ธรรมะเพื่อประชาชน

เส้นทางสู่ปรโลก

เส้นทางสู่ปรโลก บุญบารมีที่สั่งสมเอาไว้อย่างดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำมาซึ่งความสุข และความสำเร็จในชีวิต การที่เราได้โอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น จะต้องอาศัยบุญบารมีที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้วในชาติปางก่อน จึงจะได้อัตภาพที่สมบูรณ์ มีอวัยวะครบถ้วน ๓๒ ประการ เหมาะแก่การงานทั้งปวง เมื่อเราได้ร่างกายที่สมบูรณ์ดีแล้ว เราก็ควรที่จะเอามาสร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ควรนำไปใช้ผิดทางหรือประมาทเลินเล่อ ให้หมั่นให้ทานรักษาศีลและเจริญภาวนา ซึ่งเป็นทางมาแห่งบุญที่ทำให้เราถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และมรรคผลนิพพานในภพต่อๆ ไป แล้วชีวิตของเราที่เกิดมาในภพชาตินี้ก็จะมีคุณค่าและเป็นชีวิตที่มีแก่นสารอย่างแท้จริง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน รัชชุมาลาวิมาน ว่า “สุขญฺจ กตปุญฺญานํ     อิธ เจว ปรตฺถ จ เตสํ สหพฺยกามานํ      กาตพฺพํ กุสลํ พหุ ํ กตปุญฺญา หิ โมทนฺติ   สคฺเค โภคสมงฺคิโน สุขในโลกนี้และโลกหน้าจะมีแก่คนทำบุญไว้เท่านั้น ผู้มีความประสงค์อยู่ร่วมกับทวยเทพทั้งหลาย ควรกระทำกุศลกรรมให้มากไว้ เพราะผู้ที่มีบุญอันทำไว้ดีแล้ว ย่อมพรั่งพร้อมด้วยโภคสมบัติ และย่อมบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์” วิธีการทำบุญเพื่อเป็นเหตุให้ได้เดินทางไปสู่สุคติโลกสวรรค์ …

เส้นทางสู่ปรโลก Read More »

อสุรกายภูมิ

อสุรกายภูมิ สาระที่แท้จริงของชีวิตอยู่ที่การทำใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่ง เพื่อไปให้ถึงจุดหมายปลายทางคือที่สุดแห่งธรรม อุปสรรคเป็นเพียงเครื่องทดสอบกำลังใจของนักสร้างบารมีว่าจะยังคงมั่นและรักษาปณิธานเดิมเอาไว้ได้มากเพียงไร  หากเราใช้สติและปัญญา ปัญหาทั้งหลายที่มีอยู่ก็จะค่อยๆ หมดไป แม้ปัญหาใหม่จะเกิดขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ หากเราทำใจให้หยุดนิ่งได้ ดวงปัญญาก็จะเกิดขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้อย่างอัศจรรย์ การทำใจหยุดนิ่งจึงเป็นงานหลักที่จะทำให้เราได้เข้าถึงแก่นแท้ของชีวิต และไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็ว มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน อามกธัญญเปยยาลวรรควรรณนา ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่ตายจากมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกมีน้อย โดยที่แท้สัตว์ทั้งหลาย ที่ตายจากมนุษย์ไปแล้ว ย่อมไปเกิดในเปตวิสัย มีประมาณมากกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีน้อย โดยที่แท้สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว ย่อมกลับไปเกิดในเปตวิสัย ในนรก ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน มีประมาณมากกว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว จะไปเกิดเป็นเทวดามีน้อย โดยที่แท้สัตว์ที่จุติจากเปตวิสัยไปแล้ว ย่อมกลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ในเปตวิสัย มีประมาณมากกว่า เหมือนฝุ่นในแผ่นดินใหญ่ มีมากกว่าฝุ่นในเล็บมือ” นี่เป็นอุปมาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ เป็นการบอกให้พวกเรารู้ว่า การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏของสรรพสัตว์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะได้มนุษย์สมบัติและสวรรค์สมบัติ ซึ่งเป็นสุคติภพไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน ส่วนใหญ่แล้วมักจะระทมทุกข์อยู่ในทุคติภูมิ คือพลัดไปตกอยู่ในนรก เป็นเปรต อสุรกายและสัตว์เดรัจฉาน ทำให้หมดโอกาสที่จะได้สั่งสมบุญให้กับตัวเอง หนทางที่จะแผ้วถางทางไปสู่พระนิพพานก็ยืดยาวออกไปอีก …

อสุรกายภูมิ Read More »

เฮือกสุดท้ายของชีวิต (๑)

เฮือกสุดท้ายของชีวิต (๑) พระรัตนตรัยเป็นสรณะอันเกษม เราเกิดมาภพชาตินี้ ได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับพระรัตนตรัย และยังรู้วิธีปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัย นับว่าเป็นผู้มีโชคอย่างมหาศาล โชคดีนี้จะเป็นของเราและติดตัวเราไปตลอดทุกภพทุกชาติต่อเมื่อเราได้ปฏิบัติให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน พระธรรมกายนี้เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริง และเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกๆ คน ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ หากได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกวิธี ก็สามารถที่จะเข้าถึงพระธรรมกาย มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผ้าที่เศร้าหมองมีมลทินจับ ช่างย้อม นำเอาผ้าผืนนั้นใส่ลงในนํ้าย้อมใดๆ คือ สีเขียว สีเหลือง สีแดง หรือสีชมพู ผ้านั้นพึงเป็นของมีสีที่เขาย้อมไม่ดี มีสีมัวหมอง เพราะผ้าเป็นของไม่บริสุทธิ์ ฉันใด เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันหวังได้ ฉันนั้น ผ้าที่บริสุทธิ์สะอาด ช่างย้อมพึงนำเอาผ้าผืนนั้นใส่ลงในนํ้าย้อมใดๆ  คือสีเขียว สีเหลือง สีแดง หรือสีชมพู ผ้านั้นพึงเป็นของมีสี ที่เขาย้อมดี มีสีสด ข้อนั้นเพราะผ้าเป็นของบริสุทธิ์ ฉันใด เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้ ฉันนั้น” * จิตของมนุษย์นี่แปลกทีเดียว สามารถฝึกให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ได้ และพัฒนาให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ …

เฮือกสุดท้ายของชีวิต (๑) Read More »

ติรัจฉานภูมิ

ติรัจฉานภูมิ สรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เหมือนรถที่เราซื้อมาขับ ตอนแรกๆ เราก็ชื่นชม ทะนุถนอมทำความสะอาด เอาใจใส่อย่างดี แต่เมื่อนานวันเข้า ก็กลายเป็นรถเก่าที่ไม่น่าใช้อีกต่อไป  ชีวิตของเราก็เช่นเดียวกัน กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย จากที่เราเคยเห็นว่า ร่างกายที่แข็งแรงในวัยเด็กแลดูน่ารักน่าเอ็นดู เมื่อถึงวัยหนุ่มวัยสาวก็เห็นแต่ความสวยงาม อยากให้อยู่ในวัยนี้นานๆ ครั้นกาลเวลาผ่านไป ก็ย่างเข้าสู่วัยแก่ชราไปตามลำดับ จำต้องประคับประคองสังขารนี้ไว้ จะทอดทิ้งก็ไม่ได้ จะชอบใจหรือไม่ชอบใจ ก็ต้องอดทนบริหารขันธ์นี้จนกว่าจะสิ้นลม แต่ก่อนสังขารนี้จะแตกดับ ควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการสร้างความดีให้ได้มากที่สุด จะต้องให้เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะทำให้เราเข้าถึงพระรัตนตรัยภายในให้ได้ เพื่อชีวิตในภพชาติต่อไปที่สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป มีวาระพระบาลีที่ปรากฏอยู่ใน มหาวรรคสังยุตต์ ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาเกิดในพวกเทวดาหรือมนุษย์มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้วกลับไปเกิดในนรก ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน ในเปตติวิสัย มีมากกว่า ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะไม่เห็นอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกขนิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล เธอทั้งหลาย พึงกระทำความเพียรเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา …

ติรัจฉานภูมิ Read More »

เฮือกสุดท้ายของชีวิต (๒)

  เฮือกสุดท้ายของชีวิต (๒) สามเณรบิดา      ธรรมดาของชีวิตมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ชีวิตหลังความตายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่ได้สั่งสมบุญเอาไว้ แต่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้มีบุญที่ได้สั่งสมเอาไว้อย่างดีแล้ว เพราะการตายเป็นเพียงการเปลี่ยนภพภูมิใหม่เท่านั้นเอง ผู้เป็นบัณฑิตนักปราชญ์เห็นว่า การเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างที่คนส่วนใหญ่มักจะทุกข์อกทุกข์ใจกัน การปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน เป็นทางรอดและเป็นการเพิ่มเติมความมั่นใจ ในการเดินทางไปสู่สัมปรายภพอย่างปลอดภัย เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นอันเกษมที่จะนำเราไปสู่สุคติภูมิอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปัตถกัมมสูตร ว่า     “นรชนผู้มีอันจะต้องตายเป็นสภาพ ระลึกถึงความดีที่ตนได้ทำแล้วนี้ ย่อมตั้งอยู่ในอริยธรรมในปัจจุบันนี้เอง บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญนรชนนั้น นรชนนั้นละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์”      ก่อนที่เราจะหลับตาลาโลก กายมนุษย์ละเอียดจะถอดออกจากร่าง  เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของเรา เพราะเป็นเหมือนการเลือกเส้นทางชีวิตใหม่และสรุปชีวิตว่า เกิดมาในภพชาตินี้เป็นบุคคลผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงหรือไม่ ศึกชิงภพงบดุลชีวิต จะเปิดบัญชีบุญหรือบัญชีบาปก็อยู่ตรงนี้แหละ เมื่อครั้งที่แล้วหลวงพ่อได้เล่าลักษณะประเภทของคนที่ใกล้ตาย เมื่อละสังขารแล้วจะไปที่ไหน ลักษณะอารมณ์และนิมิตที่ปรากฏขึ้นก่อนตายเป็นอย่างไรบ้าง ตั้งแต่กรรมารมณ์ กรรมนิมิต และคตินิมิต อารมณ์ทั้ง ๓ อย่างนี้จะเกิดแก่สรรพสัตว์ทุกรูปทุกนาม ไม่มียกเว้นว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉาน อันนี้เป็นเรื่องของจิตซึ่งมีการเกิดดับเร็วมาก ยกเว้นบางคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองตาย จึงกลายเป็นสัมภเวสีที่ล่องลอยไปมาหาที่เกิด แต่อย่างไรก็ตามถ้านึกถึงบุญได้ บุญก็นำไปสุคติ หากบาปอกุศลตามมาทัน …

เฮือกสุดท้ายของชีวิต (๒) Read More »

มนุสสภูมิที่สร้างบารมี

มนุสสภูมิที่สร้างบารมี ในชีวิตของมนุษย์ทุกๆ คน ตราบใดที่ยังไม่สามารถทำอาสวกิเลสให้หลุดล่อนออกจากใจได้หมดสิ้น ตราบนั้นก็ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดกันรํ่าไป  การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ จำเป็นจะต้องมีเสบียงคือบุญคอยสนับสนุน จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต เสบียงคือบุญนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมวลมนุษย์ เพราะวันคืนผ่านไป ได้นำพาสังขารร่างกายไปสู่ความเสื่อมสลาย ร่างกายที่เคยแข็งแรง สดชื่นแจ่มใสก็อ่อนแรงไปตามกาลเวลา บัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายจึงดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาท และตระหนักว่าคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตคือการสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป จนกว่าบุญบารมีจะเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ กระทั่งสามารถทำอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไป เพื่อมุ่งสู่อายตนนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ  การได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นการยาก” ผู้ที่ตายไปแล้ว จะกลับได้อัตภาพของความเป็นมนุษย์อีกครั้ง ที่ท่านเรียกว่า ปฏิลาโภ คือได้เป็นมนุษย์อีก เป็นสิ่งที่ยากมาก เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสเอาไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ที่จุติจากโลกมนุษย์ไปแล้ว จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกนั้นมีประมาณน้อย โดยที่แท้สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้วนั้น พากันไปเกิดในนรก ในเปตวิสัย ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน มีประมาณมากกว่า หรือแม้จุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะได้ไปเกิดเป็นเทวดาก็มีประมาณน้อยเหลือเกิน โดยที่แท้จะไปเกิดในนรก ในเปตวิสัย ในกำเนิดสัตว์เดรัจฉานมากกว่า” * ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากว่า ในบรรดาหมู่สัตว์ที่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ ทั้ง ๓๑ ภูมินี้ ภพภูมิของมนุษย์เป็นสถานที่ที่เหมาะสมต่อการสร้างบารมีมากที่สุด จะทำทานก็ทำได้ง่ายที่สุด …

มนุสสภูมิที่สร้างบารมี Read More »

ยมโลก สถานที่พิจารณาบุญและบาป

ยมโลก สถานที่พิจารณาบุญและบาป พระธรรมคำสอนของพระบรมศาสดา แต่ละถ้อยคำที่เปล่งออกจากพระโอษฐ์ เป็นสิ่งที่มีค่าอเนกอนันต์ ทุกถ้อยคำที่พระองค์ได้ทรงแนะนำสั่งสอนชี้แนะหนทางแสงสว่างให้แก่เรานั้น มีค่ากว่ารัตนะทั้ง ๗ ที่พระเจ้าจักรพรรดิหยิบยื่นให้ เพราะสมบัติจักพรรดิจะทำให้เราสมบูรณ์พร้อมเฉพาะในโลกนี้ที่เป็นมนุษย์อยู่เท่านั้น แต่แสงแห่งธรรมอันเกิดจากรัตนะภายในที่ส่องสว่างในกลางใจ จะส่งผลให้เราสมบูรณ์พร้อมทั้งมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ เราจะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย ทั้งภัยในโลกนี้และภัยในสังสารวัฏ ชีวิตเราจะก้าวไปสู่ความเต็มเปี่ยม ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ก็เพราะมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก ดังนั้น การปฏิบัติธรรมด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้สะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส จึงเป็นทางมาแห่งรัตนะทั้งภายนอกและภายใน เป็นทางแห่งความหลุดพ้นที่แท้จริง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เทวทูตสูตร ว่า “โจทิตา เทวทูเตหิ     เย ปมชฺชนฺติ มาณวา เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ   หีนกายูปคา นรา ฯ นรชนเหล่าใดเมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่ ถูกเทวทูตตักเตือนแล้วยังประมาทอยู่ นรชนเหล่านั้นจะเข้าถึงหมู่สัตว์อันเลวทราม ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน” ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ และความตาย ที่เราเห็นกันอยู่เป็นประจำนี่แหละ พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่าเป็นเทวทูต ที่จะเตือนใจให้เราไม่ประมาทในชีวิตว่า ทันทีที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ สิ่งที่บ่งบอกถึงความทุกข์ที่เราสังเกตเห็นได้ ก็คือเสียงร้องไห้ของเด็กทารกแรกเกิด ความเกิดมาพร้อมกับความแก่ …

ยมโลก สถานที่พิจารณาบุญและบาป Read More »

นิรยภูมิสำหรับคนบาป

นิรยภูมิสำหรับคนบาป มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาต่างรักตัวกลัวตาย คือรักตัวเองมากที่สุด ส่วนความรักที่มีต่อคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นรักพ่อแม่ รักญาติพี่น้อง รักภรรยาสามี  เป็นเรื่องที่รองลงไป น้อยคนนักที่จะรักคนได้ทั้งโลกเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันดังเช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์เข้าถึงกายธรรมอรหัตพ้นจากความทุกข์ทั้งมวลแล้ว ทรงเมตตาแนะนำมนุษย์และเทวาตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ในสังสารวัฏ เข้าสู่อายตนนิพพานซึ่งเป็นความสุขอันเป็นนิรันดร์ ใจของพระองค์รักมวลมนุษยชาติเสมอเหมือนพระญาติร่วมสายโลหิต นั่นเป็นเพราะพระองค์ทรงมีพระเมตตา มีใจที่เป็นกลางๆ ไม่มีอคติ ไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง ดังนั้น เมื่อเรารักตนและผู้อื่น จะต้องทำตนให้เข้าถึงธรรมกาย สันติสุขจะได้ขยายไปทั่วโลก มีวาระพระบาลีที่ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน เทวทูตสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะโยนสัตว์นรกเข้าไปในมหานรก ก็มหานรกนั้นมีสี่มุม สี่ประตู แบ่งไว้โดยส่วนเท่ากัน มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ ครอบไว้ด้วยแผ่นเหล็ก พื้นของนรกใหญ่นั้นสำเร็จด้วยเหล็กล้วนๆ ลุกโพลง แผ่ไปตลอดร้อยโยชน์รอบด้าน ประดิษฐานอยู่ทุกเมื่อ” นรกคือดินแดนที่เสวยวิบากกรรมของผู้ที่ได้ทำบาปอกุศลเอาไว้ เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ซึ่งเกิดขึ้นมาด้วยอำนาจของบาปที่มีภพภูมิไว้รองรับผู้ทำบาปกรรมเอาไว้ในสมัยที่เป็นมนุษย์ การที่หลวงพ่อได้ยกข้อความในเทวทูตสูตรมากล่าว ก็เพื่อจะได้นำเรื่องราวเส้นทางการเดินทางไปสู่ปรโลก ที่ต้องไปเสวยทุกข์ในอบายภูมิมาเล่าให้ทุกท่านได้ศึกษากัน จะมีรายละเอียดในแง่มุมต่างๆ ที่หลวงพ่ออยากจะให้ทุกท่านได้ทราบว่า นรกมีจริงไหม อยู่ที่ไหน และเป็นที่เสวยวิบากกรรมของใครบ้าง ถ้าหากนรกมีอยู่จริง ทำไมมนุษย์ส่วนใหญ่จึงไม่เห็นนรก และดูเหมือนจะไม่กลัวตกนรกกันเลย นี่ก็เป็นความกังขาที่เรามักได้ยินคำถามนี้กันบ่อยๆ การที่มนุษย์เรามองไม่เห็นอบายภูมิได้ด้วยตาเนื้อนั้น ก็ไม่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่มีอยู่จริงๆ ของที่เรามองไม่เห็น จะบอกว่าไม่มีก็คงไม่ถูก …

นิรยภูมิสำหรับคนบาป Read More »

ทุกข์ในนรก

ทุกข์ในนรก การเกิดมาเป็นมนุษย์ หากไม่ได้พบพระพุทธศาสนา ไม่เป็นสัมมาทิฏฐิ ชีวิตก็เหมือนกับการเกิดมาเปล่า เพราะไม่รู้เส้นทางชีวิตที่ถูกต้อง ว่าอะไรเป็นสาระเป็นแก่นสาร หรือเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต การที่พวกเราทั้งหลายเกิดมาพบกับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับว่าเป็นโชคอันมหาศาล ยิ่งกว่าการได้สมบัติจักรพรรดิเสียอีก เพราะสมบัติภายนอกเป็นเพียงของนอกกายที่เราอาศัยกันอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว จะเอาติดตัวไปด้วยก็ไม่ได้ พระธรรมคำสอนอันบริสุทธิ์ที่เราได้รับฟัง แล้วนำไปประพฤติปฏิบัติ จะเป็นแสงส่องนำทางชีวิต ให้เราดำเนินไปในทางที่ถูกต้องและปลอดภัย ความไม่ประมาทเป็นธรรมที่สำคัญ คุณธรรมทั้งหลายต่างรวมลงในความไม่ประมาท เหมือนรอยเท้าสัตว์ทุกชนิดประมวลรวมลงในรอยเท้าช้าง ดังนั้น การมีชีวิตอยู่ในหนทางแห่งการประพฤติปฏิบัติธรรม ไม่ประมาทในการสั่งสมบุญ เว้นขาดจากบาปอกุศล จึงเป็นวิถีชีวิตของบัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พาลบัณฑิตสูตร ว่า “ส โข โส ภิกฺขเว พาโล กาเยน ทุจฺจริตํ จริตฺวา วาจาย ทุจฺจริตํ จริตฺวา มนสา ทุจฺจริตํ จริตฺวา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั่นแล ประพฤติทุจริตทางกาย ทางวาจา ทางใจแล้ว …

ทุกข์ในนรก Read More »

ที่ตั้งของมหานรก

ที่ตั้งของมหานรก (พระมาลกะติสสะ อดีตนายพราน) เราเกิดมามีเวลาสร้างบารมีบนโลกใบนี้เพียงชั่วคราว ส่วนใหญ่ไม่ถึง ๑๐๐ ปี ก็จะต้องจากโลกนี้ไปแล้ว แม้ทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ก็ไม่สามารถจะเอาติดตัวไปได้ สิ่งที่จะติดตัวเราไป มีแต่บุญกับบาปเท่านั้นเอง  ถ้าหากเราสั่งสมบุญ ชีวิตเราก็จะมีคุณค่า เพราะเกิดมาแล้วมีชีวิตที่ไม่ว่างเปล่าจากความดี ได้ทำชีวิตให้เกิดประโยชนทั้งต่อตนเองและผู้อื่น บุญบารมีที่เราสั่งสมเอาไว้นั้น จะเป็นทิพยสมบัติรอคอยให้เราได้ไปเสวยสุขในสัมปรายภพ แต่บาปอกุศลแม้เพียงน้อยนิดที่ทำไว้ ก็จะติดตามเราไป ทำให้ชีวิตของเราประสบความยากลำบากในภพเบื้องหน้า เพราะฉะนั้นเกิดมาทั้งที โดยเฉพาะเกิดมาในยุคที่มีพระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรือง ก็ขอให้ขวนขวายสร้างบุญบารมีให้เต็มที่กันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เทวทูตสูตร ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มหานรกนั้นมีเปลวไฟพุ่งจากฝาด้านหน้าจรดฝาด้านหลัง พุ่งจากฝาด้านหลังจรดฝาด้านหน้า พุ่งจากฝาด้านเหนือจรดฝาด้านใต้ พุ่งจากฝาด้านใต้จรดฝาด้านเหนือ พุ่งขึ้นจากข้างล่างจรดข้างบน พุ่งจากข้างบนจรดข้างล่าง สัตว์นั้นจะเสวยทุกขเวทนาที่แรงกล้า เจ็บแสบอยู่ในมหานรกนั้น และยังไม่ตายตราบเท่าที่บาปกรรมยังไม่สิ้นสุด” เรายังคงอยู่ในเรื่องภพภูมิอันน่าสะพรึงกลัวคือในอบายกันอยู่  คำว่า มหานรก ท่านหมายเอาอเวจีมหานรก ซึ่งเป็นนรกขุมใหญ่ที่สุด และอยู่ลึกที่สุด การถูกลงโทษก็ทรมานมากที่สุดชนิดไม่มีเวลาพักกันเลย ความร้อนแรงของอเวจีมหานรกนั้นแผ่ไปตลอด ๑๐๐ โยชน์ ในมหานรกนี้ มีแต่ไฟลุกท่วมอยู่ตลอดเวลา ถ้าเอาก้อนหินก้อนใหญ่ๆ เท่าบ้านหลังโตๆ โยนเข้าไปในไฟนรก เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น หินก้อนนั้นก็จะแหลกละเอียดเป็นจุณทันที แต่ที่สัตว์นรกทนอยู่ได้ ก็เพราะแรงกรรมที่ทำเอาไว้ …

ที่ตั้งของมหานรก Read More »

มหานรก ๘ ขุม

มหานรก ๘ ขุม ธรรมดาของชีวิตมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ชีวิตหลังความตายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไม่ได้สั่งสมบุญไว้ แต่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้มีบุญที่ได้สั่งสมไว้อย่างดีแล้ว เพราะการตายเป็นเพียงการเปลี่ยนภพเปลี่ยนภูมิใหม่เท่านั้นเอง ผู้เป็นบัณฑิตเห็นว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างที่คนส่วนใหญ่มักจะทุกข์อกทุกข์ใจ เมื่อมีญาติอันเป็นที่รักจากไป การปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน เป็นการเพิ่มเติมความมั่นใจ ในการเดินทางไปสู่สัมปรายภพ เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นและปลอดภัยที่จะนำไปสู่สุคติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทิฏฐิสูตร ว่า “จตูหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย กตเมหิ จตูหิ กายทุจฺจริเตน วจีทุจฺจริเตน มโนทุจฺจริเตน มิจฺฉาทิฏฺฐิยา อิเมหิ โข ภิกฺขเว จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้  เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการ คือ บุคคลผู้มีกายทุจริต วจีทุจริต …

มหานรก ๘ ขุม Read More »

ทุกข์ในอเวจีมหานรก (พระเทวทัต)

ทุกข์ในอเวจีมหานรก (พระเทวทัต) เวลาในโลกนี้แสนสั้น แต่เวลาหลังจากที่ละโลกนี้ไปแล้วยาวนานมาก  นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายท่านมองเห็นภัยในสังสารวัฏ เห็นทุกข์เห็นโทษในอบายภูมิ และมองเห็นสุขในสุคติภูมิ จึงละชั่วทั้งทางกาย วาจา และใจ หมั่นสั่งสมบุญกุศลอย่างเต็มที่ ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสมํ่าเสมอ เพื่อให้ชีวิตที่อยู่ในโลกนี้มีคุณค่า และให้ชีวิตในสัมปรายภพมีความปลอดภัย มีความสุขสดใสยิ่งๆ ขึ้นไป เราทั้งหลายก็ควรดำเนินตามปฏิปทาของบัณฑิตผู้รู้เหล่านั้น ชีวิตเราจะได้ไม่ผิดพลาด เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด ดังนั้นต้องรีบสั่งสมบุญกันให้เต็มที่ ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและชาวโลก ให้สมกับที่เป็นยอดนักสร้างบารมี ที่เกิดมาทำประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้แก่มวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “สุกรํ สาธุนา สาธุ    สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ ปาปํ ปาเปน สุกรํ    ปาปมริเยหิ ทุกฺกรํ ความดี คนดีทำได้ง่าย แต่คนชั่วทำได้ยาก  ความชั่ว คนชั่วทำได้ง่าย แต่คนดีทำได้ยาก” ในโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม มีทั้งคนดีและคนไม่ดีอาศัยอยู่ บางครั้งตัวเราเองก็เป็นคนดี คิดดี พูดดี แต่บางทีก็ไม่ค่อยจะดี ขุ่นมัว ขัดเคือง โกรธคนนั้นโกรธคนนี้ ยังมีทั้งดีและไม่ดีสลับกัน ถ้าช่วงไหนกุศลธรรมเข้ามาในจิตใจ …

ทุกข์ในอเวจีมหานรก (พระเทวทัต) Read More »

ภพของเปรตผู้มีฤทธิ์ (ภรรยาเวมานิกเปรต)

ภพของเปรตผู้มีฤทธิ์ (ภรรยาเวมานิกเปรต) สรรพสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต  ต่างอยู่บนพื้นฐานของกฎไตรลักษณ์ คือมีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง แปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมตลอดเวลา และสูญสลายไปในที่สุด เพราะฉะนั้น เราควรแสวงหาสิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอน ที่จะนำแต่ความสุขและความสำเร็จมาให้ เป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา  ด้วยการปฏิบัติธรรมในหนทางสายกลางหรือเอกายนมรรค ทางเอกสายเดียวที่มุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพาน มีสุภาษิตที่เวมานิกเปรตได้กล่าวไว้ใน สุตตเปตวัตถุ ว่า “ท่านพึงบอกชนเหล่าอื่นที่มาสู่ที่นี่ว่า ท่านทั้งหลายจงทำบุญเถิด ท่านทั้งหลายจะได้รับความสุข ดิฉันได้เห็นเปรตทั้งหลายผู้ไม่ได้ทำความดี กำลังเดือดร้อนอยู่ฉันใด มนุษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้น หมู่สัตว์คือเทวดาและมนุษย์กระทำกรรมอันมีสุขเป็นวิบากแล้ว ย่อมเป็นผู้ดำรงอยู่ในความสุข” เรื่องของบุญกุศล เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเอาไว้มากๆ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตของเราในทุกภพทุกชาตินั้น ไม่มีอะไรจะสำคัญยิ่งไปกว่าบุญกุศล ถ้าบุญในตัวของเรามีมาก ความสุขและความสำเร็จก็มีมาก  หากมีบุญน้อย ความสุขและความสำเร็จก็ลดหลั่นกันลงมาตามลำดับ มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการของชีวิตในจุดสุดท้าย ซึ่งเป็นรอยต่อของชีวิตจากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า นอกจากนี้บางคนยังเข้าใจว่าชีวิตไปสิ้นสุดอยู่ที่เชิงตะกอน แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น เราจะต้องมาศึกษาคำสั่งสอนของผู้รู้ผู้บริสุทธิ์ คือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ให้ความรู้ที่สำคัญสำหรับรอยต่อของชีวิตว่า ตอนช่วงจิตดวงสุดท้ายที่จะดับวูบไป ถ้าจิตผ่องใสไม่เศร้าหมอง ก็จะไปสู่สุคติโลกสวรรค์ แต่ถ้าจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส หนทางเดียวที่จะไปคืออบายภูมิ  ต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน คือไปสู่ในภพภูมิที่เสื่อมลงไป ที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน ตรงข้ามกับสุคติภพที่มีแต่ความสุขสดชื่นเบิกบาน …

ภพของเปรตผู้มีฤทธิ์ (ภรรยาเวมานิกเปรต) Read More »

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๑๐)

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๑๐) ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับการสั่งสมบุญน้อยกว่าการสั่งสมทรัพย์ เพราะเราอยู่ในยุคสมัยของโลกาภิวัตน์ที่มนุษย์วิ่งตามกระแสวัตถุนิยม แต่ดูเหมือนว่าแม้จะมีสมบัตินอกตัวมากมาย แต่ความทุกข์ทั้งหลายก็ยังคงอยู่ ผู้รู้ทั้งหลายท่านสอนว่า ความสุขไม่ได้อยู่ที่มีสมบัติภายนอกแต่อยู่ที่ใจ โดยเฉพาะใจที่สะอาดบริสุทธิ์หยุดนิ่ง เมื่อใดที่เราน้อมนำใจกลับมาไว้ที่ตั้งดั้งเดิมของใจ คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หยุดนิ่ง ณ ที่ตรงนั้นได้อย่างสนิทสมบูรณ์ เมื่อนั้นเราจะเข้าถึงแหล่งกำเนิดแห่งความสุข และความบริสุทธิ์ ได้พบที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ พระรัตนตรัยนั่นเอง มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน มัจฉริสูตร ว่า ” เต มเตสุ น มิยฺยนฺติ         อทฺธานํว สหาวชํ อปฺปสฺมึ เย ปเวจฺฉนฺติ         เอส ธมฺโม สนนฺตโน อปฺปเสฺมเก ปเวจฺฉนฺติ         พหุเนเก น ทิจฺฉเร อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา     …

เนมิราชชาดก บำเพ็ญอธิษฐานบารมี (๑๐) Read More »

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๑)

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๑) ช่วงชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก การยอมเสียเวลาเพื่อลงทุนทำอะไรสักอย่างหนึ่ง จะต้องใคร่ครวญให้ดี เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาและเงินตราที่เสียไป เพราะนั่นหมายถึงชีวิตและโอกาสดีๆ ที่ต้องสูญเสียไป แต่การลงมือทำความดีนั้น ไม่มีการสูญเสีย มีแต่ได้กับได้อย่างเดียว การที่เราให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ล้วนได้ประโยชน์ใหญ่ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดและยังสามารถสั่งสมบุญได้อีก การทำบุญไม่ต้องเสี่ยงต่อการขาดทุน เพราะนอกจากจะได้กำไรชีวิตแล้ว ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลกำไร เพื่อไปใช้ในภพชาติต่อไปได้อีก ผู้มีบุญมีปัญญาต้องรีบสั่งสมบุญ โดยเฉพาะบุญที่เกิดจากการเจริญสมาธิภาวนา ฝึกใจหยุดใจนิ่ง จะทำให้เราเข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต มีพระรัตนตรัยภายในเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอย่างแท้จริง ฉะนั้นการลงทุนถูกที่สุด คุ้มค่าที่สุดและได้ผลมากที่สุด คือ การทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นั่นเอง มีพระพุทธศาสนสุภาษิตใน โสณกชาดก ว่า ” กาเม คิทฺธา กามรตา     กาเมสุ อธิมุจฺฉิตา นรา ปาปานิ กตฺวาน        อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ เย จ กาเม ปหนฺตฺวาน    …

วิธุรบัณฑิต บำเพ็ญสัจจบารมี (๑) Read More »