ธรรมะเพื่อประชาชน

กรรมของคนหลงอำนาจ

กรรมของคนหลงอำนาจ (เรื่อง อดีตนันทกเสนาบดีนจากอัตภาพเปรตเพราะนางอุตตราบุตรสาวอุทิศให้ )      สรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เหมือนดอกไม้ แต่เดิมเราเคยเห็นมันยังเป็นต้นเล็กๆ ไม่นานก็เจริญเติบโตขึ้น แตกใบแผ่กิ่งก้านสาขา ผลิดอกออกช่อให้ความสดชื่นแก่ทุกชีวิต ครั้นไม่นานดอกไม้ที่เคยดูสวยสดงดงามนั้น ก็ต้องเหี่ยวแห้งร่วงโรยไปตามกาลเวลา สังขารร่างกายของเราก็เช่นเดียวกัน ถูกความแก่ ความเจ็บ ความตายคืบคลานเข้ามาในชีวิตเรา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกอนุวินาที โดยที่ตัวเราเองสังเกตไม่ออก เมื่อเวลาผ่านไป ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๖๐ ปี  จึงจะรู้สึกตัวว่าสังขารของเราเสื่อมลง เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องไปสู่ความเสื่อมสลาย ดังนั้นเราจึงไม่ควรประมาทในชีวิต ให้วันเวลาของชีวิตผ่านไปด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวให้ได้ มีพระบาลีที่กล่าวไว้ใน มัจฉริยสูตร ว่า      “คนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ดีแต่ว่าคนอื่น ทำการกีดขวางคนเหล่าอื่นผู้ให้ทานอยู่ คนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือยมโลก ถ้าหากถึงความเป็นมนุษย์ ก็เกิดในสกุลคนยากจน ซึ่งจะหาท่อนผ้า อาหาร ความร่าเริงและความสนุกสนานได้โดยยาก คนพาลเหล่านั้นประสงค์สิ่งใดจากผู้อื่น เขาย่อมไม่ได้แม้สิ่งนั้นสมความปรารถนา นั่นเป็นผลในภพนี้ และภพหน้าก็ยังไปทุคติอีกด้วย”      พิจารณาดูเถิด เราเกิดมาแต่ละชาติเราไม่ได้นำอะไรติดตัวมาเลย …

กรรมของคนหลงอำนาจ Read More »

กรรมของคนผิดคำสาบาน

กรรมของคนผิดคำสาบาน (ภรรยาอุบาสกนอกใจสามี รับกรรมตามที่สาบานไว้)      อารมณ์ดีทำให้จิตแจ่มใส เบิกบานแช่มชื่น อารมณ์สบายทำให้ใจหยุดนิ่งได้ง่าย อารมณ์เยือกเย็นใครเห็นก็อยากเข้าใกล้ กระแสแห่งความบริสุทธิ์ในตัวเรา จะแผ่ขยายออกไปสู่ใจของทุกๆ คนที่ได้สนทนาปราศรัยหรือได้พบปะเจอะเจอ การมีอารมณ์ดี อารมณ์สบาย อารมณ์เยือกเย็น มีผลดีทั้งต่อตัวเราและคนรอบข้าง เพราะฉะนั้นฝึกให้เป็นผู้ที่มีอารมณ์ดี อารมณ์สบายด้วยการทำสมาธิภาวนาเป็นประจำสม่ำเสมอ ไม่ควรมองข้ามสิ่งเหล่านี้ เพราะอารมณ์สบายเป็นพื้นฐานของชีวิตที่มีความสุข ที่จะทำให้เราสามารถดำเนินจิตเข้าไปสู่ทางสายกลางภายในได้อย่างรวดเร็ว ให้ได้พบกับผู้รู้ผู้บริสุทธิ์ที่มีอารมณ์เดียวสมบูรณ์แบบที่สุดคือพระธรรมกายนั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ โส โสจติ โส วิหญฺญติ ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน      บุคคลผู้ทำบาปย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ย่อมเศร้าโศกในโลกหน้า ย่อมเศร้าโศกในโลกทั้งสอง บุคคลผู้ทำบาปนั้นย่อมเศร้าโศก ครั้นละโลกไปแล้ว เห็นกรรมที่เศร้าหมองของตนย่อมเดือดร้อน”      * ในสมัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ  มีอุบาสกท่านหนึ่งเป็นพระโสดาบัน มีอุบาสกบริวาร ๕๐๐ คน ทุกคนเป็นผู้ขวนขวายในการสั่งสมบุญมาโดยตลอด ฝ่ายภรรยาของอุบาสกทั้ง …

กรรมของคนผิดคำสาบาน Read More »

กรรมของการห้ามคนบูชาพระเจดีย์

กรรมของการห้ามคนบูชาพระเจดีย์ (เรื่อง กุฎุมพียุยงมหาชน ๘๖๐๐๐ ไม่ให้ไปสักการบูชาพระสถูปเจดีย์)      จุดหมายปลายทางของการเดินทางไกลในสังสารวัฏของมวลมนุษยชาติ คืออายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นต้นแบบของบุคคลผู้เข้าถึงฝั่งแห่งนิพพาน ที่มีแต่ความสุขล้วนๆ ไม่มีทุกข์มาเจือปน ท่านบรรลุวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของชีวิตแล้ว ไม่ต้องย้อนกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ทุกท่านควรจะดำเนินตามรอยบาทพระบรมศาสดาจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในสังสารวัฏอีก การฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งอยู่เป็นประจำ  เป็นหนทางลัดที่สุดที่มุ่งสู่อายตนนิพพาน เพราะเป็นการเพิ่มเติมความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ขัดเกลากิเลสอาสวะให้เบาบาง จนกระทั่งกิเลสอาสวะหมดสิ้นออกจากใจได้ มีพระบาลีกล่าวไว้ใน ราชปุตตเปตวัตถุ ว่า                               “เอวมาทีนวํ ญตฺวา         อิสฺสรมทสมฺภวํ                                ปหาย อิสฺสรมทํ            นิวาตมนุวตฺตเย                                ทิฏฺเฐ ว ธมฺเม ปาสํโส     โย พุทฺเธสุ สคารโว                                กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ   สคฺคํ โส อุปฺปชฺชติ …

กรรมของการห้ามคนบูชาพระเจดีย์ Read More »

เปรตงูยักษ์และเปรตกาดำ

เปรตงูยักษ์และเปรตกาดำ (เรื่องชาวนาเผาบรรณศาลาถวายพระปัจเจกพุทธเจ้าและกาดำชิงอาหารที่เอาไปทำบุญ)      ชีวิตของผู้คนในยุคสมัยใหม่ ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน ไม่เคยว่างเว้นจากภารกิจการงาน การทำมาหากิน ต้องต่อสู้แข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน มีทั้งคู่แข่งและคู่แค้น มีน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จไปพร้อมกับการมีความสุขและความบริสุทธิ์ บางทีต้องทำบาปอกุศล แถมยังมีเบญจกามคุณมาล่อใจให้หลงยึดติดวนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เราได้พบกับความสุขที่แท้จริง ก็คือต้องนำใจกลับมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพราะศูนย์กลางกายเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข เป็นต้นแหล่งของความบริสุทธิ์ ที่จะนำเราเข้าไปพบกับผู้รู้แจ้งภายใน คือพระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                          “น หิ ปาปํ กตํ กมฺมํ    สชฺชุขีรํว มุจฺจติ                           ฑหนฺตํ พาลมเนฺวติ    ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก      จริงอยู่ บาปกรรมที่บุคคลทำแล้วย่อมไม่สูญหายไป เหมือนน้ำนมที่รีดในขณะนั้นคงไม่แปรไป แต่บาปกรรมนั้นจะต้องติดตามเผาคนพาล เหมือนไฟที่ถูกเถ้าปกปิดเอาไว้”      กำลังแห่งกรรมเป็นกำลังที่ไม่มีสิ่งใดมาต้านทานได้ แม้จะพยายามหลบหนีไปให้ไกล แต่กรรมนั้นมีพลังที่จะตามติดเราไปทุกหนทุกแห่งเหมือนเงาตามตัว คนพาลผู้มัวประมาทหลงใหลเพลิดเพลินในชีวิต มักจะมองเห็นบาปกรรมเล็กๆ น้อยๆ ว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะไม่เห็นผลของบาปที่เกิดขึ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่กรรมนั้นส่งผล เราจะไม่มีวันหลีกพ้นได้ เพราะกรรมเป็นเรื่องเฉพาะตน ใครทำกรรมชั่วเอาไว้ …

เปรตงูยักษ์และเปรตกาดำ Read More »

เปรตเฝ้าทรัพย์

เปรตเฝ้าทรัพย์ (เรื่องลูกสาวทำบุญกับพระบรมศาสดาและหมู่สงฆ์อุทิศให้บิดาอดีตคฤหบดีที่เป็นเปรต)      การใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์นี้ จะว่าทำได้ง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก แต่หากผู้ใดฉลาดในการใช้ชีวิต และไม่ประมาท ตั้งใจทำความดีด้วยการหมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ปฏิบัติธรรมทุกๆ วันมิได้ขาดเลยแม้แต่เพียงวันเดียว การดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ถือว่าได้กำไรชีวิตจริงๆ      คำว่า”กำไร” หมายถึงว่า การลงทุนนั้นไม่มีการขาดทุน มีแต่จะได้กับได้ คือบุญเก่าก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เราจะได้บุญเป็นกำไรของชีวิต บุญนั้นเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เป็นประดุจแก้วสารพัดนึก ควรที่เราจะรีบตักตวงกันให้เต็มที่ ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้สั่งสมความดีเอาไว้ ชีวิตนี้ยังบกพร่องอยู่ เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ เกิดมาก็เสียโอกาสที่ดีๆ ไป ดังนั้นเมื่อมีโอกาสในการทำความดีแล้ว ก็ต้องทำให้เต็มที่ ให้คุ้มค่ากันมากที่สุด มีวาระพระบาลีกล่าวไว้ใน มัจฉริยสูตร ว่า      “คนตระหนี่ย่อมกลัวความหิวและความกระหาย ความหิวและความกระหายนั้น ย่อมถูกต้องคนตระหนี่นั้น ผู้เป็นพาลทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า เพราะฉะนั้น บุคคลควรกำจัดความตระหนี่อันเป็นสนิมในใจ แล้วให้ทานเถิด เพราะบุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า”      สมบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาให้เราใช้สอยได้อย่างสะดวกสบายในปัจจุบันชาตินี้ นอกจากได้มาด้วยความสามารถในการทำงานแล้ว ยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำทานในภพชาติอดีตอีกด้วย ซึ่งตามมาหล่อเลี้ยงรักษาตัวเรา เราจะเห็นคุณค่าของบุญก็ต่อเมื่อละโลกไปแล้ว ไปบังเกิดในสุคติหรือทุคติภูมิที่ไม่ต้องทำมาหากินนั่นแหละ เพราะภพภูมิต่างๆ เหล่านั้น …

เปรตเฝ้าทรัพย์ Read More »

โทษของการพูดโกหก

โทษของการพูดโกหก (เรื่องพระเจ้าอุปจิรราชกระทำมุสาวาทต่อกปิละดาบสโพธิสัตว์ จนถูกแผ่นดินสูบ)      การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อตัวของเราเอง และเป็นผลดีต่อบุคคลรอบข้างไปจนถึงมวลมนุษยชาติทั้งหลาย ซึ่งกลางกายของมนุษย์เรานั้น มีแหล่งกำเนิดแห่งความสุขอยู่แล้ว เป็นที่สิงสถิตของพระธรรมกาย และวิธีการที่จะทำให้เข้าถึงธรรมกายอันเป็นต้นแหล่งแห่งความสุขได้นั้น จะต้องหมั่นทำใจหยุดใจนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จนใจละเอียดหยุดนิ่งถูกส่วน ก็จะสามารถเข้ากลางกายภายในได้ ดังนั้นการดำเนินจิตเข้าสู่เส้นทางสายกลางจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้มวลมนุษย์หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลายไปสู่อายตนนิพพานในที่สุด มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน เจติยราชชาดก ความว่า                               “ตสฺมา หิ ฉนฺทาคมนํ    นปฺปสํสนฺติ ปณฺฑิตา                          อทุฏฺฐจิตฺโต ภาเสยฺย    คิรํ สจฺจูปสญฺหิตํ      เพราะฉะนั้นแล บัณฑิตทั้งหลายไม่สรรเสริญฉันทาคติ คือความลำเอียงเพราะรัก บุคคลไม่พึงเป็นผู้ที่มีจิตถูกฉันทาคติประทุษร้าย พึงกล่าวแต่คำที่อิงคำสัตย์เท่านั้น”      บัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อนท่านไม่สรรเสริญผู้ที่มีความลำเอียง ไม่ว่าจะลำเอียงด้วยความรัก ด้วยความชัง ด้วยความหลง หรือด้วยความกลัวก็ตาม เพราะความเป็นคนลำเอียงนี้ จะทำให้ผู้นั้นไม่อาจดำรงอยู่ในความถูกต้องดีงามได้ กลับจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนและคนที่ตนเองรัก เท่านั้น เมื่อไม่ตั้งอยู่ในธรรมแล้ว จะทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง อาจพลาดพลั้งไปกระทำบาปอกุศลอีก แล้วต้องไปเสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนในทุคติภูมิ ฉะนั้นบัณฑิตทั้งหลายจึงสรรเสริญแต่การกล่าวคำสัตย์จริง ซึ่งจะอำนวยประโยชน์ทั้งต่อตนเองและชาวโลก      พระบรมศาสดาของเราทรงติเตียนผู้ที่กล่าวมุสาวาทมาก เพราะไม่มีกรรมชนิดใดที่ผู้กล่าวเท็จทำไม่ได้ พระพุทธองค์ยังตรัสถึงโทษของการกล่าวคำเท็จว่ามีนรกเป็นที่สุด …

โทษของการพูดโกหก Read More »

โทษของการทำปาณาติบาต

โทษของการทำปาณาติบาต (เรื่องพระอรหันต์เถระสร้างทานแก่หมู่พระภิกษุสงฆ์อุทิศให้หมู่เปรตที่เป็นบิดา มารดาและญาติ)      พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในยามที่เรามีความทุกข์ สามารถช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้ ในยามที่มีความสุขก็ช่วยเพิ่มเติมความสุขได้ ยิ่งถ้าเรามีใจรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยได้แล้วละก็ ยิ่งทำให้ชีวิตเราพบความสุขอันไม่มีประมาณ เราจะเข้าถึงสุขชนิดนี้ได้ต้องอาศัยการปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา ทำใจของเราให้หยุดนิ่งเข้าไปสู่ภายใน ตามหลักอริยมรรคในหนทางสายกลาง จนกระทั่งเข้าไปถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระธรรมกายภายในตัวของเราได้ มีเทวคาถาของเขมเทพบุตรได้กล่าวเอาไว้ใน เขมสูตร ว่า                          “จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา    อมิตฺเตเนว อตฺตนา                            กโรนฺติ  ปาปกํ กมฺมํ     ยํ โหติ กฏุกปฺผลํ                            น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ       ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ                            ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ      วิปากํ ปฏิเสวติ      คนพาลผู้มีปัญญาทราม …

โทษของการทำปาณาติบาต Read More »

โทษของความอิจฉาริษยา

โทษของความอิจฉาริษยา (เรื่อง นางติสสาทำบุญอุทิศให้เปรตมัตตาอดีตหญิงร่วมสามี)      มนุษย์เราต่างมีองค์ประกอบอยู่ ๒ ส่วนด้วยกัน คือกายและใจ กายประกอบด้วยธาตุสี่ มีสภาพไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่และก็ดับไป ส่วนใจเป็นนามธรรม มีสภาพซัดส่ายไปมาไม่หยุดนิ่ง และโดยความเป็นจริงแล้ว แม้ว่ากายจะดับ แต่ใจดวงนี้ไม่เคยดับสูญ กลับเคลื่อนย้ายจากกายไปสู่สภาวะใหม่ตามแรงกรรมที่ได้ทำเอาไว้ ความแตกต่างที่น่าพิศวงอีกประการหนึ่งของกายและใจก็คือ กายนั้นแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงจากเกิดไปสู่ความดับ และอีกทั้งเป็นรูปธรรม แต่กลับไม่มีใครสามารถบังคับบัญชา หรือโน้มน้าวให้เป็นอย่างที่เราต้องการได้ ผิดกับใจที่เป็นนามธรรม ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่พร้อมที่จะยอมรับการฝึกฝน เมื่อฝึกฝนใจจนกระทั่งละเอียดอ่อนนุ่มนวลควรแก่การงานแล้ว จะโน้มน้าวใจไปที่ไหนก็ได้ตามความต้องการของตน มีถ้อยคำที่เปรตตนหนึ่งกล่าวไว้ใน มัตตาเปติวัตถุ ว่า      “ฉันได้ทำบาปกรรมเอาไว้ จึงไปสู่เปตโลก ฉันอนุโมทนาทานที่ท่านให้แล้ว จึงไม่มีภัยแต่ที่ไหน ขอท่านพร้อมด้วยญาติทุกคน จงมีอายุยืนนานเถิด ขอท่านจงประพฤติธรรมและให้ทานในโลกนี้ แล้วจะเข้าถึงฐานะอันไม่เศร้าโศก เมื่อท่านกำจัดมลทินคือความตระหนี่พร้อมด้วยรากแล้ว ใครๆ ก็ติเตียนท่านไม่ได้ จักเข้าถึงโลกสวรรค์”      เราเกิดมาบนโลกนี้ ไม่ได้มาเพื่อเสวยบุญหรือชดใช้กรรมอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันอยู่ แต่เกิดมาเพื่อสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆขึ้นไป ไม่ใช่เกิดมาเพียงแค่ทำมาหากิน เพียงปล่อยชีวิตให้เพลิดเพลินตามกระแสโลกไปวันๆเท่านั้น แต่เราต้องสร้างบารมี ในโลกสวรรค์นั้นเป็นทิพยสถานรองรับการเสวยผลบุญได้ที่กระทำเอาไว้ขณะที่เป็นมนุษย์ ส่วนในอบายภูมิ เป็นภพภูมิที่ต้องชดใช้วิบากกรรมที่เคยทำผิดพลาดมา ในภพภูมิเหล่านี้ …

โทษของความอิจฉาริษยา Read More »

โทษของความประมาท

โทษของความประมาท (พระโมคคัลลานะสงเคราะห์ลูกเศรษฐีผลาญสมบัติ)      สรรพสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ล้วนต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ความตายเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่ก็ไม่สามารถหลบลี้หนีจากปากพญามัจจุราชไปได้ ผู้มีปัญญามองเห็นว่า ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เป็นเพียงการย้ายตำแหน่งที่อยู่อาศัย ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ถ้ามีบุญมากก็ไปเสวยผลบุญในสุคติโลกสวรรค์ แล้วกลับมาเกิดเพื่อสร้างบารมีในโลกมนุษย์ต่อไปอีก ส่วนผู้มีบุญน้อยทำบาปอกุศลเอาไว้มาก ก็ตกไปในอบายภูมิ เสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนในมหานรก ผู้รู้ทั้งหลายท่านแนะนำว่าหากไม่อยากตาย ก็ต้องไม่เกิด แล้ววิธีการที่จะไม่เกิดอีก จะต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง เข้ากลางของกลางไปเรื่อยๆ กลางของกลาง หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ในหนทางสายกลางตรงกลางกาย ซึ่งเป็นหนเดียวทางที่จะทำให้พบทางพ้นทุกข์ เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ที่จะทำให้ไปถึงที่สุดแห่งทุกข์ ถึงที่สุดแห่งธรรม   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                          “โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา    ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ                      โสมํ โลกํ ปภาเสติ         อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา      บุคคลใดประมาทในกาลก่อน แล้วกลับมาไม่ประมาทในภายหลัง …

โทษของความประมาท Read More »

กรรมของคนเจ้าชู้

กรรมของคนเจ้าชู้ (อดีตลูกชายช่างทองเป็นชู้กับภรรยาคนอื่น)      เบื้องหลังของทุกๆ ชีวิต หากนึกย้อนกลับไปดู ทั้งที่เป็นอดีตของปัจจุบัน และอดีตชาติที่เคยเกิดกันมานับชาติไม่ถ้วน จะมีทั้งที่เป็นความดี  ซึ่งถือว่าเป็นความสว่างของชีวิต และส่วนที่เป็นมุมมืดของชีวิต เพราะบาปกรรมที่เคยทำเอาไว้ในอดีต ชีวิตเรายังไม่มีอะไรที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง  บางครั้งจึงมีทั้งสุขและทุกข์คลุกเคล้ากันไป ดังนั้นเราจึงควรจะสร้างแต่ความดีเพื่อความสุขทั้งในปัจจุบันและในบั้นปลายของชีวิต ขอให้เราอดทนก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งความดี พร้อมกับหมั่นทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ สักวันหนึ่งเราจักก้าวถึงบันไดขั้นสูงสุด คือได้บรรลุถึงถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุขอย่างแน่นอน มีพระบาลีที่ปรากฏใน อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ ว่า      “กาเมสุมิจฉาจารอันบุคคลซ่องเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรก เป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดในดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต วิบากของกาเมสุมิจฉาจารอย่างเบาที่สุด เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีศัตรู มีเวร ไม่เป็นที่รักของคนอื่น”      ความเจ้าชู้ทำให้เกิดความระแวง มีศัตรูมาก และทำให้ไม่เป็นที่รัก เหมือนดังเรื่องในอดีตชาติของภิกษุณีท่านหนึ่ง หลังจากบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้ระลึกชาติดูประวัติการสร้างบารมีที่ผ่านมา ว่าได้สั่งสมบุญอะไรเอาไว้บ้าง จึงได้บรรลุพระอรหัตผล และทำไมภพชาติสุดท้ายนี้ จึงได้แต่งงานถึง ๓ ครั้ง แต่ถูกสามีทอดทิ้งโดยไม่มีเยื่อใยเลย เมื่อระลึกชาติไปดู ก็พบว่าในแต่ละชาติที่ผ่านมา ตนเองต้องเสวยวิบากกรรมที่เกิดจากการประพฤติผิดในกามมาโดยตลอด แม้ในภพชาตินี้ถึงจะเกิดเป็นลูกสาวเศรษฐี  …

กรรมของคนเจ้าชู้ Read More »

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น ( พระโกกาลิกะมีจิตผูกอาฆาตในพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ )      การประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวของเราเองและมวลมนุษยชาติ ผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ ย่อมจะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย อาภรณ์ภายนอกนั้นแม้อาจจะมีมูลค่ามากมาย แต่เป็นที่พึ่งในยามคับขันให้กับเรายังไม่ได้ อีกทั้งยังทำให้เป็นห่วงกังวลในการเก็บรักษา แต่ธรรมะภายในเท่านั้น ที่เป็นอาภรณ์ชั้นเลิศ เป็นที่พึ่งที่ระลึกให้กับตัวเราได้อย่างแท้จริง แม้คนอื่นก็ให้ความเคารพเลื่อมใส จะทำให้เป็นที่รักที่น่าปรารถนา และเป็นผู้ทรงคุณค่าสง่างามของมหาชนทั้งหลาย ดังนั้นธรรมะจึงเป็นอาภรณ์ประดับคู่กายที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตามตัวเราไปได้ทุกภพทุกชาติ เราจึงต้องหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงธรรมะภายใน เราจะได้เป็นเจ้าของสมบัติอันลํ้าค่านี้ได้ตลอดไป มีพระบาลีกล่าวไว้ใน สุภาษิตสูตร ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาอันประกอบด้วยองค์ ๔ เป็นวาจาสุภาษิต  ไม่เป็นวาจาทุพภาษิต เป็นวาจาไม่มีโทษ และเป็นวาจาอันวิญญูชนทั้งหลายไม่ติเตียน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมกล่าวแต่วาจาที่บุคคลกล่าวดีแล้วเท่านั้น ไม่กล่าววาจาที่บุคคลกล่าวชั่ว ย่อมกล่าวแต่วาจาที่เป็นธรรมเท่านั้น ไม่กล่าววาจาที่ไม่เป็นธรรม ย่อมกล่าวแต่วาจาอันเป็นที่รักเท่านั้น ไม่กล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ย่อมกล่าวแต่วาจาจริงเท่านั้น ไม่กล่าววาจาเท็จ      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาอันประกอบด้วยองค์ ๔ เหล่านี้แล เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นวาจาทุพภาษิต เป็นวาจาไม่มีโทษ และเป็นวาจาอันวิญญูชนทั้งหลายไม่พึงติเตียน”      วาจาสุภาษิต หมายถึงคำพูดที่ได้รับการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้วจากใจที่บริสุทธิ์ ประกอบด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อผู้ฟัง …

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น Read More »

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว (โพธิราชกุมารรับสั่งให้ควักนัยน์ตาของนายช่างไม้)      การสร้างบารมีเป็นเหมือนเสาหลักของชีวิต ที่มวลมนุษย์ทั้งหลายจะต้องกระทำ เพราะว่าทุกๆคนที่เกิดมาล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เพื่อทำอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไป การจะเข้าถึงจุดที่บริบูรณ์ที่สุดของชีวิตคือพระนิพพานได้นั้น จะต้องมีบุญบารมีมากเพียงพอ และต้องเป็นบุญล้วนๆ ไม่มีสิ่งอื่นที่เป็นบาปอกุศลเจือปนเลย      บุญที่บริสุทธิ์นี้ จะช่วยกลั่นกาย วาจา ใจของเราทุกๆ วัน จะส่งผลให้ชีวิตของผู้นั้นเข้าถึงความบริสุทธิ์ได้โดยไม่ยากเลย ต่างกับชีวิตของผู้ที่กระทำแต่บาปอกุศลย่อมจะได้รับผลที่ตรงกันข้าม เสวยแต่ผลแห่งวิบากกรรมที่เผ็ดร้อน มีทุคติอบายภูมิเป็นที่ไป เพราะการเกิดมาในสังสารวัฎนั้น เมื่อทำดีต้องได้ดี ส่วนทำชั่วก็ย่อมจะได้รับผลชั่ว เมื่อเราทราบกันอย่างนี้ก็ควรตระหนักและมีใจมั่นคงในความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป และต้องหมั่นทำใจหยุดใจนิ่งกันอย่างสม่ำเสมอ จิตใจเราจะได้มั่นคงต่อหนทางแห่งความดีงามได้ตลอดไป มีวาระพระบาลีที่ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ชาดก ความว่า                          “ยานิ กโรติ ปุริโส       ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ                           กลฺยาณการี กลฺยาณํ    ปาปการี จ ปาปกํ                           ยาทิสํ วปเต พีชํ         ตาทิสํ หรเต ผลํ …

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว Read More »

ความตระหนี่เป็นภัยในวัฏฏะ

ความตระหนี่เป็นภัยในวัฏฏะ (ปิศาจคลุกฝุ่นคืออดีตอานันทเศรษฐี)      สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราทุกคน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือ “บุญ” ซึ่งจะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราบรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ มีโอกาสทำความดี ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ จนกระทั่งได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม และบรรลุถึงความรู้แจ้งอันสูงสุดคือมรรคผลนิพพาน ทั้งหมดนี้ล้วนต้องอาศัยบุญที่สั่งสมเอาไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นในชีวิตนี้ควรรีบประพฤติธรรม เก็บเกี่ยวบุญกุศลแก่ตนเองให้มากที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย พิลารโกสิยชาดก ว่า                     “มจฺเฉรา จ ปมาทา จ     เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ                      ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน      เทยฺยํ โหติ วิชานตา                      ยสฺเสว ภีโต น ททาติ    ตเทวาททโต ภยํ                      ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ   …

ความตระหนี่เป็นภัยในวัฏฏะ Read More »

โทษภัยจากคำส่อเสียด

โทษภัยจากคำส่อเสียด (สุนัขจิ้งจอกกัดกินโคผู้และราชสีห์เพราะคำส่อเสียด)      ความเมตตาปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นทางมาแห่งสันติภาพอันไพบูลย์ หากมีการอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย มีน้ำใจไมตรี จะทำให้สังคมนั้นเป็นสังคมในอุดมคติที่มีแต่ความสุขสงบ ไม่มีการแก่งแย่งรบราฆ่าฟันกันอย่างที่เราเห็นกันเป็นประจำ ความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นจากดวงใจของผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยกระแสแห่งเมตตาธรรม จะช่วยเชื่อมประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ ให้กลับมาสมัครสมานสามัคคี จากความสับสนกลับคืนสู่ความสงบนิ่ง จากเร่าร้อนเป็นเยือกเย็น กระแสแห่งความปรารถนาดีมีน้ำใจนี้ จะรุกเงียบไปในบรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน หากกระแสแห่งความบริสุทธิ์บังเกิดขึ้นมากเพียงใด ก็จะช่วยให้โลกเข้าสู่ยุคทองของสันติภาพได้รวดเร็วขึ้น      การจะทำให้กระแสแห่งความบริสุทธิ์และความปรารถนาดีแผ่ขยายออกไปทั่วโลกนั้น จะต้องออกมาจากใจที่ผ่องใส บริสุทธิ์ และหยุดนิ่ง ความปรารถนาดีที่เต็มเปี่ยมจึงจะพรั่งพรูขึ้นมา แล้วแผ่ขยายออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ยุคทองของสันติภาพจะบังเกิดขึ้นในเร็วพลัน มีพระบาลีใน สันธิเภทชาดก ความว่า                               “เต ชนา สุขเมธนฺติ     นรา สคฺคคตาริว                          เย วาจํ สนฺธิเภทสฺส    นาวโพธนฺติ สารถิ      ดูก่อนนายสารถี นรชนเหล่าใด ไม่เชื่อถือถ้อยคำของคนส่อเสียด ผู้มุ่งทำลายความสนิทสนม นรชนเหล่านั้น ย่อมได้ประสบความสุข เหมือนคนไปสวรรค์ฉะนั้น”      การอยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นต้องมีความจริงใจ มีความไว้วางใจเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน …

โทษภัยจากคำส่อเสียด Read More »

กรรมตามสนอง

กรรมตามสนอง (นายพรานทำอันตรายต่อพระภิกษุผู้ไม่เป็นอันตราย )      สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา บุคคลอื่นหรือสรรพสัตว์ทั้งหลายก็ตาม ต่างอยู่บนพื้นฐานของความจริงทั้งสิ้น คือไม่เที่ยง แปรปรวน เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกวินาที และสูญสลายไปในที่สุด เพราะฉะนั้นเราควรแสวงหาสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน นำความสุขและความบริสุทธิ์ที่แท้จริงมาให้แก่ชีวิต ด้วยการปฏิบัติธรรมในหนทางสายกลาง ซึ่งเป็นเอกายนมรรค ทางเอกสายเดียว มุ่งตรงสู่พระนิพพาน   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตร้สไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต      ผู้ใดประทุษร้ายต่อนรชนผู้ไม่ประทุษร้าย ผู้บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสดุจเนิน บาปย่อมกลับถึงผู้นั้นซึ่งเป็นคนพาล เหมือนธุลีอันละเอียด ที่ซัดไปทวนลมฉะนั้น”      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญการฆ่า การทำร้าย หรือการว่าร้ายกัน เพราะการกระทำเช่นนั้น ย่อมทำให้เกิดความไม่สงบสุขและความไม่สามัคคี จะนำมาซึ่งความเดือดร้อน การทะเลาะวิวาทและการผูกเวรกัน ยิ่งถ้าไปประทุษร้ายต่อผู้ที่ไม่ประทุษร้ายตอบแล้ว …

กรรมตามสนอง Read More »