ธรรมะเพื่อประชาชน

ชนะด้วยเมตตา ( พระนางสามาวดีรอดพ้นจากลูกศรอาบยาพิษด้วยอานุภาพการแผ่เมตตา ที่ไม่มีความโกรธเจือปน )

ชนะด้วยเมตตา ( ด้วยอานุภาพการแผ่เมตตา ที่ไม่มีความโกรธเจือปน พระนางสามาวดีรอดพ้นจากลูกศรอาบยาพิษ) ร่างกายที่เราต้องใช้ในการประกอบภารกิจการงานทุกวัน มีความจำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาดด้วยน้ำ ฉันใด จิตใจจำเป็นต้องชำระล้างให้สะอาดบริสุทธิ์ ด้วยการเจริญภาวนา ฉันนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงสั่งสอนพุทธบริษัทให้หมั่นเจริญภาวนา ทรงชี้ให้เห็นความสำคัญของใจว่า ใจที่ผ่องใสย่อมเป็นเหตุนำความสุขมาให้ และเป็นทางมาแห่งมหากุศลอันจะนำทุกชีวิตไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือการบรรลุมรรคผลนิพพาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน โอกขาสูตร ความว่า “ผู้ใดให้ทานประมาณ ๑๐๐ หม้อในเวลาเช้า ให้ทานอีก ๑๐๐ หม้อในเวลาเที่ยง และให้ทานอีก ๑๐๐ หม้อในเวลาเย็น ยังมีผลน้อยกว่าผู้เจริญเมตตาจิต แม้เพียงชั่วระยะเวลาแห่งการหยดของน้ำนมจากแม่โค” การเจริญเมตตา แม้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ยังมีอานิสงส์มากกว่าการให้ทาน เพราะจิตของผู้ที่ประกอบด้วยเมตตาธรรม เป็นจิตที่มีความบริสุทธิ์ผ่องใส จึงมีอานุภาพหาประมาณมิได้ ผู้ที่เจริญเมตตาอยู่เสมอ ย่อมได้รับความสุขกายสุขใจ จะมีผิวพรรณวรรณะผ่องใส ภัยใดๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้ จิตของบุคคลผู้เต็มเปี่ยมด้วยเมตตา ย่อมตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ทำให้รู้แจ้งแทงตลอดในคุณวิเศษได้โดยง่าย จะเป็นที่รักของมนุษย์ และอมนุษย์ทั้งหลาย เทวดาจะปกป้องคุ้มครองรักษาให้อยู่เป็นสุข * ในสมัยพุทธกาล เมื่อเมืองภัททวดีได้ประสบกับภัยพิบัติ เศรษฐีท่านหนึ่งได้พาภรรยาและลูกสาว เดินทางรอนแรมไปขอความช่วยเหลือจากโฆสกเศรษฐี ซึ่งเป็นสหายที่เมืองโกสัมพี แต่ด้วยความบอบชํ้าจากการเดินทางไกล อีกทั้งไม่ได้รับประทานอาหารมาหลายวัน …

ชนะด้วยเมตตา ( พระนางสามาวดีรอดพ้นจากลูกศรอาบยาพิษด้วยอานุภาพการแผ่เมตตา ที่ไม่มีความโกรธเจือปน ) Read More »

มหาสติปัฏฐานสูตร (เป็นทางสายเอก เพื่อบรรลุไญยธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง)

มหาสติปัฏฐานสูตร (เป็นทางสายเอก เพื่อบรรลุไญยธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง) มนุษย์ทุกคนล้วนมีดวงธรรมที่ทำให้เป็นมนุษย์ และมีธรรมกายอยู่ภายในตัวกันทุกคน เป็นกายอมตะที่เที่ยงแท้ถาวร เมื่อเข้าถึงแล้วจะพบกับความสุขที่เสรี สุขอย่างไม่มีประมาณ แต่ที่ยังเข้าไม่ถึงเพราะขาดกัลยาณมิตรผู้ไปจุดแสงสว่างของชีวิต ให้ได้รู้จักวิธีการดำเนินจิตเข้าสู่กลางภายใน จะไม่รู้ว่า สิ่งที่เลิศที่สุด มีอยู่ในตัวของเราเอง ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เมื่อไม่มีผู้ชี้บอก แม้สิ่งนั้นมีอยู่ก็เหมือนไม่มี เพราะยังเอาออกมาใช้ไม่ได้ เหมือนน้ำที่มีอยู่ใต้ดิน ถ้าหากไม่ขุดเจาะขึ้นมา ก็เอามาใช้ประโยชน์ไม่ได้ ความสุขภายใน แสงสว่างภายใน ดวงธรรมภายใน หรือธรรมกายภายในก็เช่นเดียวกัน จะต้องทำใจให้หยุดนิ่งอย่างเดียว จึงจะเข้าไปพบธรรมต่างๆ เหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นการฝึกใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นวิธีการที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้เราได้บรรลุธรรมาภิสมัย ได้เข้าถึงพระธรรมกายที่มีอยู่แล้วในตัวของเรา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน มหาสติปัฏฐานสูตร * ความว่า “เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย …

มหาสติปัฏฐานสูตร (เป็นทางสายเอก เพื่อบรรลุไญยธรรม เพื่อกระทำพระนิพพานให้แจ้ง) Read More »

สันติภาพโลกเป็นจริงได้ (ชนสันธกุมาร พระราชาผู้นำต้นแบบชาวโลก)

สันติภาพโลกเป็นจริงได้ (ชนสันธกุมาร พระราชาผู้นำต้นแบบชาวโลก) เราได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้ว พึงทำกิจในทางพระพุทธศาสนา ด้วยการทำความดี หมั่นให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า จะละโลกนี้ไปเมื่อใด สังขารร่างกายของเรา ถูกเผาผลาญด้วยไฟคือความแก่ ความเจ็บ และความตายอยู่ทุกวัน ไม่มีใครที่จะหลีกหนีกฎของไตรลักษณ์ได้ ทุกชีวิตต่างต้องเสื่อมสลายบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทในชีวิต ให้เร่งสั่งสมความดี และฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย อันเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง ที่ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตของเราปลอดภัย แม้เวลาจะจากโลกนี้ไปก็มีความองอาจ และไปอย่างผู้มีชัยชนะ สมกับผู้มีธรรมะเป็นอาภรณ์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบทว่า “อปฺปมาทรตา โหถ สจิตฺตมนุรกฺขถ ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร ท่านทั้งหลายจงยินดีในความไม่ประมาท จงตามคุ้มครองจิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่ม ถอนขึ้นจากหล่มได้ฉะนั้น” โลกคือหมู่สัตว์นี้ ส่วนมากยังติดอยู่ในหล่มคือกิเลสอาสวะ สำหรับผู้ไม่ได้ฝึกใจให้สะอาดบริสุทธิ์เป็นประจำแต่ละวันยิ่งดูเหมือนว่า จะยิ่งติดหล่มลึกลงไปทุกที พระพุทธองค์ทรงแนะวิธีการถอนตัวขึ้นจากหล่มไว้ว่า จะต้องไม่ประมาท ให้หมั่นพิจารณาให้เห็นถึงทุกข์ และโทษของความประมาทว่าเป็นภัยสำหรับชีวิต เป็นประดุจตอในวัฏฏะที่จะมาขวางเส้นทางการทำความดีของเรา แล้วให้ตามรักษาจิตดวงนี้ รักษาไว้ให้อยู่ในต้นแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ …

สันติภาพโลกเป็นจริงได้ (ชนสันธกุมาร พระราชาผู้นำต้นแบบชาวโลก) Read More »

เพื่อนพ้องพี่น้องกัน (วาเสฏฐะ และ ภารทวาชะบุตรของตระกูลพราหมณ์)

เพื่อนพ้องพี่น้องกัน (เรื่อง วาเสฏฐะ และ ภารทวาชะบุตรของตระกูลพราหมณ์) ธรรมดาของสรรพสัตว์ และสรรพสิ่งทั้งหลาย ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย แม้แต่โลกใบนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เริ่มจากบรรยากาศที่เคยสะอาดบริสุทธิ์ ผู้คนมีอายุยืนเป็นหมื่นๆ ปี แต่การกระทำของมนุษย์ทำให้สัตว์โลก อากาสโลก สังขารโลกเริ่มไม่บริสุทธิ์ ทำให้อายุเริ่มถดถอยลงไป เหลือเพียงไม่กี่สิบปี เกิดมาก็มุ่งหน้าไปสู่ความเสื่อมสลาย เข้าสู่ปากพญามัจจุราช ผู้ฉลาดจึงไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิต ควรมองให้เห็นโทษของความเสื่อมนั้น จะได้คลายจากความยึดมั่นถือมั่นในโลกทั้งปวง แล้วมุ่งแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย จริยาปิฎก ว่า “วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา อวิวาทญฺจ เขมโต สมคฺคา สขิลา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี ท่านทั้งหลายจงเห็นการทะเลาะวิวาทกันว่า เป็นเหตุแห่งภัย และเห็นการไม่วิวาทกันว่า เป็นความเกษมสำราญแล้ว พึงเป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด นี้เป็นพระพุทธานุสาสนี” การทะเลาะวิวาทนำมาซึ่งความแตกแยก ทำให้เกิดความห่างเหิน จะแสวงหาความรักความเมตตาจากคนที่ทะเลาะกันไม่ได้เลย มีภัยต่างๆ มากมายที่เกิดจากการทะเลาะกัน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มีการมองต่างมุม เมื่อมองคนละมุม ย่อมเห็นไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างคิดว่าวิธีการของตนเองดีที่สุด แม้เพียงสังเกตจากรูปร่างหน้าตา …

เพื่อนพ้องพี่น้องกัน (วาเสฏฐะ และ ภารทวาชะบุตรของตระกูลพราหมณ์) Read More »

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง)

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง) ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก วันคืนล่วงไปๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี กาลเวลาได้กลืนกินอายุของเราให้เหลือน้อยลงไปทุกที บุคคลใดดำรงชีวิตอยู่ด้วยความประมาท ไม่สั่งสมบุญ ไม่ให้ทาน รักษาศีล หรือเจริญภาวนา แม้ยังมีชีวิตอยู่ มีร่างกายที่แข็งแรง ก็ได้ชื่อว่าเหมือนคนที่ตายแล้ว เพราะเขากำลังเดินสวนทางกับกระแสแห่งความดี กาลเวลาที่ผ่านไปจึงกลืนกินทั้งชีวิต และคุณธรรมของบุคคลนั้น ชีวิตก็จะไม่ต่างอะไรกับสวะลอยน้ำที่ล่องลอยไป หาจุดหมายปลายทางไม่ได้ ส่วนชีวิตของผู้ที่ประพฤติธรรมจนได้เข้าถึงพระรัตนตรัย ชื่อว่าเป็นชีวิตที่ประเสริฐ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า “อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ คนพาลมีปัญญาทราม กระทำกรรมชั่วอยู่ ก็ไม่รู้สึกว่าได้ทำความชั่ว แต่เขาย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้ ฉะนั้น” ปัจจุบันนี้ โลกของเรากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติหลายๆ อย่าง รวมทั้งมหันตภัยทางธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น เช่น ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล บางแห่งประสบอุทกภัย แผ่นดินไหว …

โลกาพินาศเพราะอำนาจกิเลส (โลกนี้จะถูกทำลายด้วยภัย ๓ อย่าง) Read More »

คนจะดีอยู่ที่การกระทำ (เรื่อง พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นจัณฑาลชื่อมาตังคะ)

คนจะดีอยู่ที่การกระทำ (เรื่อง พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นจัณฑาลชื่อมาตังคะ) เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี เพราะการสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ พระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อนท่านก็ทำอย่างนี้ คือสร้างบารมีไปจนกว่าบารมีจะเต็มเปี่ยม ได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต เราเกิดมาภพชาติหนึ่งเพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ ทำให้เรามีความสุขตลอดเส้นทางของชีวิต จนกระทั่งเข้าถึงบรมสุขอันเป็นนิรันดร์ คือได้ถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัคคิภารทวาชสูตร ความว่า “น ชจฺจา วสโล โหติ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ กมฺมุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ บุคคลไม่ได้เป็นคนเลวเพราะชาติ ไม่ได้เป็นคนดีเพราะชาติ แต่เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นคนดีเพราะการกระทำ” ชาติแปลว่า การเกิด คนจะดีหรือไม่ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด แต่อยู่ที่การกระทำ ไม่ว่าจะเกิดเป็นคนยากดีมีจน ถ้าหากคิดดีพูดดีทำดี ก็สามารถเป็นคนดีได้ เหมือนอย่างพระบรมโพธิสัตว์ บางชาติท่านพลาดพลั้งไปเกิดในตระกูลที่มีแต่คนดูหมิ่นเหยียดหยาม ใครได้พบเห็นก็สบประมาทหาว่าเป็นอัปมงคล แต่ในความเป็นจริง สิริมงคลเกิดจากการประพฤติปฏิบัติอยู่ในทำนองคลองธรรม ใครทำความดี ผลแห่งความดีย่อมเกิดกับผู้นั้น ดังนั้นท่านจึงตั้งหน้าตั้งตาทำความดีอย่างไม่ย่อท้อ จนกลายมาเป็นต้นแบบในการทำความดีของชาวโลก * ครั้งหนึ่ง พระบรมโพธิสัตว์ถือกำเนิดในวรรณะจัณฑาล …

คนจะดีอยู่ที่การกระทำ (เรื่อง พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดเป็นจัณฑาลชื่อมาตังคะ) Read More »

บนเส้นทางของผู้นำ (พระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ พบพระเจ้าพัลลิกะบนเส้นทางสัญจร)

บนเส้นทางของผู้นำ (พระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ พบพระเจ้าพัลลิกะบนเส้นทางสัญจร)      ธรรมกายเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา เป็นหลักของชีวิต ถ้าเราได้เข้าถึงธรรมกาย ชีวิตเราจะสมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม และจะได้รับอานิสงส์ใหญ่ ไม่ว่าเราทำความดีเพียงเล็กน้อย ทำปานกลาง หรือว่ายิ่งใหญ่ก็ตาม มหากุศลจะบังเกิดขึ้นในทุกระดับขั้นตอนของการทำความดี เพราะธรรมกายเป็นต้นแหล่งแห่งบุญ แหล่งแห่งความบริสุทธิ์ จึงสามารถรองรับบุญกุศลได้อย่างดีเยี่ยม การได้เข้าถึงธรรมกายจะทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์มีความสุขที่สุด จึงควรอย่างยิ่งที่ทุกๆ คนจะปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “อกฺโกเธน ชิเน โกธํ    อสาธุ ํ สาธุนา ชิเน                        ชิเน กทริยํ ทาเนน     สจฺเจนาลิกวาทินํ      บุคคลพึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ พึงชนะคนพูดเหลาะแหละด้วยคำสัตย์”      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ทรงสอนให้เอาชนะสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ด้วยความถูกต้องดีงาม เอาชนะอกุศลกรรมด้วยการหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง ให้ทำแต่สิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลล้วนๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำที่ดี ต้องรู้จักฝึกตนเองให้พรั่งพร้อมไปด้วยคุณธรรม ต้องรักในการฝึกตัวทุกรูปแบบ เพื่อจะได้เป็นที่ยอมรับของทุกๆ คน ทั้งผู้ใหญ่ ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน …

บนเส้นทางของผู้นำ (พระเจ้าพรหมทัตโพธิสัตว์ พบพระเจ้าพัลลิกะบนเส้นทางสัญจร) Read More »

อย่าด่วนตัดสินใจ (พระราชากล่าวโทษสมณะ โดยไม่รอบคอบ ทำให้ผู้คนเดือดร้อน)

อย่าด่วนตัดสินใจ (พระราชากล่าวโทษสมณะ โดยไม่รอบคอบ ทำให้ผู้คนเดือดร้อน)      วันเวลาที่ผ่านไป เราไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ เหมือนดั่งสายน้ำที่ไหลผ่านไปแล้วไม่อาจหวนกลับ ชีวิตเราย่างก้าวไปพร้อมกับกาลเวลาที่จะล่วงไป เราจึงต้องใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ สร้างบารมีให้เต็มที่ เพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดให้เกิดขึ้นต่อตัวของเราและชาวโลก ด้วยการประพฤติธรรม มีความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน และฝึกฝนอบรมตนเองด้วยการฝึกใจให้หยุดนิ่ง เพราะเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเรา คือ “เวลาที่ใจหยุดนิ่ง” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย โสมนัสสชาดก ว่า                               “อนิสมฺม กตํ กมฺมํ       อนวตฺถาย จินฺติตํ                          เภสชฺชสฺเสว เวภงฺโค   วิปาโก โหติ ปาปโก      กรรมที่บุคคลใดไม่พินิจพิเคราะห์ ไม่คิดให้ถ้วนถี่เสียก่อน แล้วทำลงไป ผลที่เลวร้ายย่อมมีแก่บุคคลนั้น เหมือนความวิบัติแห่งการใช้ยาพิษฉะนั้น”      ปัจจุบันนี้มีเรื่องราว เกิดขึ้น มากมายในบ้านเมืองของเรา ทั้งเรื่องที่ดี และไม่ดี ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในการตัดสินแก้ไขปัญหา บางครั้งอาจมองไม่ลึกซึ้ง เพราะปัญหาบางอย่างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จำเป็นต้องใช้ปัญญาที่ละเอียดแจ่มใสพิจารณาอย่างรอบคอบ การรีบด่วนสรุปตัดสินอะไรง่ายๆ นั้น ไม่ใช่วิสัยของนักปราชญ์บัณฑิต …

อย่าด่วนตัดสินใจ (พระราชากล่าวโทษสมณะ โดยไม่รอบคอบ ทำให้ผู้คนเดือดร้อน) Read More »

สัตถันตรกัป ๗ วัน (เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตร)

สัตถันตรกัป ๗ วัน (เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตร)      การไปสู่อายตนนิพพานเปรียบเสมือนการเดินทางไกล จึงจำเป็นต้องมีเสบียงคือบุญ เป็นเครื่องสนับสนุนให้เราได้สร้างบารมีอย่างสะดวกสบาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ ท่านได้สร้างบารมี ๓๐ ทัศจนเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ในที่สุดพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เพราะอาศัยบุญอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นบุญจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญ  เมื่อโอกาสแห่งการสร้างบุญสร้างบารมีมาถึง จงอย่าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปอย่างน่าเสียดาย ให้รีบขวนขวายกันให้เต็มที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน จักกวัตติสูตร ความว่า      “นาหํ ภิกฺขเว อญฺญํ เอกพลมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ ทุปฺปสหํ ยถายิทํ ภิกฺขเว มารพลํ กุสลานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ สมาทานเหตุ เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เล็งเห็นแม้กำลังสักอย่างหนึ่ง อันข่มได้แสนยาก เหมือนกำลังของมารเลย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุญจะเจริญขึ้นได้ เพราะเหตุที่ถือมั่นในกุศลธรรมทั้งหลาย”      กำลังของมารมีมาก สัตว์โลกทั้งหลายล้วนตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของพญามาร เขาเอากิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ …

สัตถันตรกัป ๗ วัน (เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิไม่ได้ประพฤติจักกวัตติวัตร) Read More »

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา)

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากกิเลสอาสวะ กิจที่จะทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พวกเราทั้งหลายควรดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระพุทธองค์ โดยมุ่งทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นนั้นให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะเรายังมีกิจที่จะต้องทำให้รู้แจ้งให้ได้ ว่าเราเกิดมาจากไหน มาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต  เพราะฉะนั้น เราจึงควรหมั่นฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายในคือพระธรรมกาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ปฐมชนสูตร ความว่า ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ      ชีวิตถูกชรานำเข้าไปใกล้ความตาย ผู้ที่ถูกชรานำเข้าไปใกล้แล้ว ย่อมต้านทานไว้ไม่ได้ เมื่อบุคคลเล็งเห็นภัยในความตายนี้ ควรทำบุญอันจะนำความสุขมาให้”      สรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ล้วนมีความตายเป็นธรรมดา ไม่ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ยากจนหรือร่ำรวย ต่างต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตายทั้งนั้น มีเพียงบุญ และบาปเท่านั้น ที่จำแนกสัตว์ให้มีความแตกต่างกัน ความต่างกันจึงอยู่ที่การสั่งสมบุญของแต่ละคน ผู้ที่สั่งสมบุญเอาไว้มาก ชีวิตจะมีความสุข และปลอดภัยทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า …

สมปรารถนาได้ด้วยบุญ (ปุโรหิตเสี่ยงบุษยราชรถ เลือกนันทกุมารเป็นพระราชา) Read More »

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (นกดุเหว่ารส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกใส่บาตรพระพุทธองค์)

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (เรื่อง นกดุเหว่าเลื่อมใสในพระพุทธองค์ด้วยการส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกที่มีรสอร่อยมีกลิ่นหอมมาใส่บาตร)      พระรัตนตรัยประกอบด้วยรัตนะทั้งสาม คือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างนี้ เป็นแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา และเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกของชาวโลก มนุษยชาติที่เกิดมาต่างแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดนี้ ผู้ได้เข้าถึงพระรัตนตรัย เห็นพระธรรมกายใสสว่างอยู่ในกลางตัว ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิต ได้บรรลุเป้าหมายของการเกิดมาเป็นมนุษย์ ที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายได้เข้าถึงความเต็มเปี่ยมของชีวิตแล้ว ท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายในตลอดเวลา ฉะนั้นการฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง จึงเป็นหน้าที่หลักของมวลมนุษยชาติ ที่จะนำพาตนเองก้าวไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น ไปสู่พระนิพพานอันเป็นบรมสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัยยิกาสูตร ความว่า                               “สพฺเพ สตฺตา มริสฺสนฺติ   มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ                                ยถากมฺมํ คมิสฺสนฺติ       ปุญฺญปาปผลูปคา                                นิรยํ ปาปกมฺมนฺตา        ปุญฺญกมฺมา จ สุคตึ                                ตสฺมา กเรยฺย กลฺยาณํ     นิจยํ สมฺปรายิกํ …

สั่งสมบุญตลอดพรรษา (นกดุเหว่ารส่งเสียงร้องอย่างไพเราะและคาบผลมะม่วงสุกใส่บาตรพระพุทธองค์) Read More »

ไม่มีอะไรสายเกินไป (เพชฌฆาตเคราแดงละจากโลกนี้แล้ว ไปบังเกิดในวิมานชั้นดุสิต)

ไม่มีอะไรสายเกินไป (เพชฌฆาตเคราแดงละจากโลกนี้แล้ว ไปบังเกิดในวิมานชั้นดุสิต)      การปฏิบัติธรรม คือ การฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน เข้าถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ทั้งสามอย่างนี้เป็นสรณะ เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงของมวลมนุษย์ชาติ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทุกคนจึงต้องตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงจุดนี้ให้ได้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริงตามพุทธประสงค์ เมื่อเราต้องการจะเข้าให้ถึงรัตนะทั้ง ๓ เราต้องเอาใจของเราที่คิดแวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องราวต่างๆทั้งหมด นำมาหยุดนิ่งอยู่ตรงฐานที่ ๗ หยุดให้ถูกส่วนทีเดียว พอถูกส่วนเข้า ไม่ช้าก็จะเห็นดวงปฐมมรรคเกิดขึ้น เป็นดวงใสบริสุทธิ์ คล้ายๆกับดวงดาวในอากาศ หรือพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ หรือพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน ใสยิ่งกว่าน้ำ ใสยิ่งกว่าน้ำแข็งใสๆ ใสยิ่งกว่ากระจกเงาที่ส่องหน้า ใสยิ่งกว่าเพชร เป็นความใสบริสุทธิ์ ที่ไม่มีตัวอย่างในโลก      “ปฐมมรรค” คือ จุดเบื้องต้นที่จะเข้าถึงรัตนะทั้ง ๓ เมื่อเราได้เข้าถึงจุดนี้แล้ว ก็เอาใจหยุดต่อไปอีก ให้ใจหยุดนิ่ง หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง อยู่ที่กลางดวงปฐมมรรคนี้ พอถูกส่วนเข้า ดวงปฐมมรรคจะขยายส่วนกว้างออกไปรอบตัว จะเห็นดวงธรรมดวงใหม่ ผุดเกิดขึ้นมาในกลางหยุดนิ่ง ใสกว่าเดิม สว่างกว่าเดิม ผุดขึ้นมาเป็นชั้นๆ เรียกว่าดวงศีล หยุดในกลางดวงศีล จะเห็นดวงสมาธิผุดขึ้นมาในกลางนั้น …

ไม่มีอะไรสายเกินไป (เพชฌฆาตเคราแดงละจากโลกนี้แล้ว ไปบังเกิดในวิมานชั้นดุสิต) Read More »

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล)

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล) เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่จะต้องศึกษาควบคู่กันไปอยู่ ๒ ประการ คือ การศึกษาวิชาความรู้ในทางโลก และการศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาความรู้ทางโลก เพื่อให้เรารู้จักวิธีการแสวงหาปัจจัยสี่มาเลี้ยงตน ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนการศึกษาความรู้ในทางธรรม มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เข้าถึงความสุขอันแท้จริงที่มีอยู่ภายใน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน อิฏฐสูตร ความว่า “ชนผู้ปรารถนาอายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สวรรค์ ความเกิดในตระกูลสูงและความเพลิดเพลินใจ พึงขวนขวายในความไม่ประมาทให้ยิ่งขึ้นไป” บัณฑิตทั้งหลาย สรรเสริญความไม่ประมาทในการสั่งสมบุญ เพราะผู้ไม่ประมาทย่อมยึดเอาประโยชน์ทั้งสองไว้ได้ คือประโยชน์ในปัจจุบันนี้และประโยชน์ในสัมปรายภพ” พระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย ได้ตั้งความปรารถนาเพื่อจะบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงพิจารณาด้วยสติปัญญาว่าควรสร้างบารมีอะไรเป็นอันดับแรก ต่างเห็นพ้องต้องกันหมดทุกพระองค์ ว่าต้องเริ่มต้นจากทานบารมี เพราะทานเป็นทางมาแห่งโภคทรัพย์ ซึ่งจะทำให้สร้างบารมีอื่นๆ เป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น * ในอดีตกาล ที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพระราชาทรงพระนามว่า สาธินะ ปกครองแว่นแคว้นและประชาราษฎร์ในมิถิลานคร พระองค์เป็นผู้ยินดีในการบริจาคทาน และทรงพระราชทานโอวาทแก่ชาวแว่นแคว้น ให้หมั่นสั่งสมบุญด้วยการให้ทานและรักษาศีล มหาชนทั้งหลายตั้งอยู่ในโอวาท ต่างทำบุญให้ทานกันเป็นประจำ เมื่อหมดอายุขัยก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพบุตรเทพธิดาอยู่ในสุคติโลกสวรรค์กันมากมาย เมื่อเหล่าเทพในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาประชุมกัน ณ สุธรรมาเทวสภา เทวดาเหล่านั้นต่างพรรณนาถึงคุณของพระเจ้าสาธินะ เทวดาอื่นๆ …

บุญเท่านั้นที่ปรารถนา (สาธินะโพธิสัตว์กลับจากดาวดึงส์สู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างบุญกุศล) Read More »

บ้านกัลยาณมิตรพาชีวิตสว่างไสว (พระนันทกะเถระเคยสร้างสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้า)

บ้านกัลยาณมิตรพาชีวิตสว่างไสว (พระนันทกะเถระเคยสร้างสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้า)      เราเกิดมาสร้างบารมี นักสร้างบารมีต้องใช้เวลาทุกอนุวินาทีให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างบารมีอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นแก่โลก ให้เป็นโลกแก้วศิวิไลซ์ ที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งธรรมอำไพ ผู้รู้ทั้งหลายต่างปรารถนาที่จะให้มวลมนุษยชาติปรองดองกัน เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นครอบครัวแก้ว ครอบครัวธรรมกาย ที่ทุกดวงใจประสานกันเป็นหนึ่งเดียวกับพระธรรมกายภายใน เพราะเมื่อใจทุกดวงตั้งอยู่ในกลางธรรมกาย ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ความเป็นเครือญาติกันอย่างแท้จริงก็จะบังเกิดขึ้น มนุษย์จะมีความรักความปรารถนาดีต่อกัน แล้วสันติสุขอันไพบูลย์ที่เราปรารถนาร่วมกันก็จะเกิดขึ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน กัลยาณมิตตสูตร ความว่า       “ธรรมอย่างหนึ่งที่มีอุปการะมาก ที่เป็นไปเพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ คือความเป็นกัลยาณมิตร เพราะบุคคลผู้มีกัลยาณมิตร พึงหวังได้ว่า จักเจริญในอริยมรรคมีองค์ ๘ และจะกระทำให้มากในอริยมรรคนั้น ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยในการบรรลุพระนิพพาน”      ที่พระองค์ตรัสอย่างนี้ เพราะว่าการทำหน้าที่กัลยาณมิตรนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยชี้บอกหนทางสวรรค์และพระนิพพานให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้เขาได้ดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัย ไม่ผิดพลาด ไม่หลงทางพระนิพพาน  ดังนั้น ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร จึงเป็นเหมือนบุพนิมิตของการบังเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค เป็นผู้จุดประกายความสว่างแห่งการตรัสรู้ธรรม ให้เวไนยสัตว์ผู้ตกอยู่ในท่ามกลางความมืดมิด ได้พบกับแสงสว่างแห่งสันติสุขที่แท้จริง      เพราะฉะนั้น การทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร จึงมีความสำคัญต่อโลก โลกจำเป็นต้องมีกัลยาณมิตร ผู้เป็นแสงสว่างส่องนำทางชีวิต ให้ทุกชีวิตไปสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ ด้วยเหตุนี้ …

บ้านกัลยาณมิตรพาชีวิตสว่างไสว (พระนันทกะเถระเคยสร้างสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมของพระปัจเจกพุทธเจ้า) Read More »

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน)

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน)      การสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี ดำเนินตามรอยบาทพระบรมศาสดา มุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางคือที่สุดแห่งธรรม แต่ในระหว่างการสร้างบารมี เป็นธรรมดาที่จะต้องเจออุปสรรค อุปสรรคเป็นเพียงเครื่องทดสอบกำลังใจของนักสร้างบารมี หากเราใช้สติและปัญญา ปัญหาทั้งหลายจะดับไป เหมือนการเอาคบเพลิงจุ่มลงไปในน้ำ เมื่อทำใจให้หยุดได้ก็เกิดดวงปัญญา สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ว่า                             “ทสฺสนกาโม สีลวตํ   สทฺธมฺมํ โสตุมิจฺฉติ                        วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ     ส เว สทฺโธติ วุจฺจติฯ      ผู้ใดใคร่เห็นผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม กำจัดมลทิน คือความตระหนี่ได้ ผู้นั้นแล ท่านเรียกว่าผู้มีศรัทธา”      ความศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา เป็นทางมาแห่งความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง พลังศรัทธาของมนุษย์สามารถทำลายอุปสรรคขวากหนามนานัปการได้ ทลายภูเขาที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าให้ราบเป็นหน้ากลองได้ และทำในสิ่งที่คนทั่วไปคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ พลังศรัทธาเป็นพลังแฝงที่มีอานุภาพซ่อนเร้นอยู่ภายใน และก่อให้เกิดพลังใจที่จะก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต      ในทางพระพุทธศาสนา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความมีศรัทธาที่แท้จริงว่า ต้องรู้จักเข้าหาผู้มีศีลมีธรรมที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ …

บุญเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง (มณีเมขลาช่วยสังขพราหมณ์ที่ว่ายน้ำอยู่ในทะเล ๗ วัน) Read More »