ธรรมะเพื่อประชาชน

สังคมในอุดมคติ (อายุวัฒนกุมาร จากทารกที่ต้องตายใน ๗ วัน มีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี)

สังคมในอุดมคติ (เรื่อง อายุวัฒนกุมาร จากทารกที่ต้องตายใน ๗ วัน มีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี) เราได้เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดทั้งวัน จากการประกอบธุรกิจหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เราได้ทำผ่านมาแล้ว ดังนั้น ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เราจะให้โอกาสแก่ตัวของเราเอง ในการแสวงหาสาระอันแท้จริงของชีวิต เพื่อเพิ่มเติมสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดให้กับชีวิตของเรา ด้วยการปฏิบัติธรรม ชีวิตจะได้ประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง เมื่อใจอยู่ในกระแสธรรม เราจะมีความสุขรู้สึกโปร่งเบาสบาย มีความสดชื่นเบิกบาน คลายจากความเหน็ดเหนื่อยที่ได้ตรากตรำมาทั้งวัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสอานิสงส์ของการแผ่เมตตาเอาไว้ว่า “สุขํ สุปติ สุขํ ปฏิพุชฺฌติ น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ มนุสฺสานํ ปิโย โหติ อมนุสฺสานํ ปิโย โหติ เทวตา รกฺขนฺติ นาสฺส อคฺคิ วา วิสํ วา สตฺถํ วา กมติ ตุวฏํ จิตฺตํ สมาธิยติ มุขวณฺโณ วิปฺปสีทติ …

สังคมในอุดมคติ (อายุวัฒนกุมาร จากทารกที่ต้องตายใน ๗ วัน มีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี) Read More »

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง)

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง) สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนปรารถนาความสุข มนุษยชาติต่างปรารถนาอยากให้โลกมีสันติสุข มีการเรียกร้องหาสันติภาพทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คน ที่รู้ว่าสันติภาพภายนอกต้องเริ่มมาจากสันติสุขภายใน แล้วทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงสันติสุขภายในได้ เว้นจากการปฏิบัติธรรมแล้วไม่มีวิธีอื่นเลย ที่จะทำให้เราได้รู้จักกับสันติสุขที่แท้จริง เมื่อเราปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงพระธรรมกายภายในได้ เราจึงจะซาบซึ้งว่าพระธรรมกายเป็นแหล่งแห่งสันติสุข เป็นจุดกำเนิดของสันติภาพที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า “โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ สญฺโญชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย ตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํ อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา บุคคลพึงละความโกรธ สละความถือตัว ล่วงสังโยชน์ทั้งสิ้นได้ ทุกข์ทั้งหลายย่อมไม่ตกต้องบุคคลนี้ ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล” ขึ้นชื่อว่าความโกรธเมื่อเกิดกับผู้ใดแล้ว ย่อมแผดเผาใจให้เร่าร้อนกระวนกระวาย ส่งผลให้หน้าตาเศร้าหมองไม่ผ่องใส ไม่เป็นที่น่าคบหาสมาคมของเหล่าบัณฑิตนักปราชญ์ ผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจิตใจอยู่เป็นประจำ ย่อมได้ชื่อว่าเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เหมือนไฟที่ไหม้เรือนหลังแรกแล้วลุกลามไปไหม้หลังที่สอง หลังที่สาม ลุกโหมเป็นเปลวไฟใหญ่ ไหม้ต่อๆ กันไปไม่สิ้นสุด ความโกรธนำแต่สิ่งที่เป็นโทษมาสู่ตนเองและคนอื่น ทำให้เป็นทุกข์ ยังเผาผลาญใจให้มอดไหม้ไปจากคุณธรรมความดี พระพุทธองค์จึงสอนให้ละความโกรธ ให้มีความอดทนอดกลั้น เบื้องต้นอาจรู้สึกเป็นความขมขื่น ทรมานจิตใจ แต่ผลที่ได้ในภายหลัง คือความสุขสดชื่น …

อย่าโกรธกันเลย (พระนางโรหิณีน้องสาวพระอนุรุทธะ เป็นโรคผิวหนัง) Read More »

ผู้มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว (ปุรพันธะอุบาสก ผู้ไม่หวั่นไหวต่อมารผจญ)

ผู้มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว (ปุรพันธะอุบาสก ผู้ไม่หวั่นไหวต่อมารผจญ) เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี การสร้างบารมีเป็นงานที่แท้จริงของมวลมนุษยชาติ พระบรมโพธิสัตว์ในกาลก่อนท่านก็ทำอย่างนี้ คือสร้างบารมีไปจนกว่าบารมีจะเต็มเปี่ยม ได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต ดังนั้นเราเกิดมาภพชาติหนึ่ง ก็เพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางไกลในสังสารวัฏ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือการทำใจให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะไปสู่อายตนนิพพาน ได้เข้าถึงบรมสุขอันเป็นนิรันดร์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเรื่องความศรัทธาไว้ว่า “สทฺธีธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐํ ศรัทธาเป็นทรัพย์อันประเสริฐของคนในโลกนี้ สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตา เมื่อศรัทธาแน่วแน่แล้ว ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จ สทฺธาย ตรติ โอฆํ บุคคลจะข้ามโอฆะได้ ด้วยศรัทธา” ความศรัทธา เป็นทางมาแห่งความดีทั้งหลาย ผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสในสิ่งที่ควรบูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลื่อมใสในพระรัตนตรัย จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีทรัพย์อันประเสริฐ ถ้าหากว่ามีศรัทธาตั้งมั่นไม่หวั่นไหว บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นผู้ไม่ขัดสน ปรารถนาสิ่งใดจะสำเร็จประโยชน์ทุกเรื่อง จะเป็นผู้ที่เจริญอยู่ในกุศลธรรม และสามารถข้ามพ้นห้วงน้ำคือกิเลสอาสวะทั้งหลาย ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้ * เมื่อครั้งสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงประกาศพระศาสนาอยู่นั้น ผู้มีบุญท่านหนึ่งอาศัยอยู่ในกรุงหงสาวดี ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดา และได้เห็นพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแต่งตั้งอุบาสกท่านหนึ่งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ ผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งหลายที่มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยโดยไม่หวั่นไหว เมื่อได้เห็นดังนั้น ท่านเกิดความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง จึงตั้งความปรารถนาที่จะเป็นอุบาสกผู้เลิศอย่างนั้นบ้าง …

ผู้มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหว (ปุรพันธะอุบาสก ผู้ไม่หวั่นไหวต่อมารผจญ) Read More »

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์)

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์)      เรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าก็ต้องจากไป แม้ทรัพย์สมบัติภายนอกที่มีอยู่ เราก็ไม่สามารถเอาติดตัวไปได้ สิ่งที่จะติดตัวเราไป มีเพียงบุญกับบาปเท่านั้น ถ้าหากเราสั่งสมบุญ ชีวิตเราจะมีคุณค่า เกิดมาแล้วมีชีวิตไม่ว่างเปล่า เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น เพราะเราได้ใช้วันเวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่ในโลกนี้สร้างบารมีอย่างเต็มที่โดยไม่ประมาท เช่นเดียวกับพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สังฆโสภณสูตร ความว่า “โย โหติ พฺยตฺโต จ วิสารโท จ พหุสฺสุโต ธมฺมธโร จ โหติ ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี ส ตาทิโส วุจฺจติ สงฺฆโสภโณ      ผู้ใดเป็นคนฉลาด แกล้วกล้า เป็นพหูสูต ทรงธรรม และเป็นผู้ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ผู้เป็นเช่นนั้นท่านเรียกว่า เป็นผู้ยังหมู่ให้งดงาม”      ผู้มีสัมมาทิฏฐิเมื่อบังเกิดขึ้นในโลก ย่อมยังมหาชนให้รู้จักเส้นทางอันประเสริฐของชีวิต ด้วยการแนะนำให้สั่งสมบุญบารมี ชี้เส้นทางไปสุคติโลกสวรรค์ทางไปพระนิพพาน ผู้มีสัมมาทิฏฐินี่แหละ ชื่อว่าเป็นบัณฑิตที่แท้จริง เพราะคอยประคับประคองตนเองและผู้อื่น ให้ดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ทั้งทางโลกและทางธรรม เหมือนดวงจันทร์ที่คอยขจัดความมืดมิด ชี้ทางสว่างให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย …

ผู้นำประโยชน์สุขมาให้แก่ชาวโลก (โชติปาละโพธิสัตว์) Read More »

รีบทำเสียเถิดก่อนจะสายเกินไป (พหุปุตติกาเถรี ผู้ไม่ประมาททำกิจที่ควรทำ)

รีบทำเสียเถิดก่อนจะสายเกินไป (พหุปุตติกาเถรี ผู้ไม่ประมาททำกิจที่ควรทำ) เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีสิ่งที่ต้องศึกษาควบคู่กันไป ๒ ประการ คือ การศึกษาหาความรู้ในทางโลก และการศึกษาวิชชาในทางธรรม การศึกษาทางโลก เพื่อให้เรารู้จักแสวงหาปัจจัยสี่มาหล่อเลี้ยงให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ส่วนการศึกษาทางธรรมนั้น มีเป้าหมายเพื่อฝึกฝนอบรมจิตใจของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ เพื่อจะได้เข้าถึงแหล่งแห่งความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นความรู้เพื่อความสุข เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของทุกชีวิต พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ความว่า “โย จ สีตญฺจ อุณฺหญฺจ ติณา ภิยฺโย น มญฺญติ กรํ ปุริสกิจฺจานิ โส สุขา น วิหายติ บุคคลใดไม่คำนึงถึงหนาวร้อน อดทนให้เหมือนหญ้า ทำกิจที่ควรทำด้วยเรี่ยวแรงของลูกผู้ชาย บุคคลนั้นย่อมไม่เสื่อมจากความสุข” พุทธพจน์บทนี้ พระองค์ตรัสสอนพุทธบริษัทว่า ให้มีความอดทน และให้มีความเพียรในการทำกิจที่ควรทำให้สำเร็จลุล่วงไป โดยไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง และเงื่อนไขใดๆ เช่น ไม่อ้างว่าหนาวเกินไป หรือร้อนเกินไปเลยไม่อยากทำงาน แต่ให้ขยันหมั่นเพียร และอดทน อย่างน้อยที่สุดก็ให้อดทนเหมือนกับต้นหญ้า ที่ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพดินฟ้าอากาศอย่างไร จะร้อนจะหนาวแค่ไหน …

รีบทำเสียเถิดก่อนจะสายเกินไป (พหุปุตติกาเถรี ผู้ไม่ประมาททำกิจที่ควรทำ) Read More »

ความปรารถนาของบัณฑิต (อกิตติพระโพธิสัตว์)

ความปรารถนาของบัณฑิต (อกิตติพระโพธิสัตว์)      ในการเดินทางไกล นักเดินทางจำเป็นต้องมีเข็มทิศนำทาง และต้องศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ การเดินทางไกลในวัฏสงสาร เพื่อก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของชีวิต คือพระนิพพานก็เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องรู้จักเส้นทางที่ถูกต้องที่จะนำไปสู่ความบริสุทธิ์หลุดพ้น เส้นทางแห่งความบริสุทธิ์นั้นคือเส้นทางสายกลางที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา เป็นทางเอกสายเดียวที่จะหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลาย ไปถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สัพภิสูตร ความว่า                            “สพฺภิเรว สมาเสถ       สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ                       สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย    สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ      บุคคลควรคบหากับสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะเมื่อบุคคลรู้ทั่วถึงธรรมของสัตบุรุษแล้ว ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง”      การประคับประคองนาวาชีวิต ให้ดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทาง จำเป็นต้องคบหาคนดี ผู้เป็นนักปราชญ์บัณฑิต ซึ่งจะคอยแนะนำให้เราประพฤติในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ให้มีความบริสุทธิ์กายวาจาใจ การคบบัณฑิตทำให้เราได้ซึมซาบคุณธรรมจากบัณฑิต ชีวิตของเราจะมีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป      ธรรมดาของบัณฑิตย่อมไม่อยู่ร่วมกับคนพาล และเมื่อได้ทำความดีแล้วจะตั้งจิตปรารถนาให้ห่างไกลจากคนพาล เพราะการอยู่ใกล้คนพาลแม้ในช่วงเวลาอันสั้นอาจทำให้ชีวิตมัวหมองได้ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” การได้คบบัณฑิต เป็นมงคลอันสูงสุด …

ความปรารถนาของบัณฑิต (อกิตติพระโพธิสัตว์) Read More »

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์)

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์)      ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะเราจะได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสัจธรรมนำพาชีวิตให้เข้าถึงความสุข หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล ปัจจุบันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เมื่อไม่ได้ฟังธรรมของพระพุทธองค์ ชีวิตจึงต้องเวียนวนอยู่ในกระแสแห่งความทุกข์ระทม เหมือนนาวาที่หลงทิศทางอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร แต่เมื่อได้ฟังพระสัทธรรม จึงเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต แล้วมุ่งแสวงหาสาระอันแท้จริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพพาน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ว่า                               “ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ     กุสเลน ปิถียติ                         โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ   อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา      บุคคลใดละบาปที่ตนทำไว้แล้วด้วยกุศล บุคคลนั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง เหมือนดวงจันทร์ที่พ้นแล้วจากเมฆหมอก”      ผู้ใดทำบาปกรรมไว้ แล้วเกิดความละอายเห็นโทษเห็นภัยที่จะเกิดขึ้น จึงกลับมาทำความดี ละเว้นจากความชั่ว เลิกเบียดเบียน ไม่อาฆาตพยาบาทใคร ตั้งใจรักษาศีล อบรมจิตใจให้ผ่องแผ้ว ทำใจให้ใสจนกระทั่งเข้าถึงพระรัตนตรัย ย่อมได้รับความสุขในปัจจุบันชาตินี้ ด้วยอำนาจของพระรัตนตรัย ซึ่งทำให้จิตใจสว่างไสว ขจัดความมัวหมองในชีวิต ไม่ว่าจะเกิดเคราะห์กรรมอะไรก็ตาม ใจของผู้นั้นก็ยังมีความสุขอยู่เหนือความทุกข์ทั้งมวล …

อย่าก่อเวรอีกเลย (การจองเวรของนางรัชชุมาลากับลูกสะใภ้ของพราหมณ์) Read More »

กระต่ายตื่นตูม (พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาราชสีห์)

กระต่ายตื่นตูม (พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาราชสีห์)      เราเกิดมาภพชาติหนึ่ง เพื่อแสวงหาที่พึ่งที่ระลึกอันแท้จริง แสวงหาสิ่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นสุขได้ด้วยตนเอง และเป็นตัวตนที่แท้จริง สิ่งที่เราต้องการนี้ รวมประชุมอยู่ในธรรมกายทั้งหมด ธรรมกายคือแก่นของชีวิต เป็นชีวิตในระดับลึก ที่อยู่ภายในตัวของเรา ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเข้าถึงได้ หากฝึกใจให้หยุดนิ่ง ถ้าหยุดได้เมื่อไรก็เข้าถึงได้เมื่อนั้น ไม่จำกัดด้วยกาลเวลา ถ้าเราเข้าถึงธรรมกายแล้ว ชีวิตเราจะอยู่อย่างมีความหมาย และอยู่อย่างมีเป้าหมาย เป็นชีวิตที่มีความมั่นคง และปลอดภัยอย่างแท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ทุททุภายชาดก ว่า                          “อปฺปตฺวา ปทวิญฺญาณํ   ปรโฆสานุสาริโน                      ปมาทปรมา  พาลา      เต โหนฺติ ปรปตฺติยา                      เย จ สีเลน สมฺปนฺนา    ปญฺญายูปสเม รตา                      อารกา วิรตา ธีรา        น โหนฺติ ปรปตฺติยา      …

กระต่ายตื่นตูม (พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาราชสีห์) Read More »

ไม่มีใครติเตียน (พระราชาประกาศคุณดาบสโพธิ์สัตว์ที่เคยช่วยเหลือชีวิต)

ไม่มีใครติเตียน (พระราชาประกาศคุณพระโพธิ์สัตว์ดาบสที่เคยช่วยเหลือชีวิต)      การปฏิบัติธรรมที่ดีที่สุดคือการฝึกใจให้หยุดนิ่ง ให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ถึงพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆรัตนะ รัตนะทั้งสามนี้เป็นสรณะที่แท้จริงของสรรพสัตว์ทั้งหลาย วัตถุประสงค์ของการปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงรัตนะทั้งสามนี้ ถ้าเข้าถึงเมื่อไร จึงจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่แท้จริง ที่บรรลุวัตถุประสงค์ของการเกิดมาเป็นมนุษย์ พระรัตนตรัยมีอยู่หลายระดับซ้อนกันเป็นชั้นๆ เข้าไปภายใน ถ้าเราทำใจให้หยุดได้ก็เข้าถึงได้ แต่ถ้าหยุดไม่ได้ก็เข้าไม่ถึง เพราะ “หยุด เป็นตัวสำเร็จ” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ทัฬหธัมมชาดก ว่า                          “โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ    กตตฺโถ มนุพุชฺฌติ                      อตฺถา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ   เย โหนฺติ อภิปตฺถิตา      ผู้ใด เมื่อผู้อื่นทำความดีต่อตน ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แล้วรู้คุณของเขา ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ”      คนที่รู้จักอุปการคุณที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตน ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม เช่น ได้รับการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน ได้ที่พัก ได้อาหาร หรือได้รับความช่วยเหลือเมื่อเกิดความทุกข์ร้อนใจแล้วรู้อุปการคุณ แสดงว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที มีสติปัญญาสามารถมองออกถึงคุณธรรมของผู้อื่น รู้ว่าใครเป็นผู้มีบุญคุณ …

ไม่มีใครติเตียน (พระราชาประกาศคุณดาบสโพธิ์สัตว์ที่เคยช่วยเหลือชีวิต) Read More »

กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด (กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ นั้น มีอยู่จริงๆ)

กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด (กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ นั้น มีอยู่จริงๆ)      พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้บริสุทธิ์หลุดพ้นแล้วจากอาสวกิเลสทั้งปวง กิจที่พระพุทธองค์จะต้องทำยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระองค์ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน  ทรงเป็นผู้รู้ คือรู้แจ้งโลกทั้งปวง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า  ทรงเป็นผู้ตื่น คือตื่นจากกิเลส เพราะความไม่รู้ที่ครอบงำจิตใจไว้ เมื่อตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงในสรรพสิ่ง  ทรงเป็นผู้เบิกบาน เพราะไม่มีกิเลสอาสวะมาเกาะกุมจิตใจ ดวงใจจึงเบิกบานขยาย เหมือนดอกบัวที่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ เบ่งบานรับแสงอรุโณทัย พวกเราเป็นพุทธศาสนิกชน ควรใช้ชีวิตของเราให้เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา ใจ โดยหมั่นฝึกฝนใจให้หยุดให้นิ่ง จนกระทั่งเข้าถึงผู้รู้แจ้งภายใน คือ พระธรรมกาย ตามอย่างพระพุทธองค์ให้ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน คงคาสูตร ความว่า      “ดูก่อนพราหมณ์ แม่น้ำคงคานี้ ย่อมเกิดแต่ที่ใด และย่อมถึงมหาสมุทร ณ ที่ใด เม็ดทรายในระยะนี้ เป็นของไม่ง่ายที่จะกำหนดนับได้ เท่านี้ร้อยเม็ด เท่านี้พันเม็ด เท่านี้แสนเม็ด ดูก่อนพราหมณ์ กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มากกว่าเม็ดทรายเหล่านั้น …

กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด (กิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ นั้น มีอยู่จริงๆ) Read More »

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด)      เราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี การสร้างบารมีเป็นหน้าที่หลักของมนุษย์ทุกคน เราเกิดมาภพชาติหนึ่งก็เพื่อสั่งสมบุญบารมีเท่านั้น บุญที่เราได้ทำไว้ดีแล้ว จะเป็นเสบียงในการเดินทางข้ามวัฏสงสารอันยาวไกล เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของชีวิต คือการทำใจให้สะอาด บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ได้เข้าถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์ คือการเข้าถึงพระธรรมกาย อันเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนาของมวลมนุษยชาติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                             “ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน    ยตฺถ กามนิปาติโน                        จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ    จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ      การฝึกจิตที่บุคคลข่มได้ยาก เป็นธรรมชาติแล่นไปเร็ว มักตกไปในอารมณ์ตามความปรารถนา เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมเป็นเหตุนำความสุขมาให้”      ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นนั้น พระองค์ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาจิตใจเป็นอันดับแรก เพราะใจของเรานั้นเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง นักปราชญ์กล่าวว่า “การฝึกใจตนเองนั้นยากกว่าฝึกสอนคนอื่น” เพราะใจมีธรรมชาติแล่นไปเร็ว ในเวลาแค่นาทีเดียว ใจเราสามารถคิดไปได้ตั้งหลายเรื่อง ดังนั้นเราจึงต้องฝึกควบคุมใจตนเอง โดยเอาใจที่แวบไปแวบมา คิดไปในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เป็นสาระ ให้กลับมาอยู่ที่ตั้งของใจ ตรงฐานที่ ๗ ถ้าใจตั้งมั่นอยู่ตรงนี้ได้ …

ปัจจัยในการบรรลุธรรม (อุบาสิกาอุปัฏฐากเหล่าพระภิกษุสงฆ์จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด) Read More »

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร)

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร)      สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนเป็นของไม่เที่ยง ชีวิตเปรียบเสมือนหยาดน้ำค้างบนปลายยอดหญ้า ยามต้องแสงอาทิตย์อุทัย ย่อมพลันเหือดแห้งหายไป ทุกชีวิตล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเสื่อมสลาย เรามีเวลาสร้างบารมีอยู่ในโลกนี้อย่างจำกัด จึงไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิต บัณฑิตทั้งหลายพึงรีบสั่งสมบุญ เพื่อเป็นเหตุให้เข้าถึงความสุขภายในที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน จุลลสุตโสมชาดก ว่า “อุปนิยฺยติทํ มญฺเญ ปริตฺตํ อุทกํว ปงฺกวารมฺหิ เอวํ สุปริตฺตเก ชีวิเต น จ ปมชฺชิตุ ํ กาโล ฯ      ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไปสู่ความตาย เป็นของน้อยนิด ดุจน้ำในโคลนฉะนั้น เมื่อชีวิตเป็นของน้อยเหลือเกินอย่างนี้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมัวประมาทเลย”      พระพุทธองค์ทรงให้ความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก ทรงชี้ให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของสังขารว่า มันสั้นน้อยนิด ไม่นานก็ต้องแตกสลายไปสู่ความตาย จึงสอนให้นึกถึงความตาย ด้วยการเจริญมรณสติบ่อยๆ เพราะถ้าหากไม่นึกถึงเป็นประจำ เมื่อความตายมาปรากฏต่อหน้า ก็จะเกิดความหวาดกลัว ตั้งสติไม่อยู่      ผู้เจริญมรณสติเป็นนิตย์ จะเป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต ด้วยการเร่งรีบทำความดี หมั่นเจริญสมาธิภาวนาเป็นประจำ เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว ก็จะมีสุคติเป็นที่ไป …

มรณสติ นำชีวิตสู่หลักชัย (พญาหงส์ทองมีความเร็วดังพระอาทิตย์ แต่ช้ากว่าความเสื่อมของสังขาร) Read More »

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม)

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม)      ธรรมกาย คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา ผู้เข้าถึงพระธรรมกายคือผู้เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาทรงเข้าถึงความเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า เพราะได้บรรลุกายธรรมอรหัต เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสัทธรรมคำสอนของพระองค์จึงเป็นความรู้อันบริสุทธิ์ กลั่นออกมาจากใจที่หยุดอย่างสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นผู้ที่จะศึกษาพระสัทธรรมอันประเสริฐ ต้องมีจิตใจที่หยุดนิ่ง เข้าถึงความบริสุทธิ์ภายในเช่นเดียวกัน      หลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเลิกทรมานพระวรกาย ที่เรียกว่าอัตตกิลมถานุโยคแล้ว ทรงหันมาปฏิบัติตามหนทางสายกลาง ที่เรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” จนได้บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ได้ทรงเปล่งอุทานว่า “ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมํ”      “เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์ย่อมสิ้นไป เพราะมารู้ชัดธรรมพร้อมทั้งเหตุ”      พระสัทธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นของจริง คนจริงเท่านั้นจึงจะคู่ควรกับของจริง หากตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง มีความเพียรไม่ลดละ ปฏิบัติตามพุทธวิธีที่ทรงแนะนำไว้ ย่อมจะรู้แจ้งเห็นจริง หมดความสงสัยในพระรัตนตรัย จะเข้าใจความเป็นจริงของโลกและชีวิต เพราะธรรมะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ ลำพังอาศัยการนึกคิดตรึกตรองด้วยปัญญาของปุถุชน …

บุคคลผู้ทรงธรรม (ผู้ใดเรียนคาถาแม้บทเดียว แล้วแทงตลอดในธรรมทั้งหลาย ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม) Read More »

ครุกรรม (๑) กรรมหนักฝ่ายอกุศล มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท และ สังฆเภท

ครุกรรม (๑) กรรมหนักฝ่ายอกุศล มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท และ สังฆเภท        ชีวิตหลังความตายเป็นชีวิตที่ยาวนาน เกินความคาดหมายว่าจะยาวนานสักเพียงไหน ขึ้นอยู่กับช่วงที่เป็นมนุษย์ หากสั่งสมบุญเอาไว้มากก็จะไปเสวยสุขอยู่ในสุคติภูมิเป็นเวลายาวนาน ถ้าเผลอพลั้งพลาดไปทำบาปก็จะไปเสวยทุกข์อยู่ในทุคติภูมิอีกยาวนานเช่นกัน ดังนั้นการประคับประคองตัวของเราให้ดำเนินชีวิตอยู่บนหนทางแห่งความดี บนเส้นทางแห่งบุญ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องคุ้มครองตัวของเราให้ปลอดภัย ทั้งภัยในชีวิต ภัยในอบายภูมิ และภัยในสังสารวัฏ เหมือนมีเกราะแก้วคุ้มกันภัยอันตรายนานัปการ ทุกๆ ท่านต่างก็มีอุดมการณ์มีเป้าหมายเหมือนกัน คือเกิดมาสร้างบารมี มาทำความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ มาศึกษาวิชชาธรรมกาย เพื่อขจัดกิเลสอาสวะให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ ดังนั้นขอให้เข้มแข็ง อย่าท้อแท้ในการสร้างบารมี   พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ความว่า                             “อถ ปาปานิ กมฺมานิ    กรํ พาโล น พุชฺฌติ                        เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ   อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ      คนพาลกระทำกรรมอันลามกอยู่ ย่อมไม่รู้สึก …

ครุกรรม (๑) กรรมหนักฝ่ายอกุศล มาตุฆาต ปิตุฆาต อรหันตฆาต โลหิตุปบาท และ สังฆเภท Read More »

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์)

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์)      การเจริญสมาธิภาวนาเป็นทางลัดที่สุด ที่จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์กาย วาจา ใจ ถ้ามีความบริสุทธิ์มาก บุญกุศลก็เกิดขึ้นมาก ถ้ามีความบริสุทธิ์น้อย บุญกุศลก็ลดหย่อนลงไป ความบริสุทธิ์เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข เป็นสิ่งที่สั่งสมได้ ถ้าเราเจริญภาวนาทุกวัน ยิ่งเป็นการเพิ่มเติมความบริสุทธิ์ขึ้นทุกวัน จะทำให้เราเข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา และต่างกำลังแสวงหากันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญกับการเจริญภาวนา เพื่อให้ชีวิตของเราเข้าถึงความสุข และความบริสุทธิ์ที่แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                               “กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ   กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ                          กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ      กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท      การได้อัตภาพเป็นมนุษย์เป็นการยาก ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายเป็นอยู่ยาก การได้ฟังพระสัทธรรมเป็นการยาก การอุบัติขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นการยาก”      การได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นของยาก ต้องอาศัยกำลังความเพียรในการสั่งสมความดีอย่างยิ่งยวด พระพุทธองค์ทรงอุปมาความยากในการเกิดเป็นมนุษย์ไว้ว่า “ในท้องทะเลกว้างใหญ่สุดจะประมาณ มีเต่าตาบอดทั้งสองข้างอยู่ตัวหนึ่ง ทุกๆ หนึ่งร้อยปี จะโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ ๑ ครั้ง …

การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก (พญานาคราชรักษาศีลยิ่งชีวิต เพื่อให้ได้อัตภาพเป็นมนุษย์) Read More »