ธรรมะเพื่อประชาชน

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ)

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ)      “ธรรมกาย คือตถาคต” ตถาคตเป็นชื่อของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การที่เราระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์พร้อมด้วยคุณความดีทั้งหลาย จะทำให้ใจเราผูกพันกับพระพุทธองค์ ใจจะผ่องใส ถ้านึกถึงท่านทุกวัน จะทำให้ดวงจิตบริสุทธ์ขึ้นทุกวัน ดวงจิตจะถูกเปลี่ยนแปลงให้บริสุทธิ์ขึ้นทุกวัน ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ใจยิ่งมีอานุภาพ ความบริสุทธิ์เป็นทางมาแห่งมหากุศล ใจจะบริสุทธิ์ได้ ต้องหยุดนิ่ง เพราะฉะนั้น การทำภาวนาจึงเป็นการชำระใจให้บริสุทธิ์ได้ดีที่สุด มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน ขุททกนิกาย อปาทาน ว่า                             “เอวํ อจินฺติยา พุทฺธา     พุทฺธธมฺมา อจินฺติยา                        อจินฺติเยสุ ปสนฺนานํ      วิปาโก โหตฺยจินฺติโย      พระพุทธเจ้าเป็นอจินไตย พระธรรมของพระพุทธเจ้าก็เป็นอจินไตย วิบากของบุคคลผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และพระธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นอจินไตย ก็เป็นอจินไตย”      พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ ทรงสมบูรณ์พร้อมด้วยวิชชา และจรณะ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้วในทุกหนทุกแห่ง ทรงมีพระทัยยินดีในพระนิพพาน ทรงรู้แจ้งแทงตลอดในสรรพสิ่งทั้งหลาย …

อยู่ไกลก็เหมือนใกล้ (จูฬสุภัททา อาราธนานิมนต์พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ทางอากาศ) Read More »

การเจริญเมตตาจิต (พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ถูกรุกขเทวดารบกวนเพราะไม่ได้แผ่เมตตา)

การเจริญเมตตาจิต (พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ถูกรุกขเทวดารบกวนเพราะไม่ได้แผ่เมตตา)      ในเส้นทางแห่งการสร้างบารมี นักสร้างบารมีจะต้องมีจิตประกอบด้วยความเมตตา ปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ความเมตตานี้เป็นหนึ่งในบารมี ๑๐ ประการ ที่พระบรมโพธิสัตว์จะต้องบำเพ็ญให้บริบูรณ์ จึงจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ และกระแสแห่งความเมตตานี้จะเกิดขึ้นเมื่อใจเราหยุดนิ่ง มีความสุขความบริสุทธิ์ภายในอย่างเต็มเปี่ยมเท่านั้น ซึ่งต้องเริ่มด้วยการเจริญสมาธิภาวนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ความว่า                             “โย จ เมตฺตํ ภาวยติ           อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต                         ตนู สํโยชนา โหนฺติ          ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ                         เอกมฺปิ เจ ปาณมทุฏฺฐจิตฺโต  เมตฺตายติ กุสลํ  เตน โหติ      ผู้ใดมีสติมั่นคง เจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ สังโยชน์ของผู้นั้น ผู้เห็นธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส ย่อมเบาบาง หากว่าเขาไม่มีจิตคิดประทุษร้ายสัตว์แม้สักตัวเดียว เจริญเมตตาอยู่ เพราะเจริญเมตตาจิตนั้น ย่อมเป็นกุศล”      ในกระแสโลกปัจจุบัน …

การเจริญเมตตาจิต (พระภิกษุ ๕๐๐ รูป ถูกรุกขเทวดารบกวนเพราะไม่ได้แผ่เมตตา) Read More »

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม)

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม)      เราได้เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งวัน จากการประกอบธุรกิจหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เราได้ทำผ่านมาแล้ว  ดังนั้น ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เราจะได้ให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง ในการแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับชีวิตของเรา ด้วยการปฏิบัติธรรม ชีวิตจะได้ประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง เมื่อใจอยู่ในกระแสแห่งธรรม เราจะรู้สึกอิ่มเอิบ เบิกบานสดชื่น แจ่มใส คลายจากความเหน็ดเหนื่อยที่เราได้ตรากตรำกันมาตลอดทั้งวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                               “น ปเรสํ วิโลมานิ       น ปเรสํ กตากตํ                          อตฺตโน ว อเวกฺเขยฺย   กตานิ อกตานิ จ      บุคคล ไม่ควรใส่ใจคำก้าวร้าวของคนอื่น ไม่ควรมองการงานของคนอื่น ว่าเขาทำแล้วหรือยังไม่ได้ทำ ควรพิจารณาดูแต่การงานของตน ที่ทำเสร็จแล้วหรือยังไม่ได้ทำเท่านั้น”      * ในสมัยพุทธกาล มีหญิงชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง เป็นผู้อุปัฏฐากดูแลปาฏิกาชีวก ซึ่งเป็นนักบวชนอกพระพุทธศาสนา ด้วยความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน ได้อุปัฏฐากบำรุงอย่างดีเสมือนเป็นบุตรของตน …

ควรพิจารณากิจของตน (พระพุทธองค์เตือนอุบาสิกาทำกิจของตนคือน้อมนำใจตามกระแสธรรม) Read More »

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร”

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร”      ผู้ให้ย่อมได้รับความสุข และความสุขที่เกิดจากการให้นั้น เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีอะไรเสมอเหมือน ความสุขที่เกิดจากการให้ความสุขต่อเพื่อนมนุษย์ ซึ่งเกิดจากพลังใจของเรา กลั่นออกมาเป็นมวลแห่งความบริสุทธิ์ ขยายออกไปยังมวลมนุษยชาติ ยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย เราจะสังเกตว่า ใจเราเริ่มมีความโล่ง โปร่ง เบา สบาย มีอาการรู้สึกโล่งเหมือนออกจากที่แคบมาสู่ที่กว้าง เราจะรู้สึกสดชื่น รู้สึกโปร่งเหมือนยืนอยู่บนยอดเขาที่มีแต่อากาศบริสุทธิ์ ไม่มีมลภาวะ เบาเหมือนปุยนุ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ร่างกายเราเบาเหมือนจะลอยได้ และสบายเหมือนกับไม่มีตัวตน มีแต่ความสว่างโพลง ให้ใจนิ่งๆ รักษาอารมณ์สบายให้ต่อเนื่องให้นานที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า                             “อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ    อชินิ มํ อหาสิ เม                              เย จ ตํ อุปนยฺหนฺติ    เวรํ เตสํ น สมฺมติ                              อกฺโกจฺฉิ มํ อวธิ มํ    …

กระแสแห่งเมตตาจิต (ทีฆาวุกุมาร “เวรทั้งหลายย่อมไม่ระงับเพราะเวรเลย แต่ย่อมระงับได้เพราะไม่จองเวร” Read More »

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี)      เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่เป็นแก่นสารหรือตัวตนที่แท้จริง ที่มีความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง และให้ความสุขอย่างเดียวไม่มีทุกข์เจือปนเลย พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด เป็นแก่นของชีวิต และมีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน แต่เป็นของละเอียด ซึ่งเราจะต้องปรับใจให้ละเอียดหยุดนิ่งเข้าไปตามลำดับ จึงจะเข้าถึงพระรัตนตรัยที่มีอยู่แล้วภายในได้ เข้าถึงแล้วจะมีความสุขอย่างไม่มีประมาณ เป็นบรมสุข เพราะพระรัตนตรัยเป็นธรรมอันเกษมจากโยคะ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ว่า                               “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี   สมคฺคานญฺจนุคฺคโห                          สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ     โยคกฺเขมา น ธํสติ      ความสามัคคีของหมู่คณะนำความสุขมาให้ การสนับสนุนผู้ที่สามัคคีกัน ก็นำความสุขมาให้ ผู้ที่ยินดีในบุคคลผู้สามัคคีกัน มั่นคงในธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากธรรมอันเกษมจากโยคะ”      ที่ใดก็ตาม ที่มีความสมัครสมานสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกันทุกคน ที่แห่งนั้นย่อมมีความสุข และการประพฤติปฏิบัติธรรมของบุคคล ในสถานที่ที่มีความสามัคคีกัน ย่อมได้รับผลแห่งการปฏิบัติที่ก้าวหน้า เพราะทุกคนต่างมีความสุขในการอยู่ร่วมกัน ความสุขเป็นรากฐานของความสำเร็จทั้งมวล      * แม้ในคราวที่มีภัยหรือมีอุปสรรค หากหมู่คณะมีความพร้อมเพรียงกัน ย่อมสามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายให้พ้นภัยพิบัติไปได้ …

สามัคคีคือพลัง (ฝูงนกกระจาบแตกความสามัคคี) Read More »

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมันร่วมสามี)

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมัน)      ในชีวิตประจำวันของเรา ต้องพบสิ่งต่างๆ มากมาย มีอารมณ์หลากหลายเข้ามากระทบจิตใจ เราควรจะเลือกเก็บเกี่ยวแต่สิ่งที่ดีเอาไว้ในใจ สิ่งใดที่นึกแล้วทำให้ใจขุ่นมัว เศร้าหมองไม่ผ่องใส เราก็ไม่ควรนึกถึง เพราะเป็นอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว แม้สิ่งที่เป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อาจจะนำมาซึ่งความกังวลใจ เราก็ไม่ควรคาดหวังจนเกินเหตุ เพราะจะทำให้เราเกิดความทุกข์ใจ บัณฑิตควรมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำวันนี้เวลานี้ให้ดีที่สุด แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง มีพระคาถาบทหนึ่งกล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “น หิ เวเรน เวรานิ     สมฺมนฺตีธ กุทาจนํ                        อเวเรน จ สมฺมนฺติ     เอส ธมฺโม สนนฺตโน      แต่ไหนแต่ไรมา เวรทั้งหลายย่อมไม่สงบระงับได้ ด้วยการจองเวร เวรทั้งหลายย่อมสงบระงับด้วยความไม่มีเวร นี่เป็นธรรมเก่า”      พระพุทธศาสนาสอนให้รู้จักการให้อภัยกัน อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เพราะเวรย่อมไม่ระงับด้วยเวร แต่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ความจริงนี้เป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม ไม่ใช่ของใหม่ เกิดขึ้นได้ในทุกยุคทุกสมัย กับบุคคลทุกเพศทุกวัย …

หลุดพ้นจากเวร (นางยักษิณีบรรลุโสดาปัตติผล เลิกจองเวรอดีตหญิงหมันร่วมสามี) Read More »

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี)

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี)      มนุษย์ทุกชาติทุกศาสนา ล้วนปรารถนาให้โลกมีสันติสุขที่แท้จริง แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอย่างไร จนกระทั่งพระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบว่า วิธีการที่จะทำให้โลกเกิดสันติสุขที่แท้จริงนั้น จะต้องให้ทุกคนในโลกเข้าถึงสันติสุขภายในก่อน คือเข้าถึงพระธรรมกายซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของทุกคน ธรรมกายเป็นแหล่งกำเนิดของความสุข เป็นแหล่งของสติและปัญญา เมื่อเข้าถึงแล้วมนุษย์จะมีความคิด คำพูด และการกระทำที่ดี จะมีการแบ่งปันให้แก่กัน แล้วสันติสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นในโลก      โลกของเรานี้ได้รับการคุ้มครองด้วยธรรม จึงทำให้สังคมมนุษย์มีความสงบสุข ธรรมที่คุ้มครองโลกอยู่นี้ เรียกว่า “หิริ โอตตัปปะ” ดังพุทธพจน์บทหนึ่งว่า                             “หิริโอตฺตปฺปสมฺปนฺนา    สุกฺกธมฺมสมาหิตา                        สนฺโต สปฺปุริสา โลเก    เทวธมฺมาติ วุจฺจเร      สัปบุรุษผู้สงบระงับ ประกอบด้วยหิริและโอตตัปปะ ตั้งมั่นอยู่ในธรรมขาว ท่านเรียกว่า ผู้มีธรรมของเทวดาในโลก” หิริ คือ ความละอายที่จะทำความชั่ว โอตตัปปะ คือความกลัวต่อผลของความชั่ว หิริโอตตัปปะนี้เป็นธรรมของผู้มีคุณธรรม ที่จะนำพาเราก้าวไปสู่สุคติโลกสวรรค์ เพราะผู้จะเป็นเทวดาได้ ต้องมีคุณธรรม คือหิริ โอตตัปปะอยู่ในใจ ท่านจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า“เทวธรรม” คือธรรมที่จะทำให้เราได้เป็นเทวดา …

ธรรมคุ้มครองโลก (ผีเสื้อน้ำตามหาเทวธรรมนานถึง ๑๒ ปี) Read More »

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ)

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ)      สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ จะเป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา คนอื่น สรรพสัตว์ทั้งหลายก็ดี ต้นหมากรากไม้ ภูเขาเลากา ตึกรามบ้านช่อง ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา หรือที่ห่างไกลออกไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที ไปสู่ความเสื่อม แล้วก็สูญสลายในที่สุด ไม่มีอะไรที่มั่นคง ล้วนเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เพราะฉะนั้นเราควรมาแสวงหาของจริงกันดีกว่า ของจริง คือธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของมนุษย์ทุกคน เป็นตัวตนที่แท้จริงที่เราสามารถเข้าถึงได้ มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โภชาชานียชาดก ว่า      “บัณฑิตในกาลก่อน แม้ถือกำเนิดในสัตว์เดียรัจฉาน ได้กระทำความเพียรจนได้รับบาดเจ็บเห็นปานนี้ แต่ก็ไม่ละความเพียร ส่วนเธอออกบวชในศาสนานี้ ที่จะนำออกจากทุกข์ได้ เพราะเหตุไรเล่า จึงละความเพียรเสีย”      มนุษย์ในโลกมีความเพียรพยายาม ที่จะทำงานตามปณิธานที่ตัวเองได้ตั้งเอาไว้ให้สำเร็จลุล่วง ได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ทุ่มเทสติปัญญา บางท่านถึงกับเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการทำความเพียร เพื่อขจัดกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปจากใจ ซึ่งเป็นงานสำคัญที่ต้องทำด้วยตัวเอง จะทำแทนกันไม่ได้ อีกทั้งต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจ จะทำๆ หยุดๆ หรือทำเฉพาะช่วงที่มีเวลาและอารมณ์ก็ไม่ได้ …

สู้จนกว่าจะชนะ (ม้าสินธพอาชาไนยชื่อว่า โภชาชานียะ) Read More »

เพียรเถิดจะเกิดผล (พ่อค้าและบริวารเพียรทุบหินให้แตก จนพบน้ำกลางทะเลทราย)

เพียรเถิดจะเกิดผล (เรื่อง พ่อค้าและบริวารเพียรทุบหินให้แตก จนพบน้ำกลางทะเลทราย)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากอาสวกิเลส กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พวกเราก็เช่นเดียวกัน ควรจะใช้ชีวิตของเราให้เป็นไป เพื่อความสะอาด ความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ เป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นนั้นให้เป็นเรื่องรองลงมา เรายังมีกิจที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ ว่าเราเกิดมาจากไหน มาทำไม และอะไรคือเป้าหมายของชีวิต จึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน คือ พระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน วัณณุปถชาดก ว่า      “บุคคลทั้งหลายผู้มีความเพียร ขุดพื้นดินในทะเลทราย ได้พบน้ำในทะเลทรายนั้น ณ ที่ลานกลางแจ้ง ฉันใด มุนีผู้ประกอบด้วยความเพียรและกำลัง เป็นผู้ไม่เกียจคร้าน พึงได้ความสงบใจ ฉันนั้น      นรชนใด มีจิตไม่ท้อแท้ มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรม เพื่อความเกษมจากโยคะ นรชนนั้น พึงบรรลุความสิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งหมดได้”      * ในสมัยพุทธกาล มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเกิดความเลื่อมใส …

เพียรเถิดจะเกิดผล (พ่อค้าและบริวารเพียรทุบหินให้แตก จนพบน้ำกลางทะเลทราย) Read More »

หนทางที่ไม่ต้องเกิด (พระพุทธองค์สอนวิธีการที่จะไปให้ถึงความดับโลก ถึงหนทางที่ไม่ต้องเกิดแก่โรหิตัสสเทพบุตร)

หนทางที่ไม่ต้องเกิด (พระพุทธองค์สอนวิธีการที่จะไปให้ถึงความดับโลก ถึงหนทางที่ไม่ต้องเกิดแก่โรหิตัสสเทพบุตร)      เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง ก็เพื่อแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริง แสวงหาสิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นสุขได้ด้วยตนเองและเป็นตัวตนที่แท้จริง สิ่งที่เราต้องการนี้รวมประชุมอยู่ในธรรมกายทั้งหมด ธรรมกาย คือแก่นของชีวิต เป็นชีวิตในระดับลึกที่อยู่ภายในตัวของเรา ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเข้าถึงได้หากฝึกใจให้หยุดนิ่ง ถ้าหยุดได้เมื่อไรก็เข้าถึงได้เมื่อนั้น ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา ถ้าเราเข้าถึงธรรมกายแล้ว ชีวิตเราจะเกิดสันติสุขที่แท้จริง เป็นสุขที่ไม่มีประมาณ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โรหิตัสสสูตร ว่า “คมเนน น ปตฺตพฺโพ โลกสฺสนฺโต กุทาจนํ น จ อปฺปตฺวา โลกนฺตํ ทุกฺขา อตฺถิ ปโมจนํ ตสฺมา หเว โลกวิทู สุเมโธ โลกนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย โลกสฺส อนฺตํ สมิตาวิ ญตฺวา นาสึสติ โลกมิมํ ปรญฺจ      แต่ไหนแต่ไรมา ยังไม่มีใครบรรลุถึงที่สุดโลกด้วยการเดินทาง และเพราะยังบรรลุถึงที่สุดโลกไม่ได้ จึงไม่พ้นไปจากทุกข์ เหตุนั้นแล คนมีปัญญาดี รู้แจ้งโลก ถึงที่สุดโลกแล้ว …

หนทางที่ไม่ต้องเกิด (พระพุทธองค์สอนวิธีการที่จะไปให้ถึงความดับโลก ถึงหนทางที่ไม่ต้องเกิดแก่โรหิตัสสเทพบุตร) Read More »

รักษาใจเพียงหนึ่งเดียว (พระพุทธองค์แนะนำพระภิกษุ รักษาจิตอย่างเดียวได้ ชื่อว่ารักษาศีลได้ทุกข้อ)

รักษาใจเพียงหนึ่งเดียว (พระพุทธองค์แนะนำพระภิกษุ รักษาจิตอย่างเดียวได้ ชื่อว่ารักษาศีลได้ทุกข้อทีเดียว)      การไปสู่อายตนนิพพานเปรียบเสมือนการเดินทางไกล จำเป็นจะต้องมีเสบียงคือบุญ เป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ได้สร้างบารมี ๓๐ ทัศ จนเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ในที่สุดก็ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เพราะทรงอาศัยบุญอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นบุญจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่เราควรทำความเข้าใจและขวนขวายทำกันให้เต็มที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                               “สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ       ยตฺถ กามนิปาตินํ                         จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี    จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ      ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้แสนยาก ที่ละเอียดยิ่งนัก มักตกไปในอารมณ์ตามความปรารถนา เพราะจิตที่รักษาไว้ได้ดีแล้ว เป็นเหตุนำความสุขมาให้”       ตามปกติของใจที่ยังไม่ได้ฝึก ยังไม่เคยทำสมาธิให้หยุดนิ่ง มักจะฟุ้งซ่านเลื่อนลอยไปถึงคน สัตว์ สิ่งของ บางครั้งไปเกาะเกี่ยวในกามคุณทั้ง ๕ คือ รูป เสียง …

รักษาใจเพียงหนึ่งเดียว (พระพุทธองค์แนะนำพระภิกษุ รักษาจิตอย่างเดียวได้ ชื่อว่ารักษาศีลได้ทุกข้อ) Read More »

การเจริญมรณานุสติ (ธิดาของนายช่างหูก ตอบคำถามพระบรมศาสดา)

การเจริญมรณานุสติ (ธิดาของนายช่างหูก ตอบคำถามพระบรมศาสดา)      ชีวิตในวันหนึ่งๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เปรียบเสมือนหยาดน้ำค้างบนปลายยอดหญ้า เมื่อต้องแสงอาทิตย์ในยามเช้าก็เหือดแห้งหายไปโดยฉับพลัน ชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปสู่ความเสื่อมสลายคล้ายฟองน้ำ เมื่อเวลาฝนตกหนักมีฝนหนาเม็ด เกิดเป็นฟองน้ำขึ้น แล้วก็แตกสลายไปในชั่วพริบตาเดียว ช่วงเวลาของชีวิตเรานั้นสั้นนัก เราไม่ควรประมาท พึงเร่งทำความเพียรเพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต เช่นเดียวกับพระอรหันตขีณาสพทั้งหลาย มีพระคาถาบทหนึ่งใน ขุททกนิกาย ทสรถชาดก ความว่า                          “ทหรา จ หิ เย วุฑฺฒา    เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา                      อทฺธา เจว ทลิทฺทา จ    สพฺเพ มจฺจุปรายนา      ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งคนโง่และคนฉลาด ทั้งคนจนและคนรวย ล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยูทั้งสิ้น”      * ครั้งหนึ่งพระบรมศาสดา ได้เทศนาโปรดชาวเมืองอาฬวี ให้เจริญมรณานุสติว่า “ท่านทั้งหลายจงพิจารณาว่า ชีวิตของเราไม่ยั่งยืน แต่ความตายเป็นของแน่นอน ตัวเราก็จะต้องตายในที่สุด” ในจำนวนมหาชนที่ฟังธรรมอยู่นั้น มีธิดาของนายช่างหูกคนหนึ่งได้ตั้งใจปฏิบัติตามพุทธโอวาท ด้วยการเจริญมรณานุสติทุกวัน ไม่ว่านางจะทำภารกิจหรือทำการงานอะไร …

การเจริญมรณานุสติ (ธิดาของนายช่างหูก ตอบคำถามพระบรมศาสดา) Read More »

เราชนะแล้ว (พราหมณ์สองสามีภรรยามีผ้าห่มคลุมกายผืนเดียวผลัดกันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า)

เราชนะแล้ว (พราหมณ์สองสามีภรรยามีผ้าห่มคลุมกายผืนเดียวผลัดกันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นต้นแบบของบุคคลที่สมบูรณ์แล้ว ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตแล้ว ทรงชี้ให้เห็นว่า จุดหมายปลายทางของทุกชีวิต คือการไปสู่อายตนนิพพาน ในระหว่างที่พระพุทธองค์ทรงสร้างบารมี ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏยาวนาน ทรงเห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่พ้นจากทุกข์ ดังนั้นในภพชาติสุดท้าย ท่านจึงทรงสละราชสมบัติ อันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของมนุษย์ทั้งหลาย มุ่งแสวงหาหนทางแห่งความพ้นทุกข์ สู่พระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน พิลารโกสิยชาดก ขุททกนิกาย ว่า “มจฺเฉรา จ ปมาทา จ    เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ                ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน    เทยฺยํ โหติ วิชานตา      เพราะความตระหนี่และความประมาท คนเราจึงให้ทานไม่ได้ ผู้มีปัญญาเมื่อต้องการบุญ พึงให้ทานเถิด”      ความตระหนี่และความประมาท เป็นเหตุทำให้คนเราไม่ยอมให้ทาน เมื่อไม่ให้ก็ไม่ได้บุญ เพราะบุญเกิดจากการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา บุญนั่นเองเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิต ตั้งแต่ชีวิตของปุถุชน จนกระทั่งถึงความเป็นพระอริยเจ้า บุญจะบันดาลให้เราพรั่งพร้อมด้วยสมบัติทั้งสาม คือเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีโภคทรัพย์สมบัติไว้ใช้สร้างบารมี หล่อเลี้ยงสังขารของตนเองและผู้อื่นอย่างสะดวกสบาย …

เราชนะแล้ว (พราหมณ์สองสามีภรรยามีผ้าห่มคลุมกายผืนเดียวผลัดกันไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า) Read More »

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย)

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย)      สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข มนุษยชาติต่างปรารถนาให้โลกมีสันติสุข มีการเรียกร้องหาสันติภาพกันทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน แล้วทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงสันติสุขภายในได้ เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ไม่มีวิธีอื่นเลยที่จะทำให้เราได้เข้าถึง และสัมผัสกับสันติสุขที่แท้จริง เมื่อเราปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ เมื่อนั้นเราจะเข้าถึงแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เมตตาสูตร ความว่า                          “โย จ เมตฺตํ ภาวยติ      อปฺปมาณํ ปฏิสฺสโต                      ตนู สํโยชนา โหนฺติ     ปสฺสโต อุปธิกฺขยํ                      โย น หนติ น ฆาเตติ    น ชินาติ น ชาปเย                      เมตฺตโส สพฺพภูตานํ     เวรนฺตสฺส น เกนจิ      ผู้ใดมีสติมั่นคง เจริญเมตตาอันหาประมาณมิได้ สังโยชน์ของผู้นั้น ผู้เห็นธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอุปธิกิเลส ย่อมเบาบาง ผู้ใดมีเมตตาจิตในสรรพสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์เอง …

ได้โปรดอภัยเถิด (พระเจ้าเอกราชทรงแผ่เมตตาไปยังพระราชาผู้ประทุษร้าย) Read More »

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)      เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี การสร้างบารมีเป็นหน้าที่หลักของมนุษย์ทุกคน เราเกิดมาภพชาติหนึ่งก็เพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางข้ามวัฏสงสารอันยาวไกล เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือการทำใจให้สะอาด บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ได้เข้าถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์ คือการเข้าถึงพระธรรมกาย อันเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน    ยตฺถ กามนิปาติโน                        จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ    จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ      การฝึกจิตที่บุคคลข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติแล่นไปเร็ว มักตกไปในอารมณ์ตามความปรารถนา เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำความสุขมาให้”      ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นนั้น พระองค์ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาจิตใจเป็นอันดับแรก เพราะใจของเรานั้นเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง นักปราชญ์กล่าวว่า “การฝึกใจตนเองนั้นยากกว่าฝึกสอนคนอื่น” เพราะใจมีธรรมชาติแล่นไปเร็ว ในเวลาแค่นาทีเดียว ใจเราสามารถคิดไปได้ตั้งหลายเรื่อง ดังนั้นเราจึงต้องฝึกควบคุมใจตนเอง โดยเอาใจที่แวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นสาระ ให้กลับมาอยู่ที่ตั้งของใจ ตรงฐานที่ ๗ ถ้าใจตั้งมั่นอยู่ตรงนี้ได้ …

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด) Read More »