ธรรมะเพื่อประชาชน

พระธรรมทูตหลังพุทธกาล (พระโสณกเถระ กับ พระอุตตรเถระ เดินทางมาแถบสุวรรณภูมิ)

พระธรรมทูตหลังพุทธกาล (พระโสณกเถระ กับ พระอุตตรเถระ เดินทางมาแถบสุวรรณภูมิ) การสร้างบารมีเป็นทีมใหญ่ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรมนั้น จำเป็นต้องอาศัยกำลังบุญบารมีที่พิเศษ ต้องมีบุญใหญ่และทำพร้อมกันไปเป็นทีม ไม่มีใครน้อยหน้า ไม่มีใครล้ำหน้า แต่เราจะสร้างบารมีกันไปพร้อมหน้า สวมหัวใจของพระบรมโพธิสัตว์ มุ่งอุทิศตนให้กับงานพระพุทธศาสนา ทำหน้าที่ของยอดนักสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เพื่อขยายประทีปแห่งธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปสู่ดวงใจของมวลมนุษยชาติ การฝึกฝนอบรมตนให้สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน และเป็นต้นแบบต้นบุญให้กับชาวโลก เป็นสิ่งสำคัญของการดำรงตนเป็นผู้นำแห่งสันติภาพ โดยเฉพาะการฝึกฝนใจให้ใสบริสุทธิ์หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระธรรมกาย มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ เป็นสัญลักษณ์ว่าสันติสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ในสมัยแรกๆ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงส่งเหล่าพระอริยสาวกไปเผยแผ่ธรรมะตามสถานที่ต่างๆ ท่านได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนมากมาย เพื่อความสุขแก่มหาชน และเพื่ออนุเคราะห์ชาวโลกทั้งหลายเถิด” ในสมัยหลังพุทธปรินิพพานประมาณ ๓๐๐ ปี หลังจากได้ทำสังคายนาครั้งที่ ๓ แล้ว * พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระมองเห็นการณ์ไกลว่า การจะให้พระพุทธศาสนาแผ่ขยายไปทั่วโลกได้ ต้องมีพระธรรมทูตไปทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะ ทั้งภายในและต่างประเทศ พระพุทธศาสนาจึงจะเจริญรุ่งเรืองสถิตสถาพร เป็นที่พึ่งให้กับชาวโลกตลอดกาล พระเถระได้ปรึกษากับพระเจ้าอโศกมหาราช ซึ่งเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภกให้กับพระพุทธศาสนา และรับอาสาสมัครพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา …

พระธรรมทูตหลังพุทธกาล (พระโสณกเถระ กับ พระอุตตรเถระ เดินทางมาแถบสุวรรณภูมิ) Read More »

ฆราวาสธรรม (พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบปัญหาของยักษ์)

ฆราวาสธรรม (พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบปัญหาของยักษ์) ใจเป็นศูนย์รวมของความรู้สึกนึกคิดทั้งมวล เป็นบ่อเกิดแห่งคำพูดและการกระทำทุกอย่าง ปกติใจของคนเรานั้นเป็นประภัสสร คือ เลื่อมพรายใสบริสุทธิ์ แต่เมื่อมีกิเลสเข้ามาบดบัง ใจดวงนี้จึงเศร้าหมองไม่ผ่องใส เปรียบเสมือนน้ำที่มีปกติใสสะอาด แต่ขุ่นมัวไปเพราะมีสิ่งที่ไม่สะอาดเจือปนอยู่ ถ้าอยากให้น้ำนั้นกลับใสดังเดิม ต้องขจัดสิ่งที่เจือปนนั้นให้หมดไป ใจของเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ต้องขจัดกิเลสที่ปนเป็นอยู่ให้หมดไป วิธีการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เป็นทางลัดที่สุดที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา และใจ ให้เราหลุดพ้นจากอาสวกิเลสไปสู่ที่สุดแห่งธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อารวกสูตร ความว่า “ยสฺเสเต จตุโร ธมฺมา สทฺธสฺส ฆรเมสิโน สจฺจํ ธมฺโม ธิติ จาโค ส เว เปจฺจ น โสจติ บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือนประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไปแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก” การอยู่ครองเรือนมีภารกิจที่ต้องทำมาก ชีวิตครอบครัวจะต้องรับผิดชอบหลายสิ่งหลายอย่าง การที่จะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ เหมือนสังข์ที่ขัดดีแล้วนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย …

ฆราวาสธรรม (พระผู้มีพระภาคเจ้าตอบปัญหาของยักษ์) Read More »

สามัคคีธรรม (วัสสการพราหมณ์เป็นไส้ศึกในแคว้นวัชชี)

สามัคคีธรรม (วัสสการพราหมณ์เป็นไส้ศึกในแคว้นวัชชี) สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข มนุษยชาติต่างปรารถนาอยากให้โลกมีสันติสุข มีการเรียกร้องหาสันติภาพกันทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า สันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน และสันติสุขภายในต้องเริ่มจากการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้ว ไม่มีวิธีอื่นใด ที่จะทำให้เราได้พบกับสันติสุขที่แท้จริง หากทุกๆ คนในโลกตั้งใจปฏิบัติธรรม ให้เข้าถึงพระธรรมกายภายใน เมื่อนั้นจะซาบซึ้งว่า พระธรรมกายเป็นแหล่งกำเนิดของความสุขที่แท้จริง แล้วคนทั้งโลกจะหันมาแสวงหาสันติภาพอย่างถูกวิธี ด้วยการฝึกใจให้หยุดนิ่งพร้อมๆ กัน เมื่อถึงเวลานั้นสิ่งที่เป็นความปรารถนาร่วมกัน คือ สันติภาพโลก จะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน วินัยปิฎก จุลลวรรค ความว่า “สุขา สงฺฆสฺส สามคฺคี สมคฺคานญฺจนุคฺคโห สมคฺครโต ธมฺมฏฺโฐ โยคกฺเขมา น ธํสติ สงฺฆํ สมคฺคํ กตฺวาน กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทติ ความพร้อมเพรียงของหมู่ ให้เกิดสุข การสนับสนุนผู้พร้อมเพรียงกัน เป็นเหตุแห่งความสุข บุคคลผู้ยินดีในความพร้อมเพรียง ตั้งมั่นอยู่ในธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากธรรมอันเกษมจากโยคะ นรชนผู้สมานหมู่คณะ ให้พร้อมเพรียงกันแล้ว ย่อมบันเทิงในสุคติสวรรค์ตลอดกัป” ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นคุณธรรมที่สำคัญในการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะใหญ่อย่างมีความสุข เป็นปราการด่านสำคัญที่สุด …

สามัคคีธรรม (วัสสการพราหมณ์เป็นไส้ศึกในแคว้นวัชชี) Read More »

ทำให้ถูกหน้าที่ (ปุโรหิตอาศัยอำนาจพระราชาฆ่าชายชู้ สุดท้ายมาสู่ตัวเอง )

ทำให้ถูกหน้าที่ (ปุโรหิตอาศัยอำนาจพระราชาฆ่าชายชู้ สุดท้ายมาสู่ตัวเอง ) ความบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่มนุษย์ต่างมุ่งแสวงหา เป้าหมายของการเกิดมาของสรรพสัตว์ทั้งหลาย คือ เกิดมาเพื่อสร้างบารมี เพื่อทำความบริสุทธิ์ให้เข้าสู่ภาวะความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ การศึกษาวิชชาในทางพระพุทธศาสนานั้น จึงเป็นเรื่องของการพัฒนาชีวิตให้มีความสุข และให้บริสุทธิ์จนหมดกิเลสไปสู่อายตนนิพพาน เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หรือเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม ควรเปิดใจกว้างเข้ามาศึกษาหาความรู้นี้ โดยวางความเชื่อดั้งเดิมไว้ชั่วคราว แล้วพิสูจน์ให้รู้เห็นด้วยตนเองเช่นนี้ จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและชาวโลกด้วย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน พันธนโมกขชาดก ความว่า “อพทฺธา ตตฺถ พชฺฌนฺติ ยตฺถ พาลา ปภาสเร พทฺธาปิ ตตฺถ มุจฺจนฺติ ยตฺถ ธีรา ปภาสเร คนพาลทั้งหลายผู้ไม่ถูกผูกมัด กล่าวขึ้นในที่ใด ย่อมถูกผูกมัดในที่นั้น ส่วนบัณฑิต แม้ถูกผูกมัดแล้ว กล่าวขึ้นในที่ใด ก็หลุดพ้นได้ในที่นั้น” บัณฑิตผู้มีปัญญา เมื่อถึงคราวคับขันย่อมสามารถเอาตัวรอดได้ เมื่อถูกผูกมัด ก็จะมีถ้อยคำที่คมคาย มีปฏิภาณไหวพริบ สามารถหลุดพ้นจากสถานการณ์นั้นได้ เหตุที่บัณฑิตมีความเฉลียวฉลาดเช่นนี้ เพราะว่ามีใจผ่องใสเป็นปกติ ใจที่ใสสว่างเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาอันบริสุทธิ์ ที่จะหลุดพ้นจากปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง แรกเริ่มเดิมทีจิตมนุษย์เป็นจิตที่บริสุทธิ์ผ่องใส แต่ถูกกิเลสหุ้มเคลือบ …

ทำให้ถูกหน้าที่ (ปุโรหิตอาศัยอำนาจพระราชาฆ่าชายชู้ สุดท้ายมาสู่ตัวเอง ) Read More »

คุณธรรมของนักปกครอง (เมื่อใดรู้ว่าจิตของตนผ่องใสแล้ว จึงใคร่ครวญความผิดที่ผู้อื่นทำไว้)

คุณธรรมของนักปกครอง (เมื่อใดรู้ว่าจิตของตนผ่องใสแล้ว จึงใคร่ครวญความผิดที่ผู้อื่นทำไว้) การศึกษาวิชชาความรู้ในทางธรรม เป็นกรณียกิจที่ควรทำควบคู่ไปกับการศึกษาในทางโลก เพราะคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นความรู้อันบริสุทธิ์ที่เกิดจากใจหยุดนิ่ง ไม่ใช่เกิดจากการนึกคิดด้นเดา แล้วนำมาสั่งสอน แต่เป็นความรู้ที่เกิดจากการรู้แจ้งเห็นจริง ด้วยปัญญาบริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่ควรศึกษา เพราะยิ่งศึกษาก็ยิ่งแตกฉาน ยิ่งรู้ก็ยิ่งอยากทำตนให้บริสุทธิ์ จะได้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ อย่างไรก็ดี การศึกษาธรรมะจะให้ซาบซึ้ง และเห็นถูกต้องร่องรอย ตรงไปตามความเป็นจริง ต้องอาศัยใจที่หยุดนิ่งเป็นสมาธิ เมื่อมีสมาธิก็เกิดปัญญา จะทำให้ได้ทั้งความรู้ ความสุข และความบริสุทธิ์ไปพร้อมๆ กัน มีวาระพระบาลีใน สุมังคลชาดก ความว่า “พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดไม่ถูกอคติครอบงำ ย่อมแนะนำผู้อื่นที่ควรแนะนำและไม่ควรแนะนำได้ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น ชื่อว่าไม่เผาผู้อื่นและพระองค์เอง พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดในโลกนี้ ทรงลงอาชญาสมควรแก่โทษ พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น อันคุณงามความดีคุ้มครองแล้ว ย่อมไม่เสื่อมจากสิริ” การจะพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ผู้นำต้องรู้จักนำธรรมะไปประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการบริหารประเทศชาติ ถ้าหากผู้นำเป็นผู้มีสติปัญญา มีความสามารถและมีธรรมะอยู่ในใจ มุ่งบำบัดทุกข์บำรุงสุข โดยเห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีความตั้งใจดีที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม มีใจประกอบด้วยมหากรุณาเช่นพระบรมโพธิสัตว์ ไม่มีความลำเอียงเข้ามาบดบังดวงปัญญา ย่อมสามารถที่จะนำประเทศชาติให้ก้าวไปสู่ความศิวิไลซ์ และเป็นปิ่นของนานาอารยประเทศได้ คำว่า “อคติ” เราได้ยินได้ฟังกันมาบ่อย ในทางพระพุทธศาสนากล่าวถึงอคติความลำเอียง ๔ ประการ …

คุณธรรมของนักปกครอง (เมื่อใดรู้ว่าจิตของตนผ่องใสแล้ว จึงใคร่ครวญความผิดที่ผู้อื่นทำไว้) Read More »

ทำความดี คือหน้าที่หลักของมนุษย์ (ข้ออ้างของธนัญชานิพราหมณ์ ทำให้ประมาทในการประพฤติธรรม)

ทำความดี คือหน้าที่หลักของมนุษย์ (ข้ออ้างของธนัญชานิพราหมณ์ ทำให้ประมาทในการประพฤติธรรม) สรรพสัตว์และสรรพสิ่ง ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมสลายไป ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ ต่างตกอยู่ในสภาพนี้ทั้งนั้น คือ มีความไม่เที่ยง แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมทุกอนุวินาที มนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเลิศกว่าใครในภพสาม พระพุทธองค์ยังต้องทอดทิ้งพระวรกายไว้ในโลก แล้วดับขันธปรินิพพานไป ดังนั้นเราต้องหมั่นนึกถึงความตายเสมอ จะได้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต และเร่งขวนขวายสร้างความดีในทุกรูปแบบ สิ่งใดที่ไม่เป็นสาระจะได้ปลดปล่อยวาง ให้จิตใจหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในคน สัตว์ สิ่งของที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา มุ่งแสวงหาสิ่งที่เป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็นอัตตา คือ พระรัตนตรัยภายในตัวของเรานั่นเอง ให้พิจารณาปล่อยวางอย่างหนึ่ง เพื่อมุ่งเข้าหาอีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นสาระแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัปปมาทสูตร ความว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงละกายทุจริต จงเจริญกายสุจริต และอย่าประมาทในการละกายทุจริต และการเจริญกายสุจริตนั้น จงละวจีทุจริต จงเจริญวจีสุจริต และอย่าประมาทในการละวจีทุจริต และการเจริญวจีสุจริตนั้น จงละมโนทุจริต จงเจริญมโนสุจริต และอย่าประมาทในการละมโนทุจริต และการเจริญมโนสุจริตนั้น จงละมิจฉาทิฏฐิ …

ทำความดี คือหน้าที่หลักของมนุษย์ (ข้ออ้างของธนัญชานิพราหมณ์ ทำให้ประมาทในการประพฤติธรรม) Read More »

ภัทรกัป (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัป มีถึง ๕ พระองค์)

ภัทรกัป (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัป มีถึง ๕ พระองค์) การนั่งสมาธิเจริญภาวนา เป็นสิ่งสำคัญที่สุดทั้งต่อตัวของเราเอง และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นหนทางอันประเสริฐที่จะทำให้เราได้เข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกภายใน คือ เข้าถึงพระรัตนตรัย ซึ่งมีอยู่ในตัวของมนุษย์ทุกๆ คนในโลก เพียงแต่ไม่รู้วิธีการที่จะปฏิบัติให้เข้าถึง ถ้าหากว่าปฏิบัติให้ถูกวิธี จะสามารถเข้าถึงได้ทุกคน ไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ เพราะพระรัตนตรัยหรือพระธรรมกาย เป็นกายแห่งการตรัสรู้ธรรมของทุกๆ คน เป็นกายอมตะรอคอยทุกๆ คนที่มีใจหยุดนิ่งดีแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหล่าพระอรหันต์ผู้รู้ทั้งหลาย ต่างเข้าถึงกายธรรมอรหัตด้วยการทำใจหยุดนิ่ง ทำให้ท่านปลดเปลื้องทุกข์ทั้งมวลได้ เสวยเอกันตบรมสุขล้วนๆ อย่างเดียว ฉะนั้น การทำใจหยุดนิ่งตามหลักพุทธวิธี จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิต ได้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายในกันทุกคน มีวาระพระบาลี ที่ท่านให้เราได้สวดสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “วิปสฺสิสฺส นมตฺถุ จกฺขุมนฺตสฺส สิรีมโต สิขิสฺสปิ นมตฺถุ สพฺพภูตานุกมฺปิโน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้มีพระจักษุ มีพระสิริ พระสิขีพุทธเจ้า ผู้ทรงอนุเคราะห์แก่สัตว์ทั่วหน้า ขอนอบน้อมแด่พระเวสสภูพุทธเจ้า ผู้ทรงชำระกิเลส มีความเพียร พระกกุสันธพุทธเจ้า ผู้ทรงย่ำยีมารและเสนามาร พระโกนาคมนพุทธเจ้า ผู้มีบาปอันลอยแล้ว …

ภัทรกัป (พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในภัทรกัป มีถึง ๕ พระองค์) Read More »

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร)

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) การดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าสังคม พบปะผู้คน มีการปฏิสันถาร การทำงานร่วมกัน ฉะนั้น การทำงาน การอยู่ร่วมกัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเข้าใจกัน ตราบใดที่ยังไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว จิตใจก็จะหวั่นไหวเอียงเอน ชีวิตย่อมไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความเข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกัน และการที่จะมีความเข้าใจตรงกันได้นั้น ต้องออกมาจากแหล่งเดียว คือ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อออกมาจากที่ตรงนี้ จะทำให้ความรู้ความเห็นเท่าเทียมทันกัน ชีวิตของการอยู่ร่วมกัน จึงจะเป็นชีวิตที่มีความสุข บริสุทธิ์บริบูรณ์จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อสุรสูตร จตุกกนิบาต ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลในโลก มี ๔ จำพวก คือบุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับอสูรเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับอสูร มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร บุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นอสูรเป็นบริวาร และบุคคลเช่นกับเทวดา มีคนเช่นกับเทวดาเป็นบริวาร” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรมครูของพวกเรา ทรงสั่งสอนสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้รู้จักจำแนกแยกแยะถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ที่เข้ามามีส่วนในชีวิตของเรา เพราะหากผู้นำหรือผู้เป็นหัวหน้าเป็นคนดีจริง มีศีลธรรม ไว้วางใจได้ แต่บริวารรอบข้างกลับไม่เหมือนหัวหน้า …

คนเช่นอสูร คนเช่นเทวดา (ทีมในอุดมคติของหลวงพ่อ คือบุคคลเช่นกับเทวดา และมีคนเช่นกับเทวดาเป็นพวกพ้องบริวาร) Read More »

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๑) (สมบัติของพระจักรพรรดินามว่าสุทัสสะ)

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๑) (สมบัติของพระจักรพรรดินามว่าสุทัสสะ) การเกิดและการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ทุกคน ล้วนเกี่ยวข้องกับบุญทั้งนั้น แต่น้อยคนนักที่เข้าใจเรื่องนี้ เพราะส่วนใหญ่ความรู้ความเห็นยังไม่สมบูรณ์ จึงปล่อยชีวิตให้ผ่านไปอย่างไร้ค่า สนุกสนานเพลิดเพลินกันไปวันๆ โดยไม่ได้สั่งสมบุญบารมีให้กับตัวเอง เช่นนี้ชื่อว่าเป็นผู้ประมาท ส่วนผู้รู้ที่ประกอบด้วยดวงปัญญาบริสุทธิ์ ทุกลมหายใจจะเป็นไปเพื่อการสร้างบารมีเพียงอย่างเดียว ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าด้วยการฝึกฝน ทำใจให้หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นประจำสม่ำเสมอ การทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความไม่ประมาท เพราะเป็นการนำใจเข้าไปสู่แหล่งแห่งความบริสุทธิ์ภายใน ชีวิตของเราย่อมจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และความสำเร็จอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นิธิกัณฑสูตร ความว่า “ปเทสรชฺชํ อิสฺสริยํ จกฺกวตฺติสุขํ ปิยํ เทวรชฺชมฺปิ ทิพฺเพสุ สพฺพเมเตน ลพฺภติ ความเป็นพระราชาประเทศราช ความเป็นใหญ่ สุขของพระเจ้าจักรพรรดิที่น่าปรารถนา แม้ความเป็นราชาแห่งเทวดาในทิพยวิมาน อิฐผลทั้งหมดนั้นอันเทวดาและมนุษย์ ย่อมได้ด้วยขุมทรัพย์คือบุญนี้” บุญเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุข และความสำเร็จทั้งหมด เป็นเครื่องสนับสนุนให้เราเจริญรุ่งเรือง หากใครมีบุญมาก ความสุขความสำเร็จก็มีมาก เราเคยได้ยินอานุภาพแห่งบุญของพระเจ้าจักรพรรดิกันมาบ้างแล้ว พระองค์เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยมหาสมบัติ คือรัตนะ ๗ ประการ หลวงพ่อจะนำเรื่องราวอานุภาพแห่งบุญที่ก่อให้เกิดสมบัติจักรพรรดิมาเล่าให้พวกเราได้ศึกษากัน เพื่อจะได้เกิดความเชื่อมั่นในอานุภาพแห่งบุญยิ่งๆ ขึ้นไป เราจะได้สร้างบารมีให้เต็มที่ และประพฤติปฏิบัติธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป …

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๑) (สมบัติของพระจักรพรรดินามว่าสุทัสสะ) Read More »

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม)

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม) การตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นทางมาแห่งมหากุศล ยิ่งถ้าเรานำ ใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายภายใน เราจะเข้าถึงแหล่งแห่ง บุญกุศลที่แท้จริง เป็นท่อธารบุญที่หลั่งไหลมาจากอายตนนิพพาน ใจเราจะแช่อิ่มอยู่ในบุญ เหมือนอยู่ ในอู่แห่งทะเลบุญ โดยเฉพาะเมื่อใจอยู่กับบุญตลอดเวลา อย่างไรก็ดี การมาบังเกิดเป็นมนุษย์นั้นยาก ยิ่งนัก ใครที่เกิดมาแล้ว ตั้งใจสั่งสมบุญบารมีทุกลมหายใจ ชีวิตของผู้นั้นจะเป็นชีวิตที่มีคุณค่า เป็น ชีวิตที่มุ่งตรงไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิตที่สมบูรณ์ คือ การเข้าสู่อายตน นิพพาน มีวาระพระบาลีใน เอกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า “นาหํ ภิกฺขเว อญฺํ เอกธมฺมํปิ สมนุปสฺสามิ ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ ยถยิทํ ภิกฺขเว มิจฺฉาทิฏฐิ มิจฺฉาทิฏฐิปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่พิจารณาเห็นธรรมแม้สักอย่างหนึ่งที่จะมีโทษมาก เหมือนอย่างมิจฉาทิฏฐินี้เลย ดูก่อนภิกษุทั้ง หลาย โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง” มิจฉาทิฏฐิ คือ ความเห็นผิด ความเห็นที่ไม่ตรงกับ ความเป็นจริง เช่น …

ตอแห่งวัฏฏะ (นิยตมิจฉาทิฏฐิมีโทษมากยิ่งกว่าอนันตริยกรรม) Read More »

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๒) (รัตนะทั้ง ๗ ของพระเจ้าจักรพรรดิบังเกิดขึ้น)

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๒) (รัตนะทั้ง ๗ ของพระเจ้าจักรพรรดิบังเกิดขึ้น) ท่ามกลางกระแสกิเลสและอวิชชาที่ห่อหุ้ม เห็น จำ คิด รู้ ของเหล่าสรรพสัตว์ ทำให้มวลมนุษย์ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งทะเลทุกข์ เหมือนหลงทางอยู่ในความมืดมิด การบังเกิดขึ้นของพระรัตนตรัย จึงเปรียบเสมือนดวงประทีป ที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด เพื่อขจัดความมืด คืออวิชชาให้หมดไป อย่างไรก็ดี การที่เราจะเข้าถึงจุดแห่งความสว่างภายในได้นั้น ต้องหมั่นทำใจให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกายภายในตัว เมื่อนั้น แสงธรรมอันไม่มีประมาณ และธรรมรสอันเลิศจะพรั่งพรูกันออกมา ชีวิตของเราก็จะสมปรารถนาในทุกสิ่งอย่างแน่นอน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน นิธิกัณฑ์สูตร ความว่า “มานุสฺสิกา จ สมฺปตฺติ เทวโลเก จ ยา รติ ยา จ นิพฺพานสมฺปตฺติ สพฺพเมเตน ลพฺภติ สมบัติอันเป็นของมนุษย์ สมบัติอันเป็นทิพย์ที่น่ายินดีในเทวโลก และนิพพานสมบัติ สมบัตินั้นทั้งปวง ย่อมได้ด้วยบุญนิธิ” อานุภาพแห่งบุญเป็นอานุภาพที่ไม่มีประมาณ จะคอยประคับประคองเจ้าของบุญให้ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข และสมบูรณ์พร้อมด้วยสมบัติทั้งหลาย มหาสมบัติจะบังเกิดขึ้นเฉพาะผู้มีบุญเท่านั้น เป็นอสาธารณะไม่เกิดขึ้นกับคนทั่วไป เมื่อคราวที่แล้ว ได้นำเรื่องราวของมหาสมบัติจักรพรรดิ มาเล่าให้พวกเราได้รับฟังกัน เป็นตำนานแห่งจักรรัตนะ …

มหาสมบัติจักรพรรดิ (๒) (รัตนะทั้ง ๗ ของพระเจ้าจักรพรรดิบังเกิดขึ้น) Read More »

ผู้นำแห่งสันติภาพ (พระราชาหากุศโลบายไม่ให้ชาวเมืองฆ่าสัตว์)

ผู้นำแห่งสันติภาพ (พระราชาหากุศโลบายไม่ให้ชาวเมืองฆ่าสัตว์) ปัจจุบันนี้สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงสูง บ้านเมืองของเราอยู่ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ มีขึ้นมีลง บางครั้งก็ดี บางครั้งก็ไม่ดี ช่วงไหนกระแสจิตของชาวโลกตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี สั่งสมบุญอยู่เป็นนิตย์ เศรษฐกิจจะฟื้นฟู ข้าวปลาอาหารจะอุดมสมบูรณ์ ยิ่งหากเราทำความดีด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ไม่ประมาทในชีวิต แม้ความดีที่เราทำไปเพียงเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ก็สามารถขยายผลดีให้แก่โลกและจักรวาลได้ โดยเฉพาะความดีที่เกิดจากการฝึกฝนใจให้บริสุทธิ์หยุดนิ่งเป็นประจำนี้ จะช่วยกลั่นบรรยากาศโลก ให้เกิดกระแสแห่งความบริสุทธิ์ หากเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ดีทั้งหลายย่อมจะบังเกิดขึ้น ฉะนั้น การเจริญสมาธิภาวนาจึงเป็นกรณียกิจที่ทุกๆ คนควรพร้อมใจกันลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ตัวเราเองและชาวโลก ได้เข้าถึงสันติสุขภายในที่แท้จริง สันติภาพของโลกย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน มีวาระพระบาลีที่ท่านกล่าวไว้ใน ขุททกนิกาย ชาดก ว่า “เมื่อฝูงโคว่ายข้ามแม่น้ำอยู่ ถ้าโคจ่าฝูงว่ายคดเคี้ยว โคที่เหลือทั้งหมดจะว่ายคดเคี้ยวตามไปด้วย ในหมู่มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นใหญ่ ประพฤติไม่เป็นธรรม ปวงประชาที่เหลือก็จะประพฤติไม่เป็นธรรมตามไปด้วย ถ้าข้าราชการประพฤติไม่เป็นธรรม ราษฎรก็อยู่อย่างลำบาก” ปัจจุบันโลกมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยของเราอยู่ในยุคสมัยที่ประชาธิปไตยกำลังเบ่งบาน ทุกคนในบ้านเมืองมีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกผู้นำเข้าไปบริหารประเทศชาติ เพื่อพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาประเทศ การแสวงหาคนดีเพื่อมาเป็นตัวแทนของเราเข้าไปทำงานเพื่อประเทศชาติ จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะผู้นำ คือ ผู้ชี้ชะตาอนาคตของชาติว่า จะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้หรือไม่ ยิ่งกว่านั้นยังมีเหตุการณ์นองเลือด หรือโศกนาฏกรรมต่างๆ …

ผู้นำแห่งสันติภาพ (พระราชาหากุศโลบายไม่ให้ชาวเมืองฆ่าสัตว์) Read More »

อัธยาศัยของมนุษย์ ๑ (ลักษณะคนมีราคจริต และศรัทธาจริต)

อัธยาศัยของมนุษย์ ๑ (ลักษณะคนมีราคจริต และศรัทธาจริต) การอยู่ร่วมกันเป็นสังคม หมู่ใหญ่ ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้อง เรียนรู้อุปนิสัยซึ่งกันและกัน จะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบ กระทั่งกัน เมื่อเข้าใจและให้อภัยกันและกันได้ง่าย ซึ่งการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่ แท้จริงนั้น ต้องประกอบด้วยความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน มีความจริงใจต่อกันด้วยใจที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มมาจากพื้นฐานใจที่หยุดนิ่ง ดังนั้นการหยุดใจได้อย่าง สมบูรณ์ จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับมวลมนุษยชาติทั้งหลาย เพราะสันติภาพของโลกจะ เกิดขึ้นได้ ต้องมีจุดเริ่มต้นมาจากสันติสุขภายในก่อน โดยเริ่มต้นที่ตัวของเราเป็นอันดับ แรก มีวาระพระบาลีที่กล่าวถึง การสังเกตจริตอัธยาศัยของมนุษย์ทั้งหลาย ไว้ว่า “อิริยาปถโต กิ จฺจา โภชนา ทสฺสนาทิโต ธมฺมปฺปวตฺติโต เจว จริยาโย วิภาวเย บัณฑิตพึงทราบ จริตทั้งหลาย โดยอิริยาบถ โดยกิจ โดยการบริโภค โดยอาการ มีการดู เป็นต้น และโดยความเป็นไป แห่งธรรมนั่นแล” การเรียนรู้จริต อัธยาศัยของแต่ละบุคคล เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน …

อัธยาศัยของมนุษย์ ๑ (ลักษณะคนมีราคจริต และศรัทธาจริต) Read More »

อย่าขอสิ่งที่ไม่ควรขอ (ฤาษีขอแก้วมณีจากนาคราช)

อย่าขอสิ่งที่ไม่ควรขอ (ฤาษีขอแก้วมณีจากนาคราช) กว่าพระพุทธศาสนาจะบังเกิดขึ้นมาในโลกนี้ยากแสนยาก ต้องมีพระ สัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ซึ่งกว่าจะตรัสรู้ได้ พระพุทธองค์ต้องบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ ทุ่มเท ชีวิตจิตใจ สร้างบารมีอย่างไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อสร้างบารมีให้แก่ รอบ จนกระทั่งได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนาถะของโลกของมนุษย์และเทวดา ทั้งหลาย เมื่อธรรมกายบังเกิดขึ้นแล้ว จึงมีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น พระพุทธศาสนาเริ่มต้นที่ธรรมกาย ดังนั้น การบังเกิดขึ้นของธรรมกายจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ ผู้ใดได้ปฏิบัติจนเข้า ถึงธรรมกาย ย่อมพบกับความสุขที่แท้จริง ชีวิตย่อมมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดกาล นาน มีวาระพระบาลีใน มณิกัณฐชาดก ความว่า “น ตํ ยาเจ ยสฺส ปิยํ ชิคึเส เทสฺโส จ โหติ อติยาจนาย นาโค มณึ ยาจิโต พฺราหฺมเณน อทสฺสนํเยว ตทชฺฌคมา บุคคลรู้ว่า สิ่งของ อันใดเป็นที่รักของเขา ก็ไม่ควรขอสิ่งของอันนั้น อนึ่ง บุคคลย่อมเป็นที่เกลียดชังเพราะขอจัด พญานาคถูกพราหมณ์ขอแก้วมณี ตั้งแต่นั้นก็มิได้มาให้ พราหมณ์เห็นอีกเลย” ความเกรงอกเกรงใจ รู้ว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำ …

อย่าขอสิ่งที่ไม่ควรขอ (ฤาษีขอแก้วมณีจากนาคราช) Read More »

อัธยาศัยของมนุษย์ ๒ (ลักษณะคนมีโทสจริต)

อัธยาศัยของมนุษย์ ๒ (ลักษณะคนมีโทสจริต) การสร้างบารมี เป็นสิ่งที่นักสร้างบารมีทั้งหลายจะต้องบำเพ็ญกันทุกๆ วัน โดยไม่มีวันว่างเว้นเลย ตั้งแต่ทานบารมี ศีลบารมีเรื่อยไป จนกระทั่งถึงอุเบกขาบารมี เพราะเราเกิดมาเป็นมนุษย์ มีโอกาสดีที่สุดในการสร้างบารมี อีกทั้งเรายังเป็นสัมมาทิฏฐิ เข้าใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ จึงได้ให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง สร้างความดีอย่างไม่หยุดยั้ง การเกิดมาอย่างนี้ ได้ชื่อว่าเกิดมาอย่างมีคุณค่า ได้สร้างบารมีซึ่งเป็นงานแท้จริง สิ่งที่เราควรจะทำควบคู่กันไปกับภารกิจประจำวันคือ หมั่นทำใจหยุดใจนิ่งไปพร้อมๆ กัน อย่าให้ขาดแม้แต่วันเดียว เพื่อเข้าถึงที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง คือ พระรัตนตรัยในตัว ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง มีวาระพระบาลีที่ปรากฏใน จตุกกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า “บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มักโกรธ มากไปด้วยความแค้นใจ ถูกว่าแม้เล็กน้อยก็ขัดเคืองฉุนเฉียว กระฟัดกระเฟียดกระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธความขัดเคือง และความไม่พอใจให้ปรากฏ แต่เขาเป็นผู้ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยวดยาน ระเบียบของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่อยู่อาศัย และประทีปโคมไฟ แก่สมณพราหมณ์ และไม่เป็นผู้มีใจริษยาในลาภ สักการะ ความเคารพ …

อัธยาศัยของมนุษย์ ๒ (ลักษณะคนมีโทสจริต) Read More »