่เพียงว่าถ้าไม่ตายก็คางเหลือง คนส่วนใหญ่ก็เช่นเดียวกัน ทันทีที่มาเป็นมนุษย์ก็ชื่อว่า   พลัดตกไปสู่ความตายทุกเวลา วัน เดือน ปีที่ผ่านไป ได้กลืนกินชีวิต พาเอาความตายใกล้เข้ามาทุกขณะ จะเหลียวหาคนช่วยแก้ไขให้พ้นจากความตายนั้นก็ไม่มี เพราะทุกคนต่างต้องตายหมด เหลือแต่ว่า เราจะต้องยอมรับความจริงที่กำลังดำเนินไปอยู่นี้ ต้องเตรียมตัวตายอย่างถูกวิธี ด้วยการสั่งสมบุญกุศลให้เต็มที่ อีกทั้งต้องปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกของสรรพสัตว์ทั้งในโลกนี้และในปรโลก มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย เปตวัตถุ ว่า “อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ   ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน     เปตโลกมิโต คตา ฯ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นเปรตเข้าถึงทุคติ เพราะได้ทำบาปกรรมเอาไว้ จึงจากมนุษยโลกนี้ไปสู่เปตโลก” เป็นคำกล่าวของเปรตตนหนึ่งที่ได้สารภาพว่า ที่ต้องมาเกิดเป็นเปรตก็เพราะได้ทำบาปอกุศลเอาไว้ สัตว์โลกส่วนใหญ่ที่มาเกิดในเปตโลก เนื่องจากได้ทำบาปอกุศลเอาไว้มาก ถ้าทำบาปมากชนิดที่ศีล ๕ ขาดหมด ไม่ได้ประพฤติธรรมอะไรเลย …

กรรมของคนโกงที่ธรณีสงฆ์ Read More »

กรรมของการตัดสินไม่ยุติธรรม

กรรมของการตัดสินไม่ยุติธรรม (ผู้พิพากษาทุศีล สมาทานอุโบสถศีลครึ่งวันไปเกิดเป็นเวมานิกเปรต) บนเส้นทางการดำเนินชีวิต ไม่มีใครลิขิตให้เราได้ นอกจากเราจะเป็นผู้ลิขิตเอง ในเมื่อเรามีโอกาสที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง เราก็ควรจะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเรา การมีจุดเริ่มต้นที่ดีจะบ่งบอกถึงความสำเร็จในวันข้างหน้า ชีวิตจะประสบกับสุขหรือทุกข์ ก็ขึ้นอยู่ที่ใจและการกระทำในปัจจุบัน การเริ่มต้นที่ดีที่สุด จึงต้องเริ่มจากการหยุดใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อใดที่ใจหยุดได้สนิท ก็จะเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของความสุข และความสำเร็จทั้งปวง พลังมวลแห่งความบริสุทธิ์ภายในจะพรั่งพรูออกมา กลั่น กาย วาจา ใจ ของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ใจของเราจะชุ่มชื่นเบิกบาน มีความสุขอย่างจะนับจะประมาณมิได้ ชีวิตที่เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน จึงเป็นชีวิตที่ประเสริฐและสมบูรณ์ที่สุด มีเปรตตนหนึ่งได้สารภาพบาปที่ตนเองได้ทำเอาไว้ว่า “กระผมได้ประพฤติทุจริตด้วยการพูดส่อเสียด พูดเท็จและพูดหลอกลวง เพื่อความฉิบหายแก่ตนในมนุษยโลก ผู้ใดประพฤติทุจริตมีพูดส่อเสียดเป็นต้น ผู้นั้นต้องจิกเนื้อหลังของตนกิน เหมือนกระผมจิกเนื้อหลังของตนกินในวันนี้ ข้าแต่พระนารทะ ทุกข์ที่กระผมได้รับอยู่นี้ท่านได้เห็นเองแล้ว บุคคลใดเป็นคนฉลาด มีจิตอนุเคราะห์ผู้อื่น บุคคลนั้นพึงกล่าวตักเตือนผู้อื่นว่า ท่านอย่าพูดส่อเสียด อย่าพูดเท็จ อย่าเป็นผู้มีเนื้อหลังของตนเป็นอาหารเลย” เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ที่พระเวฬุวันมหาวิหาร ทรงปรารภเปรตตนหนึ่ง ซึ่งได้สารภาพบาปของตนให้พระนารทเถระผู้เป็นพระอรหันต์ได้ทราบถึงบาปกรรมที่ตนเองทำเอาไว้ เพื่อท่านจะได้นำมาเล่าเป็นคติเตือนใจให้อนุชนรุ่นหลังได้สำรวมระวัง ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของผู้ที่ไม่เชื่อกฎแห่งกรรมตอนยังมีชีวิตอยู่ แต่ไปเชื่อตอนที่ตายแล้ว ที่เชื่อเพราะได้ไปเสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อไปถึงตรงนั้นแล้ว จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันอย่างไร ก็ต้องยอมรับกฎแห่งกรรมที่ตนเองได้ทำเอาไว้ทั้งหมด อันที่จริงแล้ว พระบรมศาสดาทรงรู้เห็นเรื่องภพภูมิต่างๆ …

กรรมของการตัดสินไม่ยุติธรรม Read More »

กรรมเก่าเฝ้าติดตาม

กรรมเก่าเฝ้าติดตาม (อุตตรสามเณร เป็นอรหันต์บนลานประหาร) ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นศูนย์รวมแห่งความสุขและความสำเร็จ  และเป็นทางรอดทางหลุดพ้นจากภัยในวัฏสงสาร ฉะนั้นเมื่อเรารู้ว่าศูนย์กลางกายนี้ มีความสำคัญต่อเรามากเพียงใด เราก็ควรให้ความสำคัญให้มาก โดยหมั่นเอาใจของเรามาวางไว้มาหยุดไว้ ทำความผูกสมัครรักใคร่กับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  ให้ใจจรดใจจ่ออยู่ที่ตรงนั้น ทำทุกวันทำให้ต่อเนื่อง  แล้วศูนย์กลางกายก็จะต้อนรับเรา ให้เข้าไปถึงองค์พระหรือดวงธรรมภายใน แล้วเราจะได้สมปรารถนาทุกสิ่งที่ต้องการ มีพุทธพจน์ที่มาใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า “ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ     ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ ยสฺส ปีติโต สุมโน       วิปากํ ปฏิเสวติ บุคคลทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจในภายหลัง มีปีติและโสมนัส เสวยวิบากของกรรมใด กรรมนั้นแลที่บุคคลทำแล้วเป็นความดี” ทุกคนในโลกนี้ ล้วนต่างก็มีกรรมเป็นของตน มีทั้งกรรมดีและกรรมไม่ดี  ติดตัวมานับภพนับชาติไม่ถ้วน กรรมบางชนิดมีผลเผ็ดร้อนให้ผลทันตาเห็น  บางชนิดติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติ เป็นเศษกรรมจนกระทั่งถึงชาติสุดท้าย จึงจะหมดสิ้นกันไป เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้แล้วว่า สิ่งไหนเป็นกรรมดีก็ควรทำ  สิ่งไหนเป็นกรรมชั่วก็ควรเว้น เราอยากจะให้อนาคตเป็นอย่างไรเราต้องทำวันนี้ให้ดี ชาติหน้าเราอยากให้เป็นอย่างไรเราก็ต้องทำชาตินี้ให้ดี ด้วยการทำความดีให้ได้ตลอด …

กรรมเก่าเฝ้าติดตาม Read More »

กตัตตากรรม

กตัตตากรรม (พลั้งปากดูหมิ่นพระพุทธเจ้า ต้องเป็นเปรตไถนา 1 พุทธันดร)      พระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดา แต่ละถ้อยคำที่เปล่งออกจากพระโอษฐ์ เป็นสิ่งที่มีค่าอเนกอนันต์ ทุกถ้อยคำที่พระองค์ได้ทรงแนะนำสั่งสอนชี้แนะหนทางสว่าง มีค่ากว่ารัตนะทั้ง ๗ ที่พระเจ้าจักรพรรดิหยิบยื่นให้เสียอีก เพราะสมบัติจักรพรรดิ จะทำให้เราสมบูรณ์พร้อมเฉพาะในโลกนี้ ที่เป็นมนุษย์อยู่เท่านั้น แต่อริยทรัพย์อันประเสริฐที่เกิดจากรัตนะภายใน ส่องสว่างในกลางใจ จะส่งผลให้เราสมบูรณ์พร้อมทั้งมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ ทำให้เราสมบูรณ์ไปทุกภพทุกชาติ เราจะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ชีวิตเราจะก้าวไปสู่ความเต็มเปี่ยม บรรลุมรรคผลนิพพานได้นั้น ก็ต้องมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก ดังนั้น การฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จึงเป็นทางมาแห่งรัตนะทั้งภายนอกและภายใน มีบทสวดอภิณหปัจจเวกขณะ ที่เราสวดกันเป็นประจำว่า                               “ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ    ใครทำกรรมใดไว้                         กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา    ดีหรือชั่วก็ตาม                   ตสฺส ทายาทา ภวิสฺสนฺติ    ตนจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น”      การที่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ต้องเวียนว่ายตายเกิดกันนับภพนับชาติไม่ถ้วนนี้ ล้วนเกิดจากกรรมที่อยู่เบื้องหลัง กรรมในอดีตที่เราเคยทำเอาไว้ เป็นตัวการสำคัญที่นำชีวิตไปสู่ความสว่างหรือความมืดมน ที่ผ่านมาหลวงพ่อได้นำเรื่องกรรมประเภทต่างๆ …

กตัตตากรรม Read More »

กาลกัญชิกาอสูร

กาลกัญชิกาอสูร (เรื่องชีเปลือยโกรักขัตติยะประพฤติวัตรของสุนัข)      การดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ต้องเกี่ยวพันกับผู้คน ต้องมีการกระทำร่วมกัน มีการพูดคุยสนทนากัน ต้องใช้ความคิดไปในเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งคอยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่เวลาที่เราอยู่คนเดียว เราก็ต้องคิดทำเรื่องของตนเองหลายอย่าง สิ่งต่างๆ ที่เราได้คิด ได้พูด ได้กระทำไป จะเป็นวิบากกรรมติดตัวเราไปในภพเบื้องหน้าได้ เพราะว่าชีวิตเราตกอยู่ในกฎแห่งกรรม สิ่งที่เราได้กระทำไปไม่ได้สูญหายไปไหน ไม่ว่าทำดีทำชั่วหรือไม่ดีไม่ชั่ว ล้วนมีผลทั้งสิ้น เรื่องนี้เป็นความจริงของชีวิตและเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่รู้ไม่ได้ ต้องรู้ต้องเห็นชีวิตถึงจะปลอดภัย ปลอดภัยจากภัยในสังสารวัฏ เมื่อนั้นจะมีชัยชนะ คือมีชัยชนะเหนือบาปอกุศล เหนือกิเลสอาสวะ และมีความสุขที่แท้จริงที่เราปรารถนา มีวาระแห่งพุทธสุภาษิตที่มาใน เขมสูตร ว่า      “บุคคลผู้เป็นคนพาลมีปัญญาทราม ย่อมประพฤติตนเป็นศัตรูต่อตนเอง ย่อมทำกรรมอันลามกที่ทำให้เดือดร้อนในภายหลัง เขาย่อมมีน้ำตานองหน้าร้องไห้คร่ำครวญอยู่ และต้องเสวยผล แห่งวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนด้วยความทุกข์ทรมาน      ส่วนบุคคลทำกรรมใดแล้ว ไม่เดือดร้อนในภายหลัง มีใจแช่มชื่นเบิกบาน ได้เสวยผลแห่งวิบากกรรมที่ดีนั้น ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนและผู้อื่น ควรรีบลงมือกระทำกรรมนั้น”      เรื่องกฎแห่งกรรมนี้ เป็นเรื่องของความจริง ไม่ได้เกี่ยวกับความเชื่อ  หรือการนับถือศาสนาลัทธิใดลัทธิหนึ่ง ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม กฎนี้ก็ยังคงอยู่เพราะเป็นกฎสากล ที่มีผลบังคับครอบคลุมไปถึงสรรพสัตว์ทั่วทั้งภพสาม ถ้าเราทำใจให้เป็นกลางๆ โดยวางความเชื่อไว้บนหิ้งแล้วเอาความจริงมาพิสูจน์กัน …

กาลกัญชิกาอสูร Read More »

โทษของคนมักโกรธ

โทษของคนมักโกรธ (ทุฏฐราชกุมารทำลายบาตรพระปัจเจกพุทธเจ้า)      บุคคลผู้มีความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์  คือ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ และความตาย อันเป็นความทุกข์ที่ติดตามเรามานานแสนนาน ต้องอาศัยพลังอำนาจบุญบารมีที่สั่งสมอบรมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน โดยเฉพาะบุญบารมีที่สำคัญมีอานุภาพมาก คือการประพฤติปฏิบัติธรรม ทำใจให้หยุดนิ่งในหนทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็นเหตุให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลาย และเข้าถึงความสุขที่แท้จริง กระทั่งได้บรรลุมรรคนิพพาน มีวาระพระบาลีที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ใน โกธนาสูตร ความว่า      “คนโกรธมีผิวพรรณทราม ย่อมนอนเป็นทุกข์ ถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้ว กลับปฏิบัติสิ่งอันไม่เป็นประโยชน์ ทำปาณาติบาตด้วยกาย และวาจา ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์ ผู้มัวเมาเพราะความโกรธ ย่อมถึงความไม่มียศ ญาติมิตรและสหาย ย่อมเว้นคนโกรธเสียห่างไกล คนผู้โกรธย่อมไม่รู้จักความเจริญ ทำจิตให้กำเริบ ภัยที่เกิดมาจากภายในนั้น คนผู้โกรธย่อมไม่รู้สึก คนโกรธย่อมไม่รู้อรรถ ไม่เห็นธรรม ความโกรธย่อมครอบงำนรชนในขณะใด ความมืดตื้อย่อมมีในขณะนั้น คนผู้โกรธย่อมก่อกรรมที่ทำได้ยากเหมือนทำได้ง่าย ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้”      กิเลสทั้งที่เป็นราคะ โทสะ และโมหะ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่าเป็นธุลี เป็นทางมาแห่งมลทินในจิตใจของสรรพสัตว์ เพราะกิเลสเหล่านี้ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมจะทำให้สรรพสัตว์มืดมน ทำให้สร้างแต่บาปอกุศล โลกของเราก็ไม่มีความสงบสุข …

โทษของคนมักโกรธ Read More »

กรรมของการลบหลู่พระพุทธเจ้า

กรรมของการลบหลู่พระพุทธเจ้า (สุนักขัตตะอุปัฏฐากอกุศลเข้าสิงจิต ลบหลู่คุณพระพุทธองค์) มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐที่สุด สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆ ให้แก่โลกได้มาก แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำลายล้างโลกได้ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน มนุษย์ได้ทำการทะเลาะวิวาทเบียดเบียนกัน ทำสงครามทั้งรบใหญ่ รบย่อย แม้ปัจจุบันการรบพุ่งกันจะเบาบางลง แต่สงครามเศรษฐกิจกลับหนักหน่วงขึ้น รบกันข้ามทวีป เป็นสงครามในระดับโลก โดยลืมสงครามในระดับภพสาม ซึ่งมีความสำคัญมากกว่า คือสงครามชิงภพ ที่ทุกๆ คนจะต้องเผชิญในวาระสุดท้ายของชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า ถ้าก่อนละโลกจิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง สุคติก็เป็นที่ไป ถ้าจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใสทุคติก็เป็นที่ไป เราควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องสงครามของชีวิตให้มาก มีวาระแห่งพุทธสุภาษิตที่มาใน อัยยิกาสูตร ว่า “สรรพชีวิตต้องตาย เพราะความตายเป็นที่สุดของชีวิต เมื่อตายแล้วสัตว์ทั้งหลายจักไปตามกรรม ไปเสวยผลแห่งบุญ และบาปที่ตนได้กระทำไว้ ผู้มีกรรมเป็นบาปจะไปสู่นรก ส่วนผู้มีกรรมเป็นบุญจะไปสู่สุคติ เพราะฉะนั้น บุคคลพึงทำแต่กรรมดีงาม อันจะนำไปสู่สุคติในสัมปรายภพ บุญทั้งหลายที่ได้ทำสั่งสมไว้ ย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลก” เรื่องของชีวิต เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะเกี่ยวข้องกับตัวเราโดยตรง และยังเกี่ยวโยงไปถึงสรรพสัตว์ทั้งหลาย การกระทำของเราทุกอย่างจะมีผลต่อสิ่งแวดล้อม มีผลต่อบุคคลรอบข้าง มีผลต่อจิตใจของมวลมนุษย์ และการกระทำทุกอย่างของเราไม่ว่าจะทางความคิด คำพูด หรือการกระทำ ก็ไม่รอดพ้นจากกฎแห่งกรรมไปได้ ดังนั้นเราควรจะมาศึกษา และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ในเรื่องนี้ เพื่อที่ว่าเมื่อเรารู้แล้วเราจะได้ไม่พลั้งพลาด เรื่องของกรรมนี้เป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง …

กรรมของการลบหลู่พระพุทธเจ้า Read More »

กรรมของการไม่เป็นภรรยาที่ดี

กรรมของการไม่เป็นภรรยาที่ดี (เรื่องนันทิเสนสงเคราะห์ภรรยาพ้นจากอัตภาพเปรต) คำสอนในทางพระพุทธศาสนาเป็นอมตธรรมอันลํ้าค่า เป็นสิ่งที่สามารถนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายผู้ปฏิบัติตาม ให้ไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะได้อย่างแท้จริง โดยขึ้นอยู่ที่ว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ มุ่งเข้าไปศึกษาคำสอนและลงมือปฏิบัติกันมากน้อยเพียงไร เพราะกว่าที่พระพุทธศาสนาจะบังเกิดขึ้นมาในโลกได้ เป็นสิ่งที่ยากแสนยาก จะต้องมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้น และกว่าที่พระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จะต้องทุ่มเทสร้างบารมีอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ยอมอดทนทุกอย่างเพื่อสร้างบารมีให้แก่รอบ จนกระทั่งได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นที่พึ่งของโลก การบังเกิดขึ้นของพระองค์ท่าน จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนั้นใครก็ตามที่ประพฤติตามพุทธโอวาท ชีวิตก็จะประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างเดียว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า “อถ ปาปานิ กมฺมานิ     กรํ พาโล น พุชฺฌติ เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ    อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ คนพาลทำบาปกรรมทั้งหลาย ก็ไม่รู้สึกตัว ผู้มีปัญญาทราม ย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตนในภายหลัง ดุจถูกไฟไหม้” คนส่วนใหญ่ที่ชอบทำบาปอกุศลเป็นอาจิณ เพราะเขายังไม่เห็นผลของบาปว่า จะส่งผลเป็นวิบากอันเผ็ดร้อนเพียงไร และจะเสียใจก็ต่อเมื่อบาปนั้นตามส่งผล กว่าจะทราบได้ในเวลาต่อมาก็สายเกินไป แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว เหมือนคนที่ไปลักขโมยเที่ยวจี้ปล้นผู้อื่น เมื่อถูกตำรวจจับกุมเข้าคุกเข้าตารางแล้ว จะอ้อนวอนขอร้องเจ้าหน้าที่ว่า ให้ปล่อยตัวไปเถอะ แล้วรับรองว่าจะไม่ไปลักขโมยปล้นใครเขาอีก เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็คงไม่ยอมปล่อยหรือลดหย่อนผ่อนโทษให้ตามคำขอเช่นนั้นได้ มีแต่ต้องตัดสินคดีความไปตามกฎหมายบ้านเมือง หากผิดก็ว่าไปตามผิด ทำความผิดมากก็มีโทษมาก  แต่ถ้าไม่ได้ทำผิดถึงขั้นร้ายแรงอะไร …

กรรมของการไม่เป็นภรรยาที่ดี Read More »

จะเชื่อตอนเป็นหรือจะเห็นตอนตาย

จะเชื่อตอนเป็นหรือจะเห็นตอนตาย (เรื่องอดีตจูฬเศรษฐีพ้นจากอัตภาพเปรตเพราะพระเจ้าอชาติศัตรูอุทิศให้) การพัฒนาจิตเพื่อการฝึกฝนอบรมตนเอง ถือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นรากฐานของการพัฒนาในทุกสิ่ง ชีวิตของเราจะสูงส่งขึ้นหรือตกต่ำลงก็ขึ้นอยู่ที่การพัฒนาตนเองในภพชาติปัจจุบันนี้เป็นสำคัญ อุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมชีวิตของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เหมือนเพชรกว่าจะฉายแสงแวววาวเป็นที่ดึงดูดตาดึงดูดใจของผู้ที่ได้พบเห็น ก็ต้องผ่านแรงกดดันของโลกและผ่านการเจียระไนมาก่อนแล้ว จึงจะมีความงดงามและทรงคุณค่า เช่นเดียวกับบนเส้นทางของการสร้างบารมีเพื่อให้เป็นผู้มีความสมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน บางครั้งก็อาจต้องมีอุปสรรคบ้าง หรือบางทีเราก็ไม่ทราบว่า สิ่งที่พบมันเกิดขึ้นเพราะอะไร และไม่ทราบว่าจะแก้ไขได้อย่างไร ที่สำคัญไม่รู้ว่าจะไปถามใครได้ เมื่อใดที่ยังไม่พบทางออก ก็ขอให้ลองหลับตาของเราลงเบาๆ ปล่อยวางจากเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทั้งหมด แล้วทำใจให้หยุดนิ่งอยู่ตรงกลาง ถึงเวลาเมื่อใจสงบ เราก็จะพบทางออกและช่องทางแห่งความสำเร็จได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อิธ ตปฺปติ เปจฺจ ตปฺปติ ปาปการี อุภยตฺถ ตปฺปติ ปาปํ เม กตนฺติ ตปฺปติ ภิยฺโย ตปฺปติ ทุคฺคตึ คโต บุคคลผู้ทำบาปย่อมเดือดร้อนในโลกนี้ ย่อมเดือดร้อนในโลกหน้า ย่อมเดือดร้อนในโลกทั้งสอง บุคคลผู้ทำบาปนั้นย่อมเดือดร้อนว่า บาปอกุศลเราได้ทำไว้แล้ว บาปนั้นย่อมนำเขาไปสู่ทุคติ ทำให้เดือดร้อนอย่างยิ่ง” ในกระแสของสังคมโลกยุคปัจจุบัน มีสิ่งเป็นที่ล่อตาล่อใจมากมายเรียกว่า เบญจกามคุณ คือทำให้มนุษย์เหินห่างจากการทำความดี เมื่อไม่ทำความดีอกุศลก็เข้าแทรก …

จะเชื่อตอนเป็นหรือจะเห็นตอนตาย Read More »

เปรตฝากมาบอกให้ทำบุญ

เปรตฝากมาบอกให้ทำบุญ (เรื่องอุบาสกสงเคราะห์เปรตชีเปลือย) พระรัตนตรัยเป็นสรณะอันเกษม ประกอบด้วย พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ  รัตนะทั้ง ๓ ประการนี้เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา และเป็นที่พึ่งที่ระลึกของชาวโลกตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลาย มนุษยชาติที่เกิดมาต่างก็แสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดนี้ ผู้ที่ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เห็นพระธรรมกายที่ชัดใสแจ่มอยู่ที่ศูนย์กลางกายภายในตน ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสุขและความสำเร็จในชีวิต ได้บรรลุเป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ในระดับหนึ่ง ดังเช่นที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย ท่านเข้าถึงกายธรรมอรหัต ได้บรรลุเป้าหมายอันสูงสุดของชีวิตแล้ว มีธรรมภาษิตที่มาใน ทสกนิบาต ว่า “กุลบุตรเมื่อหวนระลึกถึงว่า คนโน้นเคยให้ทรัพย์หรือให้อาหารแก่เรา คนโน้นได้พยายามทำกิจอย่างนี้แก่เรา คนโน้นชื่อว่าเป็นญาติ เพราะเกี่ยวพันกันทางฝ่ายมารดาหรือบิดาของเรา คนโน้นชื่อว่าเป็นมิตร เพราะเคยคบหากันด้วยอำนาจความสิเน่หา คนโน้นชื่อว่าเป็นสหายเพื่อนเล่นฝุ่นด้วยกันของเรา จึงพึงให้ทักษิณา คือพึงทำทานอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วเหล่านั้น” การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คนที่ละโลกไปแล้ว เป็นบุญอย่างหนึ่งในบรรดาการทำพลีกรรม ๕ อย่างในทางพระพุทธศาสนา ที่พระบรมศาสดาทรงแนะนำเอาไว้ว่า เมื่อมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตในระดับหนึ่ง สิ่งที่ต้องทำให้ยิ่งๆ ขึ้นไปคือ ญาติพลี คือสงเคราะห์ญาติพี่น้อง อติถิพลี คือทำการต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียนให้ดี ให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นในมิตรภาพอันดีงาม เมื่อเขาจากไปแล้วจะได้คิดถึง ทำ ราชพลี คือเมื่อทำธุรกิจมีรายได้ขึ้นมาแล้ว ก็ให้เสียภาษีอากรต่อแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ เพื่อรัฐจะได้มีเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง เทวตาพลี คือทำบุญอุทิศให้เทวดาทั้งหลาย จะเป็นเทวดาประจำบ้าน หรือเทวดาประจำเมืองก็ดี …

เปรตฝากมาบอกให้ทำบุญ Read More »

กรรมของการทำอาสน์สงฆ์เปื้อน

กรรมของการทำอาสน์สงฆ์เปื้อน (พระภิกษุพลั้งพลาดทำให้อาสนะสงฆ์เปื้อน) การกระทำบางอย่างที่เราได้ทำลงไป บางทีเราอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่น่าจะมีผลอะไร แต่ในความเป็นจริง อย่าว่าแต่พูดหรือถึงขั้นลงมือกระทำ แค่ความคิดที่ไม่ดีเพียงเล็กน้อยยังมีผลมาก ทั้งต่อตัวเรา คนรอบข้าง และบรรยากาศ เชื่อมโยงไปถึงสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไปถึงโลกอื่นและจักรวาลอื่นอีกด้วย สภาพจิตใจของมนุษย์จะเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อสภาพดินอากาศฟ้า ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของมนุษย์  ถ้ามนุษย์ทำความดี มีบุญเกิดขึ้น ฝนฟ้าก็ตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าอุดมสมบูรณ์ หน้าฝน ฝนก็จะตกแต่พอดี ไม่มากไม่น้อย ไม่มีภัยธรรมชาติเช่นน้ำท่วมเป็นต้น จะเกิดสมดุลทางธรรมชาติเมื่อมนุษย์คิดดี พูดดี ทำดี ดังนั้นเราควรจะใช้ความคิด คำพูด และการกระทำของเราไปในทางที่สร้างสรรค์ดีงาม มีวาระตามพุทธภาษิตที่มาใน จูฬกัมมวิภังคสูตร ว่า “บุคคลในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือบุรุษก็ตาม หากเป็นคนไม่สำรวม ไม่เคารพเอื้อเฟื้อ เป็นคนแข็งกระด้าง เย่อหยิ่ง ย่อมไม่รู้เสนาสนะอันควร ไม่ให้อาสนะแก่คนที่ควรให้ ไม่ให้ทางแก่คนที่ควรให้ทาง ไม่เคารพคนที่ควรเคารพ ไม่นับถือคนที่ควรนับถือ ไม่ไหว้คนที่ควรไหว้ ไม่บูชาคนที่ควรบูชา“ เมื่อเขาตายไปแล้ว จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมอันนั้น ที่เขาได้ทำเอาไว้อย่างพรั่งพร้อม ได้สมาทานไว้ในอัตภาพที่เป็นมนุษย์ แม้ไม่ถึงอบาย ทุคติ …

กรรมของการทำอาสน์สงฆ์เปื้อน Read More »

สูจิโลมยักษ์

สูจิโลมยักษ์ (พระพุทธองค์ทรงโปรดสูจิโลมยักษ์) บรรดาสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนไม่จีรังยั่งยืน และก็เป็นของชั่วครั้งชั่วคราว สมบัติที่มีอยู่เป็นเพียงเครื่องอาศัยให้ผู้มีบุญได้ใช้สร้างบารมี เมื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นต่อไปไม่ได้แล้วก็จำต้องละทิ้งไป ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง ข้าวของแก้วแหวนที่หวงแหน หรือว่าจะมีบริวารมากมายเพียงไร ในที่สุด ก็ต้องละทิ้งจากสิ่งเหล่านี้ไป แต่กรรมที่เราได้ทำไว้ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ กรรมนั้นแหละที่จะเป็นของๆ เรา ไม่ว่ากรรมดีหรือกรรมไม่ดี สิ่งนั้นจะติดตามตัวเราไปเหมือนเงาตามตัว และให้ผลได้ทั้งในปัจจุบันชาตินี้ ในสัมปรายภพ และจะคอยให้ผลในภพชาติต่อๆ ไป เพราะฉะนั้นควรที่เราจะเลือกสั่งสมแต่กรรมดีติดตัวไปในภพเบื้องหน้ากัน มีวาระพุทธสุภาษิตที่มาใน จูฬกัมมวิภังคสูตร ว่า “บุคคลในโลกนี้ผู้มีความมักโกรธ มากด้วยความแค้นเคือง แม้ถูกว่าเพียงเล็กน้อยก็ขัดเคือง มีอาการขึ้งเคียด มีความพยาบาทมาดร้าย เมื่อเขาตายจากโลกนี้ไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก หากแม้นไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เมื่อไปสู่กำเนิดใด ก็จะมีผิวพรรณทราม” คนมักโกรธหงุดหงิดโมโหง่าย มักจะมีกรรมอยู่อย่างหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ จะมีผิวพรรณหยาบกระด้างไม่ประณีต ดูแล้วไม่น่าเลื่อมใส คราวที่แล้วหลวงพ่อได้พูดถึงเรื่องของยักษ์ตนหนึ่ง ที่ชื่อสูจิโลมะ ยักษ์ผู้มีขนแข็งเหมือนเข็มทิ่มแทงตนเอง และที่ไปเกิดเป็นยักษ์ชั้นต่ำ เพราะว่าไม่ได้ให้ความเคารพเอื้อเฟื้อต่อศาสนสมบัติของสงฆ์ และมีอัธยาศัยหงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย ยักษ์มีหลายประเภท มีหลายระดับชั้น …

สูจิโลมยักษ์ Read More »