ธรรมะเพื่อประชาชน

สมณะแท้ คือผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย (ธรรมชาติที่มีคุณค่า สัตว์ชั้นสูง บุคคลสูงส่ง สมณะผู้ประเสริฐ)

สมณะแท้ คือผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย (ธรรมชาติที่มีคุณค่า สัตว์ชั้นสูง บุคคลสูงส่ง สมณะผู้ประเสริฐ) พุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ สังฆานุภาพ เป็นอานุภาพที่ไม่มีประมาณ เป็นอจินไตย อยู่เหนือวิสัยของผู้ที่ใจยังไม่หยุด จะเข้าใจได้ด้วยการนึกคิดเองตามหลักตรรกวิทยาหรือศาสตร์ต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ก็ไม่ได้ เพราะเป็นศาสตร์เฉพาะของผู้รู้แจ้งเท่านั้น ผู้ที่ทำจิตให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย มักประสบกับอานุภาพของพระรัตนตรัยอยู่เสมอ หรือพบแต่เรื่องอัศจรรย์จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา หากใจเราหยุดนิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายในได้เมื่อไร เราจะมีความบริสุทธิ์ มีอานุภาพตามไปด้วย เพราะไม่มีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่หรือเทียบเท่าพระรัตนตรัยได้ ในบทสรรเสริญสังฆคุณ ๙ ประการ มีข้อความตอนหนึ่งว่า “บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงกันได้ ๘ บุรุษ คือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ที่ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ ควรแก่การรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี และเป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง ในพระสงฆ์หมู่ นั้น” การที่พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันเลิศของโลกนั้น เพราะท่านมีศีลสมาธิปัญญา และได้ปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘ จนสามารถเข้าถึงไตรสรณคมน์ มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งต่อตนเองและชาวโลก ส่วนนักบวชนอกศาสนา ไม่ได้มีหลักอริยมรรคในการปฏิบัติ จึงไม่รู้หนทางพระนิพพาน แม้จะมีความเพียรพยายามเพียงใด ก็ไม่สามารถบรรลุพระนิพพาน จะยกใจให้สูงได้เพียงแค่ไปสู่พรหมโลกเท่านั้น …

สมณะแท้ คือผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย (ธรรมชาติที่มีคุณค่า สัตว์ชั้นสูง บุคคลสูงส่ง สมณะผู้ประเสริฐ) Read More »

พุทธวิธีเพื่อเศรษฐกิจที่มั่นคง (วิธีการบูชายัญที่ถูกต้อง)

พุทธวิธีเพื่อเศรษฐกิจที่มั่นคง (วิธีการบูชายัญที่ถูกต้อง) การประพฤติธรรมให้อยู่ในกรอบของความถูกต้องดีงาม เพื่อพัฒนาคุณธรรมและคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับผู้ปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เพราะชีวิตของมนุษย์นั้น เป็นชีวิตของผู้มีใจประเสริฐ มีจิตใจสูงส่งดีงาม สามารถฝึกหัดขัดเกลาตนเองให้เข้าถึงพระรัตนตรัย เพื่อเป็นคนดีที่โลกต้องการ การประพฤติธรรมนำสุขมาให้ ผู้ประพฤติธรรมย่อมได้รับความสุขความเจริญรุ่งเรือง และยังทำให้สังคมประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย ถ้าครอบครัวไหนประพฤติธรรม ครอบครัวนั้นย่อมมีความสุข ถ้าบ้านเมืองไหนผู้นำประพฤติธรรม ประชาชนในบ้านเมืองนั้นจะอยู่เย็นเป็นสุข ไม่อดอยากอัตคัดขาดแคลน มีกินมีใช้ และประพฤติธรรมตามไปด้วย ดังนั้น การประพฤติปฏิบัติธรรม ชำระกายวาจาใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ จึงเป็นการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองอีกทางหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สิงคาลกสูตร ความว่า “ฉนฺทา โทสา ภยา โมหา โย ธมฺมํ นาติวตฺตติ อาปูรติ ตสฺส ยโส สุกฺกปกฺเขว จนฺทิมา ผู้ใดไม่ละเมิดความยุติธรรม เพราะความรัก ความชัง ความกลัว และความหลง ยศของผู้นั้น ย่อมเต็มเปี่ยมดุจดวงจันทร์ เปล่งแสงสว่างในข้างขึ้นทุกค่ำคืน” คุณธรรม ความไม่ลำเอียง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้เกิดขึ้นในใจของเราและในสังคมปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นผู้นำผู้ปกครอง หากปรารถนาความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรือง ต้องฝึกฝนคุณธรรมความไม่ลำเอียงนี้ให้เกิดขึ้นในใจ …

พุทธวิธีเพื่อเศรษฐกิจที่มั่นคง (วิธีการบูชายัญที่ถูกต้อง) Read More »

สังเกตคนดีที่ความประพฤติ (เสตเกตุมาณพผู้มากด้วยทิฐิมานะ)

สังเกตคนดีที่ความประพฤติ (เสตเกตุมาณพผู้มากด้วยทิฐิมานะ) ในสังสารวัฏอันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายไม่ได้นี้ สรรพสัตว์ที่เกิดมาแล้ว ล้วนบ่ายหน้าไปสู่ความตาย แต่มวลมนุษยชาติทั้งหลายต่างยังตกอยู่ในความประมาท มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันเป็นบ่วงที่ร้อยรัดสรรพสัตว์ทั้งหลายเอาไว้ ทำให้ลืมเลือนเป้าหมายดั้งเดิม ที่เกิดมาเพื่อแสวงหาหนทางของพระนิพพาน เมื่อถูกความไม่รู้ คือ อวิชชาเข้าครอบงำจิตใจ จึงไม่ได้คิดถึงความเป็นจริงของชีวิตว่า เราทุกๆ คนเกิดมาแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตายทั้งนั้น สังขารร่างกายนี้เป็นเพียงเครื่องอาศัยชั่วคราว เอาไว้สำหรับใช้สร้างบารมี เมื่อเวลาในมนุษยโลกหมดลง ก็ต้องย้ายภพภูมิไปเกิดที่ใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ที่ยังไม่หมดอาสวกิเลส ก็ยังต้องเกิดกันร่ำไป หากผู้ใดตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม โดยหมั่นตรึกระลึกนึกถึงศูนย์กลางกายอยู่ตลอดเวลา ใจจะถูกกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ชีวิตจะมุ่งเข้าสู่หนทางแห่งความบริสุทธิ์ภายใน ซึ่งเป็นเส้นทางของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ที่เสด็จไปสู่อายตนนิพพาน ชีวิตของผู้นั้นย่อมเป็นชีวิตที่มีคุณค่าและน่าสรรเสริญที่สุด มีวาระพระบาลีที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส ใน เตลปัตตชาดก ว่า “สมติตฺติกํ อนวเสส กํ เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข ปตฺถยาโน ทิสํ อคตปุพฺพํ บุคคลผู้ประสงค์จะไปสู่ทิศที่ไม่เคยไป (คือ อายตนนิพพาน) …

สังเกตคนดีที่ความประพฤติ (เสตเกตุมาณพผู้มากด้วยทิฐิมานะ) Read More »

วิธีตัดเหตุแห่งทุกข์ (พญานกยูงทองโพธิสัตว์เผลอสติติดบ่วงพราน)

วิธีตัดเหตุแห่งทุกข์ (พญานกยูงทองโพธิสัตว์เผลอสติติดบ่วงพราน) เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ เพื่อเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ให้กับตนเองให้ได้มากที่สุด บริสุทธิ์จนกระทั่งไปพบกับตัวตนที่แท้จริง ที่มั่นคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงและมีความสุขอย่างแท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าและพระอรหันตเจ้าทั้งหลาย ท่านได้พบว่าพระรัตนตรัยเป็นสิ่งประเสริฐสุด และมีอยู่แล้วในตัวของพวกเราทุกคน เป็นธรรมที่สงบ ละเอียด ประณีต ซึ่งจะนึกคิดหรือคาดคะเนเองไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติให้เข้าถึงด้วยตนเอง โดยปรับใจให้ละเอียด ให้หยุดนิ่งไปตามลำดับ จนกระทั่งเข้าไปถึงแหล่งแห่งความสุข ความบริสุทธิ์แหล่งของสติของปัญญา แล้วเราจะรู้เห็นทุกสิ่งไปตามความเป็นจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ความว่า “ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ ตัณหาทำให้คนเกิดบ่อยๆ จิตของผู้มีตัณหาย่อมซัดส่ายไปมา เพราะหมู่สัตว์มัวท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ จึงประสบทุกข์มากมาย” ตัณหา คือความทะยานอยาก ประกอบด้วยความเพลิดเพลิน ยินดีในอารมณ์ต่างๆ เป็นกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในส่วนลึกของสรรพสัตว์ เป็นทุกข์สมุทัยสัจจ์ คือเหตุให้เกิดความทุกข์ การที่มนุษย์ต้องเวียนว่ายตายเกิด และมีความทุกข์กายทุกข์ใจอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะมีตัณหาเป็นต้นเหตุ ความทุกข์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นทุกข์ประจำหรือทุกข์จร ตั้งแต่ทุกข์จากการเกิดแก่เจ็บตาย ทุกข์เพราะการพลัดพรากจากบุคคลผู้เป็นที่รัก ความเศร้าโศก พร่ำพิไรรำพันต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเกิดมาจากความทะยานอยากทั้งสิ้น เมื่อความทะยานอยากเกิดขึ้นก็ต้องมีการแสวงหา การแสวงหาทำให้เกิดการกระทำที่ภาษาพระท่านเรียกว่ากรรม …

วิธีตัดเหตุแห่งทุกข์ (พญานกยูงทองโพธิสัตว์เผลอสติติดบ่วงพราน) Read More »

ศึกชิงภพ (สัตว์นรกนึกถึงบุญได้ มีช่วงจิตเป็นกุศลนิดเดียว หลุดพ้นจากอบายภูมิขึ้นมาได้)

ศึกชิงภพ (สัตว์นรกนึกถึงบุญได้ มีช่วงจิตเป็นกุศลนิดเดียว หลุดพ้นจากอบายภูมิขึ้นมาได้) มนุษย์ส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับกายมนุษย์นี้เพียงผิวเผิน แม้จะเอาใจใส่กับร่างกายด้วยการหมั่นดูแลทำความสะอาดหรือปกป้องไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วย แต่หารู้ไม่ว่า นั่นยังไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสมบูรณ์ในการรักษาปกป้องกายมนุษย์นี้ เพราะยังไม่สะอาดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง แต่หากได้ทำความสะอาดใจด้วยการรักษาศีลและเจริญภาวนา จึงจะเข้าถึงแก่นแท้ของกายของตัวเองอย่างแท้จริง สังขารร่างกายที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายกายซ้อนกันอยู่ภายใน และเป็นกายที่สวยสดงดงามยิ่งกว่า เป็นชีวิตในระดับลึกที่มีความละเอียดประณีตดีกว่ากายภายนอกมาก เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อทำสมาธิภาวนา หมั่นทำใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสุขและความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน เทวทูตสูตร ว่า “สัตว์ที่เกิดมาย่อมมีภัยโดยความตายเป็นนิตย์ เหมือนผลไม้ที่สุกแล้วย่อมมีภัยโดยการหล่นไปในเวลาเช้าฉะนั้น ภาชนะดินที่นายช่างทำแล้วทุกชนิดมีความแตกสลายไปในที่สุด ชีวิตมนุษย์ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งโง่เขลา ทั้งเฉลียวฉลาด ย่อมไปสู่อำนาจแห่งมฤตยู มีมัจจุราชสกัดอยู่ข้างหน้า เมื่อมนุษย์เหล่านั้น ถูกมัจจุราชสกัดอยู่ข้างหน้าแล้ว ถูกมัจจุครอบงำแล้ว บิดาก็ต้านทานไว้ไม่ได้ หรือพวกญาติก็ต้านทานไม่ได้ มนุษย์ทั้งหลายย่อมรำพันกันอยู่เป็นอันมากนั่นเอง” มัจจุ คือ ความตาย หากมาปรากฏต่อหน้าของเราก่อนจะละโลกนี้เพื่อเดินทางไปสู่ปรโลก เมื่อถึงยามนั้นไม่มีใครเลยที่จะมาช่วยเหลือเราได้ เราต้องช่วยตัวเอง ธรรมะและบุญกุศลที่เราได้ทำเอาไว้จะเป็นที่พึ่งแก่เราในยามนั้น ความตายที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่มีอยู่ ๒ สาเหตุด้วยกัน คือ ตายปัจจุบันทันด่วน เป็นการตายก่อนถึงเวลาสมควร เช่น อุบัติเหตุ รถชนตาย จมน้ำตาย ตายอย่างที่สอง …

ศึกชิงภพ (สัตว์นรกนึกถึงบุญได้ มีช่วงจิตเป็นกุศลนิดเดียว หลุดพ้นจากอบายภูมิขึ้นมาได้) Read More »

มหารถเทพบุตร (เทพบุตรท่านหนึ่งที่ทำให้พระทัยของท้าวสักกะต้องหวั่นไหว)

มหารถเทพบุตร (เทพบุตรท่านหนึ่งที่ทำให้พระทัยของท้าวสักกะต้องหวั่นไหว) เรามีเวลาสร้างบารมีอยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด จึงไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิต บัณฑิตทั้งหลายจะรีบขวนขวายสั่งสมบุญ เพื่อเป็นเหตุให้เข้าถึงความสุขภายในที่แท้จริง ความสุขจากใจหยุดนิ่งนี้ ไม่อาจแลกได้ด้วยสมบัติใดๆ หากต้องลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง เพราะผู้ใดทำใจหยุดนิ่งได้ ผู้นั้นจะเข้าถึงความสุขที่แท้จริง เป็นสุขที่ตรงกันข้ามกับสุขที่เกิดจากเบญจกามคุณทั้งหลายในโลกนี้ เป็นสุขที่เที่ยงแท้ เป็นอมตะ ดังนั้นหากเราตั้งใจลงมือทำในวันนี้ ก็จะได้วันนี้ หรือแม้วันนี้ยังไม่ได้ผล ย่อมเป็นอุปนิสัยติดตัวไปให้ได้เข้าถึงธรรมในวันข้างหน้า มีธรรมภาษิตที่กล่าวไว้ใน มหารถวิมาน ว่า “ข้าแต่ท่านผู้เป็นมุนี เมื่อใครๆ หวังอยากเป็นผู้มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ และรูปอันประณีต อย่าพึงมีใจข้องอยู่ในสิ่งอื่น พึงยังข้าวและน้ำอันตนตบแต่งดีแล้วเป็นอันมาก ให้ตั้งไว้ในพระพุทธเจ้า เพราะใครๆ ในโลกนี้หรือโลกอื่น จะเป็นผู้ประเสริฐกว่า หรือเสมอด้วยพระพุทธเจ้า มิได้มี พระตถาคตเจ้านั้น ถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ควรบูชาอย่างยิ่งกว่าบุคคลผู้ควรบูชาทั้งหลาย ของชนผู้มีความต้องการบุญ แสวงหาผลอันไพบูลย์” นี่คือถ้อยคำของเทพบุตรองค์หนึ่ง ที่สามารถทำให้จิตใจของท้าวสักกะจอมเทพหวั่นไหวได้ ในยุคเริ่มต้นของการประกาศศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา ตอนนั้นพระอินทร์ยังประมาทในการเสวยทิพยสมบัติอยู่ ยังไม่ได้โอกาสบำเพ็ญบุญกับพระอริยเจ้า ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลอันเลิศ บุญกุศลที่เคยทำเอาไว้ในอดีต ซึ่งส่งผลให้ได้มาเป็นท้าวสักกะจอมเทพนั้น ก็ไม่ได้ทำถูกเนื้อนาบุญ แม้จะได้รับการยอมรับให้เป็นจอมเทพผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แต่เมื่อเทียบรัศมีกาย อายุขัย เทพบริวาร หรือทิพยปราสาทกับเทพบุตรผู้มีบุญอื่นๆ แล้ว …

มหารถเทพบุตร (เทพบุตรท่านหนึ่งที่ทำให้พระทัยของท้าวสักกะต้องหวั่นไหว) Read More »

อเนกวรรณเทพบุตร (เทพบุตรท่านหนึ่งที่ทำให้พระทัยของท้าวสักกะต้องหวั่นไหว)

อเนกวรรณเทพบุตร (เทพบุตรท่านหนึ่งที่ทำให้พระทัยของท้าวสักกะต้องหวั่นไหว) เวลาที่มีคุณค่ามากที่สุด คือ เวลาแห่งใจหยุดนิ่ง เป็นเวลามีคุณค่ายิ่งกว่าเวลาที่เราได้เพชรได้พลอย หรือได้อัญมณีอันล้ำค่าทั้งหลายในโลกนี้ เพราะเราได้ไปเอารัตนะภายใน เมื่อเราประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล เราย่อมจะได้พบกับพระรัตนตรัยภายใน คือ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกทั้งในภพนี้และภพหน้า ปัจจุบันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่า ควรจะแสวงหารัตนะภายนอกหรือรัตนะภายใน เมื่อไม่รู้ก็ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องในตัว มัวส่งใจไปกับเรื่องนอกตัว ชีวิตจึงต้องวนเวียนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม แต่เมื่อได้ลงมือปฏิบัติธรรม จึงจะเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คือ พระรัตนตรัยภายใน จะได้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย มีถ้อยคำธรรมภาษิตที่ปรากฏอยู่ใน อเนกวัณณวิมาน ว่า “ข้าพเจ้าได้ชักชวนคนอื่นๆ ให้ทำบุญว่า ท่านทั้งหลายจงบูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าผู้ควรบูชาเถิด เมื่อท่านทั้งหลายละอัตภาพนี้แล้ว จักได้ไปเสวยสุขในสุคติสวรรค์ ข้าพเจ้าได้กระทำกุศลกรรมอย่างนั้นแล้ว จึงได้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ด้วยตน และบันเทิงอยู่ในท่ามกลางหมู่ทวยเทพ” ผลแห่งการทำจิตให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย และบุญที่เกิดจากการชักชวนมหาชน ให้มาตามระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เลย มีผลที่ยิ่งใหญ่ไพศาลอย่างน่าอัศจรรย์ หากมีจิตเลื่อมใสอย่างเต็มที่ อานิสงส์ที่ไม่มีประมาณก็จะบังเกิดขึ้น จะทำให้เราสมบูรณ์ด้วยสมบัติอันเลิศ ทั้งมนุษย์สมบัติ ทิพยสมบัติ และนิพพานสมบัติ มีความสุขความสำเร็จไปทุกภพทุกชาติ ใจจะเกาะเกี่ยวอยู่กับบุญกับพระรัตนตรัย ทำให้ชีวิตรอดพ้นจากอบายภูมิแน่นอน …

อเนกวรรณเทพบุตร (เทพบุตรท่านหนึ่งที่ทำให้พระทัยของท้าวสักกะต้องหวั่นไหว) Read More »

จูฬรถเทพบุตร (เทพบุตรที่ทำให้พระอินทร์ลงมาจากเทวโลกถวายบิณฑบาตกับพระมหากัสสปเถระ)

จูฬรถเทพบุตร (เทพบุตรที่ทำให้พระอินทร์ลงมาจากเทวโลกถวายบิณฑบาตกับพระมหากัสสปเถระ) ในสังสารวัฏที่เต็มไปด้วยภัยนานัปการ ภัยที่น่าหวาดกลัวที่สุด คือ ภัยในอบายภูมิ เพราะภพของอบายนั้น เป็นภพที่เสวยวิบาก มีความทุกข์ทรมานแสนสาหัส เมื่อพลัดตกไปในอบายแล้ว กว่าจะกลับมาสู่สุคติภูมิได้ ต้องใช้เวลายาวนานมาก ดังนั้นควรที่เราจะต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยการตั้งใจทำคุณงามความดี เพราะสิ่งนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่า เราจะได้ไปสู่สุคติภูมิอย่างเดียว ถ้าหากเกิดมาแล้ว เป็นอยู่เพียงสักแต่ว่ามีลมหายใจเข้าออก ไม่ได้สั่งสมบุญเพิ่มเติมให้กับตัวเอง ชีวิตก็ว่างเปล่าจากสิ่งที่มีคุณค่า เกิดมาใช้ชีวิตไม่คุ้ม ดังนั้น เราเกิดมาควรแสวงหาสาระแก่นสารของชีวิต ด้วยการสั่งสมบุญให้เต็มที่ และตั้งใจประพฤติธรรม มีใจมุ่งตรงต่อหนทางพระนิพพานกันทุกคน มีสุภาษิตบทหนึ่งปรากฏอยู่ใน สัตติคุมพชาดก ความว่า “ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ กุสาปิ ปูตี วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา ตคร ญฺจ ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา ตสฺมา ปตฺตปุฏสฺเสว ญตฺวา สมฺปากมตฺตโน อสนฺเต นูปเสเวยฺย …

จูฬรถเทพบุตร (เทพบุตรที่ทำให้พระอินทร์ลงมาจากเทวโลกถวายบิณฑบาตกับพระมหากัสสปเถระ) Read More »

กระแสแห่งกรรม (๑) กรรมของมิตตพินทุกะ

กระแสแห่งกรรม (๑) กรรมของมิตตพินทุกะ เส้นทางอันยาวไกลในสังสารวัฏ เป็นเส้นทางที่จะต้องสั่งสมบุญบารมีอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราจะมองข้าม คิดว่าจะทำเมื่อไรก็ได้ เพราะกว่าที่เราจะได้บรรลุเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต คือ ปราบอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไปได้นี้ ไม่ใช่เรื่องพอดีพอร้าย ที่จะทำเมื่อไรก็ได้ หากเรายังเป็นผู้ที่ประมาท ไม่เร่งสั่งสมบุญและความเพียรควบคู่กันไป เส้นทางนั้นก็ยิ่งยาวไกลออกไป ดังนั้นการสั่งสมบุญ หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม จึงเป็นกิจหลักที่ต้องทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ มีวาระแห่งพระภาษิตที่ปรากฏอยู่ใน อรรถกถโลสกชาดก ความว่า “ผู้ใดเมื่อถูกกล่าวสอนอยู่ ไม่ทำตามคำสอนของผู้ปรารถนาประโยชน์ ผู้อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ผู้นั้นย่อมเศร้าโศก เหมือนมิตตพินทุกะจับเท้าแพะเศร้าโศกอยู่ฉะนั้น” ในการอยู่ร่วมกันในสังคม ต้องมีกฎมีเกณฑ์ของการอยู่ร่วมกัน ใครทำผิดกฎหมายก็มีกระบวนการยุติธรรมเข้ามา นี้เป็นจุดประสงค์ก็เพื่อต้องการให้สังคมมีความสงบสุข แม้ถึงกระนั้นก็มิได้หมายความว่า แต่ละประเทศจะมีบรรทัดฐานที่เหมือนๆกัน เพราะในแต่ละพื้นที่ก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างกัน กฎเกณฑ์ของสังคมในแต่ละประเทศชาติ ก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม แต่การเกิดมาในสังสารวัฏมีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวคือกฎแห่งกรรม ใครก็ตามที่พลาดพลั้งทำบาปอกุศล แม้ในภพปัจจุบันจะเป็นผู้ที่มีอำนาจยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครที่จะหลีกเลี่ยงกฎแห่งกรรมไปได้ * เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ ในครั้งนั้นมีพระภิกษุรูปหนึ่งอยู่ในอาวาสประจำหมู่บ้าน เป็นผู้เรียบร้อย มีศีล หมั่นบำเพ็ญภาวนาโดยมีกุฎุมพีท่านหนึ่งเป็นอุปัฏฐาก สมัยนั้นมีพระขีณาสพองค์หนึ่งอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ต้องการที่จะเปลี่ยนบรรยากาศการบำเพ็ญเพียร จึงออกจากป่า ได้จาริกมาถึงบ้านที่อยู่ของกุฎุมพีผู้เป็นอุปัฏฐากภิกษุรูปนั้น ฝ่ายกุฎุมพีครั้นเห็นพระเถระที่มีผิวพรรณวรรณะผ่องใสก็เกิดความเลื่อมใส จึงรับบาตร นิมนต์เข้าไปในบ้าน …

กระแสแห่งกรรม (๑) กรรมของมิตตพินทุกะ Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑) กว่าที่เราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ต้องใช้เวลาแสนยาวนาน ต้องเป็นผู้มีบุญบารมีมากพอที่จะมาเกิดเป็นมนุษย์ เมื่อเกิดแล้วก็ใช่ว่าจะดำรงอยู่อย่างสะดวกสบาย ส่วนใหญ่มักประสบกับอุปสรรค หรือความไม่ปลอดภัยทั้งจากภัยต่างๆ ในชีวิตและภัยในสังสารวัฏ หากประมาทพลาดพลั้งไปสร้างบาปอกุศล ก็จะเป็นผลให้ตกไปสู่ภพภูมิที่ทุกข์ทรมาน ต่อเมื่อได้พบเจอกัลยาณมิตร จากชีวิตที่เคยดำเนินผิดพลาดก็จะมีโอกาสหวนมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องดีงามได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายใน อัญญตรสูตร ความว่า “ดูก่อนเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย สัตว์ที่กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีน้อย เหมือนฝุ่นในเล็บมือของเรา โดยที่แท้สัตว์ที่พากันไปเกิดเป็นอย่างอื่นนอกจากมนุษย์มีมาก เหมือนฝุ่นในพื้นปฐพีใหญ่“ เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องรู้ว่า ชีวิตต้องการอะไร และอะไรคือเป้าหมายของชีวิต หากสงสัยในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องพิสูจน์ด้วยพุทธวิธี เพราะถึงจะค้นคว้าด้วยวิธีใดๆ ในโลก ก็ไม่สามารถไปรู้ไปเห็นได้ นอกจากจะต้องหยุดใจให้ได้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ได้ เช่นเดียวกับพระราชาผู้เป็นนักทดลองในอดีตพระนามว่า พระเจ้าปายาสิ พระองค์ทรงเป็นนักปกครองที่เก่งมาก และเป็นผู้ที่ชอบแสวงหาความรู้ และคำตอบด้วยตนเอง สิ่งที่สงสัยในใจเสมอมา คือมนุษย์ตายแล้วไปไหน หลังจากที่ทรงเที่ยวถามสมณชีพราหมณ์ไปจนทั่วแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ในที่สุดพระองค์ตัดสินพระทัยค้นคว้าทดลองเอง แล้วตัดสินเองว่า “โลกหน้าไม่มี ตายแล้วสูญ ผลวิบากกรรมที่สัตว์ทำดีหรือทำชั่วไม่มี” เมื่อตัดสินเช่นนี้แล้ว ภูมิใจมาก โดยไม่รู้ว่า พระองค์กำลังยืนอยู่บนเส้นทางของความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง * วันหนึ่งพระเจ้าปายาสิรู้ว่า พราหมณ์และคฤหบดีชาวเมืองมากมายต่างพากันเข้าไปฟังธรรมของ …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒) การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏนั้น เราจะต้องรู้เท่าทันอาสวกิเลส รู้ว่าสิ่งไหนเป็นบุญ สิ่งไหนเป็นบาปอกุศล แล้วดำรงตนให้อยู่ในเส้นทางแห่งบุญ เส้นทางแห่งความดี ความไม่รู้เป็นมลทินของชีวิต เพราะถ้าไม่รู้แล้ว จะทำให้เราพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตมัวหมองได้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องแสวงหาผู้รู้ เข้าไปสอบถามสิ่งที่สงสัย ที่สำคัญคือ ต้องหมั่นเข้าไปหาผู้รู้ภายใน คือพระธรรมกาย ด้วยวิธีการหยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อแสวงหาความรู้แจ้งที่เกิดจากปัญญาอันบริสุทธิ์ และเมื่อเราเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน เราจะได้รับคำตอบของชีวิตที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสกับพระสารีบุตรอัครสาวกเบื้องขวาผู้เลิศด้วยปัญญา มีปรากฏใน มหาสีหนาทสูตร ความว่า ” ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมกำหนดรู้ใจของบุคคลบางคนในโลกนี้ว่า บุคคลนี้ปฏิบัติอย่างนั้น ดำเนินชีวิตอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้นแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก โดยสมัยต่อมา เราย่อมเห็นบุคคลนั้นหลังจากตายไปแล้ว เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก แล้วเสวยทุกขเวทนาอันแรงกล้าเผ็ดร้อนโดยส่วนเดียว ด้วยธรรมจักขุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ทั้งหลาย” การเข้าไปรู้ไปเห็นภพภูมิที่ละเอียดประณีต ไม่ว่าจะเป็นสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิ สามารถรู้เห็นได้ด้วยธรรมจักขุ และญาณทัสสนะของพระธรรมกาย ที่ปราศจากเมฆหมอกของกิเลสอาสวะ …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓) มีคำกล่าวที่เราคุ้นเคยกันดีว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เป็นคติสำหรับย้ำเตือนพวกเราทุกคน ให้มีกำลังใจในการทำหน้าที่การงาน และให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนา การจะให้บรรลุผลสำเร็จได้นั้น จะต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างประกอบกัน นอกจากจะต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็ง และมีสติปัญญาแล้ว ยังจะต้องมีพลังบุญหนุนนำ จึงจะประสบความสำเร็จได้ หากมีเพียงความพยายาม แต่ขาดปัญญา และไม่มีกัลยาณมิตรคอยแนะนำ ความพยายามนั้นอาจจะสูญเปล่าได้ และอาจเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงไปจนตลอดชีวิต ความพยายามที่ไม่มีวันสูญเปล่านั้น คือการประกอบความเพียร โดยนำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสำเร็จ เราจะไม่พบกับคำว่าผิดหวัง หากนำใจจรดศูนย์จะไม่มีคำว่าสูญเสีย เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามนำใจมาหยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา จะได้พบแต่ความสมหวังสมปรารถนาในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน จตุกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า “จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กาลา สมฺมาภาวิยมานา สมฺมาอนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺติ กตเม จตฺตาโร กาเลน ธมฺมสฺสวนํ กาเลน ธมฺมสากจฺฉา กาเลน สมโถ กาเลน วิปสฺสนา …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓) Read More »

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก)

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก) การสร้างบารมีเพื่อมุ่งไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยกำลังบุญบารมีที่มากเป็นพิเศษ และต้องปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆ กัน ทำกันไปเป็นทีม โดยไม่มีใครน้อยหน้า ไม่มีใครล้ำหน้า แต่ว่าไปกันพร้อมหน้าเท่าเทียมทันกันทั้งหมด ทุกคนต้องสวมหัวใจของพระบรมโพธิสัตว์ มุ่งสร้างบารมี อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา ทำหน้าที่ของยอดนักสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของตนเอง และเป็นแสงสว่างส่องประทีปแห่งธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสู่ดวงใจของมวลมนุษยชาติ การฝึกฝนอบรมตนให้สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน เพื่อเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับชาวโลก เป็นสิ่งสำคัญของการดำรงตนเป็นผู้นำแห่งสันติภาพ โดยเฉพาะการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระธรรมกาย จะเป็นนิมิตหมายว่า สันติสุขที่แท้จริงจะบังเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน มีวาระพระบาลีอยู่ใน อาทิยสูตร ความว่า “นรชนเมื่อคำนึงถึงเหตุนี้ว่า เราได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงตนแล้ว ได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงคนที่ควรเลี้ยงแล้ว ได้ผ่านพ้นภัยที่เกิดขึ้นแล้ว ได้ให้ทักษิณาอันมีผลอันเลิศแล้ว ได้ทำพลีกรรม ๕ ประการแล้ว และได้บำรุงท่านผู้มีศีล สำรวมอินทรีย์ ประพฤติพรหมจรรย์แล้ว บัณฑิตผู้อยู่ครองเรือน พึงปรารถนาโภคทรัพย์เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราก็ได้บรรลุแล้ว เราได้ทำสิ่งที่ไม่ต้องเดือดร้อนแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้ดำรงอยู่ในธรรมของพระอริยเจ้า” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสพระธรรมเทศนานี้ไว้ เพื่อเป็นหลักในการครองเรือนของฆราวาส ผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมถึงขั้นเป็นพระอนาคามี หากยังจำเป็นต้องอยู่ครองเรือน จะต้องประพฤติตนอย่างไร จึงจะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างถูกต้อง ถูกธรรมเนียมของพระอริยเจ้า เพราะบางท่านยังไม่สามารถออกบวชเป็นบรรพชิตได้ ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ เช่น ช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน หรือแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีพันธนาการของชีวิตที่ทำให้ออกบวชไม่ได้ …

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) การใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์นี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก หากผู้ใดฉลาดในการใช้ชีวิต และไม่ประมาทในการทำความดี หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทำทุกๆ วัน ไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว การดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ถือว่าได้กำไรชีวิตจริงๆ คำว่า กำไร หมายถึง การลงทุนนั้นไม่มีการขาดทุน มีแต่ได้กับได้ การทำความดีก็เหมือนกัน เราจะได้บุญเป็นกำไรของชีวิต บุญนั้นเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เป็นประดุจแก้วสารพัดนึก ควรที่เราจะต้องรีบตักตวง ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้สั่งสมบารมี ชีวิตนี้ก็ยังบกพร่องอยู่ เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ เกิดมาเสียโอกาสสร้างความดี ดังนั้น เมื่อมีโอกาสดีแล้ว ควรต้องทำให้เต็มที่ให้คุ้มค่ากันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า ” นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้สักอย่างเดียว …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) Read More »

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์)

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) ความเมตตาปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมโลก เป็นทางมาแห่งสันติภาพอัน ไพบูลย์ เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่มีการแก่งแย่งรบรา ฆ่าฟันกัน อย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เมตตาธรรมจะช่วยค้ำจุนโลก เปลี่ยนแปลงกระแสโลกที่กำลัง ร้อนแรงด้วยไฟกิเลส เป็นกระแสแห่งความสงบสุขร่มเย็นที่เกิดจากใจที่ใสบริสุทธิ์ รุกเงียบไปใน บรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน มีสมบัติสิ่งของเครื่องใช้ ที่พอจะแบ่งปันกันได้ ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยถือว่า สมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของ โลก โลกทั้งโลกคือบ้านหลังใหญ่ ที่มีสมาชิกในบ้านมากมาย ซึ่งต่างเป็นหมู่ญาติ เพื่อนพ้อง พี่น้องกัน ต่างยังต้องเดินทางไกลในสังสารวัฏ ไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพาน มีวาระพระบาลีใน อนนุโสจิยชาดก ความว่า “น เหว ติฏฺฐํ นาสีนํ น สยานํ น ปตฺถคุ ํ ยาวุปฺปตฺติ นิมิสฺสติ ตตฺราปิ สรต ี วโย สัตว์โลกที่กำลังยืน นั่ง หรือเดิน อายุสังขารหาได้เป็นไปตามด้วยไม่ แม้วัยก็เสื่อมลงไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา” …

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) Read More »