ธรรมะเพื่อประชาชน

จงฉลาดในการใช้ทรัพย์ (พระบรมศาสดาให้โอวาทอนาถบิณฑิกเศรษฐีเรืองการใช้ทรัพย์)

จงฉลาดในการใช้ทรัพย์ (พระบรมศาสดาให้โอวาทอนาถบิณฑิกเศรษฐีเรืองการใช้ทรัพย์ฆ) เวลาในโลกมนุษย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเมื่อผ่านไปก็ไม่ผ่านไปเปล่า ยังได้นำความแก่ชรา ความเสื่อมของสังขารมาให้ สำหรับชีวิตของนักสร้างบารมีนั้น ต้องไม่ปล่อยให้สังขารเสื่อมไปเปล่า แต่ต้องสร้างบุญไปพร้อมๆ กับเวลาที่ล่วงเลยไป ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นบุญบารมีก็ยิ่งต้องเพิ่มพูนขึ้นด้วย การใช้ชีวิตให้ผ่านไปด้วยการสร้างบุญเช่นนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต เกิดมาอย่างมีคุณค่า ได้ใช้ชีวิตคุ้มค่าสมกับที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์มาพบพระพุทธศาสนา มีวาระแห่งสุภาษิตใน สัปปุริสสูตร ความว่า “สัตบุรุษผู้ครอบครองทรัพย์ ย่อมเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เทวดาย่อมรักษาเขาผู้อันธรรมคุ้มครองแล้ว เป็นพหูสูต สมบูรณ์ด้วยศีล และความประพฤติ เกียรติย่อมไม่ละผู้ตั้งอยู่ในธรรม ใครจะสามารถติเตียนผู้ตั้งอยู่ในธรรม สมบูรณ์ด้วยศีล มีวาจาสัจ มีหิริในใจ เปรียบเหมือนแท่งทองชมพูนุท แม้เทวดาก็ชื่นชม แม้พรหมก็สรรเสริญ” สัตบุรุษทั้งหลายในโลกนี้ เป็นผู้ที่มีดวงปัญญาแจ่มใส สามารถแยกแยะได้อย่างแจ่มแจ้งว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์มาก สิ่งใดเป็นประโยชน์น้อย หรือสิ่งใดไม่เป็นประโยชน์ จะรู้แจ้งทั้งในโลกนี้และหนทางที่จะไปสู่ปรโลก ผู้เป็นสัตบุรุษ แม้เมื่อมีทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว ก็จะมองทรัพย์เหล่านั้นเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ที่จะสนับสนุนให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสะดวกสบาย และเป็นสิ่งที่ไว้ใช้สร้างบารมีทำประโยชน์ใหญ่ให้เกิดขึ้นแก่มวลมนุษยชาติ บัณฑิตนักปราชญ์เมื่อมีทรัพย์จึงไม่หวงแหนหรือตระหนี่แม้แต่น้อย พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายได้ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ เพราะทุกภพทุกชาติที่เกิดมานั้น ท่านไม่เคยมีความตระหนี่เกิดขึ้นในใจแม้แต่น้อย มีแต่ให้กับให้ ตัวท่านนั้นมุ่งพระโพธิญาณอย่างเดียว ใช้ทรัพย์เป็นเครื่องมือในการสร้างบารมีเท่านั้น ในความคิดของนักสร้างบารมี ทรัพย์ที่มีอยู่ก็เพื่อสร้างบารมีเพียงอย่างเดียว พวกเรามักได้เห็นตัวอย่างของนักสร้างบารมีทั้งหลายในกาลก่อน ทุกๆ ครั้งที่เหล่านักสร้างบารมีเหล่านั้นบริจาคทรัพย์ …

จงฉลาดในการใช้ทรัพย์ (พระบรมศาสดาให้โอวาทอนาถบิณฑิกเศรษฐีเรืองการใช้ทรัพย์) Read More »

ดำรงตนบนหนทางสู่สวรรค์ (เส้นทางสวรรค์นางนกกระยางอดีตนางสุชาดาภรรยามฆมาณพ)

ดำรงตนบนหนทางสู่สวรรค์ (เส้นทางสวรรค์นางนกกระยางอดีตนางสุชาดาภรรยามฆมาณพ) เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง เพื่อแสวงหาพระรัตนตรัยหรือต้องการเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นกายที่คงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุข ที่เป็นสุขล้วนๆ และเป็นตัวตนที่แท้จริง ธรรมกายนี้เป็นธรรมขันธ์ มีความสะอาดบริสุทธิ์ล้วนๆ ส่วนขันธ์ ๕ หรือร่างกายของเรา เป็นสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นทุกข์ ไม่อาจจะทนอยู่ในสภาพเดิมได้ เพราะไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ต้องคอยดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การแสวงหาพระธรรมกายจึงเป็นการแสวงหาของจริง ซึ่งเป็นเป้าหมายอันสูงสุดของมวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า “น ตํ มาตา ปิตา กยิรา อญฺเญ วาปิ จ ญาตกา สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ เสยฺยโส นํ ตโต กเร มารดาบิดา หรือว่าญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้ แต่จิตอันตั้งไว้ชอบแล้ว พึงทำเขาให้ประเสริฐกว่าเหตุนั้น” การสั่งสมบุญเป็นเหตุนำสุขมาให้ เป็นเรื่องเฉพาะตน ใครทำคนนั้นก็ได้ จะทำแทนกันไม่ได้ เหมือนกินข้าว ใครกินคนนั้นก็อิ่ม …

ดำรงตนบนหนทางสู่สวรรค์ (เส้นทางสวรรค์นางนกกระยางอดีตนางสุชาดาภรรยามฆมาณพ) Read More »

ผู้จรรโลงพระพุทธศาสนา

ผู้จรรโลงพระพุทธศาสนา (พระเจ้าอโศกมหาราชค้นพบพระบรมธาตุสำหรับประดิษฐานในพระวิหาร ๘๔,๐๐๐ แห่ง) ในห้วงวัฏสงสารอันยาวไกล ทุกชีวิตต่างแสวงหาที่พึ่ง บ้างแสวงหาปัจจัยสี่เพื่อนำมาใช้ในการดำรงชีวิต บ้างแสวงหาอำนาจ ชื่อเสียง เกียรติยศ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าสิ่งที่ควรแสวงหานั้น คือพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งอันเกษมของทุกชีวิต เป็นสภาวธรรมอันละเอียดที่มนุษย์ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยการทำใจหยุด ทำใจนิ่ง ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ถ้าทำอย่างถูกต้อง เบาสบายและต่อเนื่อง ในที่สุดเราย่อมจะค้นพบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของชีวิต โดยไม่ต้องไปแสวงหาสิ่งใดอีก เพราะไม่มีการแสวงหาใดๆ ในโลกที่จะสำคัญยิ่งไปกว่าการแสวงหาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ใน ธนสูตร ความว่า “ยสฺส สทฺธา ตถาคเต อจลา สุปติฏฺฐิตา สีลญฺจ ยสฺส กลฺยาณํ อริยกนฺตํ ปสํสิตํ สงฺเฆ ปสาโท ยสฺสตฺถิ อุชุภูตญฺจ ทสฺสนํ อทลิทฺโทติ ตํ อาหุ อโมฆํ ตสฺส ชีวิตํ ผู้ใดมีความเชื่อในพระตถาคต ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว มีศีลอันงาม อันพระอริยะชอบใจ สรรเสริญ มีความเลื่อมใสในพระสงฆ์ และมีความเห็นตรง …

ผู้จรรโลงพระพุทธศาสนา Read More »

อานุภาพเนรุบรรพต (หงส์โพธิสัตว์ละทิ้งเนรุบรรพต เพราะแม้จะมีค่ามากสักปานใด ก็ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสม)

อานุภาพเนรุบรรพต (หงส์โพธิสัตว์ละทิ้งเนรุบรรพต เพราะแม้จะมีค่ามากสักปานใด ก็ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสม) เวลาในโลกมนุษย์เพียงวันละ ๒๔ ชั่วโมงนั้น เป็นเวลาที่น้อยมาก ยิ่งวันเวลาผ่านพ้นไป สังขารร่างกายของเราก็ยิ่งเสื่อมไปตามลำดับ เหมือนพระอาทิตย์ที่เดินทางมาจนเริ่มบ่ายคล้อยทุกขณะ และเหลือเวลาอีกไม่นาน ก็ต้องอัสดง นี่คือความเป็นจริงของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมราชา หรือยาจกเข็ญใจ ต่างต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ทุกคน ขอให้ทุกคนตระหนักว่า ในขณะที่สังขารร่างกายกำลังเดินทางไปสู่ความเสื่อมสลายทุกลมหายใจควรต้องเป็นไปเพื่อการสร้างบารมีเท่านั้น เราต้องบำเพ็ญทั้งทาน ศีล และภาวนาไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว โดยเฉพาะการทำใจให้หยุดนิ่งนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักของการเกิดมาของมนุษย์ทุกๆ คน มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มงคลสูตร ความว่า “ปฏิรูปเทสวาโส เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ การอยู่ในประเทศที่เหมาะสม เป็นมงคลอันสูงสุด” ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสมเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สภาพแวดล้อมที่ดีนั้น ย่อมมีผลต่อทุกคน โดยเฉพาะสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวจะมีผลต่อการดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่ และอุปนิสัยใจคออย่างมาก แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงนำเรื่องราวในอดีตมาตรัสเล่าว่า แม้รุกขชาติที่ปราศจากความรู้สึก ไม่มีวิญญาณ มีเพียงการเจริญเติบโตตามสภาพของมันเท่านั้น แต่หากอาศัยอยู่ใกล้สิ่งใด ก็มักจะเป็นเหมือนสิ่งนั้นด้วย ต้นมะม่วงที่เคยหอมหวานอร่อย อยู่ใกล้ต้นสะเดา ถูกกิ่งและรากเกี่ยวพัน ยังทำให้กลายเป็นมะม่วงที่มีรสขมเหมือนสะเดาได้ จะกล่าวไปไยกับหมู่มนุษย์ที่ยังไม่หมดอาสวกิเลส ถูกอวิชชาปิดบัง จะไม่ถูกสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยได้ ในยุคปัจจุบัน ถิ่นที่เหมาะสมในการสร้างบารมี และสร้างคนให้เป็นคนดีนั้น นับวันยิ่งลดน้อยลงไปทุกขณะ ส่วนใหญ่มักพบกับสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างบารมี …

อานุภาพเนรุบรรพต (หงส์โพธิสัตว์ละทิ้งเนรุบรรพต เพราะแม้จะมีค่ามากสักปานใด ก็ไม่ใช่ถิ่นที่อยู่อันเหมาะสม) Read More »

เสียงสาธุการของเทวดา (เทพนารีสาธุการการท่องมนต์ในถ้ำของภิกษุหนุ่มวัดโกฏิบรรพต)

เสียงสาธุการของเทวดา (เทพนารีสาธุการการท่องมนต์ในถ้ำของภิกษุหนุ่มวัดโกฏิบรรพต) ชีวิตในโลกนี้แสนสั้น แต่ชีวิตหลังความตายนั้นยาวนานมาก เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงไม่ถึง ๑๐๐ ปีก็ต้องจากโลกไป แต่การเสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ หรือเสวยวิบากกรรมในอบายภูมิ เป็นช่วงเวลาที่แสนจะยาวนาน นานเป็นกัปๆ ชีวิตหลังความตายเป็นสิ่งที่น่ากลัว สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจและไม่ได้สั่งสมบุญไว้ แต่เป็นเรื่องปกติธรรมดาของผู้มีบุญที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้ว เพราะการตายเป็นเพียงการเปลี่ยนภพภูมิหรือเปลี่ยนที่อยู่ใหม่เท่านั้นเอง อย่างไรก็ดีการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน จะเป็นหลักประกันชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันอุดมและปลอดภัยที่สุด ที่จะนำชีวิตไปสู่สุคติภูมิอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อสชฺฌายมลา มนฺตา อนุฏฺฐานมลา ฆรา มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ ปมาโท รกฺขโต มลํ มนต์ทั้งหลาย มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน เรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน ความเกียจคร้านเป็นมลทินของผิวพรรณ ความประมาทเป็นมลทินของผู้รักษา” มนต์หรือวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาในโลกนี้ หากไม่นำมาทบทวนหรือใช้บ่อยๆ ไม่นานก็ลืม ท่านจึงบอกว่าการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน เหมือนของกินหากไม่กินมันก็เน่า ของเก่าหากไม่นำมาเล่าบ่อยๆ เดี๋ยวก็ลืม บ้านเรือนของเราก็เช่นกัน ต้องหมั่นดูแลรักษาปัดกวาด เช็ด ถู ให้แลดูสะอาดตา มิเช่นนั้นฝุ่นลอองก็จะจับ สรีระยนต์ของเราก็เช่นกัน ต้องหมั่นอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ไม่ให้มีกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา …

เสียงสาธุการของเทวดา (เทพนารีสาธุการการท่องมนต์ในถ้ำของภิกษุหนุ่มวัดโกฏิบรรพต) Read More »

หนวดเต่า เขากระต่าย (มหาธนเศรษฐีถูกหญิงงามเมืองปฎิเสธ เกิดความสลดใจ ได้สติ เบื่อหน่ายในเพศฆราวาส)

หนวดเต่า เขากระต่าย (มหาธนเศรษฐีถูกหญิงงามเมืองปฎิเสธ เกิดความสลดใจ ได้สติ เบื่อหน่ายในเพศฆราวาส) มีคำกล่าวที่ว่า ชีวิต คือการต่อสู้ แต่การต่อสู้ที่เข้าใจนั้น ยังเป็นความเข้าใจในระดับพื้นฐาน เช่นต่อสู้กันในเชิงธุรกิจ ในเรื่องการทำมาหากิน ต้องแก่งแย่งกัน ชิงดีกัน มีทั้งคู่แข่ง และคู่แค้น ต้องกระทบกระทั่งเบียดเบียนกัน บางครั้งต้องลงมือประทุษร้ายกัน เพราะขาดความอดกลั้น ความยับยั้งชั่งใจ ยามใดที่เราต้องเผชิญกับผู้ไม่ประสงค์ดี เผชิญกับการดูถูกดูหมิ่น ขอให้เราใช้สติปัญญาพิจารณา อย่าหุนหันพลันแล่น อย่าเสียเวลาและความดี ไปราวีกับคนพาล ต้องรู้จักอดทน อดกลั้น ยับยั้งใจตนเองไว้ให้ดี เพราะเราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปต่อสู้หรือเอาชนะใคร เพราะชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เหนืออื่นใด คือการชนะใจตนเอง เมื่อเราชนะใจของเราแล้ว ชีวิตก็จะมีความสุข ความสมหวัง ดังนั้นการต่อสู้ที่แท้จริง คือต่อสู้กับกิเลสในใจของเรา ด้วยการฝึกฝนอบรมใจให้หยุดนิ่ง เราจะได้ช่วยกันสร้างโลกนี้ให้เป็นสวรรค์บนดิน ด้วยการให้อภัยทาน และเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปันความสุข ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีวาระพระบาลีที่ พระเชนตเถระ ได้ภาษิตไว้ว่า “ทุปฺปพฺพชฺชํ เว ทุรธิวาสา เคหา ธมฺโม คมฺภีโร ทุรธิคมา …

หนวดเต่า เขากระต่าย (มหาธนเศรษฐีถูกหญิงงามเมืองปฎิเสธ เกิดความสลดใจ ได้สติ เบื่อหน่ายในเพศฆราวาส) Read More »

การหว่านไถอย่างอริยะ (พระบรมศาสดาตรัสสอนกสิภารทวาชพราหมณ์ พระองค์เป็นผู้ไถผู้หว่านชั้นเลิศในโลกอย่างไร)

การหว่านไถอย่างอริยะ (พระบรมศาสดาตรัสสอนกสิภารทวาชพราหมณ์ พระองค์เป็นผู้ไถผู้หว่านชั้นเลิศในโลกอย่างไร) ทุกครั้งที่เราได้นั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนา นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ธาตุธรรม เห็น จำ คิด รู้ ในตัวเรา จะถูกกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์เป็นทางมาแห่งความสุข ซึ่งความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งนี้ เป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติต่างปรารถนา เพราะเป็นสุขที่เสรี กว้างขวาง ไร้ขอบเขต เป็นสันติสุขภายในที่นำมาซึ่งสันติภาพภายนอก อีกทั้งเป็นเหตุให้ขจัดกิเลสอาสวะ และให้เข้าถึงพระธรรมกายที่อยู่ภายในตัวอีกด้วย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน เทวหิตสูตร ความว่า “ปุพฺเพนิวาสํ โย เวทิ สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ อโถ ชาติกฺขยํ ปตฺโต อภิญฺญา โวสิโต มุนิ เอตฺถ ทชฺชา เทยฺยธมฺมํ เอตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ เอวํ หิ ยชมานสฺส เอวํ อิชฺฌติ ทกฺขิณาติ ผู้ใดรู้ขันธ์ที่เคยอาศัยในกาลก่อน แลเห็นสวรรค์ และอบาย บรรลุพระอรหัตอันเป็นที่สิ้นชาติ อยู่จบพรหมจรรย์แล้วเพราะรู้ยิ่ง เป็นมุนี บุคคลพึงให้ไทยธรรมในผู้นี้ …

การหว่านไถอย่างอริยะ (พระบรมศาสดาตรัสสอนกสิภารทวาชพราหมณ์ พระองค์เป็นผู้ไถผู้หว่านชั้นเลิศในโลกอย่างไร) Read More »

ความหวังที่ควรตั้งใจ (พระราชาตั้งความหวังไว้ที่บุตรฤาษีชื่ออาสังกา ละทิ้งจตุรงคเสนา ยอมทนลำบากในป่า ถึง ๓ ปีเต็ม)

ความหวังที่ควรตั้งใจ (พระราชาตั้งความหวังไว้ที่บุตรฤาษีชื่ออาสังกา ละทิ้งจตุรงคเสนา ยอมทนลำบากในป่า ถึง ๓ ปีเต็ม) การสร้างบารมีเป็นภารกิจหลักของมนุษย์ทุกชีวิต ที่สำคัญยิ่งกว่าภารกิจทั้งปวง ถือเป็นภารกิจที่จำเป็นต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ เรามีชีวิตอยู่ไม่เกินร้อยปีก็ต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย การเดินทางไปสู่ปรโลก โดยปราศจากบุญบารมีเป็นสมบัติละเอียดติดตัวไปนั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งนัก เพราะบุญเท่านั้นเป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์ในปรโลก เหตุนี้ ผู้รู้บัณฑิตทั้งหลาย จึงหนักแน่นมั่นคงในการสั่งสมบุญบารมี โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น ท่านเหล่านั้นมักจะเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่จะละกายหยาบอันเป็นที่อาศัยชั่วคราว เพื่อเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา เหมือนทำลายภาชนะดิน เพื่อถือเอาภาชนะทองคำฉะนั้น ดังนั้น ผู้มีปัญญาจึงควรหมั่นประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ ชีวิตจะได้ปลอดภัย ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า มีวาระแห่งถ้อยคำอันเป็นสุภาษิตใน อาสังกชาดก ความว่า “เถาวัลย์ชื่ออาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดาวัน พันปีจึงออกผลผลหนึ่ง เมื่อมีผลระยะไกลถึงเพียงนั้น เหล่าทวยเทพก็พากันไปเยือนมันบ่อยๆ ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์จงทรงจำนงหวังไว้เถิด ความหวังที่มีผลเป็นเหตุให้เกิดสุข” การมีชีวิตอยู่อย่างผู้มีความหวังนั้น ทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำการงานต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จด้วยดี ความหวังทั้งปวงนั้น เราควรตั้งไว้เป็นเป้าหมายในใจ โดยเฉพาะความหวังอันสูงสุดที่มนุษย์ทุกๆ คน ควรตั้งเอาไว้ในใจ คือต้องหมั่นสั่งสมบุญบารมีทุกรูปแบบ โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น และตั้งใจมั่นว่า จะทำความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้เกิดขึ้นจนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย …

ความหวังที่ควรตั้งใจ (พระราชาตั้งความหวังไว้ที่บุตรฤาษีชื่ออาสังกา ละทิ้งจตุรงคเสนา ยอมทนลำบากในป่า ถึง ๓ ปีเต็ม) Read More »

ทำความดีต้องมีกุศโลบาย (ท้าวสักกะแปลงกายเป็นชายชราเข็ญใจตักบาตรพระมหากัสสปเถระ)

ทำความดีต้องมีกุศโลบาย (ท้าวสักกะแปลงกายเป็นชายชราเข็ญใจตักบาตรพระมหากัสสปเถระ) คำสอนในพระพุทธศาสนาเป็นคำสอนที่ทรงคุณค่าที่สุด เพราะทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประดุจถ้อยคำเพชรพลอย ที่กลั่นออกมาจากใจที่ใสบริสุทธิ์ สามารถยังใจของผู้ฟังให้บริสุทธิ์ผ่องใส การที่เราได้ดำรงตนอยู่ในคำสอนของพระพุทธองค์ จึงเป็นบุญลาภอันประเสริฐยิ่ง การทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสนั้น เป็นพระพุทโธวาทหลักของพระองค์ที่ตรัสไว้ในโอวาทปาติโมกข์ว่า สจิตฺตปริโยทปนํ คือการทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ซึ่งการที่เราจะทำใจให้บริสุทธ์ผ่องใสได้ ต้องนำใจกลับมาไว้ ณ ฐานที่ตั้งดั้งเดิมของใจ คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ตลอดเวลา และต้องหมั่นประกอบความเพียรในทุกอิริยาบถด้วย มีอุทานคาถาที่ท้าวสักกะจอมเทพได้ตรัสไว้ด้วยความปีติว่า “อโห ทานํ ปรมทานํ กสฺสเป สุปติฏฺฐิตํ โอหนอ ทานนี้เป็นทานอันเลิศ เราได้ถวายไว้ดีแล้วในพระกัสสปเถรเจ้า” คาถานี้เป็นเทวอุทานที่พระอินทร์ได้เปล่งออกมาจากใจหลังจากที่ได้ทำบุญใหญ่ คือได้ถวายทานกับพระอรหันต์ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศ อันเป็นเหตุให้พระองค์ได้ความเป็นจอมเทพ ที่ไม่มีเทพองค์ใดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีอานุภาพเสมอเหมือน การทำบุญถูกเนื้อนาบุญนี้ ถือเป็นหลักสำคัญในทางพระพุทธศาสนา เพราะการให้ทาน นอกจากจะให้ด้วยจิตเลื่อมใสแล้ว คือผู้ให้บริสุทธิ์ วัตถุทานบริสุทธิ์ และผู้รับต้องบริสุทธิ์ด้วย เปรียบเหมือนเรามีความตั้งใจจะหว่านเมล็ดพืชพันธุ์ดีลงในผืนนา ถ้านาอุดมสมบูรณ์ ปราศจากวัชพืช ผลผลิตที่เกิดขึ้น ย่อมได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยฉันใด ผลที่เกิดจากการทำถูกทักขิไณยบุคคลก็เช่นกันฉันนั้น แม้ทำน้อยก็ได้ผลมาก ถ้าทำมากก็ได้ผลมากยิ่งๆ ขึ้นไป * ดังเรื่องของท้าวสักกะจอมเทพ ภพชาติในอดีตครั้งที่ยังเป็นมฆมาณพนั้น ท่านได้ฝึกตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งการบริจาคทาน …

ทำความดีต้องมีกุศโลบาย (ท้าวสักกะแปลงกายเป็นชายชราเข็ญใจตักบาตรพระมหากัสสปเถระ) Read More »

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ไม่ได้คืน ตัดใจไม่ได้)

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ตัดใจไม่ได้) ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ต่างต้องเวียนว่ายตายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ล้วนต้องผ่านสภาวะแห่งการดำรงสถานภาพต่างๆมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพระราชา มหากษัตริย์ พระเจ้าจักรพรรดิหรือแม้กระทั่งเกิดเป็นยาจกเข็ญใจ การที่เรารู้ว่า เกิดมาทำไม อะไรเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต แล้วตั้งเป้าหมายของชีวิตได้ถูกต้องมุ่งไปสู่จุดหมายได้นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่เลิศประเสริฐสุด อย่างไรก็ดีการที่เราจะประคับประคองตนให้อยู่ในสภาวะเช่นนี้ได้ จำเป็นจะต้องหมั่นประคองใจของเราให้อยู่ในแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ให้ได้ตลอดเวลา ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หากทำได้เช่นนี้ ชีวิตในปัจจุบัน และในอนาคตก็ย่อมปลอดภัยจากทุกๆ สิ่งรวมทั้งในสังสารวัฏอันยาวไกลด้วย มีวาระพระบาลีใน ทสัณณกชาดก ความว่า “ทเทยฺย ปุริโส ทานํ อปฺปํ วา ยทิวา พาหุ ํ โย จ ทตฺวา นานุตปฺเป ตํ ทุกฺกรตรํ ตโต สพฺพญฺญํ สุกรํ ฐานํ เอวํ ชานาหิ มคธ คนควรให้ทาน จะน้อยหรือมากก็ตาม แต่ผู้ใด ครั้นให้ของรักของตนแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง การไม่เดือดร้อนใจนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่าการกลืนดาบ …

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ไม่ได้คืน ตัดใจไม่ได้) Read More »

ความชั่วแม้เล็กน้อยไม่ควรทำ (เทพธิดาปรารถนาจะให้ดาบสโพธิสัตว์สลดใจ ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ)

ความชั่วแม้เล็กน้อยไม่ควรทำ (เทพธิดาปรารถนาจะให้ดาบสโพธิสัตว์สลดใจ ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ) การประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยการหมั่นทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของนักสร้างบารมี การที่เราเกิดมาในแต่ละภพแต่ละชาติ จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตคือการไปสู่อายตนนิพพาน ด้วยการหยุดใจในกลางพระธรรมกายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าไปถึงกายที่สุด คือกายธรรมอรหัต ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต โดยไม่ถอนถอยเลย เพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ขึ้นไปทุกๆ วัน แต่กว่าจะเข้าถึงจุดนี้ได้ ต้องอาศัยบุญบารมีที่สั่งสมมาอย่างยิ่งยวด อีกทั้งความเพียรอันกลั่นกล้า ไม่ท้อแท้ใจในการสร้างบารมีและในการประพฤติปฏิบัติธรรม ดังนั้นในภพชาตินี้ เราต้องเพิ่มเติมบุญบารมีของเราให้แก่กล้ายิ่งๆ ขึ้นไป โดยตั้งใจปฏิบัติธรรมให้ดีกันทุกๆ คน มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อุปสิงฆบุปผชาดก ความว่า “อนงฺคณสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สุจิคเวสิโน วาลคฺคมตฺตํ ปาปสฺส อพฺภามตฺตํว ขายติ ผู้ไม่มีกิเลสดุจเนิน มีปกติแสวงหาความสะอาดอยู่เป็นนิตย์ บาปประมาณเท่าขนทรายจะปรากฏแก่เขาประดุจเท่ากลีบเมฆ” พระคาถาที่กล่าวข้างต้นนี้ เป็นถ้อยคำที่บ่งบอกว่า ในหัวใจของนักสร้างบารมีที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมีนั้น ทุกลมหายใจย่อมมีแต่ความปรารถนาที่จะทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง และจะไม่ยอมทำบาปอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย เพราะตระหนักดีว่า บาปแม้เพียงเล็กน้อยย่อมเป็นมลทินของใจ อันจะทำให้เห็นจำคิดรู้ไม่บริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อมีสภาวะจิตใจที่แช่มชื่นเบิกบานเช่นนี้ บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ จึงทำความดีได้ง่าย และทำความชั่วได้ยาก ในทางตรงกันข้าม คนชั่วผู้มีจิตใจฝักใฝ่แต่บาปอกุศล ย่อมจะทำความชั่วได้ง่าย ทำความดีได้ยาก การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ …

ความชั่วแม้เล็กน้อยไม่ควรทำ (เทพธิดาปรารถนาจะให้ดาบสโพธิสัตว์สลดใจ ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ) Read More »

รวยแต่ไม่มีบุญได้ใช้ทรัพย์ (อาคันตุกะเศรษฐี ไม่ยอมใช้ทรัพย์เลย เพราะเคยทำบุญแล้วเสียดาย)

รวยแต่ไม่มีบุญได้ใช้ทรัพย์ (อาคันตุกะเศรษฐี ไม่ยอมใช้ทรัพย์เลย เพราะเคยทำบุญแล้วเสียดาย) ในชีวิตของทุกๆ คนในสังสารวัฏ ต่างเคยเกิดในทุกภพทุกภูมิมาแล้ว ทั้งชีวิตในระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชหรือยาจกเข็ญใจ เพราะชีวิตมีการขึ้นลงไปตามอำนาจแห่งบุญและบาปที่ได้ก่อขึ้นในภพชาตินั้นๆ ถ้าทำบุญมาก ก็จะได้รับผลที่ดี เสวยสุขในสุคติภูมิ ชีวิตก็จะประสบแต่สิ่งที่ดีงาม ถ้าทำบาปอกุศลไว้มาก ต้องไปเสวยวิบากกรรมในอบายภูมิ ไม่ว่าใครก็ตามหลีกหนีกฎแห่งกรรมไปไม่ได้ ดังนั้นเราต้องตระหนักถึงคุณค่าของการสร้างบารมี เพื่อเพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้แก่ตนเอง ต้องหมั่นปฏิบัติธรรมอย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว ทำใจหยุดใจนิ่งบ่อยๆ ทำซํ้าแล้วซํ้าอีก ชีวิตของเราจะสำเร็จสมหวัง เต็มเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีวาระแห่งภาษิตใน มัยหกสกุณชาดก ความว่า “เมื่อมัวบ่นเพ้ออยู่อย่างนี้ว่าของเราแล้วหวงแหนทรัพย์ไว้ ภายหลังพระราชาบ้าง โจรบ้าง ทายาทผู้ไม่เป็นที่รักบ้าง เอาทรัพย์ไป คนนั้นก็จะบ่นเพ้ออยู่นั่นแหละ ส่วนผู้มีปรีชา ใช้เองด้วย สงเคราะห์ญาติทั้งหลายด้วย เขาจะได้รับเกียรติ เพราะการสงเคราะห์นั้น ละโลกนี้ไปแล้ว ก็จะบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์” การที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต แต่การที่จะได้สิ่งเหล่านั้นมา เราต้องแสวงหาด้วยความยากลำบากเพื่อให้ได้ทรัพย์ไว้จับจ่ายใช้สอย ซื้อหาสิ่งต่างๆ มาเลี้ยงชีพ ทรัพย์ทั้งหลายเป็นเพียงทางผ่านของการสร้างบารมีเท่านั้น เป็นความจริงที่คนทั่วไปยังไม่รู้ ความไม่รู้นั้นมันไม่ใช่ความผิด เพียงแต่ความรู้ยังไม่สมบูรณ์เท่านั้น จึงอยากให้ทุกคนคิดให้ยิ่งไปกว่านั้น คือ คิดอย่างนักสร้างบารมี …

รวยแต่ไม่มีบุญได้ใช้ทรัพย์ (อาคันตุกะเศรษฐี ไม่ยอมใช้ทรัพย์เลย เพราะเคยทำบุญแล้วเสียดาย) Read More »

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา)

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา) การที่จะนำตนให้พ้นจากอาสวกิเลส ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์เข้าถึงอายตนนิพพานได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับนักสร้างบารมีผู้มีหัวใจเต็มเปี่ยมด้วยการสร้างบารมีนั้น ย่อมตระหนักว่า การสร้างบุญกุศลคือกรณียกิจที่สำคัญยิ่ง เพราะบุญที่เราสร้างนี้ จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต เส้นทางในสังสารวัฏของเรา ย่อมก้าวไปได้อย่างสะดวกสบาย และมีโอกาสสร้างบารมีให้ยิ่งขึ้นไป เป็นบุญต่อบุญไม่มีที่สิ้นสุด การสร้างบารมีอย่างที่เรากำลังทำอยู่นี้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และมีความสำคัญสำหรับพวกเราทุกๆ คน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัฏฐิเสนชาดก ความว่า “น เว ยาจนฺติ สปฺปญฺญา ธีโร จ วิทิตุมรหติ อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ เอสา อริยาน ยาจนา ผู้มีปัญญาทั้งหลาย จะไม่ออกปากขอเลย ธีรชนควรรู้ไว้ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ยืนเฉพาะเจาะจงอยู่ที่ใด นั่นคือการขอของพระอริยเจ้าทั้งหลาย” ผู้มีปัญญาในที่นี้ หมายเอาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก และพระสงฆ์สาวกทั้งหลาย ท่านเหล่านี้ถือว่า เป็นเนื้อนาบุญแก่ปฏิคาหก การขอของท่านจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน จะไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตนอย่างแน่นอน เพราะชีวิตของท่านเหล่านั้น เป็นไปเพื่อส่วนรวม สร้างคุณประโยชน์ เพื่อนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งมวล นี่คือผู้มีปัญญาที่กล่าวถึงในพระคาถา เราหากรับรู้ดังนี้แล้ว …

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา) Read More »

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร)

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร) ทุกสรรพชีวิตล้วนมีพื้นฐานเหมือนกัน เพราะต่างเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิดจนกระทั่งหลับตาลาโลก ชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เช่นเดียวกับโลกนี้ที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เราเห็นแสงสว่างเพราะมีแสงจันทร์ แสงอาทิตย์หรือแสงไฟ จึงทำให้โลกของเราสว่างไสวได้ ในความเป็นจริงของชีวิต โลกภายในของเรามีแสงแห่งธรรมที่เป็นความสว่างไม่มีประมาณ สว่างกว่าพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ความสว่างด้วยแสงแห่งธรรมนี้ จะทำให้ชีวิตของเราหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ดังนั้น ขอให้พวกเราตระหนักถึงคุณค่าของการปฏิบัติธรรมให้ดีกันทุกคน มีวาระแห่งภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน กปิชาดก ความว่า “คนพาลสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต บริหารหมู่คณะ ลุอำนาจความคิดของตน คงนอนตายเหมือนกับกระบี่ตัวนี้ คนโง่แต่มีกำลัง บริหารหมู่คณะไม่ดี ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่หมู่ญาติ เหมือนนกต่อไม่เป็นประโยชน์แก่นกทั้งหลาย ส่วนคนฉลาด มีกำลังบริหารหมู่คณะดี เป็นประโยชน์แก่หมู่ญาติ เหมือนท้าววาสวะเป็นประโยชน์แก่ทวยเทพฉะนั้น” บุคคลใดก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้า หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าผู้บริหารนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ฉลาดรอบรู้ในทุกๆ เรื่อง และจะต้องเป็นผู้ที่สุขุมรอบคอบ จึงจะประคับประคองหมู่คณะให้รอดพ้นจากภัยทั้งปวงได้ หากหน่วยงานใดได้นักบริหารที่ไม่ใช่บัณฑิต ไม่รอบรู้ และประมาทเลินเล่อแล้ว นั่นคือสัญญาณอันตรายของหมู่คณะ เหมือนกริ่งเตือนภัยเริ่มดังขึ้นแล้ว ดังนั้น เราจะต้องระมัดระวัง และเลือกผู้นำให้ดี * ดังเรื่องที่พระภิกษุทั้งหลายได้สนทนากันที่โรงธรรมสภา ถึงเรื่องของพระเทวทัตที่ถูกแผ่นดินสูบว่า พระเทวทัตนั้น นอกจากทำตนให้เสียหายแล้ว ยังทำให้หมู่คณะที่หลงเชื่อตน พลอยได้รับความเสื่อมเสียอีกด้วย …

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร) Read More »

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา)

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา) จุดมุ่งหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์คือการไปสู่อายตนนิพพาน การจะทำให้ได้เช่นนั้น ใจต้องสะอาดบริสุทธิ์ ต้องหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง ที่คอยบังคับบัญชาให้เราเวียนว่ายตายเกิด โดยต้องอาศัยวิธีการทำหยุดทำนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ด้วยวิธีการอย่างถูกวิธี ทำสม่ำเสมอทุกวัน ถ้าทำวันหนึ่งแล้วหยุดไปหลายๆ วันก็ไม่ได้ผล เพราะว่าชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางนั้นน้อยไป แต่ถ้าทำสม่ำเสมอทุกวัน ในทุกอิริยาบถ ให้ใจคุ้นกับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อทำบ่อยจะคุ้นเคย จนกระทั่งเราไม่ใช่สิ่งแปลกหน้าสำหรับศูนย์กลางกาย ไม่ช้าศูนย์กลางกายจะต้อนรับเรา ใจของเราจะอยู่ที่ตรงนั้นตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะอยู่ในอิริยาบถใด จะทำภารกิจอันใดก็ตาม ใจจะไม่เคลื่อนออกจากศูนย์กลางกาย หากเราทำได้อย่างนี้ ร่างกายของเราจะเป็นฐานรองรับความบริสุทธิ์ภายใน กระแสธรรมภายในก็จะไหลผ่านตัวเราตลอดเวลา ทำให้เราสมปรารถนาในชีวิตได้ มีวาระพระบาลีใน ทุมเมธชาดก ความว่า “ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสฺญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ ผู้มีปัญญาทรามได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อความเบียดเบียนตน และคนอื่น” สมบัติพัสถานบริวารทั้งหลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างปรารถนา เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของ และยังทำให้เป็นที่ยอมรับของบุคคลในสังคมอีกด้วย ผู้มีปัญญาจึงแสวงหาและรักษาไว้ซึ่งสมบัติเหล่านั้นให้เพิ่มพูนงอกงามยิ่งขึ้นไป อีกทั้งพวกพ้องบริวารก็เป็นสมบัติอีกประการหนึ่งที่เรียกว่าบริวารสมบัติ ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี …

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา) Read More »