ธรรมะเพื่อประชาชน

ผู้รักในการทำความดี (พราหมณ์ได้ชื่อว่าเมธาวี เพราะเป็นผู้มีปัญญารักในการสร้างบุญ)

ผู้รักในการทำความดี (พราหมณ์ได้ชื่อว่าเมธาวี เพราะเป็นผู้มีปัญญารักในการสร้างบุญ) การสั่งสมบุญบารมีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุเป็นปัจจัยอันนำมาซึ่งความสุขความสำเร็จ และความสมปรารถนาในชีวิต การที่เราได้โอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น จะต้องอาศัยบุญบารมีที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้วในชาติปางก่อน จึงจะได้อัตภาพที่สมบูรณ์ มีอวัยวะที่ครบถ้วนเหมาะแก่การงานทั้งปวง เมื่อเรามีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ควรที่จะขวนขวายสร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ไม่ควรประมาทเลินเล่อ ให้หมั่นทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ซึ่งจะเป็นเหตุให้เราถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และมรรคผลนิพพานในภพต่อๆ ไป ชีวิตที่เกิดมาในภพชาตินี้ ย่อมสมหวังไม่เปล่าประโยชน์ เป็นชีวิตที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง สุดยอดของบุญ คือการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง แม้ว่าใจคนเราจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง พร้อมที่จะท่องเที่ยวตลอดเวลา บางครั้งล่องลอยไปจนตามไม่ทัน ผู้ที่ไม่ระวังรักษาใจปล่อยให้ฟุ้งซ่านไปเช่นนั้น จะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายและไม่มีความสุขเลย หากเรารู้เท่าทันธรรมชาติของใจ เราก็ไม่ควรท้อถอย ให้หมั่นนำใจให้มาหยุดมานิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เราจะพบกับความสุขที่เราไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต และการหยุดนิ่งนี้ยังทำให้ชีวิตของเราเจริญรุ่งเรืองไม่มีตกต่ำอีกด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “อนุปุพฺเพน เมธาวี โถกํ โถกํ ขเณ ขเณ กมฺมาโร รชตสฺเสว นิทฺธเม …

ผู้รักในการทำความดี (พราหมณ์ได้ชื่อว่าเมธาวี เพราะเป็นผู้มีปัญญารักในการสร้างบุญ) Read More »

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง)

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง) การเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ เป็นเรื่องราวที่มนุษย์ยังคงสงสัยและค้างคาอยู่ในใจว่า มนุษย์เกิดมาจากไหน มาทำไม ตายแล้วจะไปไหน และเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคืออะไร เป็นคำถามที่อยู่ในใจของสรรพสัตว์ทั้งหลายมายาวนาน ยังไม่มีใครรู้ชัดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน หากไม่มาพบพระพุทธศาสนาแล้ว โอกาสที่จะได้แสวงหาแสงสว่างแห่งความหลุดพ้นจากวังวนแห่งอวิชชานี้ก็ยิ่งยาก เมื่อความไม่รู้มาครอบงำ การเวียนว่ายตายเกิดของเราในสังสารวัฏ ก็ยิ่งไม่ปลอดภัยจากอบายภูมิ การแสวงหาความหลุดพ้น และค้นหาเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมานั้น เป็นสิ่งที่สำคัญต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งเราจะต้องตระหนักในความเป็นมนุษย์ และเมื่อได้มีโอกาสมาพบพระพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นสัมมาทิฏฐิ จึงจำเป็นต้องหมั่นแสวงหาความบริสุทธิ์ให้กับตนเองทุกๆ วัน ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่ง ตัวของเราจะได้เข้าใกล้สิ่งที่ประเสริฐสุด คือพระรัตนตรัย เพราะพระรัตนตรัยนี้ จะนำพาเราทั้งหลายให้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิต ได้รู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่ง ตรงไปตามความเป็นจริงทุกประการ มีธรรมภาษิตที่ปรากฏใน สมันตปาสาทิกา ว่า “พระตถาคตทรงรู้วาจาใด จริง แท้ เป็นประโยชน์ และวาจานั้นไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของชนเหล่าอื่น ในวาจานั้น พระตถาคต ก็ทรงเป็นผู้รู้จักกาล เพื่อพยากรณ์วาจานั้น พระตถาคตทรงรู้วาจาใด จริง แท้ เป็นประโยชน์ และวาจานั้นเป็นที่รักที่ชอบใจของชนเหล่าอื่น ในวาจานั้น พระตถาคตก็เป็นผู้รู้จักกาล เพื่อพยากรณ์วาจานั้น” การอยู่ร่วมกันในสังคมโลกจำเป็นต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ในยุคที่เต็มไปด้วยการสื่อสารทุกชนิด วาจาเป็นสื่อที่ใช้มากที่สุดก็ว่าได้ การพูดเป็นสิ่งที่สำคัญและละเอียดอ่อนมาก …

โอวาทที่เหมาะสม (ดาบสถวายโอวาทพระราชาแล้วได้รับพระราชทานหมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทไม่ถูกกาลกับคนพาลคือนายแจวเรือจ้าง) Read More »

ขอจงเป็นอยู่เถิด (พระโพธิสัตว์ได้สอนยักษ์จนเลื่อมใส)

ขอจงเป็นอยู่เถิด (พระโพธิสัตว์ได้สอนยักษ์จนเลื่อมใส) การปฏิบัติธรรมเป็นหัวใจในการทำความดี ใครปรารถนาความสำเร็จในการปฏิบัติธรรม ก็อย่าดูเบาในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลวงพ่อพูดย้ำอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่านั่ง การหลับตา หรือการทำใจให้สบายๆ ให้ปลอดโปร่ง ปล่อยวางภารกิจการงานต่างๆ เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่องปลิโพธิความกังวลใจเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ในเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องครอบครัว เรื่องญาติสนิทมิตรสหาย การศึกษาเล่าเรียน หรือแม้แต่เรื่องการเดินทาง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดล้วนเป็นปลิโพธทั้งสิ้น ปลิโพธแปลว่าเครื่องกังวลใจ ใครที่มัววิตกกับเรื่องเหล่านี้ในเวลาปฏิบัติธรรม ใจจะสงบได้ยาก เป็นสมาธิได้ยาก ฉะนั้น ให้พวกเราทุกคนตระหนักไว้เสมอว่า เวลานี้เรากำลังปฏิบัติธรรม ทำกรณียกิจอันเป็นสาระสำคัญของชีวิตอยู่ เราต้องฝึกจิตฝึกใจของเราให้ดี อย่าให้เรื่องอื่นเข้ามาปะปน การปฏิบัติธรรมของเราก็จะก้าวหน้า จะสำเร็จสมปรารถนาได้อย่างอัศจรรย์ มีธรรมเนียมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ปรากฏในบาลีว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อมีผู้ถวายบังคม จะทรงพระอิริยาบถที่สง่างาม ทรงเปล่งพระสุรเสียง ดุจท้าวมหาพรหมที่ไพเราะเสนาะโสต เป็นที่จับใจ เปี่ยมด้วยโสรัจจะชโลมด้วยน้ำอมฤต ตรัสระบุชื่อของผู้นั้นแล้วกล่าวว่า จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด ข้อนี้เป็นธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” วัฒนธรรมประเพณีของชาติต่างๆ ไม่เหมือนกัน เพราะความแตกต่างในด้านสถานที่ ภูมิอากาศ หรือแม้ความรู้ความเข้าใจของชุมชนที่แตกต่างกัน เมื่อมีความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติศาสนาและเผ่าพันธุ์ เราจะต้องศึกษาให้รู้ถึงขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็ตาม หากได้ศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของสถานที่นั้นๆ …

ขอจงเป็นอยู่เถิด (พระโพธิสัตว์ได้สอนยักษ์จนเลื่อมใส) Read More »

ตอบแทนด้วยความรัก (นางอุตตราเอาชนะความโกรธของนางสิริมาด้วยความไม่โกรธ)

ตอบแทนด้วยความรัก (นางอุตตราเอาชนะความโกรธของนางสิริมาด้วยความไม่โกรธ) การแสดงออกทางกาย วาจา ที่อ่อนโยนนุ่มนวล ที่ให้ความแช่มชื่นให้ความเย็นใจแก่ผู้พบเห็น ล้วนออกมาจากใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความสุข เปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ และรอยยิ้มพิมพ์ใจอันประดุจพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ใครได้พบเห็นก็อิ่มอกอิ่มใจ ส่วนผู้ที่มีจิตใจพยาบาทอาฆาตมาดร้าย ย่อมเป็นบุคคลไม่น่าเข้าใกล้หรือไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย เพราะใจที่มีแต่ความผูกโกรธ มีความฟุ้งซ่านพลุ่งพล่านไปด้วยไฟพยาบาท ใจขุ่นมัวขัดเคือง คิดแต่จะปองร้าย คิดแต่จะเบียดเบียน เปรียบเสมือนกับน้ำที่เดือดพล่าน มีควันมีไอพวยพุ่งอยู่ หรือเหมือนภูเขาไฟพร้อมที่จะระเบิดออกมาใส่สรรพสิ่งที่อยู่ใกล้เคียงให้พินาศไปในพริบตา คนที่มีใจเช่นนี้ เพราะขาดสติคอยเหนี่ยวรั้ง และขาดเมตตากรุณาที่คอยกล่อมเกลาจิตใจ ซึ่งวิธีที่จะให้เกิดสติได้อย่างสมบูรณ์ คือต้องเจริญสมาธิภาวนา และหมั่นเจริญเมตตาให้ใจมีความละเอียดอ่อนอยู่เสมอ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน โกธวรรควรรณนา ความว่า “อกฺโกเธน ชิเน โกธํ อสาธุ ํ สาธุนา ชิเน ชิเน กทริยํ ทาเนน สจฺเจนาลิกวาทินํ พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนพูดเหลวไหลด้วยการกล่าวคำจริง” บุคคลผู้เปี่ยมด้วยความโกรธจะไปแห่งหนตำบลใดย่อมไม่มีความสุข แม้จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ทาน้ำหอมชั้นดีมากมายเพียงไร แต่งตัวสวยงาม มีเครื่องประดับประดางดงามปานใดก็ตาม ถ้ายังมีจิตใจที่หมองมัว มากด้วยความโกรธ หน้าตาก็ไม่ผ่องใส ผิวพรรณก็ไม่สดชื่น หน้านิ่วคิ้วขมวด สีหน้าแววตาไม่อ่อนโยน …

ตอบแทนด้วยความรัก (นางอุตตราเอาชนะความโกรธของนางสิริมาด้วยความไม่โกรธ) Read More »

อานุภาพแห่งความจริง (สัจจบารมีของพระโพธิสัตว์ที่ถือกำเนิดเป็นนกคุ่ม ทำให้ไฟป่าถอยไป)

อานุภาพแห่งความจริง (สัจจบารมีของพระโพธิสัตว์ที่ถือกำเนิดเป็นนกคุ่ม ทำให้ไฟป่าถอยไป) ธรรมชาติของใจที่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส เป็นจิตใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส ปลอดโปร่งโล่งเบาสบาย พ้นจากพันธนาการทั้งปวง เป็นอิสระเหมือนลมพัดไปในอากาศ จิตใจที่สดใสอยู่ในกลางกาย เป็นจิตใจที่มีความสุข แม้อยู่ท่ามกลางปัญหามากมาย ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคของชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้ ด้วยใจที่มีความหวังเต็มเปี่ยมด้วยพลัง เพราะใจที่มีความบริสุทธิ์ สามารถสร้างแรงกาย แรงวาจา และแรงใจได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ ใจดวงนี้เมื่อฝึกดีแล้ว จะเกิดอานุภาพอย่างที่ใครๆ ไม่อาจคาดคิดได้ และคิดไม่ถึง ดังนั้นให้เราหมั่นฝึกฝนให้หยุดนิ่งให้ได้ทุกๆ วัน ใจที่บริสุทธิ์ด้วยความดี แม้ละโลกไปก็ยังได้ชื่อว่า ไม่เป็นหนี้หมู่ญาติและบิดามารดา เพราะหากบุคคลทำหน้าที่ของตนที่ได้เกิดมาอย่างเต็มที่แล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนในกาลภายหลัง มีวาระพระบาลี ขุททกนิกาย วัฏฏกชาดก ความว่า “สนฺติ ปกฺขา อปตนา สนฺติ ปาทา อวญฺจนา มาตา ปิตา จ นิกฺขนฺตา ชาตเวท ปฏิกฺกม ปีกของเรามีอยู่ แต่ก็บินไม่ได้ เท้าทั้งสองของเรามีอยู่ แต่ก็เดินไม่ได้ มารดาและบิดาของเราออกไปหาอาหาร ดูก่อนไฟป่า ท่านจงถอยกลับไปเถิด” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเป็นผู้ตรัสรู้แล้วเองโดยชอบ พระองค์เป็นบรมครูที่สั่งสมอบรมบ่มบารมีมานับภพนับชาติไม่ถ้วน บารมีที่พระองค์สั่งสมมาคือ บารมี …

อานุภาพแห่งความจริง (สัจจบารมีของพระโพธิสัตว์ที่ถือกำเนิดเป็นนกคุ่ม ทำให้ไฟป่าถอยไป) Read More »

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ไม่ได้คืน ตัดใจไม่ได้)

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ตัดใจไม่ได้) ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ต่างต้องเวียนว่ายตายเกิดมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ล้วนต้องผ่านสภาวะแห่งการดำรงสถานภาพต่างๆมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพระราชา มหากษัตริย์ พระเจ้าจักรพรรดิหรือแม้กระทั่งเกิดเป็นยาจกเข็ญใจ การที่เรารู้ว่า เกิดมาทำไม อะไรเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต แล้วตั้งเป้าหมายของชีวิตได้ถูกต้องมุ่งไปสู่จุดหมายได้นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่เลิศประเสริฐสุด อย่างไรก็ดีการที่เราจะประคับประคองตนให้อยู่ในสภาวะเช่นนี้ได้ จำเป็นจะต้องหมั่นประคองใจของเราให้อยู่ในแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ให้ได้ตลอดเวลา ด้วยการทำใจหยุดใจนิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ หากทำได้เช่นนี้ ชีวิตในปัจจุบัน และในอนาคตก็ย่อมปลอดภัยจากทุกๆ สิ่งรวมทั้งในสังสารวัฏอันยาวไกลด้วย มีวาระพระบาลีใน ทสัณณกชาดก ความว่า “ทเทยฺย ปุริโส ทานํ อปฺปํ วา ยทิวา พาหุ ํ โย จ ทตฺวา นานุตปฺเป ตํ ทุกฺกรตรํ ตโต สพฺพญฺญํ สุกรํ ฐานํ เอวํ ชานาหิ มคธ คนควรให้ทาน จะน้อยหรือมากก็ตาม แต่ผู้ใด ครั้นให้ของรักของตนแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนใจในภายหลัง การไม่เดือดร้อนใจนั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยากกว่าการกลืนดาบ …

สิ่งที่ทำได้ยากเมื่อให้ไปแล้ว (พระราชาจะมอบมเหสีของให้บุตรปุโรหิต ๗ วัน แต่ไม่ได้คืน ตัดใจไม่ได้) Read More »

ความชั่วแม้เล็กน้อยไม่ควรทำ (เทพธิดาปรารถนาจะให้ดาบสโพธิสัตว์สลดใจ ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ)

ความชั่วแม้เล็กน้อยไม่ควรทำ (เทพธิดาปรารถนาจะให้ดาบสโพธิสัตว์สลดใจ ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ) การประพฤติปฏิบัติธรรมด้วยการหมั่นทำใจหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งของนักสร้างบารมี การที่เราเกิดมาในแต่ละภพแต่ละชาติ จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตคือการไปสู่อายตนนิพพาน ด้วยการหยุดใจในกลางพระธรรมกายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าไปถึงกายที่สุด คือกายธรรมอรหัต ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรมอรหัต โดยไม่ถอนถอยเลย เพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ขึ้นไปทุกๆ วัน แต่กว่าจะเข้าถึงจุดนี้ได้ ต้องอาศัยบุญบารมีที่สั่งสมมาอย่างยิ่งยวด อีกทั้งความเพียรอันกลั่นกล้า ไม่ท้อแท้ใจในการสร้างบารมีและในการประพฤติปฏิบัติธรรม ดังนั้นในภพชาตินี้ เราต้องเพิ่มเติมบุญบารมีของเราให้แก่กล้ายิ่งๆ ขึ้นไป โดยตั้งใจปฏิบัติธรรมให้ดีกันทุกๆ คน มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อุปสิงฆบุปผชาดก ความว่า “อนงฺคณสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สุจิคเวสิโน วาลคฺคมตฺตํ ปาปสฺส อพฺภามตฺตํว ขายติ ผู้ไม่มีกิเลสดุจเนิน มีปกติแสวงหาความสะอาดอยู่เป็นนิตย์ บาปประมาณเท่าขนทรายจะปรากฏแก่เขาประดุจเท่ากลีบเมฆ” พระคาถาที่กล่าวข้างต้นนี้ เป็นถ้อยคำที่บ่งบอกว่า ในหัวใจของนักสร้างบารมีที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมีนั้น ทุกลมหายใจย่อมมีแต่ความปรารถนาที่จะทำความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง และจะไม่ยอมทำบาปอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย เพราะตระหนักดีว่า บาปแม้เพียงเล็กน้อยย่อมเป็นมลทินของใจ อันจะทำให้เห็นจำคิดรู้ไม่บริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อมีสภาวะจิตใจที่แช่มชื่นเบิกบานเช่นนี้ บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ จึงทำความดีได้ง่าย และทำความชั่วได้ยาก ในทางตรงกันข้าม คนชั่วผู้มีจิตใจฝักใฝ่แต่บาปอกุศล ย่อมจะทำความชั่วได้ง่าย ทำความดีได้ยาก การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ …

ความชั่วแม้เล็กน้อยไม่ควรทำ (เทพธิดาปรารถนาจะให้ดาบสโพธิสัตว์สลดใจ ไม่เสียเวลากับสิ่งที่ไร้สาระ) Read More »

รวยแต่ไม่มีบุญได้ใช้ทรัพย์ (อาคันตุกะเศรษฐี ไม่ยอมใช้ทรัพย์เลย เพราะเคยทำบุญแล้วเสียดาย)

รวยแต่ไม่มีบุญได้ใช้ทรัพย์ (อาคันตุกะเศรษฐี ไม่ยอมใช้ทรัพย์เลย เพราะเคยทำบุญแล้วเสียดาย) ในชีวิตของทุกๆ คนในสังสารวัฏ ต่างเคยเกิดในทุกภพทุกภูมิมาแล้ว ทั้งชีวิตในระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชหรือยาจกเข็ญใจ เพราะชีวิตมีการขึ้นลงไปตามอำนาจแห่งบุญและบาปที่ได้ก่อขึ้นในภพชาตินั้นๆ ถ้าทำบุญมาก ก็จะได้รับผลที่ดี เสวยสุขในสุคติภูมิ ชีวิตก็จะประสบแต่สิ่งที่ดีงาม ถ้าทำบาปอกุศลไว้มาก ต้องไปเสวยวิบากกรรมในอบายภูมิ ไม่ว่าใครก็ตามหลีกหนีกฎแห่งกรรมไปไม่ได้ ดังนั้นเราต้องตระหนักถึงคุณค่าของการสร้างบารมี เพื่อเพิ่มพูนความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้แก่ตนเอง ต้องหมั่นปฏิบัติธรรมอย่าให้ขาดเลยแม้แต่วันเดียว ทำใจหยุดใจนิ่งบ่อยๆ ทำซํ้าแล้วซํ้าอีก ชีวิตของเราจะสำเร็จสมหวัง เต็มเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์บริบูรณ์ มีวาระแห่งภาษิตใน มัยหกสกุณชาดก ความว่า “เมื่อมัวบ่นเพ้ออยู่อย่างนี้ว่าของเราแล้วหวงแหนทรัพย์ไว้ ภายหลังพระราชาบ้าง โจรบ้าง ทายาทผู้ไม่เป็นที่รักบ้าง เอาทรัพย์ไป คนนั้นก็จะบ่นเพ้ออยู่นั่นแหละ ส่วนผู้มีปรีชา ใช้เองด้วย สงเคราะห์ญาติทั้งหลายด้วย เขาจะได้รับเกียรติ เพราะการสงเคราะห์นั้น ละโลกนี้ไปแล้ว ก็จะบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์” การที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต แต่การที่จะได้สิ่งเหล่านั้นมา เราต้องแสวงหาด้วยความยากลำบากเพื่อให้ได้ทรัพย์ไว้จับจ่ายใช้สอย ซื้อหาสิ่งต่างๆ มาเลี้ยงชีพ ทรัพย์ทั้งหลายเป็นเพียงทางผ่านของการสร้างบารมีเท่านั้น เป็นความจริงที่คนทั่วไปยังไม่รู้ ความไม่รู้นั้นมันไม่ใช่ความผิด เพียงแต่ความรู้ยังไม่สมบูรณ์เท่านั้น จึงอยากให้ทุกคนคิดให้ยิ่งไปกว่านั้น คือ คิดอย่างนักสร้างบารมี …

รวยแต่ไม่มีบุญได้ใช้ทรัพย์ (อาคันตุกะเศรษฐี ไม่ยอมใช้ทรัพย์เลย เพราะเคยทำบุญแล้วเสียดาย) Read More »

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา)

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา) การที่จะนำตนให้พ้นจากอาสวกิเลส ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์เข้าถึงอายตนนิพพานได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับนักสร้างบารมีผู้มีหัวใจเต็มเปี่ยมด้วยการสร้างบารมีนั้น ย่อมตระหนักว่า การสร้างบุญกุศลคือกรณียกิจที่สำคัญยิ่ง เพราะบุญที่เราสร้างนี้ จะเป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต เส้นทางในสังสารวัฏของเรา ย่อมก้าวไปได้อย่างสะดวกสบาย และมีโอกาสสร้างบารมีให้ยิ่งขึ้นไป เป็นบุญต่อบุญไม่มีที่สิ้นสุด การสร้างบารมีอย่างที่เรากำลังทำอยู่นี้ เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และมีความสำคัญสำหรับพวกเราทุกๆ คน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัฏฐิเสนชาดก ความว่า “น เว ยาจนฺติ สปฺปญฺญา ธีโร จ วิทิตุมรหติ อุทฺทิสฺส อริยา ติฏฺฐนฺติ เอสา อริยาน ยาจนา ผู้มีปัญญาทั้งหลาย จะไม่ออกปากขอเลย ธีรชนควรรู้ไว้ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ยืนเฉพาะเจาะจงอยู่ที่ใด นั่นคือการขอของพระอริยเจ้าทั้งหลาย” ผู้มีปัญญาในที่นี้ หมายเอาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก และพระสงฆ์สาวกทั้งหลาย ท่านเหล่านี้ถือว่า เป็นเนื้อนาบุญแก่ปฏิคาหก การขอของท่านจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน จะไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตนอย่างแน่นอน เพราะชีวิตของท่านเหล่านั้น เป็นไปเพื่อส่วนรวม สร้างคุณประโยชน์ เพื่อนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งมวล นี่คือผู้มีปัญญาที่กล่าวถึงในพระคาถา เราหากรับรู้ดังนี้แล้ว …

ขออย่างพระอริยเจ้า (อัฏฐิเสนะฤๅษีโพธิสัตว์ขอพระราชา) Read More »

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร)

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร) ทุกสรรพชีวิตล้วนมีพื้นฐานเหมือนกัน เพราะต่างเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันหมดทั้งสิ้น ตั้งแต่วันแรกเกิดจนกระทั่งหลับตาลาโลก ชีวิตล้วนมีความทุกข์เป็นพื้นฐาน เช่นเดียวกับโลกนี้ที่มีความมืดเป็นพื้นฐาน แต่ที่เราเห็นแสงสว่างเพราะมีแสงจันทร์ แสงอาทิตย์หรือแสงไฟ จึงทำให้โลกของเราสว่างไสวได้ ในความเป็นจริงของชีวิต โลกภายในของเรามีแสงแห่งธรรมที่เป็นความสว่างไม่มีประมาณ สว่างกว่าพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ความสว่างด้วยแสงแห่งธรรมนี้ จะทำให้ชีวิตของเราหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ดังนั้น ขอให้พวกเราตระหนักถึงคุณค่าของการปฏิบัติธรรมให้ดีกันทุกคน มีวาระแห่งภาษิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน กปิชาดก ความว่า “คนพาลสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต บริหารหมู่คณะ ลุอำนาจความคิดของตน คงนอนตายเหมือนกับกระบี่ตัวนี้ คนโง่แต่มีกำลัง บริหารหมู่คณะไม่ดี ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่หมู่ญาติ เหมือนนกต่อไม่เป็นประโยชน์แก่นกทั้งหลาย ส่วนคนฉลาด มีกำลังบริหารหมู่คณะดี เป็นประโยชน์แก่หมู่ญาติ เหมือนท้าววาสวะเป็นประโยชน์แก่ทวยเทพฉะนั้น” บุคคลใดก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้า หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่าผู้บริหารนั้น จะต้องเป็นผู้ที่ฉลาดรอบรู้ในทุกๆ เรื่อง และจะต้องเป็นผู้ที่สุขุมรอบคอบ จึงจะประคับประคองหมู่คณะให้รอดพ้นจากภัยทั้งปวงได้ หากหน่วยงานใดได้นักบริหารที่ไม่ใช่บัณฑิต ไม่รอบรู้ และประมาทเลินเล่อแล้ว นั่นคือสัญญาณอันตรายของหมู่คณะ เหมือนกริ่งเตือนภัยเริ่มดังขึ้นแล้ว ดังนั้น เราจะต้องระมัดระวัง และเลือกผู้นำให้ดี * ดังเรื่องที่พระภิกษุทั้งหลายได้สนทนากันที่โรงธรรมสภา ถึงเรื่องของพระเทวทัตที่ถูกแผ่นดินสูบว่า พระเทวทัตนั้น นอกจากทำตนให้เสียหายแล้ว ยังทำให้หมู่คณะที่หลงเชื่อตน พลอยได้รับความเสื่อมเสียอีกด้วย …

ยอดผู้นำ และผู้บริหาร (กระบี่โพธิสัตว์ นำพาบริวารพ้นภัยจากผู้จองเวร) Read More »

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา)

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา) จุดมุ่งหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์คือการไปสู่อายตนนิพพาน การจะทำให้ได้เช่นนั้น ใจต้องสะอาดบริสุทธิ์ ต้องหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง ที่คอยบังคับบัญชาให้เราเวียนว่ายตายเกิด โดยต้องอาศัยวิธีการทำหยุดทำนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ด้วยวิธีการอย่างถูกวิธี ทำสม่ำเสมอทุกวัน ถ้าทำวันหนึ่งแล้วหยุดไปหลายๆ วันก็ไม่ได้ผล เพราะว่าชั่วโมงหยุด ชั่วโมงนิ่ง ชั่วโมงกลางนั้นน้อยไป แต่ถ้าทำสม่ำเสมอทุกวัน ในทุกอิริยาบถ ให้ใจคุ้นกับศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อทำบ่อยจะคุ้นเคย จนกระทั่งเราไม่ใช่สิ่งแปลกหน้าสำหรับศูนย์กลางกาย ไม่ช้าศูนย์กลางกายจะต้อนรับเรา ใจของเราจะอยู่ที่ตรงนั้นตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะอยู่ในอิริยาบถใด จะทำภารกิจอันใดก็ตาม ใจจะไม่เคลื่อนออกจากศูนย์กลางกาย หากเราทำได้อย่างนี้ ร่างกายของเราจะเป็นฐานรองรับความบริสุทธิ์ภายใน กระแสธรรมภายในก็จะไหลผ่านตัวเราตลอดเวลา ทำให้เราสมปรารถนาในชีวิตได้ มีวาระพระบาลีใน ทุมเมธชาดก ความว่า “ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน อตฺตโน จ ปเรสฺญฺจ หึสาย ปฏิปชฺชติ ผู้มีปัญญาทรามได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติเพื่อความเบียดเบียนตน และคนอื่น” สมบัติพัสถานบริวารทั้งหลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างปรารถนา เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของ และยังทำให้เป็นที่ยอมรับของบุคคลในสังคมอีกด้วย ผู้มีปัญญาจึงแสวงหาและรักษาไว้ซึ่งสมบัติเหล่านั้นให้เพิ่มพูนงอกงามยิ่งขึ้นไป อีกทั้งพวกพ้องบริวารก็เป็นสมบัติอีกประการหนึ่งที่เรียกว่าบริวารสมบัติ ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี …

คนโง่ได้ยศก็ไม่เกิดประโยชน์ (พญาช้างพระโพธิสัตว์ไม่คู่ควรกับพระราชามีจิตริษยา) Read More »

ผู้เสียหายทั้งสองทาง (พรานเบ็ดได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะความตระหนี่)

ผู้เสียหายทั้งสองทาง (พรานเบ็ดได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะความตระหนี่) หากบุคคลใดไม่รู้ว่า เกิดมาเพื่ออะไร หรือเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต และจะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการใด บุคคลนั้นอาจดำเนินชีวิตผิดพลาดล้มเหลวได้ อันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตอย่างยิ่ง เพราะต้องพลัดตกไปสู่อบายภูมิ คือไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน เปรต อสุรกาย สัตว์นรก เป็นเวลายาวนาน ซึ่งเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง เพราะจะต้องทนทุกข์ทรมานไม่ว่างเว้นแม้แต่อนุวินาทีเดียว เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ย่อมมีชีวิตที่ลำบาก โดยเฉพาะกว่าจะมีโอกาสมาพบผู้รู้แจ้งเห็นจริงอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ยากทีเดียว เพราะเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก และการได้มาพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟังธรรม ได้มีโอกาสปฏิบัติธรรม และเข้าถึงธรรมนั้นยิ่งเป็นการยากขึ้นไปอีก มีวาระพระบาลีใน อุภโตภัตถชาดก ความว่า “อกฺขี ภินฺนา ปโฏ นฏฺโฐ สขีเคเห จ ภณฺฑนํ อุภโต ปทุฏฺฐกมฺมนฺตา อุทกมฺหิ ถลมฺหิ จ ตาของเจ้าก็แตก ผ้าของเจ้าก็หาย ภรรยาของเจ้าก็ทะเลาะกับหญิงเพื่อนบ้าน การงานทั้งหลายเสียหายทั้งสองด้าน ทั้งในน้ำ ทั้งบนบก” ชีวิตของคนเราต้องมีการพลัดพราก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทองอันเป็นที่รักและพึงปรารถนาของมวลมนุษย์ แต่เมื่อจำเป็นต้องสูญเสียก็ต้องยอมแลกเปลี่ยน ในบางครั้งหลายคนยอมเสียเงิน เพื่อแลกกับเวลาที่สูญเสียไป เพราะเวลาคือชีวิต ชีวิตมีค่า …

ผู้เสียหายทั้งสองทาง (พรานเบ็ดได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะความตระหนี่) Read More »

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้)

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้) เวลาในโลกนี้แสนสั้น แต่ชีวิตหลังความตายยาวนานนัก นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายผู้มองเห็นทุกข์ในอบายภูมิ เห็นสุขในสุคติโลกสวรรค์ และเห็นเอกันตบรมสุขในอายตนนิพพาน จึงละชั่วทั้งทางกาย วาจา ใจ หมั่นสั่งสมบุญกุศลอยู่เป็นนิตย์ และทำใจให้ผ่องใสด้วยการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อชีวิตในโลกนี้จะได้มีคุณค่า และเพื่อชีวิตในสัมปรายภพที่ประเสริฐยิ่งๆขึ้นไป พวกเราควรดำเนินรอยตามปฏิปทาของผู้รู้เหล่านั้น ชีวิตจะได้ไม่ผิดพลาด ไม่พลัดหลงไปทนทุกข์ทรมานในอบายภูมิ เราทุ่มเทสร้างบารมีบนโลกมนุษย์เพียงไม่กี่ปี แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้น เป็นสิ่งที่มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล แม้ตัวเราเองก็คาดไม่ถึง จะเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ทำแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต สมกับเป็นชีวิตของนักสร้างบารมีที่เกิดมาอย่างมีเป้าหมาย คือสร้างบารมีเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม มีวาระพระบาลีใน จุลลโพธิชาดก ความว่า “เอวํ มนฺทสฺส โปสสฺส พาลสฺส อวิชานโต สารมฺภา ชายเต โกโธ โสปิ เตเนว ฑยฺหติ อคฺคีว ติณกฏฺฐสฺมึ โกโธ ยสฺส ปวฑฺฒติ นิหียติ ตสฺส ยโส กาฬปกฺเขว จนฺทิมา อนินฺโท ธูมเกตูว โกโธ ยสฺสูปสมฺมติ อาปูรติ ตสฺส ยโส …

ละความโกรธกันเถิด (ดาบสโพธิสัตว์ข่มความโกรธจนเอาชนะใจพระราชาได้) Read More »

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง)

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง) วัตถุประสงค์ของทุกชีวิตในการเกิดมาแต่ละภพแต่ละชาติ คือการสั่งสมบุญบารมี เพื่อมุ่งไปสู่อายตนนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุข การสั่งสมบุญเป็นหน้าที่หลักของมวลมนุษยชาติ บุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขความสำเร็จทุกประการ เพราะถ้าไม่มีบุญแล้ว การจะได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตย่อมเป็นไปได้ยาก พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเกิดมากี่ภพกี่ชาติ ท่านสร้างบารมีเรื่อยมา ดำรงตนเป็นต้นบุญต้นแบบให้ชาวโลกได้ดูเป็นตัวอย่าง พวกเราทุกคนควรดำเนินตามปฏิปทาของท่าน เพราะนั่นเป็นเส้นทางที่จะนำเราไปสู่ความสมบูรณ์ของชีวิต หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงได้ มีวาระพระบาลีที่ปรากฎใน คิหิสูตร ความว่า “เย จ สนฺเต อุปาเสนฺติ สปฺปญฺเญ ธีรสมฺมเต สทฺธา จ เนสํ สุคเต มูลชาตา ปติฏฺฐิตา เทวโลกญฺจ เต ยนฺติ กุเล วา อิธ ชายเร อนุปุพฺเพน นิพฺพานํ อธิคจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา นรชนเหล่าใด คบหาสัตบุรุษผู้มีปัญญาดี ได้รับยกย่องว่าเป็นนักปราชญ์ ชนเหล่านั้นตั้งศรัทธาไว้ในพระสุคตเป็นเค้ามูลแล้ว ย่อมไปสู่เทวโลก หรือพึงเกิดในตระกูลสูงในโลกนี้ ชนเหล่านั้นเป็นบัณฑิต ย่อมบรรลุนิพพานโดยลำดับ” การคบหาสมาคมกับนักปราชญ์บัณฑิต เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และซึมซับคุณธรรมความดีจากท่าน เป็นวิสัยของผู้รักในการฝึกตัว ตราบใดที่เรายังไม่หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ …

ชีวิตของนักสร้างบารมี (ธัมมิกอุบาสกทูลถามพระพุทธเจ้าถึงแนวทางปฎิบัติตนที่ถูกต้อง) Read More »

สงครามชิงภพปิดงบดุลชีวิต (นายโทวาริกทมิฬเพียงขอถึงไตรสรณคมน์ ยังไม่ทันสมาทานศีล ก็สุคติเป็นที่ไปแล้ว)

สงครามชิงภพปิดงบดุลชีวิต (นายโทวาริกทมิฬเพียงขอถึงไตรสรณคมน์ ยังไม่ทันสมาทานศีล ก็สุคติเป็นที่ไปแล้ว) มนุษย์ทุกคนต่างปรารถนาจะได้ในสิ่งที่ดีที่สุด มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด พรั่งพร้อมทั้งความสุขและความสำเร็จทุกอย่าง แต่เราต้องยอมรับความจริงว่า ในโลกนี้ มักมีสองสิ่งควบคู่กันไปเสมอ คือมีลาภก็ต้องมีเสื่อมลาภ ได้ยศก็ต้องมีเสื่อมจากยศ ได้คำสรรเสริญก็ต้องมีเสียงซุบซิบนินทา บางช่วงชีวิตพรั่งพร้อมไปด้วยความสุข แต่บางช่วงก็ถูกความทุกข์กลุ้มรุม ชีวิตเรามีสองด้าน ทั้งด้านมืดของความทุกข์ และด้านสว่างของความสุข หากเรากล้าหาญพอที่จะก้าวออกมาสู่ที่แจ้ง เราจะมีโอกาสพบแสงสว่าง ถ้าเราออกจากมุมมืดของชีวิต ออกจากความคิดที่หมกมุ่นด้วยปัญหา แล้วทำใจให้สงบ เราจะพบทางออก เพราะใจที่สงบเป็นสมาธิ จะทำให้ดวงปัญญาเราสว่าง และเป็นทางมาแห่งความสุขความสำเร็จที่สมบูรณ์ในชีวิตของทุกคน มีวาระแห่งพุทธสุภาษิตใน อุปเนยยสูตร ความว่า “ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายย่างก้าวเข้าไปใกล้ความตาย อายุที่มีอยู่ก็มีประมาณเพียงน้อยนิด ทุกชีวิตถูกมัจจุราช ต้อนเข้าไปสู่มรณะ ถูกความเสื่อมและความชราต้อนเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีผู้ป้องกัน บุคคลเมื่อเห็นภัยในมรณะนี้ พึงเร่งสร้างกุศล พึงทำบุญทั้งหลายที่นำความสุขมาให้” ชีวิตเราเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด เราควรเลือกทำแต่สิ่งที่ดีๆ ไม่ว่าเราจะทำดีหรือทำชั่ว ล้วนเสียเวลาเท่ากัน แต่ผลที่ได้นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มีวิบากเป็นสุขและทุกข์ชนิดเปรียบเทียบกันไม่ได้ เราทุกคนกำลังถูกพญามัจจุราชต้อนเข้าไปสู่ความตาย ไม่มีผู้ใดป้องกันต้านทานไว้ได้ เพราะความตายไม่มียกเว้นเขาผู้ใด มีแต่บุญและธรรมะเท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งให้แก่เราในสัมปรายภพได้ บุญที่ทำอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มั่นใจได้ว่า ก่อนหลับตาลาโลก เราจะไม่ต้องอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว เพราะมีที่พึ่ง …

สงครามชิงภพปิดงบดุลชีวิต (นายโทวาริกทมิฬเพียงขอถึงไตรสรณคมน์ ยังไม่ทันสมาทานศีล ก็สุคติเป็นที่ไปแล้ว) Read More »