ธรรมะเพื่อประชาชน

กาฬเทวิลดาบส

กาฬเทวิลดาบส (ร้องไห้ด้วยความเสียดายที่อายุขัยไม่ถึง ทันการตรัสรู้ธรรม) ใจของมนุษย์ที่ได้รับการกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์หยุดนิ่งเป็นประจำทุกวัน จะกลายเป็นธาตุสำเร็จ คือนึกคิดสิ่งใดก็สำเร็จสมปรารถนาทุกอย่าง อยากรู้เห็นอะไรก็ทำได้หมด เหมือนดังพระบรมศาสดาของเรา ผู้ฝึกฝนอบรมจิตจนเป็นโลกวิทู ผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวง ทรงรู้ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แล้วทรงอาศัยมหากรุณาอันไม่มีประมาณนั้น นำเรื่องราวความเป็นจริงของโลกและชีวิตที่ถูกปกปิดมายาวนาน จนดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องลี้ลับมาเปิดเผยอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน เหมือนจุดประทีปท่ามกลางความมืดมิดในจิตใจของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้มองเห็นหนทางไปสู่สวรรค์และนิพพานตามพระองค์ไปด้วย การฝึกฝนใจให้ใสบริสุทธิ์ จึงเป็นสิ่งที่ชาวโลกทั้งหลายควรให้ความสำคัญ และลงมือประพฤติปฏิบัติกันอย่างจริงจัง เพราะการทำใจหยุดนิ่งคืองานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อรหันตสูตร ว่า “ยาวตา ภิกฺขเว สตฺตาวาสา ยาวตา ภวคฺคํ เอเต อคฺคา เอเต เสฏฺฐา โลกสฺมึ ยทิทํ อรหนฺโต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตตาวาสภูมิ และภวัคคพรหมมีประมาณเพียงไร  พระอรหันต์ทั้งหลายเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก ยิ่งกว่าสัตตาวาสและภวัคคพรหมเหล่านั้น” * สัตตาวาส หมายถึง ภพเป็นที่อยู่ของหมู่สัตว์ประเภทต่างๆ ซึ่งยังข้องอยู่ในภพทั้งสาม มีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิต่างๆ ตามกำลังบุญและบาปที่ตนเองได้สั่งสมเอาไว้ ท่านจำแนกไว้ ๙ ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน หลวงพ่อจะนำความรู้เกี่ยวกับการจำแนกหมู่สัตว์ …

กาฬเทวิลดาบส Read More »

โลกุตตรภูมิ

โลกุตตรภูมิ (คือพระนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุด) ความเมตตาปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมโลก เป็นทางมาแห่งสันติภาพอันไพบูลย์ เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่มีการแก่งแย่ง รบราฆ่าฟันกัน อย่างที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ เมตตาธรรมจะช่วยคํ้าจุนโลก และเปลี่ยนแปลงกระแสโลกที่กำลังร้อนแรงด้วยไฟกิเลส ให้เป็นกระแสแห่งความดี ที่เกิดจากใจที่ใสบริสุทธิ์ รุกเงียบไปในบรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน มีทรัพยากรอะไรที่พอจะแบ่งปันกันได้ ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป โดยถือว่าสมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของโลก โลกทั้งโลกก็คือบ้านหลังใหญ่ ที่มีมวลมนุษย์เป็นสมาชิกครอบครัวเดียวกัน พวกเราทุกคนคือหมู่ญาติเพื่อนพ้องพี่น้องกัน ที่ยังต้องเดินทางไกลในสังสารวัฏไปสู่ฝั่งแห่งนิพพานด้วยกัน * มีวาระพระบาลีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาสีหนาทสูตร ว่า “ดูก่อนสารีบุตร เราตถาคตย่อมรู้ชัดซึ่งนิพพาน ทางอันยังสัตว์ให้ถึงนิพพาน และปฏิปทาอันยังสัตว์ให้ถึงนิพพาน อนึ่ง สัตว์ปฏิบัติประการใด ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ เราตถาคตย่อมรู้ชัด ซึ่งประการนั้นด้วย ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมกำหนดรู้ใจของบุคคลบางคนในโลกนี้ ด้วยใจอย่างนี้ว่า บุคคลนี้ปฏิบัติอย่างนั้น  ดำเนินอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้น จักกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบัน โดยสมัยต่อมา เราย่อมเห็นบุคคลนั้นกระทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไปด้วยปัญญาอันยิ่งเอง …

โลกุตตรภูมิ Read More »

ภูมิของพระโสดาบัน

ภูมิของพระโสดาบัน (โลกุตตรภูมิชั้นต้น) ทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ ล้วนเกิดมาจากสถานที่ที่แตกต่างกัน ได้รับการอบรมพรํ่าสอนจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป แต่ในความเหมือนกันของมนุษย์ทุกคน ล้วนเกิดมาเพื่อฝึกฝนอบรมกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ เกิดมาเพื่อเพิ่มเติมบุญบารมีให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะบรรลุถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต คือการหมดกิเลสเข้าสู่นิพพาน หนทางลัดที่สุดในการอบรมกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ คือการทำใจให้หยุดนิ่ง ด้วยการเจริญสมาธิภาวนา เมื่อเราฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ทำให้เป็นอาจิณแล้ว ความบริสุทธิ์ก็จะกลั่นใจของเราให้ใสสว่าง ทำให้เรานึกคิดแต่สิ่งที่ดี และจะส่งผลออกมาทางคำพูดและการกระทำที่ดีๆ ซึ่งเป็นไปเพื่อบุญกุศล และเพื่อให้ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โอคธสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า ธรรม ๔ ประการคือ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหล่านี้แล เป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า ” * พระโสดาบันบุคคล คือ ผู้ถึงกระแสพระนิพพาน …

ภูมิของพระโสดาบัน Read More »

ความประเสริฐของพระโสดาบัน

ความประเสริฐของพระโสดาบัน การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้สมบูรณ์ที่สุดนั้น พระพุทธองค์ทรงสอนให้ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่อาลัยกับอดีตที่ผ่านพ้น ไม่ให้กังวลถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ด้วยการสร้างความดี หมั่นฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัย จะได้มีที่พึ่งที่ระลึกภายใน ชีวิตของเราก็จะปลอดภัย เพราะมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “ปฐพฺยา เอกรชฺเชน    สคฺคสฺส คมเนน วา สพฺพโลกาธิปจฺเจน    โสตาปตฺติผลํ วรํ โสดาปัตติผล ประเสริฐกว่าความเป็นเอกราชในแผ่นดิน ประเสริฐกว่าการไปสู่สวรรค์ และความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง” ความประเสริฐของชีวิตวัดกันที่ความสูงส่งของจิตใจ จิตใจที่สูงส่ง หมายถึงใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ถูกยกระดับให้สูงขึ้นเหนือโลก เหนือสังสารวัฏอันยาวไกล ได้บรรลุธรรมาภิสมัย เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในซึ่งเป็นแก่นแท้ของชีวิต นั่นคือได้บรรลุธรรมกายกระทั่งได้เป็นพระอริยเจ้า ดังพุทธวจนะที่หลวงพ่อได้ยกขึ้นมากล่าวอ้าง เพราะเมื่อใครก็ตาม สามารถทำใจให้หยุดนิ่ง จนเข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมกายโสดาบัน ตัดสังโยชน์เบื้องตํ่า ๓ อย่างได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว จะเป็นผู้ไม่ตกตํ่าตลอดไป พระโสดาบันนอกจากจะไม่ตกต่ำ คือ ไม่ต้องไปเกิดในอบาย เพราะเป็นผู้ปิดประตูอบายได้อย่างเด็ดขาด ที่น่าปลื้มใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ถ้าไม่ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก ก็จะมีคติเที่ยงแท้ที่จะไปอุบัติเป็นเทวดาผู้มีศักดาใหญ่ รุ่งเรืองไปด้วยรัศมี มากไปด้วยบุญญาธิการ ประเสริฐกว่าเทวดาสามัญธรรมดา ได้อธิปไตยเสวยทิพยสมบัติเป็นเวลายาวนานมาก …

ความประเสริฐของพระโสดาบัน Read More »

ภูมิของพระสกิทาคามี

ภูมิของพระสกทาคามี การได้พบพระแท้ภายใน คือ พระรัตนตรัย นับว่า ได้พบกับสิ่งที่ประเสริฐที่สุด ถือเป็นทัสนานุตริยะ คือ การได้เห็นอันประเสริฐ พระแท้ภายในที่เราได้เข้าถึงนี้ สามารถปิดประตูอบายภูมิให้กับตัวเราได้ ใจของเราจะสูงส่งอยู่เสมอ และจะเป็นพลวปัจจัยให้เรามีสุคติภูมิเป็นที่ไปอย่างเดียว หากว่าปรารถนาอยากพบพระแท้ภายในซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นอุดมมงคล ต้องทำใจให้หยุดนิ่ง หมั่นฝึกฝนอบรมใจให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ หยุดใจเป็นก็จะเห็นพระแท้ภายในที่เรียกว่า สมณานญฺจ ทสฺสนํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การได้เห็นสมณะผู้สงบเป็นมงคลอันสูงสุด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จุลลสีหนาทสูตร ว่า ” กตโม จ ภิกฺขเว ทุติโย สมโณ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกิทาคามี โหติ สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ อยํ ภิกฺขเว ทุติโย สมโณ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะที่ ๒ เป็นไฉน ภิกษุในศาสนานี้เป็นสกิทาคามีเพราะสังโยชน์ …

ภูมิของพระสกิทาคามี Read More »

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี ๒

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี  ๒ ชีวิตของคนเราต้องมีการพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง คน สัตว์ สิ่งของอันเป็นที่รัก ดังนั้นถึงคราวจำเป็นต้องสูญเสียบางสิ่ง หลายๆ คนยอมเสียเงินตราเพื่อแลกกับเวลาที่จะสูญเสียไป  เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่าเงินตรา เวลาแม้เพียงน้อยนิด สามารถเปลี่ยนเป็นสมบัติได้อย่างมหาศาล หลายๆ คนยอมเสียเวลาเพื่อแลกกับอารมณ์ที่ดีๆ เพราะอารมณ์ดีมีคุณค่ายิ่งกว่าเงินตรา ดังนั้นจึงยอมเสียเงินตรา ดีกว่าเสียเวลาและอารมณ์ อารมณ์ดี อารมณ์เบิกบานและอารมณ์ที่เป็นกุศล ควรให้เกิดขึ้นในดวงใจของเราเสมอ เพราะเมื่ออารมณ์ดีแล้ว ใจของเราก็จะมีความสุข แม้จะสูญเสียอะไรก็ตาม แต่ถ้าใจเราดี ใจเราเป็นสุข ก็เสมือนไม่ได้สูญเสียอะไรไป ฉะนั้นให้หวงแหนเวลาและรักษาอารมณ์ดีไว้เสมอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปุญญกริยาวัตถุสูตร ว่า “ดูก่อน เธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ กระทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยทานมีประมาณอันยิ่ง กระทำบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยศีลมีประมาณอันยิ่ง แต่ไม่ได้เจริญบุญกิริยาวัตถุที่สำเร็จด้วยภาวนาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อถึงแก่กาลกิริยาตายไปแล้ว เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดี” เมื่อครั้งที่แล้ว หลวงพ่อได้เล่าเรื่องของหญิงงามเมืองชื่อสิริมาค้างเอาไว้ว่า เธอได้เปลี่ยนวิถีชีวิตจากหญิงงามเมืองมาเป็นยอดหญิงพุทธสาวิกาผู้มีจิตใจสูงส่ง วิถีชีวิตของเธอได้เปลี่ยนไป เพราะได้ยอดกัลยาณมิตรคือมหาอุบาสิกาอุตตรา ที่ได้พามาฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้า และด้วยอุปนิสัยบารมีที่เธอเคยสั่งสมอบรมมาแต่ปางก่อน ทำให้เธอได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน เป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่นั้นมา เธอก็ละเว้นอาชีพเดิม ซึ่งเป็นที่รังเกียจของคนดีมีศีลธรรม เธอได้มุ่งหน้าประกอบกองการกุศล มีอจลศรัทธาที่เชื่อมั่นไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆ …

ปรนิมมิตวสวัตดี ตอน สิริมาเทพนารี ๒ Read More »

ภูมิของพระอนาคามี

ภูมิของพระอนาคามี การที่จะดำรงชีวิตให้เป็นอยู่ด้วยความบริสุทธิ์ มีจิตใจสูงส่ง มั่นคงในคุณธรรม ดำเนินอยู่บนเส้นทางของพระอริยเจ้า สร้างบารมีให้เต็มเปี่ยมบริสุทธิ์บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้มีบุญมีดวงปัญญาบริสุทธิ์ มีดวงใจที่ผ่องใสเท่านั้น จึงจะใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า เดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ทั้งภัยในปัจจุบันนี้ ภัยในอบายภูมิ ตลอดจนภัยในสังสารวัฏ การที่จะให้พ้นจากภัยเหล่านี้ เราจะต้องสั่งสมบุญให้มากๆ มีความหนักแน่นตั้งมั่นอยู่ในเส้นทางแห่งความดี รักในการประพฤติปฏิบัติธรรม หมั่นนั่งธรรมะทุกๆ วันอย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ต้องตั้งใจมั่นอย่างนี้จึงจะพบกับความสุขสวัสดีตลอดไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จุลลสีหนาทสูตร ว่า “กตโม จ ภิกฺขเว ตติโย สมโณ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สญฺโญชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา อยํ ภิกฺขเว ตติโย สมโณ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็สมณะที่ ๓ เป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในศาสนานี้ มีความสิ้นไปแห่งสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ …

ภูมิของพระอนาคามี Read More »

ปฏิปทาแห่งพรหมโลก

ปฏิปทาแห่งพรหมโลก (สุภมาณพทูลถามเรื่องพรหมโลก) โลกคือหมู่สัตว์ คือ สัตวโลก ขันธโลก อากาสโลก ใจของเราคือสัตวโลกที่แท้จริง หากเราหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ ใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสนั้น จะส่งผลมาถึงขันธโลกคือร่างกายที่ประกอบด้วยขันธ์ ๕  เมื่อขันธโลกสะอาดบริสุทธิ์ ก็จะส่งผลต่อไปถึงอากาสโลกที่อยู่รอบตัวเราให้สะอาดบริสุทธิ์ตามไปด้วย ตัวของเรามีความเกี่ยวเนื่องกับสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลาย ใจที่ใสบริสุทธิ์จะส่งผลออกมาสู่ความคิดที่ดีๆ ความคิดดีๆ ก็จะนำไปสู่คำพูดและการกระทำที่ดีๆ เมื่อเราทำแต่สิ่งที่ดีๆ ความดีนี้ก็ส่งผลไปสู่คนรอบข้าง ถ้าหากเราทำความดีกันเป็นทีมใหญ่ กระแสแห่งความดีอันยิ่งใหญ่ ก็จะแผ่ขยายกว้างไกลออกไป ทำให้โลกและจักรวาลเต็มไปด้วยพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์และความดี  ดังนั้น การฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งด้วยการเจริญสมาธิภาวนา จึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับมนุษย์ทุกๆ คนในโลกที่ต้องลงมือประพฤติปฏิบัติด้วยตัวเองกันให้ได้ * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สุภสูตร ว่า “บุรุษผู้เกิดแล้ว ทั้งเจริญแล้วในหมู่บ้านนฬการนั้น ถูกถามถึงทางของหมู่บ้านนฬการ ย่อมไม่ชักช้าหรือเกิดอาการประหม่า ตถาคตถูกถามถึงพรหมโลก หรือปฏิปทาเครื่องให้ถึงพรหมโลก ก็ไม่ชักช้าหรือประหม่าเช่นเดียวกัน ดูก่อนมาณพ เราย่อมรู้จักทั้งพรหมโลกและปฏิปทาเครื่องให้ถึงพรหมโลก อนึ่ง ผู้ปฏิบัติด้วยประการใดจึงเข้าถึงพรหมโลก เราย่อมรู้ชัดซึ่งประการนั้นด้วย” พระบรมศาสดาทรงเป็นโลกวิทูผู้รู้แจ้งโลกทั้งหมด ทั้งมนุษยโลก เทวโลก และพรหมโลก นอกจากรู้จักพรหมโลกแล้ว ยังสามารถไปพรหมโลกได้ และทรงรู้จักปฏิปทาหรือวิธีการที่จะทำให้ได้ไปบังเกิดในพรหมโลกอีกด้วย ที่ผ่านมาหลวงพ่อได้นำเรื่องของหมู่สัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกามภพมาเล่าให้พวกเราได้เรียนรู้กันเป็นตอนๆ ไป กามภพก็ประกอบไปด้วยอบายภูมิ ๔  …

ปฏิปทาแห่งพรหมโลก Read More »

อรหัตตภูมิ (โลกุตรภูมิขั้นสูงสุด)

อรหัตตภูมิ (โลกุตรภูมิขั้นสูงสุด) ชาวโลกทั้งหลายถูกอวิชชา คือ ความไม่รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตปิดบังเอาไว้ ทำให้เกิดการเข่นฆ่า รบราฆ่าฟันกัน โดยอาจจะอ้างว่า ทำไปเพื่อสันติภาพของโลก แต่สงครามทางโลกไม่เคยนำสันติสุขมาให้ เพราะผลร้ายหลังสงครามสงบ คือ ความเจ็บปวดทั้งกายและใจ การทำร้ายกันนำไปสู่ความผูกพยาบาท และจองเวรกันไปข้ามภพข้ามชาติ ชีวิตก็เหินห่างจากทางพระนิพพานออกไปเรื่อยๆ หากเรามีความรักและความปรารถนาดีต่อกัน ด้วยการเริ่มต้นให้ความรักที่ตัวเราเองก่อน นั่นคือ ทุกๆ คนต้องทำความดีรักษาศีลให้บริสุทธิ์ หมั่นชำระกาย วาจา ใจของตัวเองให้บริสุทธิ์ผ่องใส อย่างนี้สันติภาพภายในก็จะบังเกิดขึ้นและก่อให้เกิดสันติภาพของโลกอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จุลลสีหนาทสูตร ว่า “กตโม จ ภิกฺขเว จตุตฺโถ สมโณ อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ อยํ ภิกฺขเว จตุตฺโถ สมโณ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะที่ ๔ …

อรหัตตภูมิ (โลกุตรภูมิขั้นสูงสุด) Read More »

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก )

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก ) ความบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นทางมาแห่งความสุขความสงบในจิตใจของทุกคน และยังสามารถแผ่ขยายไปยังบุคคลรอบข้าง ตลอดจนกระทั่งมวลมนุษยชาติทั้งหลาย ความบริสุทธิ์ที่หลวงพ่อกล่าวถึงนี้ เป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เพราะมีอยู่แล้วในตัวของพวกเราทุกๆ คน และต้นแหล่งของความบริสุทธิ์ ก็อยู่ในกลางพระธรรมกายภายในตัวของเรา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความบริสุทธิ์ และความสุขที่แท้จริง เมื่อใจของทุกคนหยุดเข้าไปอยู่ในกลางพระธรรมกาย ความสุขและความบริสุทธิ์ จะพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น จิตใจของทุกคนก็จะรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระธรรมกาย เมื่อนั้นสันติสุขที่แท้จริงย่อมบังเกิดขึ้นในโลก มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เมตตาสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเมตตาเจโตวิมุตติ อันบุคคลเสพแล้ว ทำให้มากแล้ว ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้ตั้งมั่นโดยลำดับ สั่งสมดีแล้ว ปรารภด้วยดีแล้ว เมื่อยังไม่บรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมบังเกิดในพรหมโลก” * พรหมโลกคือภพภูมิอันเป็นที่อยู่ของรูปพรหมผู้ประเสริฐ เหตุที่ได้ชื่อว่าประเสริฐ เพราะมีใจออกห่างและไม่ข้องแวะกับเบญจกามคุณ เป็นผู้ที่มีใจสูงกว่าเทวดา มีการเสวยอารมณ์ที่นำความสุขมาให้ ซึ่งเกิดจากอำนาจรูปฌานสมาบัติ ที่ได้ปฏิบัติเอาไว้ในครั้งที่ได้เป็นมนุษย์ อย่างเช่น นักบวช ฤๅษี ชีไพร นักพรต สิทธาทั้งหลาย ท่านอุทิศตนเพื่อการบำเพ็ญพรตประพฤติพรหมจรรย์ ปฏิบัติตนอย่างสมถะ มักน้อย สันโดษ อยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร และเจริญเมตตาจิต …

พรหมปาริสัชชาภูมิ ( พรหมชั้นแรก ) Read More »

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อแสวงหาสิ่งที่ทำให้ใจของเราบริสุทธิ์ที่สุด บริสุทธิ์จนกระทั่งพบกับตัวตนที่แท้จริง ที่มั่นคงที่สุดไม่มีการเปลี่ยนแปลง และมีความสุขอย่างแท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย  ได้พบว่า พระรัตนตรัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด และมีอยู่แล้วในตัวของพวกเราทุกคน เป็นธรรมที่สงบ ละเอียด ประณีต จะนึกคิดหรือคาดคะเนเอาไม่ได้เลย เพราะเป็นสิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติให้เข้าถึงเอง ต้องปรับใจให้ละเอียด ให้หยุดนิ่งไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าไปถึงแหล่งแห่งความสุข ความบริสุทธิ์ แหล่งของสติ แหล่งของปัญญา แล้วเราก็จะรู้เห็นทุกสิ่งไปตามความเป็นจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “ชิฆจฺฉา ปรมา โรคา    สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา เอตํ ญตฺวา ยถาภูตํ    นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์อย่างยิ่ง บัณฑิตทราบเนื้อความนั้นตามความจริงแล้ว พึงกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เพราะพระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” สังขารเป็นรังแห่งโรคนี้ เป็นทางมาแห่งความทุกข์ทั้งสิ้น เพราะสังขารเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากอวิชชา ซึ่งเป็นต้นตอของกิเลสอาสวะทั้งหลาย ส่วนวิสังขารคือพระนิพพาน เป็นสภาวะที่ปราศจากกิเลส คือ อวิชชาเข้ามาครอบงำไม่ได้ จึงเป็นสุขอย่างยิ่ง คำว่าสุขอย่างยิ่งนั้นเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่อธิบายให้เข้าใจได้ยาก ผู้รู้ท่านใช้คำว่า …

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง Read More »

พรหมปุโรหิตาภูมิ

พรหมปุโรหิตาภูมิ ตราบใดที่กิเลสอาสวะภายในใจของเรายังไม่หมด ย่อมต้องถูกพญามารตามรังควานในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่กิเลสมาร ขันธมาร อภิสังขารมาร มัจจุมาร รวมไปถึงเทวบุตรมาร และผู้ที่จะถูกเขาบังคับบัญชาได้ง่าย คือผู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง มัวปล่อยใจให้เลื่อนลอยไปตามกระแสโลก ปล่อยชีวิตให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไปยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ต่างๆ ทำให้ประมาทในชีวิต มีอยู่ที่หนึ่งที่พญามารบังคับบัญชาไม่ได้ คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ที่ตรงนี้เป็นเหมือนป้อมเหมือนค่าย เป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุด เราจะปลอดภัยจากมารทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ให้ทุกท่านหยุดใจไว้ที่ตรงนี้ อย่าประมาทในชีวิต ให้ใช้เวลาที่ผ่านไปให้เกิดประโยชน์มากที่สุดด้วยการประพฤติธรรม นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายให้ได้ตลอดเวลา หมั่นทำในทุกอิริยาบถทำทุกๆ วันอย่างสมํ่าเสมอ เราจะได้พบกับที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด คือ พระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะแก้วคุ้มกันภัยชั้นเลิศของเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เกวัฏฏสูตร ว่า “ดูก่อนเกวัฏฏะ ปาฏิหาริย์ ๓ อย่างนี้ เราทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่ง ด้วยตนเองแล้ว จึงประกาศให้รู้ ปาฏิหาริย์ ๓ อย่างคือ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทศนาปาฏิหาริย์ และอนุสาสนีปาฏิหาริย์ ดูก่อนเกวัฏฏะ อิทธิปาฏิหาริย์ คือ …

พรหมปุโรหิตาภูมิ Read More »

นิพพานคือเป้าหมายของชีวิต

นิพพานคือเป้าหมายของชีวิต การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏ จะต้องรู้เท่าทันอาสวกิเลส รู้ว่าสิ่งไหนเป็นบุญสิ่งไหนเป็นบาปอกุศล แล้วดำรงตนให้อยู่บนเส้นทางแห่งบุญ เส้นทางแห่งความดี ความไม่รู้เป็นอันตรายอย่างยิ่งของชีวิต เพราะถ้าไม่รู้สิ่งเหล่านี้แล้ว อาจทำให้พลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตมัวหมองได้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องแสวงหาผู้รู้ เข้าไปสอบถามในสิ่งที่สงสัย ที่สำคัญคือต้องหมั่นเข้าไปหาผู้รู้ภายในคือพระรัตนตรัย ด้วยวิธีการหยุดใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แสวงหาความรู้แจ้งที่เกิดจากปัญญาบริสุทธิ์ จะได้เข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน และจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ ปัญหาต่างๆ ที่สงสัยก็จะหมดสิ้นไป * พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทุติยนิพพานสูตร ว่า “ทุทฺทสํ อนตํ นาม         น หิ สจฺจํ สุทสฺสนํ ปฏิวิทฺธา ตณฺหา ชานโต  ปสฺสโต นตฺถิ กิญฺจนํ ฐานะที่บุคคลเห็นได้ยาก ชื่อว่านิพพาน ไม่มีตัณหา นิพพานนั้นเป็นธรรมจริงแท้ ไม่เห็นได้โดยง่ายเลย ตัณหาอันบุคคลแทงตลอดแล้ว กิเลสเครื่องกังวลย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้รู้ ผู้เห็นอยู่ ” โลกนี้ถูกอวิชชา คือความไม่รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตห่อหุ้มไว้ เหมือนเวลาที่เดินเข้าไปในห้องมืดๆ ไม่มีแสงสว่างจากภายนอก หรือมีเพียงแสงสลัวๆ ทำให้มองไม่เห็นวัตถุต่างๆ ที่อยู่ในห้อง ความมืดคืออวิชชาได้ห่อหุ้มจิตใจของมนุษย์ไว้ ปิดบังเห็น …

นิพพานคือเป้าหมายของชีวิต Read More »

เวหัปผลาพรหมโลก

เวหัปผลาพรหมโลก (พรหมภูมิที่พ้นจากการทำลายล้างทุกๆ อย่าง) การทำงานทางโลกทุกอย่างไม่ว่างานเล็กหรืองานใหญ่ จะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ต่างล้วนปรารถนาที่จะประสบผลสำเร็จกันทั้งนั้น เพราะความสำเร็จนำมาซึ่งความปลื้มปีติให้กับตัวเอง รวมทั้งคนรอบข้างด้วย ส่วนการทำงานทางใจ คือการฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง จนได้บรรลุธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งภายใน ก็จะเป็นที่ยินดีปรีดาทั้งของมนุษย์และเทวาทั้งหลายเช่นกัน  อีกทั้งยังเป็นที่พึ่งแก่สรรพสัตว์ได้อีกด้วย งานทางใจจึงเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และสำคัญกว่างานทางโลก เป็นงานหลักของการเกิดมาเป็นมนุษย์ โดยมีเป้าหมายคือ จะต้องทำตนให้หลุดพ้นจากอาสวกิเลสเข้าสู่นิพพาน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน มหาโควินทสูตร ว่า “ถ้าพวกท่านละกามทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ปุถุชนข้องได้แล้ว จงปรารภความเพียรมั่นคง เป็นผู้มีขันติเป็นกำลัง ทั้งมีใจตั้งมั่นเถิด ทางนั้นเป็นทางตรง ทางนั้นเป็นทางยอดเยี่ยม เป็นพระสัทธรรม ที่พวกสัตบุรุษรักษาแล้ว เป็นไปเพื่อการเข้าถึงพรหมโลก” การจะวัดว่าใครมีโอกาสจะได้ไปสู่พรหมโลกบ้าง ท่านให้สังเกตที่จิตใจ ซึ่งไม่ข้องเกี่ยวและไม่ยึดติดในเบญจกามคุณทั้งหลาย คือสามารถสอนตัวเองได้ในระดับหนึ่งว่า ความสุขที่ยิ่งใหญ่ไพศาลและยาวนานกว่าสุขของชาวโลกก็ดี ยิ่งกว่าสุขอันเป็นทิพย์ของชาวสวรรค์ก็ดี ยังมีอยู่อีก นั่นคือสุขอันเป็นพรหมสมบัติที่เกิดจากได้ฌานสมาบัติ  เพราะฉะนั้น เมื่อพุทธศาสนายังไม่ถือกำเนิดขึ้นในโลก ผู้รู้ทั้งหลายซึ่งมีภูมิรู้ภูมิธรรมในระดับหนึ่ง คือยังมีใจไปไม่ถึงกระแสพระนิพพาน ท่านมักจะสละชีวิตทางโลกด้วยการออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ เป็นดาบส นักพรต ฤาษี ชีไพร หมั่นฝึกฝนอบรมจิตอยู่ตามป่าเขา ลำเนาไพร บางท่านเข้าไปในป่าหิมพานต์ มีผลหมากรากไม้และเผือกมันเป็นอาหาร บำเพ็ญตบะธรรมจนแก่กล้า ได้ฌานสมาบัติในระดับต่างๆ เป็นผู้ทรงอภิญญาที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ครั้นละโลกแล้วก็ไปสู่พรหมโลกชั้นต่างๆ …

เวหัปผลาพรหมโลก Read More »

อสัญญีสัตตาพรหม

อสัญญีสัตตาพรหม (ความทุกข์ทั้งหลายเกิดจากจิต  จึงไม่อยากมีจิต) บุญที่เป็นสุดยอดของบุญคือการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ถึงแม้ว่าปกติของใจจะไม่อยู่นิ่ง มักจะท่องเที่ยวไปตลอดเวลา บางครั้งก็ล่องลอยไปจนตามไม่ทัน ผู้ที่ไม่ระวังรักษาใจ ปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านไปอย่างนั้น จะมีชีวิตที่อึดอัดคับแคบ ไม่มีความสุขในชีวิต แต่หากเรารู้เท่าทันธรรมชาติของใจ และรู้จักปรับใจด้วยการนำใจที่ซัดส่ายล่องลอยไปตามที่ต่างๆ ให้มาหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่๗ ซึ่งเป็นที่ตั้งถาวรของใจ เราย่อมพบความสุขที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิต ใจหยุดคือที่มาแห่งความสุขที่แท้จริง ยิ่งใจหยุดนิ่งมากเท่าไร ความสุขก็ยิ่งมากขึ้นไปตามลำดับ การอบรมใจให้หยุดนิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำกันทุกๆ วัน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จะนำเราก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิตคือได้บรรลุมรรคผลนิพพาน มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน มหาโควินทสูตร ว่า “ดูก่อนพราหมณ์ สัตว์ละความยึดถืออัตตาว่าเป็นของเราในสัตว์ทั้งหลายที่เกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้เดียวโดดเด่น น้อมไปในกรุณา เป็นผู้ปราศจากกลิ่นเหม็น เว้นจากเมถุน ตั้งอยู่ในธรรมนี้ และศึกษาอยู่ในธรรมนี้ จึงจะถึงพรหมโลกได้” เส้นทางไปสู่พรหมโลก เพื่อเสวยพรหมสมบัติอันลํ้าเลิศกว่าความสุขที่เป็นของมนุษย์ และสุขอันเป็นทิพย์ของชาวสวรรค์นั้น ผู้รู้ทั้งหลายได้แนะนำไว้ว่า จะต้องรู้จักปล่อยวางในคน สัตว์ สิ่งของ ไม่ไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งเหล่านั้น ให้หาโอกาสปลีกวิเวกเพื่อทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ให้บังเกิดขึ้นแก่ตัวเอง ด้วยการแสวงหาเสนาสนะอันสงัด ซึ่งเหมาะต่อการปฏิบัติธรรม เช่น ตามโคนไม้ บนภูเขา ในซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า …

อสัญญีสัตตาพรหม Read More »