ธรรมะเพื่อประชาชน

โทษของการฉ้อราษฎร์บังหลวง

โทษของการฉ้อราษฎร์บังหลวง (เปรตอดีตปุโรหิตมีทิพยสมบัติในตอนกลางคืนเพราะรักษาอุโบสถเพียงคืนเดียว )      โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เปรียบเสมือนศูนย์รวมแห่งบุญและบาป บัณฑิตผู้มีปัญญาเกิดมารู้คุณค่าของชีวิต จึงมุ่งแต่สั่งสมบุญสั่งสมความดี เพื่อจะได้เป็นเสบียงในการเดินทางไกลข้ามวัฏสงสาร ส่วนผู้ที่ไม่รู้คุณค่าของชีวิต ก็ปล่อยวันเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า แล้วยังก่อบาปอกุศล ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีความสุขในเบื้องต้น แต่จริงๆ แล้ว เป็นความทุกข์ตั้งแต่ต้นจนถึงอวสาน นักสร้างบารมีผู้ไม่ประมาท จึงสั่งสมแต่บุญบารมีอย่างเดียว แล้วเว้นจากบาปอกุศลทั้งปวง มุ่งรุดหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางคืออายตนนิพพาน การทำใจให้หยุดนิ่งเป็นวิธีการอันประเสริฐที่จะไปให้ถึงเป้าหมายสูงสุด ดังนั้น ผู้มีมรรคผลนิพพานเป็นแก่นสาร จึงควรหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งให้ได้ทุกๆ วัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ วาเสฏฐสูตร ความว่า                          “กมฺมุนา วตฺตตี โลโก    กมฺมุนา วตฺตตี ปชา                      กมฺมนิพนฺธนา สตฺตา    รถสฺสาณีว ยายโต      โลกเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์เป็นไปเพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเครื่องกระชับ เหมือนลิ่มสลักรถที่แล่นไปอยู่ฉะนั้น”      คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้เราเข้าใจในเรื่องของกฎแห่งกรรมว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ถ้าทำดีก็มีความสุขเป็นอานิสงส์ ทำไม่ดีก็ส่งผลให้ได้รับความทุกข์ทรมานทั้งในขณะที่มีชีวิตอยู่และละโลกไปแล้ว ฉะนั้นการกระทำใดๆ ที่ไม่ให้ผลนั้นย่อมไม่มี เหมือนปลูกถั่วก็ต้องได้ถั่ว ปลูกงาก็ต้องได้งา ปลูกถั่วจะได้งาเป็นไปไม่ได้ …

โทษของการฉ้อราษฎร์บังหลวง Read More »

โทษของการห้ามลูกทำบุญ

โทษของการห้ามลูกทำบุญ (เปรตอดีตมารดาของอุตตรมาณพ พระโสดาบัน)      การเดินทางไกลในวัฏสังสาร เราจำเป็นจะต้องมีเสบียงติดตัวไป เพื่อใช้ในระหว่างการเดินทาง เสบียงนั้นก็คือบุญ บุญจะส่งผลให้เราก้าวไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์ที่มีความสุขยิ่งกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะการสร้างบารมีเพื่อรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปสู่อายตนนิพพาน เราจำเป็นจะต้องมีบุญพิเศษที่จะช่วยย่นย่อหนทางอันยาวไกลให้สั้นลง บุญที่เราได้สั่งสมเอาไว้จะเป็นที่พึ่งของเรา ดวงบุญนี้จะติดแน่นอยู่ในศูนย์กลางกายของเราทุกคน คอยส่งผลให้เราเป็นผู้ถึงพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ เราจะสร้างบารมีได้สะดวกสบายยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นการสั่งสมบุญจึงเป็นหน้าที่หลักของนักสร้างบารมีผู้มีพระนิพพานเป็นเป้าหมาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสโทษของความตระหนี่เอาไว้ใน มัจฉริสูตร ว่า      “คนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่เหนียวแน่น ดีแต่ว่าเขา ทำการขัดขวางผู้อื่นที่ให้ทาน คนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานหรือยมโลก ถ้าหากถึงความเป็นมนุษย์ จะเกิดในสกุลคนยากจน หาเสื้อผ้า อาหาร ความสนุกสนานได้โดยยาก คนตระหนี่ปรารถนาสิ่งใดจากผู้อื่น เขาย่อมไม่ได้แม้สิ่งนั้นตามความปรารถนา นั่นเป็นเพราะผลกรรมในภพนี้ และภพหน้าก็ยังเป็นทุคติอีกด้วย”      * ในสมัยหนึ่ง หลังจากที่พระบรมศาสดาได้เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว อุตตรมาณพพาเพื่อนเข้าไปหาไม้ในป่าเพื่อเอามาซ่อมแซมพระนคร เผอิญได้เข้าไปถึงที่อยู่ของพระมหากัจจายนะ ซึ่งท่านกำลังบำเพ็ญสมณะธรรมอยู่ตามลำพัง เมื่อเห็นท่านแล้วก็บังเกิดความเลื่อมใส จึงเข้าไปกราบนมัสการท่านด้วยความเคารพ พระเถระก็เมตตาแสดงธรรมให้ท่านฟัง จนมาณพหนุ่มเกิดความซาบซึ้งในรสพระธรรม จึงนิมนต์พระเถระพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ให้ไปฉันภัตตาหารที่บ้าน      อุตตรมาณพเมื่อกลับไปถึงบ้านแล้ว ก็ชักชวนหมู่ญาติและพวกพ้องให้มาช่วยกันถวายทานแด่พระเถระและหมู่ภิกษุสงฆ์ที่บ้านของตนเอง เช้าตรู่ก็ได้ช่วยกันจัดภัตตาหารหวานคาวอันประณีต รอคอยพระเถระและภิกษุสงฆ์ด้วยความเบิกบานใจ …

โทษของการห้ามลูกทำบุญ Read More »

กรรมของคนฆ่าพระ

กรรมของคนฆ่าพระ (ศิษย์บุรุษเปลี้ยดีดกรวดใส่หูพระปัจเจกพุทธเจ้าจนละสังขาร)      การเดินทางไกลในสังสารวัฏเพื่อข้ามไปสู่ฝั่งแห่งอมตมหานิพพาน ซึ่งเป็นที่สุดของการเดินทาง และเป็นที่สุดของการแสวงหานั้น จำเป็นจะต้องมีเสบียงคือบุญ เป็นเครื่องสนับสนุนเครื่องหล่อเลี้ยงให้เราได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย บุญกุศลเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องสั่งสมเอาไว้ เมื่อได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้โอกาสในการสร้างบุญสร้างบารมี ก็จงอย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย เพราะบุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งของเรา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า บุญจะสนับสนุนให้เราได้บรรลุจุดหมายปลายทางไปถึงที่สุดแห่งธรรม ดังนั้นให้รีบขวนขวายในบุญกุศลกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                          “ยาวเทว อนตฺถาย       ญตฺตํ * พาลสฺส ชายติ                      หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ    มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ      ความรู้เมื่อเกิดแก่คนพาล ย่อมเป็นไปเพื่อความฉิบหายเท่านั้น ความรู้นั้นย่อมยังปัญญาของเขาให้ตกไป และฆ่าสุกธรรมของคนพาลเสีย”      ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ มีความจำเป็นต้องอาศัยปัจจัย ๔ มาหล่อเลี้ยงขันธ์ ๕ หรือสังขารร่างกายของเรานี้ ทำให้เราต่างต้องดิ้นรนแสวงหาสิ่งต่างๆ ต้องเหน็ดเหนื่อยทนลำบากตรากตรำ เพื่อหาสิ่งเหล่านี้มาบำรุงหล่อเลี้ยงสังขารให้เป็นอยู่อย่างสุขสบาย ดังนั้นเมื่อเรามีชีวิตเกิดขึ้นมาแล้ว  จำเป็นต้องแสวงหาอุปกรณ์ที่จะช่วยในการแสวงหาปัจจัย ๔ ให้เกิดขึ้นมาโดยง่าย สิ่งที่อำนวยความสะดวกตรงนี้เรารู้จักดีนั่นก็คือ …

กรรมของคนฆ่าพระ Read More »

โทษของความประมาท

โทษของความประมาท (พระโมคคัลลานะสงเคราะห์ลูกเศรษฐีผลาญสมบัติ)      สรรพสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ล้วนต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ความตายเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่ก็ไม่สามารถหลบลี้หนีจากปากพญามัจจุราชไปได้ ผู้มีปัญญามองเห็นว่า ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว และไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เป็นเพียงการย้ายตำแหน่งที่อยู่อาศัย ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ถ้ามีบุญมากก็ไปเสวยผลบุญในสุคติโลกสวรรค์ แล้วกลับมาเกิดเพื่อสร้างบารมีในโลกมนุษย์ต่อไปอีก ส่วนผู้มีบุญน้อยทำบาปอกุศลเอาไว้มาก ก็ตกไปในอบายภูมิ เสวยวิบากกรรมอันเผ็ดร้อนในมหานรก ผู้รู้ทั้งหลายท่านแนะนำว่าหากไม่อยากตาย ก็ต้องไม่เกิด แล้ววิธีการที่จะไม่เกิดอีก จะต้องฝึกใจให้หยุดนิ่ง เข้ากลางของกลางไปเรื่อยๆ กลางของกลาง หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ในหนทางสายกลางตรงกลางกาย ซึ่งเป็นหนเดียวทางที่จะทำให้พบทางพ้นทุกข์ เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ที่จะทำให้ไปถึงที่สุดแห่งทุกข์ ถึงที่สุดแห่งธรรม   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                          “โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา    ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ                      โสมํ โลกํ ปภาเสติ         อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา      บุคคลใดประมาทในกาลก่อน แล้วกลับมาไม่ประมาทในภายหลัง …

โทษของความประมาท Read More »

กรรมของคนเจ้าชู้

กรรมของคนเจ้าชู้ (อดีตลูกชายช่างทองเป็นชู้กับภรรยาคนอื่น)      เบื้องหลังของทุกๆ ชีวิต หากนึกย้อนกลับไปดู ทั้งที่เป็นอดีตของปัจจุบัน และอดีตชาติที่เคยเกิดกันมานับชาติไม่ถ้วน จะมีทั้งที่เป็นความดี  ซึ่งถือว่าเป็นความสว่างของชีวิต และส่วนที่เป็นมุมมืดของชีวิต เพราะบาปกรรมที่เคยทำเอาไว้ในอดีต ชีวิตเรายังไม่มีอะไรที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง  บางครั้งจึงมีทั้งสุขและทุกข์คลุกเคล้ากันไป ดังนั้นเราจึงควรจะสร้างแต่ความดีเพื่อความสุขทั้งในปัจจุบันและในบั้นปลายของชีวิต ขอให้เราอดทนก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางแห่งความดี พร้อมกับหมั่นทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ สักวันหนึ่งเราจักก้าวถึงบันไดขั้นสูงสุด คือได้บรรลุถึงถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุขอย่างแน่นอน มีพระบาลีที่ปรากฏใน อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ ว่า      “กาเมสุมิจฉาจารอันบุคคลซ่องเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรก เป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดในดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต วิบากของกาเมสุมิจฉาจารอย่างเบาที่สุด เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีศัตรู มีเวร ไม่เป็นที่รักของคนอื่น”      ความเจ้าชู้ทำให้เกิดความระแวง มีศัตรูมาก และทำให้ไม่เป็นที่รัก เหมือนดังเรื่องในอดีตชาติของภิกษุณีท่านหนึ่ง หลังจากบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้ระลึกชาติดูประวัติการสร้างบารมีที่ผ่านมา ว่าได้สั่งสมบุญอะไรเอาไว้บ้าง จึงได้บรรลุพระอรหัตผล และทำไมภพชาติสุดท้ายนี้ จึงได้แต่งงานถึง ๓ ครั้ง แต่ถูกสามีทอดทิ้งโดยไม่มีเยื่อใยเลย เมื่อระลึกชาติไปดู ก็พบว่าในแต่ละชาติที่ผ่านมา ตนเองต้องเสวยวิบากกรรมที่เกิดจากการประพฤติผิดในกามมาโดยตลอด แม้ในภพชาตินี้ถึงจะเกิดเป็นลูกสาวเศรษฐี  …

กรรมของคนเจ้าชู้ Read More »

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น ( พระโกกาลิกะมีจิตผูกอาฆาตในพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ )      การประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวของเราเองและมวลมนุษยชาติ ผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ ย่อมจะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวาทั้งหลาย อาภรณ์ภายนอกนั้นแม้อาจจะมีมูลค่ามากมาย แต่เป็นที่พึ่งในยามคับขันให้กับเรายังไม่ได้ อีกทั้งยังทำให้เป็นห่วงกังวลในการเก็บรักษา แต่ธรรมะภายในเท่านั้น ที่เป็นอาภรณ์ชั้นเลิศ เป็นที่พึ่งที่ระลึกให้กับตัวเราได้อย่างแท้จริง แม้คนอื่นก็ให้ความเคารพเลื่อมใส จะทำให้เป็นที่รักที่น่าปรารถนา และเป็นผู้ทรงคุณค่าสง่างามของมหาชนทั้งหลาย ดังนั้นธรรมะจึงเป็นอาภรณ์ประดับคู่กายที่อมตะมั่นคงที่สุด ที่จะติดตามตัวเราไปได้ทุกภพทุกชาติ เราจึงต้องหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงธรรมะภายใน เราจะได้เป็นเจ้าของสมบัติอันลํ้าค่านี้ได้ตลอดไป มีพระบาลีกล่าวไว้ใน สุภาษิตสูตร ว่า      “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาอันประกอบด้วยองค์ ๔ เป็นวาจาสุภาษิต  ไม่เป็นวาจาทุพภาษิต เป็นวาจาไม่มีโทษ และเป็นวาจาอันวิญญูชนทั้งหลายไม่ติเตียน ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมกล่าวแต่วาจาที่บุคคลกล่าวดีแล้วเท่านั้น ไม่กล่าววาจาที่บุคคลกล่าวชั่ว ย่อมกล่าวแต่วาจาที่เป็นธรรมเท่านั้น ไม่กล่าววาจาที่ไม่เป็นธรรม ย่อมกล่าวแต่วาจาอันเป็นที่รักเท่านั้น ไม่กล่าววาจาอันไม่เป็นที่รัก ย่อมกล่าวแต่วาจาจริงเท่านั้น ไม่กล่าววาจาเท็จ      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาอันประกอบด้วยองค์ ๔ เหล่านี้แล เป็นวาจาสุภาษิต ไม่เป็นวาจาทุพภาษิต เป็นวาจาไม่มีโทษ และเป็นวาจาอันวิญญูชนทั้งหลายไม่พึงติเตียน”      วาจาสุภาษิต หมายถึงคำพูดที่ได้รับการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้วจากใจที่บริสุทธิ์ ประกอบด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อผู้ฟัง …

โทษของการว่าร้ายผู้อื่น Read More »

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว (โพธิราชกุมารรับสั่งให้ควักนัยน์ตาของนายช่างไม้)      การสร้างบารมีเป็นเหมือนเสาหลักของชีวิต ที่มวลมนุษย์ทั้งหลายจะต้องกระทำ เพราะว่าทุกๆคนที่เกิดมาล้วนมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เพื่อทำอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไป การจะเข้าถึงจุดที่บริบูรณ์ที่สุดของชีวิตคือพระนิพพานได้นั้น จะต้องมีบุญบารมีมากเพียงพอ และต้องเป็นบุญล้วนๆ ไม่มีสิ่งอื่นที่เป็นบาปอกุศลเจือปนเลย      บุญที่บริสุทธิ์นี้ จะช่วยกลั่นกาย วาจา ใจของเราทุกๆ วัน จะส่งผลให้ชีวิตของผู้นั้นเข้าถึงความบริสุทธิ์ได้โดยไม่ยากเลย ต่างกับชีวิตของผู้ที่กระทำแต่บาปอกุศลย่อมจะได้รับผลที่ตรงกันข้าม เสวยแต่ผลแห่งวิบากกรรมที่เผ็ดร้อน มีทุคติอบายภูมิเป็นที่ไป เพราะการเกิดมาในสังสารวัฎนั้น เมื่อทำดีต้องได้ดี ส่วนทำชั่วก็ย่อมจะได้รับผลชั่ว เมื่อเราทราบกันอย่างนี้ก็ควรตระหนักและมีใจมั่นคงในความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป และต้องหมั่นทำใจหยุดใจนิ่งกันอย่างสม่ำเสมอ จิตใจเราจะได้มั่นคงต่อหนทางแห่งความดีงามได้ตลอดไป มีวาระพระบาลีที่ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ชาดก ความว่า                          “ยานิ กโรติ ปุริโส       ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ                           กลฺยาณการี กลฺยาณํ    ปาปการี จ ปาปกํ                           ยาทิสํ วปเต พีชํ         ตาทิสํ หรเต ผลํ …

ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว Read More »

ความตระหนี่เป็นภัยในวัฏฏะ

ความตระหนี่เป็นภัยในวัฏฏะ (ปิศาจคลุกฝุ่นคืออดีตอานันทเศรษฐี)      สิ่งที่เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเราทุกคน มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นคือ “บุญ” ซึ่งจะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราบรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะเป็นผู้ที่สมบูรณ์ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ มีโอกาสทำความดี ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ จนกระทั่งได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม และบรรลุถึงความรู้แจ้งอันสูงสุดคือมรรคผลนิพพาน ทั้งหมดนี้ล้วนต้องอาศัยบุญที่สั่งสมเอาไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นในชีวิตนี้ควรรีบประพฤติธรรม เก็บเกี่ยวบุญกุศลแก่ตนเองให้มากที่สุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย พิลารโกสิยชาดก ว่า                     “มจฺเฉรา จ ปมาทา จ     เอวํ ทานํ น ทิยฺยติ                      ปุญฺญํ อากงฺขมาเนน      เทยฺยํ โหติ วิชานตา                      ยสฺเสว ภีโต น ททาติ    ตเทวาททโต ภยํ                      ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ   …

ความตระหนี่เป็นภัยในวัฏฏะ Read More »

โทษภัยจากคำส่อเสียด

โทษภัยจากคำส่อเสียด (สุนัขจิ้งจอกกัดกินโคผู้และราชสีห์เพราะคำส่อเสียด)      ความเมตตาปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นทางมาแห่งสันติภาพอันไพบูลย์ หากมีการอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย มีน้ำใจไมตรี จะทำให้สังคมนั้นเป็นสังคมในอุดมคติที่มีแต่ความสุขสงบ ไม่มีการแก่งแย่งรบราฆ่าฟันกันอย่างที่เราเห็นกันเป็นประจำ ความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นจากดวงใจของผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยกระแสแห่งเมตตาธรรม จะช่วยเชื่อมประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ ให้กลับมาสมัครสมานสามัคคี จากความสับสนกลับคืนสู่ความสงบนิ่ง จากเร่าร้อนเป็นเยือกเย็น กระแสแห่งความปรารถนาดีมีน้ำใจนี้ จะรุกเงียบไปในบรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน หากกระแสแห่งความบริสุทธิ์บังเกิดขึ้นมากเพียงใด ก็จะช่วยให้โลกเข้าสู่ยุคทองของสันติภาพได้รวดเร็วขึ้น      การจะทำให้กระแสแห่งความบริสุทธิ์และความปรารถนาดีแผ่ขยายออกไปทั่วโลกนั้น จะต้องออกมาจากใจที่ผ่องใส บริสุทธิ์ และหยุดนิ่ง ความปรารถนาดีที่เต็มเปี่ยมจึงจะพรั่งพรูขึ้นมา แล้วแผ่ขยายออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ยุคทองของสันติภาพจะบังเกิดขึ้นในเร็วพลัน มีพระบาลีใน สันธิเภทชาดก ความว่า                               “เต ชนา สุขเมธนฺติ     นรา สคฺคคตาริว                          เย วาจํ สนฺธิเภทสฺส    นาวโพธนฺติ สารถิ      ดูก่อนนายสารถี นรชนเหล่าใด ไม่เชื่อถือถ้อยคำของคนส่อเสียด ผู้มุ่งทำลายความสนิทสนม นรชนเหล่านั้น ย่อมได้ประสบความสุข เหมือนคนไปสวรรค์ฉะนั้น”      การอยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นต้องมีความจริงใจ มีความไว้วางใจเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน …

โทษภัยจากคำส่อเสียด Read More »

กรรมตามสนอง

กรรมตามสนอง (นายพรานทำอันตรายต่อพระภิกษุผู้ไม่เป็นอันตราย )      สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม ตัวของเรา บุคคลอื่นหรือสรรพสัตว์ทั้งหลายก็ตาม ต่างอยู่บนพื้นฐานของความจริงทั้งสิ้น คือไม่เที่ยง แปรปรวน เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกวินาที และสูญสลายไปในที่สุด เพราะฉะนั้นเราควรแสวงหาสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน นำความสุขและความบริสุทธิ์ที่แท้จริงมาให้แก่ชีวิต ด้วยการปฏิบัติธรรมในหนทางสายกลาง ซึ่งเป็นเอกายนมรรค ทางเอกสายเดียว มุ่งตรงสู่พระนิพพาน   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตร้สไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต      ผู้ใดประทุษร้ายต่อนรชนผู้ไม่ประทุษร้าย ผู้บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสดุจเนิน บาปย่อมกลับถึงผู้นั้นซึ่งเป็นคนพาล เหมือนธุลีอันละเอียด ที่ซัดไปทวนลมฉะนั้น”      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญการฆ่า การทำร้าย หรือการว่าร้ายกัน เพราะการกระทำเช่นนั้น ย่อมทำให้เกิดความไม่สงบสุขและความไม่สามัคคี จะนำมาซึ่งความเดือดร้อน การทะเลาะวิวาทและการผูกเวรกัน ยิ่งถ้าไปประทุษร้ายต่อผู้ที่ไม่ประทุษร้ายตอบแล้ว …

กรรมตามสนอง Read More »

วิบากกรรมของการพูดเพ้อเจ้อ

วิบากกรรมของการพูดเพ้อเจ้อ (เด็กทารกเกิดมาถูกนำไปทิ้งไว้ในป่าช้าเพราะคำพูดล่วงเกินสมณะ)      การศึกษาแสวงหาวิชาความรู้ในพระพุทธศาสนา เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในชีวิตของมนุษย์ทุกคน เพราะเป็นความรู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต ที่จะนำพาให้เราหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ จากการเป็นบ่าวเป็นทาสของพญามาร หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานทั้งหลาย การที่จะให้ตัวเราเข้าไปถึงจุดแห่งความรู้อันบริสุทธิ์นั้น ต้องทำใจของเราให้หยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์ จึงจะสามารถเข้าไปศึกษาความรู้ในทางพระพุทธศาสนาได้ ได้แก่วิชชา ๓ วิชชา ๘ อภิญญา ๖ ปฏิสัมภิทาญาณ ๔      การศึกษาในทางธรรมนี้ มีเป้าหมายก็เพื่อทำตนให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย หากเรามุ่งไปที่วัตถุประสงค์นี้ได้ การศึกษาธรรมะของเราก็จะถูกต้องร่องรอย จะรู้เห็นตรงไปตามความเป็นจริง ได้ทั้งความรู้และความบริสุทธิ์ไปพร้อมๆ กัน มีพระบาลีที่ท่านได้กล่าวไว้ใน โกกาลิกชาดก ว่า                               “น หิ สตฺถํ สุนิสิตํ      วิสํ หลาหลมฺมิว                          เอวํ นิกฺกเฒ ปาเตติ    วาจา ทุพฺภาสิตา ยถา      มีดที่ลับคมดีแล้ว ถึงจะเหมือนยาพิษที่ร้ายแรง ก็ไม่ทำให้ตายสนิทในทันทีทันใดเหมือนกับคำพูดชั่ว”      คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากเราจะทำให้มีผลเป็นอย่างไรก็ได้ ทั้งกับตัวของเราและคนรอบข้าง คืออยากจะให้เป็นถ้อยคำแห่งเพชรพลอย หรือจะให้เป็นไม้พลองเป็นอาวุธเข้าทำร้ายประหัตประหารกันก็ได้ จะให้เกิดประโยชน์หรือเกิดโทษอย่างมหาศาลก็ได้ …

วิบากกรรมของการพูดเพ้อเจ้อ Read More »

ชีวิตมนุษย์ประเสริฐที่สุด

ชีวิตมนุษย์ประเสริฐที่สุด (เปรตพร่ำเตือนหลานชายให้อดทนจากหลาวที่เสียบ)      การเจริญสมาธิภาวนา เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ  ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก บุญกุศลก็เกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่สั่งสมได้ ถ้าเราเจริญภาวนาทุกวัน ความบริสุทธิ์ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ยิ่งความบริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้เข้าถึงความสุขที่แท้จริงได้ในไม่ช้า ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตปรารถนา และต่างแสวงหาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราควรหมั่นเจริญสมาธิภาวนาเพื่อให้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า การกลับได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นการยาก”      การเกิดเป็นมนุษย์เป็นการยาก ต้องมีกำลังบุญมากพอ จึงจะได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นกายที่เหมาะสมต่อการสร้างบารมีมากที่สุด ดังนั้น เราจึงควรใช้ชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้อย่างคุ้มค่า ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ การดำเนินชีวิตที่ถูกต้องสมบูรณ์ ต้องดำเนินตามผู้ที่เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิตแล้ว เช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย หากไม่ได้ฟังพระฟังธรรม โอกาสที่จะประพฤติผิดจากทำนองคลองธรรม ดำเนินชีวิตผิดพลาดมีสูงมาก เสี่ยงต่อการพลัดตกไปสู่อบายภูมิ      * มีเรื่องเล่ากันว่า ในกรุงเวสาลี มีพ่อค้าคนหนึ่งเป็นคนพูดจาไพเราะสุภาพ อ่อนหวาน ชอบสรรเสริญคุณความดีของผู้อื่น และเป็นคนมีน้ำใจงดงาม เมื่อยามฝนตกถนนหนทางเฉอะแฉะ คนเดินผ่านไปผ่านมาก็จะเลอะเทอะเปรอะเปื้อน พ่อค้าจึงนำกะโหลกศีรษะโคที่ขัดสะอาดแล้วมาวางไว้ ให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้เหยียบเพื่อเดินข้ามไป      อยู่มาวันหนึ่งเขากับเพื่อนไปเล่นน้ำในแม่น้ำ …

ชีวิตมนุษย์ประเสริฐที่สุด Read More »

จุดจบของผู้ก่อเวร

จุดจบของผู้ก่อเวร (เรื่องนางนกไส้ ก่อเวรกับช้างเกเร)      ในดวงใจที่ใสบริสุทธ์ของเหล่าชน ผู้มีความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายในวัฏสงสาร เป็นต้นทางแห่งความสงบสุขของโลก ความบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นจากดวงใจของผู้ที่เต็มเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม เมื่อใจหลายๆ ดวงมารวมกันนี้ ก็จะเชื่อมประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ ให้หันมาสมัครสมานสามัคคีกัน จากความสับสนวุ่นวาย ก็กลับคืนมาสู่ความสงบนิ่ง จากความเร่าร้อนก็กลายมาเป็นความเยือกเย็น กระแสแห่งความปรารถนาดีนี้จะเป็นคลื่นแห่งความสงบสุข ที่ทำให้มวลมนุษยชาติเกิดการปรองดองกัน ยิ่งกระแสแห่งความบริสุทธิ์บังเกิดขึ้นมากเพียงใด ก็จะช่วยให้โลกสงบเย็นได้เร็วยิ่งขึ้นเพียงนั้น       การประพฤติปฏิบัติธรรม เป็นหลักสำคัญในการสร้างสันติสุขของโลก เพราะใจที่สงบสุขใสบริสุทธิ์ จะทำให้อากาสโลก ขันธโลก สัตวโลกบริสุทธิ์ขึ้น ความบริสุทธิ์จะทำให้สันติสุขบังเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ดังนั้น ควรหมั่นชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธ์ผ่องใสกันทุกๆ วัน มีพระบาลีที่ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ความว่า                               “น หิ เวเรน เวรานิ    สมฺมนฺตีธ  กุทาจนํ                          อเวเรน จ สมฺมนฺติ    เอส ธมฺโม สนนฺตโน      ในกาลไหนๆ เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร เวรทั้งหลายย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร นั่นเป็นธรรมเก่า” …

จุดจบของผู้ก่อเวร Read More »

อรูปภพ

อรูปภพ (ร่างกายเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ จึงพอใจในภาวะที่ไม่มีตัวตน ไม่มีรูปกาย) เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่ทำให้ใจเราบริสุทธิ์ ที่สุด  บริสุทธิ์จนกระทั่งพบกับตัวตนที่แท้จริง ที่มั่นคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมีความสุขอย่างแท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด และมีอยู่ภายในตัวของพวกเราทุกๆ คน เป็นธรรมที่สงบ ละเอียด ประณีต ลึกซึ้ง เราจะนึก คิดหรือคาดคะเนเอาไม่ได้เลย เพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึง หากเราสามารถ ปรับใจที่หยาบให้ละเอียดลุ่มลึกไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าไปถึงแหล่งของสติแหล่งของ ปัญญา ซึ่งอยู่ในกลางกายฐานที่ ๗ เราก็จะรู้เห็นไปตามความเป็นจริงของธรรมทั้งหลาย ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สาเลยยกสูตร ว่า “พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ถ้าผู้มีปกติประพฤติธรรม มีปกติประพฤติเรียบร้อย พึงหวังว่า โอหนอ หลังจากตายเพราะกายแตก ขอให้เราเข้าถึง ความเป็นเพื่อนกับพวกเหล่าพรหมชั้นปริตตสุภา ชั้นอัปปมาณสุภา ชั้นสุภกิณหา ชั้นเวหัป ผลา ชั้นอวิหา ชั้นอตัปปา ชั้นสุทัสสา ชั้นสุทัสสี ชั้นอกนิฏฐะ พึงเป็นผู้เข้าถึงอากาสานัญจา ยตนะ เข้าถึงวิญญาณัญจายตนะ เข้าถึงอากิญจัญญายตนะ เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนะ ข้อที่หลังจากตายเพราะกายแตกไป …

อรูปภพ Read More »

สัญญาเวทยิตนิโรธ

สัญญาเวทยิตนิโรธ (ถึงสัญญาเวทยิตนิโรธแล้วจึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน) จุดหมายปลายทางของทุกชีวิต คือการไปสู่อายตนนิพพาน พระบรมศาสดาทรงเป็นต้นแบบของบุคคลที่สมบูรณ์แล้ว ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตแล้ว ในระหว่างที่ทรงสร้างบารมี พระองค์ต้องเวียนวนอยู่ในสังสารวัฏยาวนาน ทรงเห็นว่าชีวิตเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดเป็นพระราชามหากษัตริย์ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่พ้นจากทุกข์ ดังนั้นท่านจึงสละราชสมบัติ แล้วมุ่งแสวงหาหนทางพระนิพพานอันเป็นบรมสุข ด้วยการทำใจให้หยุดนิ่ง จนได้เข้าถึงกายธรรมอรหัต ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปฐมวิหารสูตร ว่า “อนุปุพพวิหาร คือธรรมเป็นเครื่องอยู่ตามลำดับ ๙ ประการ ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน อากาสานัญจายตนฌาน วิญญาณัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน และสัญญาเวทยิตนิโรธ นี้คืออนุปุพพวิหาร ๙ ประการนี้” คำว่า ฌาน หมายถึง การทำจิตให้เป็นสมาธิจนนิ่งแน่นมีพลัง ใจที่มีพลังขึ้นมาได้เพราะเกิดจากภาวะที่ใจสงบนิ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำสมาธิที่อยู่ในขั้นของจิตที่เป็นอัปปนาสมาธิ ใจที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเป็นสภาวะที่มีพลังและทรงอานุภาพมาก เหมือนแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมายังโลก เนื่องจากไม่รวมเป็นจุดเดียวกัน ความร้อนของแสงอาทิตย์จึงมีไม่มาก ต่อเมื่อใดที่เรานำเอาแสงอาทิตย์ให้มารวมเป็นจุดเดียวกัน ก็จะกลายเป็นพลังงานที่ร้อนแรง เพราะฉะนั้น ผู้ที่เจริญสมาธิภาวนาอยู่ในระดับที่เป็นอัปปนาสมาธิ ก็สามารถทำฌานสมาบัติให้เกิดขึ้นได้ การทำใจให้หยุดนิ่งดิ่งเข้ากลางของกลางไปเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นการเข้าฌานในหลายๆ ระดับ เมื่อกล่าวถึงฌานสมาบัติซึ่งเป็นผลลัพท์ที่เกิดจากการฝึกสมาธินั้น …

สัญญาเวทยิตนิโรธ Read More »