ธรรมะเพื่อประชาชน

พุทธพยากรณ์ ๑ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ข้อที่ ๑ – ๔)

พุทธพยากรณ์ ๑ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ข้อที่ ๑ – ๔) ทางลัดที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ คือ การฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งควบคู่ไปกับการสั่งสมบุญบารมีในทุกรูปแบบ ถ้ามีความบริสุทธิ์มากบุญกุศลย่อมเกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อยบุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม ความสุขและความบริสุทธิ์นี้สั่งสมได้ด้วยการหมั่นเจริญภาวนาทุกๆ วัน พระบรมศาสดาของเราทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างในการสร้างบารมีให้ชาวโลกได้ดำเนินตาม ดังนั้นเราจึงควรหมั่นเจริญสมาธิภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุขและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง มีสุภาษิตที่สุเมธดาบสโพธิสัตว์ ได้กล่าวชื่นชมพระพุทธเจ้าไว้ว่า “อเทฺวชฺฌวจนา พุทฺธา อโมฆวจนา ชินา วิตถํ นตฺถิ พุทฺธานํ ธุวํ พุทฺโธ ภวามิหํ ยถา ขิตฺตํ นเภ เลณฺฑํ ธุวํ ปตติ ภูมิยํ พระพุทธชินเจ้ามีพระวาจาไม่เป็นสอง มีพระวาจาไม่เปล่าประโยชน์ พระพุทธเจ้าไม่ตรัสคำไม่จริง เราจักได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน เปรียบเหมือนก้อนดินที่โยนขึ้นไปบนอากาศ ย่อมตกลงมาสู่พื้นดินอย่างแน่นอน ” การทำนายของพระผู้มีพระภาคเจ้า เรียกว่า พุทธพยากรณ์ เป็นการทำนายที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริง เป็นการเห็นด้วยญาณทัสสนะที่บริสุทธิ์ของธรรมกาย ไม่ใช่เกิดจากการนึกคิด ด้นเดา หรือเลียบเคียงจากตำราที่หมอดูทั่วไปทำนายกัน ซึ่งอาจทายถูกบ้างผิดบ้าง …

พุทธพยากรณ์ ๑ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ข้อที่ ๑ – ๔) Read More »

พุทธพยากรณ์ ๒ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล)

พุทธพยากรณ์ ๒ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล) มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาความสุข ความอบอุ่นใจ และความปลอดภัยในชีวิต ทุกคนจึงพยายามเสาะแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงกัน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงนั้นคือสิ่งใด อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการใด หากทุกคนในโลกได้รู้จักที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดว่า คือพระรัตนตรัย และมีโอกาสได้ประพฤติปฏิบัติธรรม จนกระทั่งกาย วาจา ใจสะอาดบริสุทธิ์ผ่องใส ตั้งมั่นอยู่ในศูนย์กลางกาย เต็มเปี่ยมไปด้วยสติและปัญญาบริสุทธิ์เช่นนี้แล้ว ชีวิตของทุกคนจะเจริญรุ่งเรือง และปลอดภัยทั้งในโลกนี้ และโลกหน้าอย่างแน่นอน มีวาระพระบาลีใน ขุททกนิกาย อปทาน ว่า “ยถา นิกฺขนฺตสยนสฺส สีหสฺส นทนํ ธุวํ ตเถว พุทฺธเสฏฺฐานํ วจนํ ธุวสสฺสตํ พระดำรัสของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ย่อมเที่ยงแท้แน่นอน เปรียบเสมือนราชสีห์เมื่อลุกจากที่นอน ต้องบันลือสีหนาท” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นบุรุษเอกของโลก พระพุทธองค์ตรัสอย่างไรก็ทรงทำอย่างนั้น ไม่ว่าจะทรงทำนาย หรือที่เรียกว่าพุทธพยากรณ์อย่างไร เรื่องนั้นย่อมเป็นจริงทุกครั้ง เพราะถ้อยคำที่พระพุทธองค์ตรัสนั้น เป็นถ้อยคำที่พิจารณาและกลั่นกรองดีแล้วด้วยพุทธญาณอันบริสุทธิ์ เป็นความรู้จริงที่เกิดจากการรู้แจ้ง เห็นแจ้งภายใน เพราะพระองค์ทรงบรรลุกายธรรมอรหัต หมดจดจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย เมื่อไม่มีความมืด คือ อวิชชามาบดบังดวงปัญญาของพระพุทธองค์ จึงมีแต่ความสว่างไสวภายใน ทรงปรารถนารู้เรื่องใดก็รู้เห็นหมด …

พุทธพยากรณ์ ๒ (ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑) กว่าที่เราจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ต้องใช้เวลาแสนยาวนาน ต้องเป็นผู้มีบุญบารมีมากพอที่จะมาเกิดเป็นมนุษย์ เมื่อเกิดแล้วก็ใช่ว่าจะดำรงอยู่อย่างสะดวกสบาย ส่วนใหญ่มักประสบกับอุปสรรค หรือความไม่ปลอดภัยทั้งจากภัยต่างๆ ในชีวิตและภัยในสังสารวัฏ หากประมาทพลาดพลั้งไปสร้างบาปอกุศล ก็จะเป็นผลให้ตกไปสู่ภพภูมิที่ทุกข์ทรมาน ต่อเมื่อได้พบเจอกัลยาณมิตร จากชีวิตที่เคยดำเนินผิดพลาดก็จะมีโอกาสหวนมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องดีงามได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสสอนภิกษุทั้งหลายใน อัญญตรสูตร ความว่า “ดูก่อนเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย สัตว์ที่กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีน้อย เหมือนฝุ่นในเล็บมือของเรา โดยที่แท้สัตว์ที่พากันไปเกิดเป็นอย่างอื่นนอกจากมนุษย์มีมาก เหมือนฝุ่นในพื้นปฐพีใหญ่“ เกิดมาเป็นมนุษย์ต้องรู้ว่า ชีวิตต้องการอะไร และอะไรคือเป้าหมายของชีวิต หากสงสัยในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องพิสูจน์ด้วยพุทธวิธี เพราะถึงจะค้นคว้าด้วยวิธีใดๆ ในโลก ก็ไม่สามารถไปรู้ไปเห็นได้ นอกจากจะต้องหยุดใจให้ได้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถพิสูจน์สิ่งเหล่านี้ได้ เช่นเดียวกับพระราชาผู้เป็นนักทดลองในอดีตพระนามว่า พระเจ้าปายาสิ พระองค์ทรงเป็นนักปกครองที่เก่งมาก และเป็นผู้ที่ชอบแสวงหาความรู้ และคำตอบด้วยตนเอง สิ่งที่สงสัยในใจเสมอมา คือมนุษย์ตายแล้วไปไหน หลังจากที่ทรงเที่ยวถามสมณชีพราหมณ์ไปจนทั่วแล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ในที่สุดพระองค์ตัดสินพระทัยค้นคว้าทดลองเอง แล้วตัดสินเองว่า “โลกหน้าไม่มี ตายแล้วสูญ ผลวิบากกรรมที่สัตว์ทำดีหรือทำชั่วไม่มี” เมื่อตัดสินเช่นนี้แล้ว ภูมิใจมาก โดยไม่รู้ว่า พระองค์กำลังยืนอยู่บนเส้นทางของความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง * วันหนึ่งพระเจ้าปายาสิรู้ว่า พราหมณ์และคฤหบดีชาวเมืองมากมายต่างพากันเข้าไปฟังธรรมของ …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๑) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๑) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒) การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังสารวัฏนั้น เราจะต้องรู้เท่าทันอาสวกิเลส รู้ว่าสิ่งไหนเป็นบุญ สิ่งไหนเป็นบาปอกุศล แล้วดำรงตนให้อยู่ในเส้นทางแห่งบุญ เส้นทางแห่งความดี ความไม่รู้เป็นมลทินของชีวิต เพราะถ้าไม่รู้แล้ว จะทำให้เราพลาดพลั้งไปทำบาปอกุศล ทำให้ชีวิตมัวหมองได้ เมื่อไม่รู้ก็ต้องแสวงหาผู้รู้ เข้าไปสอบถามสิ่งที่สงสัย ที่สำคัญคือ ต้องหมั่นเข้าไปหาผู้รู้ภายใน คือพระธรรมกาย ด้วยวิธีการหยุดใจที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เพื่อแสวงหาความรู้แจ้งที่เกิดจากปัญญาอันบริสุทธิ์ และเมื่อเราเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน เราจะได้รับคำตอบของชีวิตที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสกับพระสารีบุตรอัครสาวกเบื้องขวาผู้เลิศด้วยปัญญา มีปรากฏใน มหาสีหนาทสูตร ความว่า ” ดูก่อนสารีบุตร เราย่อมกำหนดรู้ใจของบุคคลบางคนในโลกนี้ว่า บุคคลนี้ปฏิบัติอย่างนั้น ดำเนินชีวิตอย่างนั้น และขึ้นสู่หนทางนั้นแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก โดยสมัยต่อมา เราย่อมเห็นบุคคลนั้นหลังจากตายไปแล้ว เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก แล้วเสวยทุกขเวทนาอันแรงกล้าเผ็ดร้อนโดยส่วนเดียว ด้วยธรรมจักขุอันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ทั้งหลาย” การเข้าไปรู้ไปเห็นภพภูมิที่ละเอียดประณีต ไม่ว่าจะเป็นสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิ สามารถรู้เห็นได้ด้วยธรรมจักขุ และญาณทัสสนะของพระธรรมกาย ที่ปราศจากเมฆหมอกของกิเลสอาสวะ …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๒) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๒) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓) มีคำกล่าวที่เราคุ้นเคยกันดีว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เป็นคติสำหรับย้ำเตือนพวกเราทุกคน ให้มีกำลังใจในการทำหน้าที่การงาน และให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนา การจะให้บรรลุผลสำเร็จได้นั้น จะต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างประกอบกัน นอกจากจะต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็ง และมีสติปัญญาแล้ว ยังจะต้องมีพลังบุญหนุนนำ จึงจะประสบความสำเร็จได้ หากมีเพียงความพยายาม แต่ขาดปัญญา และไม่มีกัลยาณมิตรคอยแนะนำ ความพยายามนั้นอาจจะสูญเปล่าได้ และอาจเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงไปจนตลอดชีวิต ความพยายามที่ไม่มีวันสูญเปล่านั้น คือการประกอบความเพียร โดยนำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นต้นแหล่งแห่งความสำเร็จ เราจะไม่พบกับคำว่าผิดหวัง หากนำใจจรดศูนย์จะไม่มีคำว่าสูญเสีย เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามนำใจมาหยุดนิ่งไว้ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา จะได้พบแต่ความสมหวังสมปรารถนาในชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ใน จตุกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า “จตฺตาโรเม ภิกฺขเว กาลา สมฺมาภาวิยมานา สมฺมาอนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺติ กตเม จตฺตาโร กาเลน ธมฺมสฺสวนํ กาเลน ธมฺมสากจฺฉา กาเลน สมโถ กาเลน วิปสฺสนา …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๓) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๓) Read More »

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก)

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก) การสร้างบารมีเพื่อมุ่งไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยกำลังบุญบารมีที่มากเป็นพิเศษ และต้องปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆ กัน ทำกันไปเป็นทีม โดยไม่มีใครน้อยหน้า ไม่มีใครล้ำหน้า แต่ว่าไปกันพร้อมหน้าเท่าเทียมทันกันทั้งหมด ทุกคนต้องสวมหัวใจของพระบรมโพธิสัตว์ มุ่งสร้างบารมี อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนา ทำหน้าที่ของยอดนักสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของตนเอง และเป็นแสงสว่างส่องประทีปแห่งธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปสู่ดวงใจของมวลมนุษยชาติ การฝึกฝนอบรมตนให้สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน เพื่อเป็นต้นบุญต้นแบบให้กับชาวโลก เป็นสิ่งสำคัญของการดำรงตนเป็นผู้นำแห่งสันติภาพ โดยเฉพาะการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระธรรมกาย จะเป็นนิมิตหมายว่า สันติสุขที่แท้จริงจะบังเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน มีวาระพระบาลีอยู่ใน อาทิยสูตร ความว่า “นรชนเมื่อคำนึงถึงเหตุนี้ว่า เราได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงตนแล้ว ได้ใช้จ่ายโภคทรัพย์เลี้ยงคนที่ควรเลี้ยงแล้ว ได้ผ่านพ้นภัยที่เกิดขึ้นแล้ว ได้ให้ทักษิณาอันมีผลอันเลิศแล้ว ได้ทำพลีกรรม ๕ ประการแล้ว และได้บำรุงท่านผู้มีศีล สำรวมอินทรีย์ ประพฤติพรหมจรรย์แล้ว บัณฑิตผู้อยู่ครองเรือน พึงปรารถนาโภคทรัพย์เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราก็ได้บรรลุแล้ว เราได้ทำสิ่งที่ไม่ต้องเดือดร้อนแล้ว ชื่อว่าเป็นผู้ดำรงอยู่ในธรรมของพระอริยเจ้า” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสพระธรรมเทศนานี้ไว้ เพื่อเป็นหลักในการครองเรือนของฆราวาส ผู้ที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมถึงขั้นเป็นพระอนาคามี หากยังจำเป็นต้องอยู่ครองเรือน จะต้องประพฤติตนอย่างไร จึงจะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างถูกต้อง ถูกธรรมเนียมของพระอริยเจ้า เพราะบางท่านยังไม่สามารถออกบวชเป็นบรรพชิตได้ ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบ เช่น ช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน หรือแต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีพันธนาการของชีวิตที่ทำให้ออกบวชไม่ได้ …

วิธีการดำเนินชีวิตแบบอริยะ (อนาถบิณฑิกเศรษฐีทูลถามวิธีการดำรงชีวิตในเพศฆราวาสของอริยสาวก) Read More »

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔)

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) การใช้ชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์นี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก หากผู้ใดฉลาดในการใช้ชีวิต และไม่ประมาทในการทำความดี หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ทำทุกๆ วัน ไม่ให้ขาดแม้แต่วันเดียว การดำรงชีวิตอยู่อย่างนี้ ถือว่าได้กำไรชีวิตจริงๆ คำว่า กำไร หมายถึง การลงทุนนั้นไม่มีการขาดทุน มีแต่ได้กับได้ การทำความดีก็เหมือนกัน เราจะได้บุญเป็นกำไรของชีวิต บุญนั้นเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล เป็นประดุจแก้วสารพัดนึก ควรที่เราจะต้องรีบตักตวง ถ้าเกิดมาแล้วไม่ได้สั่งสมบารมี ชีวิตนี้ก็ยังบกพร่องอยู่ เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ เกิดมาเสียโอกาสสร้างความดี ดังนั้น เมื่อมีโอกาสดีแล้ว ควรต้องทำให้เต็มที่ให้คุ้มค่ากันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า ” นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้สักอย่างเดียว …

คิดผิดคิดใหม่ได้ (๔) (พระกุมารกัสสปเถระคลี่คลายปัญหาพระเจ้าปายาสิ ๔) Read More »

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์)

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) ความเมตตาปรารถนาดีต่อเพื่อนร่วมโลก เป็นทางมาแห่งสันติภาพอัน ไพบูลย์ เป็นคุณธรรมพื้นฐานที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่มีการแก่งแย่งรบรา ฆ่าฟันกัน อย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เมตตาธรรมจะช่วยค้ำจุนโลก เปลี่ยนแปลงกระแสโลกที่กำลัง ร้อนแรงด้วยไฟกิเลส เป็นกระแสแห่งความสงบสุขร่มเย็นที่เกิดจากใจที่ใสบริสุทธิ์ รุกเงียบไปใน บรรยากาศ มวลมนุษยชาติจะปรองดองกัน มีสมบัติสิ่งของเครื่องใช้ ที่พอจะแบ่งปันกันได้ ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยถือว่า สมบัติทั้งหลายเป็นของกลางของ โลก โลกทั้งโลกคือบ้านหลังใหญ่ ที่มีสมาชิกในบ้านมากมาย ซึ่งต่างเป็นหมู่ญาติ เพื่อนพ้อง พี่น้องกัน ต่างยังต้องเดินทางไกลในสังสารวัฏ ไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพาน มีวาระพระบาลีใน อนนุโสจิยชาดก ความว่า “น เหว ติฏฺฐํ นาสีนํ น สยานํ น ปตฺถคุ ํ ยาวุปฺปตฺติ นิมิสฺสติ ตตฺราปิ สรต ี วโย สัตว์โลกที่กำลังยืน นั่ง หรือเดิน อายุสังขารหาได้เป็นไปตามด้วยไม่ แม้วัยก็เสื่อมลงไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา” …

วิธีเริ่มต้นปีใหม่ตามหลักพุทธวิธี (ควรตรึกระลึกนึกถึงว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จอุบัติขึ้นเพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติ ระลึกถึงการสร้างบารมี มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์) Read More »

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์)

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์) การได้เกิดเป็นมนุษย์เป็นการยาก อีกทั้งการที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความบริสุทธิ์ มีจิตใจสูงส่ง มั่นคงในคุณธรรม ดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งอริยมรรค ทางของพระอริยเจ้า และการเกิดมาสร้างบารมีให้เต็มเปี่ยม บริสุทธิ์บริบูรณ์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้มีบุญ มีดวงปัญญาบริสุทธิ์ มีดวงใจที่ผ่องใสเท่านั้น จึงจะใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า เดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างถูกต้องปลอดภัย ทั้งภัยในปัจจุบันนี้ ภัยในอบายภูมิ ตลอดจนภัยในสังสารวัฏ การที่จะให้พ้นจากภัยเหล่านี้ได้ จะต้องสั่งสมบุญให้มากๆ จะต้องมีความหนักแน่น ตั้งมั่นอยู่ในเส้นทางแห่งความดี รักในการประพฤติปฏิบัติธรรม หมั่นนั่งธรรมะทุกๆ วันอย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว ต้องตั้งใจมั่นอย่างนี้ จึงจะพบกับความสุขตลอดกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปัญญัตติสูตร ว่า “ราหุคฺคํ อตฺตภาวีนํ มนฺธาตา กามโภคินํ มาโร อาธิปเตยฺยานํ อิทฺธิยา ยสสา ชลํ อุทฺธํ ติริยํ อปาจีนํ ยาวตา ชคโต คติ สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ อคฺคํ ปวุจฺจติฯ บรรดาสัตว์ผู้มีอัตภาพ(ใหญ่) อสุรินทราหูเป็นเลิศ บรรดาบุคคลผู้บริโภคกาม พระเจ้ามันธาตุราชเป็นเลิศ …

กำเนิดสุริยคราส (อสุรินทราหูอมจันทร์) Read More »

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ)

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ) เวลาในโลกมนุษย์ช่างแสนสั้น เดี๋ยววันเดี๋ยวคืน เดี๋ยวก็หมดเวลาแล้ว จากวัยเด็กก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาว และไม่นานก็ก้าวเข้าสู่วัยกลางคน และวัยชราตามลำดับ ต้องนับเวลาถอยหลังกันแล้ว แม้ช่วงชีวิตของมนุษย์จะเป็นระยะเวลาที่แสนสั้น แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและสำคัญที่สุด ที่เราจะได้สั่งสมบุญกุศลให้ได้มากที่สุด เพราะชีวิตหลังความตายยาวนานกว่าในโลกมนุษย์นี้มาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างบารมีเพื่อจะได้มีสุคติภูมิเป็นที่ไป โดยเฉพาะการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกภายใน จะทำให้เราเกิดความมั่นใจในการเดินทางสู่สัมปรายภพ เพราะพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันอบอุ่นและปลอดภัยที่สุด ที่จะนำเราไปสู่สุคติได้ทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะหมดกิเลสเข้าสู่นิพพานกันทุกคน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน วุฎฐิสูตร ความว่า “พีชํ อุปฺปตตํ เสฏฺฐํ วุฏฺฐิ นิปตตํ วรา คาโว ปวชมานานํ ปุตฺโต ปวทตํ วโรติ วิชฺชา อุปฺปตตํ เสฏฺฐา อวิชฺชา นิปตตํ วรา สงฺโฆ ปวชมานานํ พุทฺโธ ปวทตํ วโร บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น ข้าวกล้าเป็นสิ่งประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไป ฝนเป็นสิ่งประเสริฐ บรรดาสิ่งที่เดินด้วยเท้า เหล่าโคเป็นสัตว์ประเสริฐ บรรดาผู้แถลงคารม บุตรเป็นผู้ประเสริฐ บรรดาสิ่งที่งอกขึ้นมา ความรู้เป็นสิ่งประเสริฐ …

วิธีตอบแทนคุณของญาติโยมอย่างอริยะ (ชายเข็ญใจเป็นแรงบันดาลใจให้พระเถระ พระอรหันต์เถระตอบแทนคุณอย่างอริยะ) Read More »

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ)

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ) ชีวิตทุกชีวิต ล้วนแสวงหาที่พึ่งให้กับตัวเอง เริ่มตั้งแต่วัยเด็กก็แสวงหาความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ มีพ่อแม่เป็นที่พึ่ง เมื่อเจริญวัยเข้ารับการศึกษาก็ยึดเอาครูบาอาจารย์เป็นที่พึ่ง วัยทำงานก็แสวงหาผู้หลักผู้ใหญ่เป็นที่พึ่ง จวบจนแสวงหาคู่ครองเพื่อพึ่งพาอาศัยกัน หรือเป็นเพื่อนยามแก่ชรา บางคนหลงผิดไปแสวงหาพวกไสยศาสตร์หรือมนต์ดำเป็นที่พึ่ง บางทีบนบานศาลกล่าว บางทีถึงกับยึดเอาสัตว์เดียรัจฉานที่แปลกประหลาดเป็นที่พึ่งก็มี สิ่งที่กล่าวมานี้ล้วนแต่มิใช่ที่พึ่งทั้งสิ้น และบางสิ่งกลับจะนำพาชีวิตให้ตกต่ำอีกด้วย ที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริงมีอย่างเดียวคือ พระรัตนตรัย ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของเราทุกคนในโลก การจะยึดเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งได้ ต้องอาศัยการทำใจให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายภายในตัว ให้จิตมีอารมณ์เดียว เมื่อใจหยุดนิ่งถูกส่วนดีแล้ว เราจะได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ซึ่งเป็นที่พึ่งอันประเสริฐอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จุนทสูตร ความว่า “อกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ เป็นความไม่สะอาดด้วย เป็นตัวการที่ทำให้ไม่สะอาดด้วย ดูก่อนจุนทะ ก็เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ นรกจึงปรากฏ กำเนิดเดียรัจฉานจึงปรากฏ เปตวิสัยจึงปรากฏ หรือว่าทุคติอย่างใดอย่างหนึ่งแม้อื่นจึงปรากฏมีขึ้น” ภพภูมิต่างๆ ที่บังเกิดขึ้นมาในสังสารวัฏ เช่น นิรยภูมิ เปตวิสัย อสุรกายและภูมิของสัตว์เดียรัจฉาน อบายภูมิเหล่านี้ เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ที่มีกาย วาจาและใจไม่บริสุทธิ์ มีไว้เพื่อลงโทษมนุษย์ที่ประพฤติผิดจากทำนองคลองธรรม เป็นการขังสัตว์เอาไว้ไม่ให้หลุดจากการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏไปได้ ซึ่งจะได้รับความทุกข์ทรมานทั้งกายและใจแสนสาหัส แตกต่างจากคุกหรือกรงขังในโลกมนุษย์มากมายหลายเท่านัก …

กำเนิดอบายภูมิ (พระบรมศาสดาทรงตรัสสอนนายจุนทะเรื่อง ความสะอาดทางกาย วาจาและใจ) Read More »

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต)

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต) จุดประสงค์ของชีวิต คือ เกิดมาเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง มิใช่เพื่อมาทำอย่างอื่น ใครทำความดีก็มีความสุขเป็นผลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ส่วนผู้ที่ทำบาปอกุศลไว้ ย่อมได้รับผลกรรม เสวยวิบากกรรมทุกข์ทรมาน บุญกุศลที่ทำไว้ไม่ได้หนีหายไปไหน จะติดตามตัวเราไปเหมือนเงาตามตัว บาปกรรมที่ทำไว้เปรียบเสมือนล้อเกวียน ที่หมุนตามบดขยี้รอยเท้าโค ไม่มีผู้ใดหลีกพ้นบาปกรรมที่ทำไว้ได้ พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้ละชั่ว และทำความดีด้วยกายวาจาใจ อีกทั้งทำจิตให้ผ่องใสอยู่เสมอ ให้ใจใสสะอาดบริสุทธิ์ จะได้พบที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ พระรัตนตรัย นั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ติโรกุฑฑสูตร ความว่า “อทาสิ เม อกาสิ เม ญาติ มิตฺตา สขา จ เม เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ กุลบุตรเมื่อหวนระลึกถึงอุปการคุณที่ท่านทำแล้วในกาลก่อนว่า คนโน้นได้ให้สิ่งของแก่เราแล้ว คนโน้นได้ทำอุปการคุณแก่เราแล้ว ญาติมิตร และสหายได้ให้สิ่งของแก่เรา และได้ช่วยทำกิจของเรา ดังนี้ พึงให้ทักษิณาทานแก่เปรตทั้งหลาย” ทักษิณาทาน หมายถึง การทำบุญด้วยวัตถุสิ่งของแด่ภิกษุสงฆ์ แล้วอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่หมู่ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้วายชนม์ต้องการมากที่สุด เพราะบุญนั้นจะตามส่งผลให้หมู่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว แม้ตกไปในอบาย …

วิธีทำบุญให้ถูกหลักวิชชา (ญาติของนายเสมียนกว่าจะพ้นจากอัตภาพเปรต) Read More »

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก)

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก) มวลมนุษยชาติล้วนปรารถนาให้ตนเองมีความสุข แต่มีผู้คนจำนวนมากมาย กลับเป็นอยู่ด้วยความประมาท หลงไปก่อทุกข์ให้กับตัวเอง ความสุขที่ตนปรารถนา จึงเป็นเพียงแค่ความฝัน คล้ายกับพยับแดด สุดท้ายเมื่อผลแห่งความประมาทมาถึง ชีวิตของเขาเหล่านั้น ก็ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงความทุกข์ไปได้ ความไม่ประมาทเป็นเสมือนเกราะคุ้มกันภัย ที่ยากจะหาเกราะใดๆ มาเทียบได้ ตรงกันข้าม ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อม มัวเพลิดเพลินใช้ชีวิตไปกับสิ่งไร้สาระ ย่อมจะหนีผลแห่งเหตุที่ตนทำไว้ไม่พ้น เพราะการประกอบเหตุในวันนี้ คือ ผลในวันหน้า เหตุดี ผลก็ย่อมดี ถ้าเหตุไม่ดี ผลก็ย่อมไม่ดี การหมั่นฝึกฝนอบรมใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ คือ การประกอบเหตุดีเอาไว้ ซึ่งจะส่งผลดีอันยิ่งใหญ่ต่อตัวเราไปทุกภพทุกทุกชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นขสิขาสูตร ว่า “ความทุกข์ที่หมดไปของอริยสาวกผู้สมบูรณ์ด้วยสัมมาทิฏฐิ บรรลุอริยมรรคแล้ว มีปริมาณมาก ส่วนความทุกข์ที่ยังเหลืออยู่ มีประมาณน้อย ความทุกข์ที่จะมีอีก ๗ อัตภาพเป็นอย่างยิ่งนั้น เมื่อเทียบกันเข้ากับกองทุกข์ที่หมดสิ้นไปอันมีอยู่ในครั้งก่อนแล้ว ย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ เลย ภิกษุทั้งหลาย การได้บรรลุอริยธรรม ย่อมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุ ย่อมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ” …

ความสุขของพระโสดาบัน (เปรียบเทียบความทุกข์ที่เหลืออยู่ของพระโสดาบันและพระอริยสาวก) Read More »

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา)

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา) ตราบใดที่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังไม่หลุดพ้นจากอาสวกิเลส เสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ คือ บุญกุศลนี้ ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การสั่งสมบุญทำได้ในทุกที่ ทุกโอกาส ทุกเวลานาที ขอเพียงให้เห็นคุณค่าของบุญ แล้วทุ่มเทสร้างความดีอย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถ สักวันหนึ่งเมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยม ย่อมถึงเป้าหมายปลายทางได้อย่างแน่นอน ได้เสวยเอกันตบรมสุขที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายต่างได้เข้าถึง ถ้าเรารักบุญจริง ต้องทำบุญบ่อยๆ ทำแล้วก็ให้นึกถึงบ่อยๆ บุญนั้นจะได้ตามอำนวยสุขให้เราอย่างต่อเนื่อง เกิดกี่ภพกี่ชาติจะได้ประสบแต่ความสุข และความสำเร็จตลอดไป ยิ่งกว่านั้นบุญสำคัญที่จะขาดมิได้ก็คือ บุญจากการเจริญสมาธิภาวนา เป็นบุญละเอียดที่จะช่วยกลั่นกาย วาจา ใจของเรา ให้สะอาดบริสุทธิ์ เป็นเหตุให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวง * มีวาระพระบาลีใน พระอภิธรรมปิฎก ว่า “กุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล ให้ผลเป็นความสุข อกุสลา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล ให้ผลเป็นความทุกข์ อพฺยากตา ธมฺมา ธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากตา ให้ผลเป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์” พุทธพจน์ที่ได้ยกขึ้นมานี้ เมื่อได้ยินได้ฟังแล้ว ทุกท่านคงจะรู้สึกคุ้นหู …

วิธีแก้กิเลสในตัว (กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา และอัพยากตา ธัมมา อยู่ในตัวของเรา) Read More »

ฆราวาสธรรม (พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบปัญหาของยักษ์)

ฆราวาสธรรม (พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบปัญหาของยักษ์) ใจเป็นศูนย์รวมของความรู้สึกนึกคิดทั้งมวล เป็นบ่อเกิดแห่งคำพูดและการกระทำทุกอย่าง ปกติใจของคนเรานั้นเป็นประภัสสร คือ เลื่อมพรายใสบริสุทธิ์ แต่เมื่อมีกิเลสเข้ามาบดบัง ใจดวงนี้จึงเศร้าหมองไม่ผ่องใส เปรียบเสมือนน้ำที่มีปกติใสสะอาด แต่ขุ่นมัวไปเพราะมีสิ่งที่ไม่สะอาดเจือปนอยู่ ถ้าอยากให้น้ำนั้นกลับใสดังเดิม ต้องขจัดสิ่งที่เจือปนนั้นให้หมดไป ใจของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ต้องขจัดกิเลสที่ปนเป็นอยู่ให้หมดไป วิธีการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เป็นทางลัดที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา และใจ ให้เราหลุดพ้นจากอาสวกิเลสไปสู่ที่สุดแห่งธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อารวกสูตร ความว่า “ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา สทฺธสฺส ฆรเมสิโน สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค ส เว เปจฺจ น โสจติ บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก” การอยู่ครองเรือนมีภารกิจที่ต้องทำมาก ชีวิตครอบครัวจะต้องรับผิดชอบหลายสิ่งหลายอย่าง การที่จะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เหมือนสังข์ที่ขัดดีแล้วนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย …

ฆราวาสธรรม (พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบปัญหาของยักษ์) Read More »